วันนี้เป็วันปิดเทอมวันแรก เทอมหน้าพริมาก็จะขึ้น ม.3 แล้ว เวลาสี่เดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตลอดเทอมที่ผ่านมาหล่อนเริ่มปรับตัวกับโรงเรียนใหม่ได้แล้ว ปีหน้าหล่อนจึงไม่ค่อยตื่นเต้นนัก วันนี้ไม่ได้ไปไหนและอยู่บ้านคนเดียว พริมาจึงใช้เวลาส่วนใหญ่ทำสวนและเลี้ยงไก่แจ้ของหล่อนได้อย่างเต็มที่
คุณนพรักษ์บอกว่าอาทิตย์หน้าโรงเรียนของนพคุณก็จะปิดแล้วเช่นกัน เขาจะไปรับเด็กหนุ่มกลับมาอยู่ที่บ้านอย่างถาวร พริมาตื่นเต้น...วันนี้หล่อนจัดสวนไว้อย่างสวยงามรอต้อนรับเขากลับบ้าน เขาน่าจะชอบสวนผักหลังบ้านของหล่อนมากแน่ ๆ เพราะพริมาพยายามทำสวนถอดแบบออกมาจากรูปที่หล่อนรื้อมาดูจากรูปของคุณอารีที่เก็บไว้ในอัลบั้ม แต่อาจจะเปลี่ยนไปบ้างเล็กน้อยเพราะมีบางอย่างที่หล่อนดัดแปลงเพื่อให้สามารถใช้พื้นที่สวนได้อย่างเต็มที่
หลายเดือนมานี่หล่อนเขียนจดหมายหาเขาหลายฉบับ แต่เขาไม่เคยตอบกลับมาเลย...ไม่เป็ไร แค่รู้ว่าเขาอ่านจดหมายหล่อนก็ดีใจแล้ว พริมาเขียนบอกเล่าเื่ราวประจำวันที่เกิดขึ้นในบ้านตลอด เพื่อที่พอนพคุณกลับมาเขาจะได้ไม่รู้สึกเป็ส่วนเกินและเข้าใจเื่ราวเวลาที่พวกเขาคุยกัน
พริมาพยายามอย่างเต็มที่...หล่อนก็ช่วยได้เท่านี้ ขอแค่เป็ส่วนหนึ่งที่จะทำให้บ้านน่าอยู่และทุกคนอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข...ให้หล่อนทำอะไรหล่อนยินดี
ถึงวันที่คุณนพรักษ์ไปรับนพคุณ พริมารออยู่ที่บ้าน ส่วนภารดีไปทำงาน พริมาทำอาหารไว้หลายอย่างเพื่อรอต้อนรับเขากลับบ้านตอนเย็น วันนี้ยามามาเที่ยวที่บ้านหล่อนรู้ข่าวว่าพี่ชายคนโตของบ้านจะกลับมาก็อยากมาเห็นหน้า
“เคยได้ยินแต่ชื่อ ต้องมาดูให้เห็นกับตาสิ” ยามาบอกเพื่อน
“จะมาดูหรือมากินกันแน่ปลาทู” พริมายิ้มไปทำขนมไป วันนี้พริมาเลือกทำขนมเป็บัวลอยไข่หวานที่ยามาจะสามารถช่วยทำได้เพราะมันไม่ยากเลยแค่ปั้นแป้งเป็ก้อนกลม ๆ และดูเหมือนยามาจะชอบใจไม่น้อย หล่อนดูภูมิใจที่ทำขนมออกมาได้เป็ชิ้นเป็อัน
“แบบนี้ค่อยมีกำลังใจหน่อย” ยามาดูผลงานตัวเองที่ปั้นแป้งออกมาได้กล๊มกลมสมใจ พริมายิ้มหวาน วันนี้ลูกศิษย์หล่อนมีสมาธิทำได้นานและไม่บ่นเลย
ยามามาเที่ยวที่นี่บ่อย หล่อนมาอยู่บ้านพริมาแทบจะบ่อยกว่าอยู่บ้านตัวเอง ยามาชอบมาคุยกับภารดีหล่อนบอกว่าอิจฉาพริมาที่มีแม่แบบภารดี เพราะแม่ของหล่อนไม่มีเวลาว่างมากนัก จะหยุดก็แค่วันอาทิตย์เท่านั้น และวันอาทิตย์ส่วนใหญ่หล่อนก็จะนอนแทบทั้งวันแต่ยามาก็เข้าใจแม่ของหล่อนดี เพราะเลิกกับพ่อทำให้หล่อนต้องทำงานหนักเพราะภาระของยามาทุกอย่างตกอยู่ที่แม่คนเดียว
สายสุดารู้จักกับภารดีและพริมาเป็อย่างดี และบ่อยครั้งหล่อนมารับยามากลับบ้านตอนค่ำ บางวันก็ดึก เพราะหล่อนต้องทำงานติดพันจึงต้องฝากยามาไว้ที่บ้านนี้...อย่างน้อยก็ยังดีกว่าปล่อยให้ยามาอยู่บ้านคนเดียว แต่ภารดีกับพริมายินดีเพราะยามาไม่ได้ทำให้พวกหล่อนลำบากอะไรเลย แถมยามายังช่วย “เข็น” การเรียนให้พริมาดีขึ้นอีกด้วย
“เหลือแต่ไก่ทอด เดี๋ยวค่อยทอดตอนเย็น...ก่อนจะกินดีกว่า”
“นี่ถ้าเอาไอ้นพคุณมาทอด คุณชายใหญ่แกอาจจะชอบใจก็ได้นะ” ยามาได้ยินมาว่าทั้งสอง...คนกับไก่นั้นไม่ถูกกัน
“บ้า! อย่าพูดดังนะเดี๋ยวนพคุณมาได้ยินจะเสียใจ” พริมามองไปทางหลังบ้าน หล่อนไม่อยากให้ไก่ของหล่อนมาได้ยินเข้า เดี๋ยวมันจะน้อยใจ แต่ดูเหมือนมันจะไม่ได้ยิน เพราะตอนนี้มันยืนไซร้ขนตัวเองอยู่บนคอน พริมาเอานพคุณของหล่อนไปยืนบนคอนและคล้องโซ่เล็ก ๆ ไว้กับคอนกันเ้าไก่น้อยบินหนีออกไปไกลเกินไปและเป็การฝึกให้มันยืนบนคอนจนชิน เพราะถ้าวันหนึ่งนพคุณเข้าสู่สังเวียนการแข่งขัน (แข่งกันขันจริง ๆ นะ) มันจะได้คุ้นกับคอนไม่ตื่นเต้นจนเกินไป
แต่พอใกล้ถึงเวลาที่คุณนพรักษ์จะกลับมา ยามากลับมีธุระด่วนต้องรีบกลับไปบ้านก่อน ทำให้วันนี้ยามากับนพคุณจึงยังไม่ได้เจอกัน
“เสียดายจัง อุตส่าห์ช่วยทำบัวลอยเสร็จพอดี เดี๋ยวลูกแก้วเอาใส่กล่องให้นะ ปลาทูจะได้เอากลับไปกินที่บ้าน”
“ปลาทูก็เสียดายเหมือนกัน แต่ไม่เป็ไรหรอก เดี๋ยวคราวหน้าค่อยมาใหม่”
ภารดีกลับมาถึงบ้านก่อนสามี หล่อนซื้อของมามากมาย พริมาช่วยแม่จัดของลงโต๊ะอาหาร รวมอาหารที่ภารดีซื้อมากับของพริมาแล้วมันมากมายล้นโต๊ะทีเดียว...กินกันสี่คนดูจะมากไปด้วยซ้ำ
เสียงรถของคุณนพรักษ์มาถึงแล้ว พริมากำลังรดน้ำต้นไม้อยู่หลังบ้าน หล่อนวางสายยางปิดน้ำและวิ่งไปยืนรอที่ประตูหน้าบ้าน ไม่รู้ด้วยความที่หล่อนเขียนจดหมายถึงเขามาตลอดเวลาสี่เดือนหรืออย่างไร จึงทำให้พริมารู้สึกเหมือนผูกพันและสนิทกับนพคุณเป็พิเศษ (ทั้งที่เขาไม่เคยตอบกลับมาเลย) วันนี้เขากลับมาหล่อนถึงได้ดีใจขนาดนี้
นพคุณเห็นแล้ว...เด็กผู้หญิงคนนั้น เขาไม่ได้เจอหล่อนเลยั้แ่ไปเที่ยวทะเลคราวนั้น กี่เดือนแล้วนะ...สองสามเดือนเห็นจะได้ หล่อนดูไม่ได้เปลี่ยนไปเลย แต่ที่เปลี่ยนไปคือความรู้สึก...เขารู้สึก ดีใจประหลาด ๆ ที่เห็นหล่อน แปลกที่ไม่ได้เจอกันเลยแต่เหมือนเขากับหล่อนคุยกันอยู่ตลอดเวลา...อาจจะเป็เพราะจดหมายประหลาดของหล่อนสินะ พริมาเขียนจดหมายมาหาเขาทุกอาทิตย์ บางอาทิตย์มากกว่าหนึ่งฉบับด้วยซ้ำ ดูหล่อนจะสนุกกับการเขียนจดหมายมาหาเขาเสียเต็มประดา จนเพื่อน ๆ ที่โรงเรียนล้อเขาว่านพคุณมีสาวน้อยจากกรุงเทพฯ มาติดใจเขา จนเขียนจดหมายมาหาวันเว้นวัน พวกนั้นล้อเขาจนเขาเองก็เผลอไปดูจดหมายวันเว้นวันไปด้วยเหมือนกัน (ไม่ใช่ว่ารอหรอกนะ กลัวว่าเพื่อนจะแกล้งเอาจดหมายของเขาไปอ่านต่างหาก) แต่พอเห็นแบบนี้เขาก็รู้สึกเสียดายอยู่เหมือนกัน เพราะมาอยู่บ้านแล้วต่อไปเขาก็คงจะไม่ได้รับจดหมายประหลาด ๆ นั่นอีก
มองจากตรงนี้เหมือนเขาจะสูงขึ้นเล็กน้อย หล่อขึ้นนิดหน่อย...พริมาหน้าแดง หล่อนเป็อะไรไปนะสงสัยอากาศจะร้อนเกินไป
“อ้าวลูกแก้ว มารอรับพี่เขาเหรอ?” คุณนพรักษ์ทักขึ้น เด็กหญิงพยักหน้าพร้อมยิ้มสดใส นพคุณใจหวิวประหลาด ๆ เด็กนี่ซื่อจริง ๆ หล่อนเปิดเผยและซื่อตรงเสมอ
“แฮ่ม! พ่อครับเดี๋ยวผมเอาของขึ้นไปเก็บก่อนนะครับ” นพคุณยกของขึ้นไปข้างบน สาวน้อยยืนยิ้มอยู่ตรงประตูเหมือนหล่อนกำลังคิดหาคำพูดอยู่แต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไรดี นพคุณเดินผ่านหล่อนขึ้นไปบนห้องแล้ว พริมาได้แต่มองตาม
“เฮ้อ..นี่เราหวังอะไรนะ? ให้เขายิ้มและเข้ามาทักทายอย่างนั้นเหรอ” พริมาเพิ่งนึกได้ที่คิดว่าเขากับหล่อนสนิทกันนั้น หล่อนคงคิดเองฝ่ายเดียว เขาไม่ได้สนิทด้วยเสียหน่อย
ตลอดปิดเทอมใหญ่นี้นพคุณกับพริมาไม่ค่อยได้เจอกันบ่อยนัก ดูเหมือนภารดีจะมีธุระสำคัญเกี่ยวกับเื่งานให้ต้องไปจัดการ จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่รู้ว่าภารดีทำงานอะไร แต่ดูเหมือนงานของหล่อนจะกะเวลาที่แน่นอนไม่ได้บางทีก็มีเื่ด่วนให้ไปจัดการและดูเหมือน่นี้งานหล่อนจะยุ่งพอสมควร แรก ๆ ภารดีกลับบ้านดึก แต่พอหลัง ๆ หล่อนก็หายไป...พร้อมพริมา
“คุณพิมพ์กับลูกแก้วไปอยู่ที่บ้านโน้นน่ะ” พ่อเขาบอกในวันหนึ่ง (ความจริงเขาก็ไม่ได้ถาม) ่นี้คุณนพรักษ์มีหน้าที่ดูแลสวนของพริมา (ความจริงมันเป็สวนของแม่เขา เด็กนั่นยึดเป็ของตัวเอง)
“่นี้งานคุณพิมพ์ยุ่งมากต้องกลับบ้านดึก ๆ ทุกวัน เป็ห่วงลูกแก้วด้วย คุณพิมพ์ก็เลยพาลูกแก้วไปอยู่ที่บ้านโน้นด้วยกัน มันใกล้กับที่ทำงานเขาน่ะ” พ่อเขายังเล่าต่อไปอีก เป็อันว่าเขาได้เจอพริมาแค่วันแรกที่เขากลับมาเท่านั้นเอง...แต่ก็ดี และที่ดีที่สุดก็คือหล่อนเอาไก่บ้านั่นไปด้วย บ้านสงบลงไปเยอะเลย ความจริงจะไม่เอากลับมาเลยก็ได้นะ...เขาเกลียดสายตามัน นอกจากปากแล้วสายตามันยังจิกได้อีกต่างหาก
ก่อนเปิดเทอมสองสามวันภารดีกลับมาบ้านพร้อมลูกสาว หล่อนขนของกินมาเต็มบ้านเหมือนทุกครั้งที่หล่อนขนมาเวลากลับมาจาก “บ้านโน้น”
พริมามาถึงบ้านหล่อนก็ตรงไปเล้าไก่ทันที เ้าไก่แจ้ยังสบายดีอยู่มันดูตื่นเต้น เพราะพอหล่อนปล่อยมันออกจากกระเป๋าแล้ว มันเดินไปเดินมาทั่วสวนเหมือนคนคิดถึงบ้านที่ไม่ได้กลับบ้านมานาน นพคุณมองจากข้างบน สาวน้อยเดินไปดูสวนของหล่อน (ความจริงสวนของแม่เขาต่างหาก แม้หลัง ๆ ต้นไม้ทั้งหมดหล่อนจะเป็คนปลูกก็ตาม) นพคุณมองจากตรงนี้...ถ้าเป็เมื่อก่อนเขาคงโวยวายที่เด็กนั่นไปยุ่งวุ่นวายกับสวนรอบบ้านของเขา แต่ก็น่าแปลกใจที่เขาไม่รู้สึกโมโหเลยสักนิดกลับรู้สึกพอใจ เพราะอะไรนะ ...เพราะพริมาเหมือนคุณอารี หล่อนเหมือนแม่เขา แม่เขาที่เป็เหมือนน้ำเย็นที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ หล่อนไม่ชอบความวุ่นวายและไม่คิดร้ายกับใคร เด็กนั่นเดินไปขุดตรงนั้นตัดตรงนี้ นพคุณไม่รู้ตัวว่าเขายืนมองอยู่ตรงนี้นานแค่ไหนแล้ว แต่เขาชอบเหลือเกินกับภาพที่เห็น จนเมื่อสาวน้อยมองขึ้นมานั่นแหละเขาถึงรู้สึกตัว พวกเขายืนจ้องกันอยู่นาน...จนเ้าไก่แจ้ตัวดีนั่นขันขึ้นมานั่นแหละพวกเขาถึงรู้สึกตัว พริมายิ้มกว้างสดใสพร้อมโบกมือให้เขา นพคุณใเขาตั้งตัวไม่ทัน...เด็กนั่นทำตัวประหลาดเสมอ...และเมื่อกี๊เขาเป็อะไรไป เขาจะไปชอบใจกับการกระทำของหล่อนได้อย่างไร แล้วอย่างพริมาเนี้ยนะจะเหมือนกับคุณอารี เขาเผลอเอาเด็กนั่นไปเทียบกับแม่ได้อย่างไร โอ้ย! หงุดหงิด!
พริมายืนยิ้มค้างอยู่อย่างนั้นเพราะนพคุณหนีเข้าห้องเขาไปแล้ว สาวน้อยยักไหล่หล่อนชินกับท่าทีของเขาอยู่แล้ว
“เราก็ทำดีกับเขาบ่อย ๆ เดี๋ยวเขาก็จะชินกับเราแบบที่เราชินกับเขานั่นแหละ” พริมาหันไปคุยกับนพคุณที่อยู่ตรงสนามแทน เพราะนพคุณที่อยู่ตรงระเบียงคงไม่อยากคุยกับหล่อนเท่าไหร่นัก
“คนเราเจอกันก็ต้องยิ้มทักทายสิ จะให้หน้าบึ้งแบบนั้นได้ไงไม่น่ารักเลย” ไก่แจ้ของพริมาตอนนี้เอียงคอมองหล่อน เหมือนมันตั้งใจฟังที่หล่อนพูดอยู่อย่างนั้นแหละ
“เข้าใจไม๊ตาคุณ ทำตัวน่ารัก ๆ นะ ฮิฮิ” พริมาหัวเราะคิกคัก
“แฮ่ม” พริมาตาโต...เสียงนี้หล่อนคุ้น ๆ คุณชายใหญ่ลงมาจากหอคอยหรือนี่ เด็กหญิงหันไป ยิ้มหวานให้เขา พริมาเห็นหน้าเขาแล้ว ตอนนี้มันหงิกแบบสุด ๆ หัวคิ้วแทบจะเป็ปมเลยทีเดียว
“นี่เธอยังไม่เปลี่ยนชื่อมันอีกเหรอ?” นพคุณถามเพราะเขายังได้ยินหล่อนเรียกชื่อไก่ด้วยชื่อเขาอยู่
“เอ่อ...” พริมาคิดไม่ออกว่าจะตอบว่าอย่างไรดี หล่อนเคยเปลี่ยนชื่อให้มันแล้ว แต่มันไม่ชอบ...มันไม่ชอบจริง ๆ หล่อนไม่ได้โกหก
“พี่คุณหิวข้าวไหมคะ?” ตอบคำถามไม่ได้ก็เปลี่ยนเื่คุยแล้วกัน
“วันนี้ลูกแก้วกับแม่ซื้อขนมมาเยอะเลยค่ะ ของที่บ้าน...ที่ตลาดน่ะค่ะมีของกินอร่อย ๆ เยอะแยะไปหมดเลย พี่คุณลองกินดูนะคะ ชอบอะไรก็บอกได้เลย กลับบ้านคราวหน้าลูกแก้วจะเอามาฝาก” พริมาเอาใจเขาเต็มที่ แต่ดูเหมือนหน้าหงิก ๆ ก็ยังคงหงิกอยู่เหมือนเดิม
“ฉันเป็ลูกคนเดียว” นพคุณตอบสั้น ๆ พริมาชะงักเล็กน้อย
“และฉันไม่มีน้องสาว เราไม่ได้เป็พี่น้องกัน” นพคุณไม่ชอบที่พริมาจะมาทำตัวเป็น้องสาวเขา หล่อนไม่มีทางเป็น้องได้ เขาต้องทำให้หล่อนเข้าใจ
พริมามองนิ่ง ใช่...หล่อนถือวิสาสะเรียกเขาว่าพี่อย่างสนิทสนมเพราะไม่อยากให้เขารู้สึกว่าตัวเองเป็คนนอกหรือส่วนเกินแบบที่หล่อนเคยเห็นเขาร้องไห้กับรูปแม่ของเขาเมื่อปีก่อน หล่อนจึงพยายามทำทุกอย่างให้เขารู้สึกว่ายังมีคนที่รักและเป็ห่วงและยังมีครอบครัวที่คอยอยู่เคียงข้างเขาเสมอ แต่หล่อนอาจจะคิดไปเองคนเดียว เพราะสิ่งเ่าั้เขาอาจจะไม่้า พริมาคิดไม่ออกถ้าเขาไม่ให้หล่อนเรียกว่าพี่แล้วหล่อนจะเรียกเขาว่าอะไร
“ขอโทษค่ะ ดิฉันก็ลืมไป” คราวนี้คนที่ชะงักเป็นพคุณ พอเจอคำพูดแบบนี้แทนที่จะพอใจ เขากลับรู้สึกหงุดหงิดอย่างประหลาด
“ถ้าดิฉันทำอะไรให้คุณนพคุณไม่พอใจก็ขออภัยด้วยนะคะ” สาวน้อยยกมือไหว้เขา แล้วเดินเลี่ยงเข้าบ้านไป
“พั่บ ๆๆๆ” เสียงแฝดคนละฝาของนพคุณตีปีก เขาหันไปมองไอ้ไก่ตัวแสบมันก็มองตอบเขาอยู่เพียงแต่ว่ามันโจมตีเขาไม่ได้เพราะขาติดโซ่เล็ก ๆ ที่พริมาปักไว้บนดินกันเ้าตัวแสบหนีหายไปไกล
“สมน้ำหน้า!” นพคุณพูดช้า ๆ ให้มันได้ยินด้วยและอ่านปากเขาด้วย เขาเห็นมันนิ่งเหมือนมันตั้งใจฟังด้วยและอ่านปากเขาด้วยจริง ๆ ...ขนลุกชะมัด!
่เย็นพวกเขากินข้าวด้วยกันตามปกติ แต่พริมาไม่พูดอะไรเลยสักคำ...ผิดปกติ เพราะปกตินั้นหล่อนจะชวนทุกคนคุยตลอด แต่วันนี้นั่งเงียบ
“ลูกแก้วไม่สบายรึเปล่าลูก” คุณนพรักษ์ถามลูกเลี้ยง สาวน้อยเพียงส่ายหน้าน้อย ๆ เท่านั้น แต่ไม่ได้พูดอะไรต่อ
ตกดึกสาวน้อยนอนไม่หลับ คืนนี้หล่อนไม่ได้ลงไปที่เล้าไก่เหมือนเช่นเคย แต่พริมาเดินไปนั่งเล่นหน้าบ้าน ซุ้มไม้หน้าบ้านที่หล่อนปลูกต้นเล็บมือนางไว้ ตอนนี้มันออกดอกชูช่อสวยงามส่งกลิ่นหอมไปทั่ว พริมาชอบมานั่งเล่นแถวนี้ในตอนกลางคืน เพราะมันมีกลิ่นหอมชื่นใจ อากาศคืนนี้เย็นสบายได้กลิ่นดอกไม้ลอยคละคลุ้งแบบนี้ยิ่งสบายใจใหญ่ หล่อนคิดไม่ตกว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี
“ทำอะไรก็ไม่พอใจสักอย่าง ลูกแก้วจนปัญญาแล้วนะ” พริมาเด็ดดอกไม้มาช่อหนึ่ง ปกติหล่อนไม่ชอบเด็ดดอกไม้ แต่วันนี้เว้นหนึ่งวันแล้วกัน สาวน้อยเอาดอกเล็บมือนางมาต่อกันยาวจนคล้องได้เป็มงกุฎ...มงกุฎดอกไม้ของหล่อนน่ารัก
“หาอะไรทำจะได้ไม่ฟุ้งซ่าน เดี๋ยวเอาไปคล้องให้นพคุณด้วยดีกว่า” พอพูดชื่อนี้หล่อนก็กลับมาจิตตกอีกครั้ง สาวน้อยเผลอทำปากยื่นอย่างลืมตัว
“เอาล่ะ! ลูกแก้วจะอดทน อยากว่าอะไรก็ว่าไป ดูสิใครจะทนกว่ากัน” สาวน้อยเอามงกุฎคล้องลงบนหัวตัวเอง กลิ่นหอมอ่อน ๆ ให้ความรู้สึกสบายใจได้อย่างประหลาด
“เอาไปคล้องคอนพคุณด้วยดีกว่า นพคุณก็คือนพคุณชื่อนี้ไม่ได้มีลิขสิทธิ์ซะหน่อย จะตั้งให้ใครยังไงก็ได้ ตั้งให้คนก็ได้ ตั้งให้ไก่ก็ได้” พริมาเดินอ้อมจากตรงนี้ไปหลังบ้าน ไก่น้อยของหล่อนยังไม่หลับมันยังเดินอยู่ที่เดิม
“ตายแล้วลูกแก้วลืมเอานพคุณเข้าเล้า ยืนอยู่ตรงนี้เมื่อยไหมจ๊ะ?” พริมาเข้าไปอุ้มไก่แล้วไปนั่งเล่นที่แคร่ข้าง ๆ เล้าของมัน หล่อนเอาดอกไม้ไปคล้องคอเ้าไก่มันดูน่ารัก แต่ดูเหมือนนพคุณของหล่อนจะไม่ค่อยชอบสร้อยคอนัก มันพยายามจะก้มลงมาจิกแต่จิกไม่ถึงท่าทางจึงดูประหลาด พริมาหัวเราะเสียงใส หล่อนไม่รู้เลยว่าเสียงหัวเราะของหล่อนดังขึ้นไปถึงข้างบน...ดังไปถึงห้องของใครบางคน
“เสียดายวันนี้ปลาทูไม่มา นพคุณคิดถึงปลาทูเหมือนลูกแก้วใช่ไหม? เดี๋ยวพรุ่งนี้โรงเรียนเปิด...พรุ่งนี้ก็เจอกันแล้ว ” นั่งอยู่เกือบชั่วโมงสาวน้อยจึงเอาไก่เข้าเล้า แล้วหล่อนก็ขึ้นบ้านไปนอน ระหว่างทางขึ้นบันไดหล่อนเห็นนพคุณกำลังเดินลงมา ทั้งสองคนชะงักเล็กน้อย พริมาชะลอให้เขาลงมาก่อน เพราะไม่อยากสวนกับเขาตรงบันได
นพคุณกำลังอ่านหนังสือ แต่คืนนี้เขาไม่ค่อยมีสมาธินัก เพราะเื่เมื่อตอนเย็น พอเขาบอกว่าหล่อนไม่ใช่น้องสาวเขา...แต่สรรพนามที่หล่อนเปลี่ยนมาเรียกเขานั้น ทำไมมันช่างน่าหงุดหงิดนักแถมตอนหัวค่ำหล่อนไม่มองหน้าเขาเลยด้วยซ้ำ หล่อนจะมาโกรธเขาได้อย่างไร ก็เขาพูดความจริง...อย่างพริมาไม่มีทางจะมาเป็น้องสาวของเขาได้ ความรู้สึกของเขามันบอก ทำไมหล่อนถึงอยากจะมาเป็คนในครอบครัวของเขานัก...ทำไมถึงอยากจะมาเป็น้องสาว ระหว่างที่เขานั่งคิดเื่ของพริมา เสียงหัวเราะของหล่อนก็ดังเข้ามา...นี่หล่อนหัวเราะเยาะเขาหรือ? ขนาดในความคิดเด็กนั่นยังจะตามมาหลอกหลอนเขาอีกหรือ? ไม่ใช่นี่นา...หล่อนอยู่ข้างล่าง อยู่ที่นั่น...ที่หล่อนชอบไปนั่งเล่นอยู่เป็ประจำ
“หิวน้ำจัง” นพคุณพึมพำเบา ๆ เหมือนเขาบอกเหตุผลกับตัวเอง
“หิวน้ำก็ต้องไปกินน้ำ ร่างกายขาดน้ำไม่ดี” นพคุณปิดหนังสือคืนนี้เขาต้องเข้านอนเร็วกว่าปกติหน่อย เพราะพรุ่งนี้โรงเรียนเปิดแล้ว ไม่รู้ว่าจะเจอเื่วุ่นวายอะไรบ้าง ระหว่างที่เขาจะลงไปข้างล่าง พริมาก็กลับเข้าบ้านมาพอดี หล่อนอาบน้ำเรียบร้อยแล้วใส่ชุดนอนกระโปรงยาวสีชมพูลายดอกไม้ปล่อยผมสยาย แต่ที่ทำให้หล่อนดูน่ามองคือดอกไม้ที่อยู่บนหัวนั่น...เหมือนนางฟ้าตัวน้อย ๆ นพคุณยืนมองลงไปจากตรงบันได เขาเห็นหล่อนหลบทางออกไปเหมือนรอให้เขาลงไปก่อน เด็กหนุ่มเดินลงบันไดไปกำลังจะถึงตัวหล่อนอยู่แล้ว จู่ ๆ ดอกไม้แสนสวยก็หลุดหล่นจากหัวหล่อนตกลงไปที่พื้น
“อุ๊ย!” พริมาก้มลงจะหยิบแต่นพคุณไวกว่า เขาหยิบดอกไม้มาต่อแล้วทำท่าเหมือนจะใส่ให้แต่ชะงักไปเล็กน้อยเหมือนนึกอะไรได้
“เอ้า!” นพคุณเอามงกุฎดอกไม้ของพริมารวบเป็ก้อนแล้ววางลงบนหัวของหล่อน เขาเหมือนจะขำแต่ก็ปรับสีหน้าได้อย่างรวดเร็ว พริมายืนอ้าปากค้างโดยมีกองดอกไม้วางอยู่บนหัว หล่อนมองตามนพคุณที่เดินผ่านเข้าไปในครัว...สาวน้อยหยิบกองดอกไม้บนหัวมาใส่ใหม่เป็มงกุฎตามเดิมพร้อมทำปากยื่นอย่างลืมตัวแบบที่หล่อนชอบทำ แต่เพราะคนวางดอกไม้บนหัวเ้าหล่อนไม่ได้อยู่รอดูผลงาน... เขาจึงไม่เห็นว่าสาวน้อยที่สวมมงกุฎดอกไม้อยู่ตอนนี้แก้มแดงเป็ลูกตำลึงขนาดไหน