“ศิษย์เย่เสวียน ขอให้เ้านิกายโปรดรับเข้านิกาย” เย่เสวียนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงใจ ขณะที่แววตาลุกโชนเป็ไฟ
หลินเฟิงเหลือบมองเย่เสวียนเบา ๆ แต่เขาไม่ได้เอ่ยถ้อยคำใด ทว่ามุมปากของเขาพลันยกโค้งยากที่จะเข้าใจ บางครั้งเขาก็เหลือบมองไปยังจี้กระบี่ที่ห้อยอยู่ที่คอโดยไม่รู้ว่าเขากำลังคิดสิ่งใด
ทันใดนั้น
ดวงจิตสตรีที่สถิตอยู่ภายในจี้กระบี่ ใจของนางพลันเต้นแรง เปลือกตาก็เบิกขึ้น "แย่แล้ว เขาพบข้าแล้วหรือไม่"
นางใมาก
ต้องรู้ก่อนว่าจี้รูปกระบี่นี้ไม่ใช่วัตถุธรรมดา แต่เป็สมบัติพิภพ ไม่เพียงแต่ช่วยหล่อเลี้ยงดวงจิตศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่สมบูรณ์ แต่ยังปิดกั้นการตรวจสอบจากจิตััทั้งหมด ขณะที่นางกำลังจะตายในชาติก่อนนางได้หลงเหลือเศษเสี้ยวิญญา ไม่ว่าจะมีพลังเพียงใดก็ไม่อาจค้นพบ
แต่ทว่าเ้านิกายหนุ่มแห่งนิกายเทพกระบี่ที่อยู่เบื้องหน้าผู้นี้น่ากลัวเกินไป เขาสามารถเพิกเฉยต่อพลังของสมบัติพิภพ และใช้พลังมหาเทพััถึงการดำรงอยู่ของนาง
จะไม่ร้ายกาจเกินไปหน่อยรึ?
นับแต่นี้เป็ต้นไป เ้านิกายหนุ่มแห่งนิกายเทพกระบี่ได้กลายมาเป็บุคคลผู้ลึกลับและทรงพลัง ภายในจิตใจนาง
ถ้าหากหลินเฟิงรู้ว่านางกำลังคิดอะไรอยู่ในตอนนี้ เขาคงจะหยุดหัวเราะไม่ได้อย่างแน่นอน
พลังมหาเทพอะไรกัน ก็แค่อ่านนิยายมาเยอะ ไม่ใช่เื่แปลกที่จะได้เห็นพล็อตเื่แนวนี้ ก็แค่เดาเอาเท่านั้น
เด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ล้มลุกคลุกคลานทันทีที่ปรากฏตัว ประสบกับความพ่ายแพ้ โดนข่มเหงและถูกตามล่า ในเวลานั้นจะมีผู้เฒ่าลึกลับปรากฏตัวช่วยประคองให้เขาลุกขึ้น คอยชี้แนะให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง
สถานการณ์ของเย่เสวียนก็เป็ตัวอย่างที่เห็นได้ทั่วไปไม่ใช่หรือไง?
หลินเฟิงสามารถมองผ่านเหตุการณ์นี้ได้อย่างรวดเร็ว
สตรีที่อยู่ภายในจี้ อย่างมากก็ต้องมีความเกี่ยวพัน นางจะยอมปรากฏตัวออกมาหรือไม่?
ขณะนั้นหลินเฟิงได้เอามือไขว้หลังเสมือนว่าไม่ได้ตั้งใจ แล้วทันใดนั้นแสงสีทองจำนวนมากก็พุ่งออกมาจากดวงตาเขา ราวกับอาวุธวิเศษสองชิ้นมุ่งเป้าไปยังจี้รูปกระบี่โดยตรง
ในเวลาเดียวกัน จู่ ๆ แรงกดดันมหาศาลก็ปลดปล่อยออกมาจากเขา พุ่งไปทางจี้กระบี่ราวกับพายุกระหน่ำ
ไม่ผิด นี่คือคุกคามหายนะที่ระบบมอบให้ด้วยความตั้งใจของมันเอง!
เฉียบคมทรงอำนาจหาใดเปรียบ!
ในเวลานี้หลินเฟิงพลันะโขึ้นว่า: "กลอุบายเล็กน้อยคิดจะหลบหนีจากสายตาของเ้านิกายผู้นี้ ในเมื่อไม่ยอมปรากฏตัว จะให้รอถึงเมื่อไหร่"
“บัดซบ! ถูกพบแล้วจริงๆ!”
ใบหน้าที่งดงามของสตรีภายในจี้เปลี่ยนไปอย่างมาก ในตอนนี้นางรู้สึกได้ถึงวิกฤตที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
สำหรับคนภายนอก มันอาจจะดูเหมือนไม่มีอะไรมาก แต่สำหรับนาง เสียงะโนั้นดูราวกับฟ้าผ่า
ผู้ที่ตกเป็เป้าหมายหลังจากใช้คุกคามหายนะ ก็เหมือนกับถูกคุกคามไล่ต้อนหาได้รู้สึกดีไม่ ?
หากนางยังอยู่ที่จุดสูงสุด นางอาจพอที่จะต่อกรกับบุคคลผู้นี้ได้
แต่ตอนนี้ความแข็งแกร่งของนางได้ถูกทำลายลงโดยสมบูรณ์ มีเพียงดวงจิตที่เหลืออยู่ แล้วนางจะต้านทานจิตคุกคามที่เฉียบคมและทรงพลังเช่นนี้ได้อย่างไร?
ยามนี้ใบหน้าที่งดงามของนางได้ปรากฏร่องรอยของความเศร้า
แกร๊ก แกร๊ก...
ในไม่ช้าก็เกิดเสียงแตกดังขึ้นจากจี้กระบี่ พร้อมกับแสงสีทองที่ส่องประกาย ทันใดนั้นิญญาของสตรีก็ได้ปรากฏขึ้นต่อหน้าหลินเฟิง
ใบหน้าของสตรีผู้นี้งดงาม มีรูปร่างอันไร้ที่ติ ผ้าคลุมสีครามพริ้วไหวโดยปราศจากลม สีหน้าของนางเย่อหยิ่ง และดวงตาของนางเผยให้เห็นถึงความเย้ยหยันที่มีต่อโลก
งดงามตระการตา!
ทว่าตอนนี้ร่างของนางเป็เหมือนภาพเบลอ แต่ถูกห้อมล้อมด้วยแสงสีทองจาง ๆ ม้วนวน เสมือนดวงดาวที่สุกสกาวบนท้องฟ้าในยามค่ำคืนอันเป็นิจนิรันดร์
แม้ว่านางจะเป็เพียงเศษเสี้ยวของดวงจิตที่เหลืออยู่ในขณะนี้ แต่กลิ่นอายที่เล็ดลอดออกมาจากร่างกายของนางก็เพียงพอที่จะพิสูจน์ว่านางได้บรรลุความสำเร็จในชีวิตก่อน
นี่คือลักษณะของยอดฝีมือระดับเซียนผู้ทรงพลัง!
นางสวมชุดกระโปรงยาวสีขาวเรียบ มีสายรัดสีขาวที่ดูมีขนาดพันรอบเอว ซึ่งทำให้รูปร่างของนางปรากฏส่วนเว้าและนูนเด่นชัด ผิวพรรณสีขาวนี้เข้ากับอารมณ์บุคลิกของนางอย่างสมบูรณ์แบบราวกับผุดจากโคลนพ้นน้ำไม่อาจแปดเปื้อน (เปรียบเสมือนดอกบัวที่ผุดจากโคลนโดยที่ไม่เปื้อน)
นางลอยอยู่บนอากาศ ชุดสีขาวของนางพลิ้วไหวเล็กน้อย ราวกับเทพธิดาจาก์ชั้นเก้าที่จุติลงมายังโลก ทำให้ผู้คนรู้สึกเคารพยำเกรง ซึ่งทำได้เพียงมองจากระยะไกล ไม่อาจเข้าใกล้
"อะไรกันเนี่ย"
หลินเฟิงถึงกับขยี้ตาโดยไม่รู้ตัว 'ปกติมันควรจะเป็ตาแก่หนวดขาวสิ?'
'แล้วทำไมถึงกลายเป็สาวสวยไปได้'
เขาดูตะลึงเล็กน้อย
นี่ไม่นับเป็การเปิดโลกทัศน์ใหม่ ?
อย่างไรก็ตาม นี่ถือเป็เื่ที่น่าสนใจ
ตัวละครเอกไม่จำเป็ต้องรายล้อมไปด้วยผู้เฒ่าหนวดขาวเสมอไป บางทีการมีิญญาสาวที่มีความงดงามที่ไม่มีใครเทียบได้บ้างก็ดี
กระทั่งเย่เสวียนก็ตกตะลึงเมื่อได้เห็นสตรีผู้นี้
เห็นได้ชัดว่าเขาไม่เคยเห็นรูปลักษณ์ที่แท้จริงของผู้าุโในจี้กระบี่
นี่มันไม่น่าเหลือเชื่อเกินไปหน่อยรึ?
“ข้ามีนามว่า ซวนหยวนชิงเทียน”
“ครั้นอายุหกปี ข้าก็ได้ฝึกฝนกระบี่ เมื่ออายุสิบหก ก็ประสบความสำเร็จอย่างมากในฐานะผู้ใช้กระบี่ บรรดาคนรุ่นเยาว์ไม่ว่าจะเป็สำนักใหญ่หรือเล็กในทวีปฉางหลางข้าก็ไม่เคยพ่ายแพ้”
“อายุยี่สิบเอ็ด ก็ไร้ซึ่งคู่ต่อสู้บนทวีปฉางหลาง”
“อายุยี่สิบห้า ข้าได้ใช้กระบี่ตัดจิตมาร นับั้แ่นั้นมาก็ประสบความสำเร็จในวิถีกระบี่แห่งการเข่นฆ่าจนได้รับสมญานามว่ามารกระบี่”
“ครั้นอายุได้สามสิบห้า ก็บรรลุขั้นเทวะชน”
"ข้าคิดว่าตอนนั้นข้ากลายเป็ผู้ไร้เทียมทานในจักรวาล แต่ก็เกิดสิ่งที่ไม่คาดคิด ทำให้ข้าร่วงลงมายังขั้นเซียนพิภพ"
“ั้แ่นั้นมาข้าก็ติดอยู่ภายในจี้กระบี่ถูกขังอยู่ในหอคอยศักดิ์สิทธิ์เฉียนคุนเป็เวลาสามพันปี แม้ข้าจะทุ่มสุดกำลังแต่ก็มิอาจออกไปได้แม้เพียงครึ่งก้าว เหลือเพียงเศษเสี้ยวิญญา "
สตรีที่มีนามซวนหยวนชิงเทียนได้เปิดเผยที่มาของนาง ขณะที่เล่าแววตาที่เ็าของนางก็แสดงความภาคภูมิใจ
แม้ว่านางจะตระหนักถึงจิตคุกคามอันน่าสะพรึงกลัวของหลินเฟิงได้อย่างแจ่มชัด แต่นางก็มิได้อ่อนน้อมถ่อมตนหรือแสดงความโอหัง ทั้งยังปราศจากร่องรอยแห่งความขลาดกลัว
แทนที่จะถูกบังคับให้ยอมจำนน ย่อมเป็การดีกว่าหากเป็ฝ่ายริเริ่มเอ่ยปาก อย่างน้อยก็ไม่ต้องเสียศักดิ์ศรี
"อะไรนะ ไร้ซึ่งศัตรูในทวีปเซินโจว ตัวตนเทวะชน?" เวลานี้หลินเฟิงรู้สึกเกิดความกังวลเล็กน้อย พูดให้ถูกคือเขาใมาก
เทวะชนคือสิ่งใด?
นั่นคือสุดยอดพลังอำนาจที่เหนือกว่า์กำเนิด และทั้งหมดในทวีปเซินโจวก็ปราศจากซึ่งเทวะชน
ในแง่ของการฝึกตน ขอบเขตการฝึกตนของอาณาจักรเหยียนหวงถูกแบ่งเป็สี่ขอบเขตเท่านั้น หลังจากที่บรรลุก้าวข้ามขอบเขตทั้งสี่นี้แล้ว ก็จะก้าวไปสู่ขั้น์กำเนิด ซึ่งเป็การดำรงอยู่ในตำนาน
บรรดาผู้ที่ไปถึงขั้น์กำเนิดได้นับเป็เทพเซียนอย่างแท้จริง และสามารถเรียกลมเรียกฝนได้อย่างง่ายดาย
ซวนหยวนชิงเทียนผู้นี้ก็สามารถก้าวข้าม กลายเป็ยอดฝีมือผู้ร้ายกาจ โดยอาศัยวิถีกระบี่ซึ่งฝึกฝนยากที่สุด
บรรลุด้วยกระบี่!
ปัจจุบันเขาเป็ผู้ฝึกตนระดับ 8 ขั้นผันแปร ขอบเขตทั้งสองห่างกันมากกว่า 108,000 ลี้?
'ชิ~ ดูเหมือนว่าซวนหยวนชิงเทียนจะเป็ผู้ปกครองโลกนี้เมื่อสามพันปีที่แล้ว!' หลินเฟิงอุทานภายในใจ
ในเวลาเดียวกัน ความปรารถนาที่จะพิชิตเอาชนะซวนหยวนชิงเทียนก็เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
ลองคิดดูว่าหากความแข็งแกร่งของซวนหยวนชิงเทียนกลับมาถึงจุดสูงสุดอีกครั้ง และเมื่อนางเข้าร่วมกับนิกายเทพกระบี่ นางจะไม่สามารถกวาดไปทั้งทวีปเซินโจวหรอกรึ?
“ติ๊ง! ระบบพบว่าศิษย์ทายาท์และิญญาเทพธิดาที่หลงเหลืออยู่ได้ปรากฏต่อหน้าเ้านาย ระบบรู้สึกยินดีเป็อย่างยิ่ง จึงขอมอบแพ็กเกจของขวัญสุดพิเศษให้เ้านาย”
“ติ๊ง! ขอแสดงความยินดี ท่านได้รับเคล็ดกระบี่ขั้นเทวะลำดับที่สิบแปด [กระบี่เก้าประสาน] !”
“ติ๊ง! ขอแสดงความยินดี ท่านได้รับสมบัติขั้นเทวะ ชิ้นส่วนหยกหายนะ!”
“ติ๊ง! ขอแสดงความยินดี ท่านได้รับดอกบัวศักดิ์สิทธิ์เก้าหยินหยาง!”
“ติ๊ง! ขอแสดงความยินดี ท่านได้รับศาสตราะ กระบี่ศักดิ์สิทธิ์ซวนหยวน!”
“ติ๊ง! ขอแสดงความยินดี ท่านได้รับยอดเขาฝึกฝนและสถานที่พักผู้าุโ!”
“ติ๊ง! ขอแสดงความยินดี ท่านได้รับร้อยเคล็ดฝึกตนและเคล็ดวิชาต่อสู้!”