บทที่ 11
สัญญากับตัวเอง
ฉือเยียนก้มมองใบหน้าเล็ก ๆ ของเถาเถาอีกครั้ง
ดวงตาของนางสะท้อนภาพของเด็กหญิงที่หลับใหลในอ้อมแขนผิวแก้มนวลเนียนแดงเรื่อจากความอบอุ่นที่แผ่ซ่าน
นิ้วมือเรียวยาวลูบแก้มเด็กน้อยเบา ๆปลายนิ้วััได้ถึงความอบอุ่นเล็กน้อยที่คืนกลับสู่ร่างเล็ก ๆ นี้
แล้วน้ำเสียงของนางจึงเอ่ยออกมา แ่เบา แต่หนักแน่น
เหมือนเป็ถ้อยคำที่กล่าวให้คนตายได้รับฟัง ให้ฟ้าดินรับรู้และให้ตัวเองจดจำไม่ลืมเลือน
"ตอนนั้น... ข้าเคยถามไป๋ซือเหนียง ตอนนางอายุเพียงสิบปี"
น้ำเสียงของนางราบเรียบคล้ายเล่าเื่ราวในวันวาน
"ถามนางว่า... หากข้ารอดชีวิต นางอยากให้ข้าตอบแทนสิ่งใด"
ฉือเยียนยิ้มน้อย ๆ แฝงแววขื่นขมในรอยยิ้มนั้น
"นางตอบว่า... เพียงแค่ให้ข้าปกป้องพี่สาวของนางก็พอแล้ว"
เสียงลมหายใจแ่เบาของเถาเถายังคงสม่ำเสมอ ไม่รับรู้อะไร
ฉือเยียนกลับยิ่งย้ำถ้อยคำของตนเองให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
"แต่ยามที่มารดาของเ้าต้องตาย... ข้าเอง... กลับไม่อาจลงมือช่วยนางได้"
แววตาของนางหม่นลงชั่วครู่ ก่อนจะแข็งกร้าวขึ้นอีกครั้ง
"เพราะในเวลานั้น ข้าเลือกไม่ทำตามคำสัญญาเดิมเลือกที่จะปกป้องท่านน้าของเ้าที่เป็ผู้มีพระคุณ"
เสียงของนางเบาแต่มั่นคง
"ทว่าบัดนี้... ท่านน้าของเ้าก็ตายไปแล้ว"
"ข้าเอง... ก็ปกป้องนางไม่สำเร็จ"
นางหยุดนิ่งเพียงชั่วลมหายใจหนึ่ง
ก่อนที่เสียงของนางจะเปล่งอีกครั้ง
"เช่นนั้น... ต่อแต่นี้ ข้าจะปกป้องเ้าแทนก็แล้วกัน"
ฉือเยียนยกมือขึ้นโอบร่างเล็ก ๆ ของเถาเถาแน่นขึ้นเล็กน้อย
สายตาของนางทอดมองไปยังเส้นทางข้างหน้า ที่ยังปกคลุมไปด้วยหิมะขาว
"ไป๋เสวี่ย... ไป๋ซือเหนียง..."
เสียงของนางเอ่ยชื่อทั้งสองแ่เบา แต่หนักแน่นยิ่งกว่าหินผา
"บุญคุณของพวกเ้า... ฉือเยียน จดจำไว้แล้ว"
นางก้มมองมือของตนเอง มือที่ครั้งหนึ่งเคยเปื้อนเืนับไม่ถ้วนแต่ยามนี้กลับอ่อนโยนราวกับมือของมารดา
"ข้า... เป็เด็กกำพร้า ไม่มีบ้าน ไม่มีแผ่นดิน ไม่มีอาจารย์ ไม่มีใครชี้นำ"
"สิ่งเดียวที่ข้ามี... คือความทรงจำที่ไม่เคยหลงลืม"
"และสิ่งที่ข้าจำได้ดีที่สุด... ก็คือบุญคุณของพวกเ้า"
นางเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่นั้นมั่นคงดุจดาวฤกษ์
"บุญคุณเช่นนี้...เชื่อถือได้ยิ่งกว่าตัวหนังสือที่พวกบัณฑิตร่ำเรียนเสียอีก"
"ไม่ต้องกลัวหรอกว่า... ข้าจะเป็คนเนรคุณทำให้เชื้อสายตระกูลของพวกเ้าขาดสะบั้น"
"ตราบใดที่ตัวข้ายังมีชีวิตอยู่... ข้าจะไม่มีวันปล่อยให้เชื้อสายของพวกเ้าขาดสูญอย่างแน่นอน"
คำกล่าวนั้น ทั้งเป็คำสาบานต่อผู้วายชนม์ และคำสัตย์สาบานต่อตนเอง
"เพราะฉะนั้น... พวกเ้าทั้งหมด... วางใจเถอะ"
สายตาของนางก้มลงมองเถาเถาอีกครั้ง
มือเรียวยาวลูบศีรษะเล็ก ๆ อย่างแ่เบา
"เถาเถา... เ้าปรารถนาจะทำสิ่งใด ข้าจะให้เ้าได้ทำ"
"ผู้ใดกล้ารังแกเ้า... ข้าจะสังหารมัน"
"และพวกที่กล้ามาสังหารเ้าในวันนี้... ข้าก็จะสังหารพวกมันทั้งหมด"
ฉือเยียนค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น
ดวงตาที่สงบเยือกเย็นเมื่อครู่ พลันแปรเปลี่ยนเป็คมกล้า
แววตานั้น... ดุจเดียวกับคมดาบที่พร้อมสะบั้นฟ้าดินให้ขาดสะบั้น
คำพูดของนางเมื่อครู่ เปรียบเสมือนถ้อยคำที่เอ่ยต่อผู้วายชนม์...เอ่ยต่อฟ้าดิน และเอ่ยให้ตนเองฟัง
มันคือคำมั่นสัญญา
...และคำสาบานอันไม่อาจถอนคืนได้อีก
เด็กน้อยผู้หนึ่ง ไป๋ซือเหนียง
เด็กน้อยที่ครั้งหนึ่งเคยยื่นมือช่วยชีวิตฉือเยียนเอาไว้เมื่อสิบปีก่อน
และสิ่งที่นางจะทำต่อไปเพื่อตอบแทนบุญคุณนั้น... คือการปกป้อง
ฉือเยียน ในอาภรณ์สีขาวสะอาด
อุ้มร่างเล็ก ๆ ของเถาเถาแนบอก
ร่างของนางสูงสง่า ผมยาวสีดำสนิทพลิ้วไหวตามสายลมเย็น
นางค่อย ๆ ก้าวเท้าผ่านลานหิมะขาวโพลนที่ยังคงเต็มไปด้วยคราบโลหิต
ฝีเท้าแ่เบา ทว่าแต่ละก้าวมั่นคง หนักแน่น
รอยเท้าบนพื้นหิมะทอดยาวไปในความเงียบสงัด
ทิ้งเพียงเงาร่างของสตรีผู้หนึ่งที่โอบอุ้มสายเืสุดท้ายของตระกูลไป๋
เดินมุ่งหน้ากลับสู่เมืองซั่งหลิน ท่ามกลางหิมะโปรยปราย
ดวงตาของฉือเยียนสงบเยือกเย็น
แต่ใต้ความเงียบนิ่งนั้น… คลื่นพายุที่พร้อมสังหารศัตรูทั้งใต้หล้าแฝงเร้นอยู่ในตัวตาคู่นั้น
…
หลังจากเหตุการณ์ในคืนนั้น...
ฉือเยียนได้พาเถาเถากลับมายังเมืองซั่งหลินอีกครั้ง
และนับจากวันนั้นเป็ต้นมา นางก็ใช้ชีวิตในฐานะ "ไป๋ซือเหนียง"อย่างที่เคยเป็มา
เถาเถาเอง ก็กลายเป็บุตรสาวของนางอย่างสมบูรณ์ ทั้งสายตาคนภายนอก...และในหัวใจของฉือเยียนเองก็เช่นเดียวกัน
บ้านเก่าหลังนั้น ยังคงตั้งอยู่ในตรอกเงียบสงบท้ายเมือง
หน้าบ้านมีต้นท้อสูงใหญ่ แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงาในยามเช้า และโปรยกลีบดอกบางเบาในยามเย็น
ทุกสิ่งทุกอย่างดูราวกับไม่เคยมีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง
ฉือเยียนในนามไป๋ซือเหนียงยังคงใช้ชีวิตเรียบง่ายในเรือนเล็กหลังเดิม
ตื่นเช้า... ปักผ้าอยู่ใต้ต้นท้อ
ยามบ่าย... รดน้ำต้นไม้ในสวนหลังบ้าน
พอตกเย็น ก็เข้าครัวเตรียมอาหาร และเฝ้ามองเถาเถาวิ่งเล่นไปทั่วเรือนด้วยแววตาอ่อนโยน
ไม่มีใครในเมืองซั่งหลินล่วงรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
ไม่มีใครสงสัยว่าหญิงสาวผู้ใจดีผู้หนึ่งกลับกลายเป็ใครอีกคนในชั่วข้ามคืน
และแม้แต่เถาเถาเอง... ก็ไม่เคยรับรู้ถึงความแตกต่างใด ๆ
สำหรับเด็กหญิงตัวน้อย ผู้อ่อนโยนและเปี่ยมด้วยความรักเสมอมานั้น...คือท่านแม่
ไม่ว่าจะเป็"ไป๋ซือเหนียง" หรือ "ฉือเยียน" เด็กน้อยก็ยังคงยิ้มสดใสและโผเข้ากอดผู้เป็แม่อย่างไร้ความกังวลในทุกวัน
ฉือเยียนเอง...
ทุกครั้งที่ก้มลงมองเถาเถา นางไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองกำลังปลอมแปลงอะไร
ไม่เคยคิดว่านี่เป็บทบาทหรือหน้าที่ที่จำต้องรับ
เถาเถา... คือลูกสาวของนางอย่างแท้จริง
ั้แ่นางลืมตาดูโลก จนถึงยามนี้
ฉือเยียนเฝ้าดูการเติบโตของเถาเถาด้วยสายตาของผู้ให้กำเนิดเอง
...ไม่แตกต่างจากไป๋ซือเหนียงเลยแม้แต่น้อย
วันเวลาผ่านไปอย่างเงียบสงบ
เสียงหัวเราะของเถาเถาเติมเต็มบ้านหลังเก่า
เสียงเรียก"ท่านแม่" ของเด็กน้อยกลายเป็เสียงที่ทำให้หัวใจของฉือเยียนอ่อนโยนลงในทุกครั้งที่ได้ยิน
กระทั่งล่วงเลยผ่านไปเกือบหนึ่งเดือนเต็ม
ชีวิตของสองแม่ลูก ก็ยังคงดำเนินไปอย่างเรียบง่ายท่ามกลางกลิ่นดอกท้อที่ปลิวว่อนไปทั่วทั้งเรือนเล็กหลังนั้น