ตอนที่ 1 ถอดรองเท้าให้ข้า (2)
เขาจับเสาหินข้างสะพานแล้วยื่นตัวมองลงไปข้างใต้ ‘เ้าหนูนั่นจะเป็เหมือนตุ๊กแกซ่อนอยู่ตรงนั้นหรือไม่’ ทว่าสุดท้ายไม่พบอะไร กลับถูกหลินถงกอดสองขาไว้ ข้างหูได้ยินเพียงเสียงแหบแห้งของเด็กรับใช้ะโลั่น “นายท่านอย่านะขอรับ ท่านอย่าล้อเล่นอีกเลย อาจพลัดตกลงไปได้ โปรดสงสารบ่าวด้วยเถิด”
หลังแน่ใจว่าด้านล่างไม่มีคน จิ้งเยี่ยก็ยืดตัวขึ้นยืนอย่างมั่นคง เตะหลินถงที่ร้องไห้กระซิกออกไปและพูดเสียงเ็า “หุบปาก! เ้าร้องไห้จนข้าปวดหัวแล้ว หากยังร้องอีกก็ไสหัวไปทำงานเบ็ดเตล็ดซะ”
พอได้ยินว่า ‘เบ็ดเตล็ด’ สองคำนี้ หลินถงก็เงียบเสียงทันที ทว่ายังหยุดสะอึกสะอื้นไม่ได้ จึงเอามือปิดปากไว้ไม่ให้มีเสียงเล็ดลอดออกมาจนไหล่สั่น งานเบ็ดเตล็ดเป็หน้าที่ลำบากอย่างยิ่งในจวนอ๋อง กระทั่งไม่ได้เห็นหน้าเ้านาย เขาติดตามท่านอ๋องมาหลายปี มิอาจทนห่างหายไปจากนายท่านได้
หลินถงเมื่อสงบสติอารมณ์ได้บ้างแล้วก็เดินตามจิ้งเยี่ยลงสะพาน ก่อนเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง “นายท่าน เมื่อครู่ท่านไม่ได้รับาเ็ใช่หรือไม่ขอรับ”
“เ้าไม่มีตามองหรือ” จิ้งเยี่ยยกยิ้มมุมปาก ภาพที่อ้านจิ่วก้มหน้าหลุบตาซ่อนภายใต้ผ้าโปร่งสีดำแวบขึ้นมาในหัว จะใช่เขาหรือไม่ยังมิอาจยืนยัน ต่อไปต้องคิดหาลูกไม้มากกว่านี้มาหยั่งเชิงดูเสียแล้ว
“ใช่ขอรับ เป็บ่าวตาบอดแล้ว เห็นนายท่านร่างกายแข็งแรงกลับยังถามให้วุ่นวาย เพียงแต่เมื่อครู่ไม่รู้เป็องครักษ์เงาหรือองครักษ์ลับคนใด การกระทำช่างหยาบคายนัก บ่าวกลัวเขาจะทำนายท่านาเ็” หลินถงพูดแล้วก็อดตัวสั่นไม่ได้ ทั้งองครักษ์เงาและองครักษ์ลับเหล่านี้มักปรากฏตัวอย่างลึกลับมิอาจคาดเดา หากพูดจาว่าร้ายพวกเขา ไม่แน่อาจถูกเอาคืน ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่ในสถานการณ์ปกติ
“หยาบคายหรือ” เขาเอ่ยถามทันที เท้าขวาร้อนผ่าวเล็กน้อย ยามนั้นกำลังมือพอเหมาะ การกระทำไม่นับว่าอ่อนโยน แต่ไม่หยาบคายแน่นอน จิ้งเยี่ยเอามือไพล่หลังขณะสาวเท้าอย่างสบายอารมณ์ ดวงตาดำขลับหรี่มองสภาพแวดล้อมโดยรอบเหมือนไม่ใส่ใจ แม้ไม่รู้สึกถึงลมหายใจแปลกแยก แต่รู้ว่าอ้านจิ่วจะต้องอยู่ข้างกายเขาแน่นอน
“ต่อให้ไม่หยาบคายก็ยังแปลกอยู่ดีขอรับ พวกองครักษ์เงายังดี พวกเขาแค่ไปมาไร้ร่องรอย จะปรากฏตัวในเวลาจำเป็ แต่องครักษ์ลับไม่เหมือนกัน พวกเขาไม่มีวันเปิดเผยใบหน้าจริงให้ใครเห็น” ทุกครั้งที่หลินถงพูดนินทาองครักษ์ลับมักรู้สึกเย็นวาบที่คอ จึงแอบมองไปรอบด้านอย่างระแวดระวัง
จิ้งเยี่ยกวาดสายตามองผ่านเด็กรับใช้ตนแล้วยิ้มมุมปาก “เ้ากล้าขึ้นเรื่อยๆ แล้ว ถึงกับพูดนินทาลับหลังองครักษ์ลับของเสด็จพ่อ องครักษ์ลับในจวนล้วนเป็คนที่เสด็จพ่อคัดเลือกมาเป็อย่างดี วรยุทธ์ยอดเยี่ยม ระวังเถอะวันดีคืนดี พวกเขาจะฉวยโอกาสตอนที่เ้าหลับ...ฮ่าๆๆ!”
“อ๊ากกก! นายท่าน บ่าวผิดไปแล้ว บ่าวไม่กล้าพูดอีกแล้ว อย่าขู่อีกเลยขอรับ” หลินถงพูดอยู่ก็คุกเข่าดังปึกอีกครั้ง เสียงหัวเข่ากระแทกพื้นนั้นชัดเจนยิ่ง
“พอแล้ว ลุกขึ้นเถอะ พวกพี่ชายองครักษ์ลับของเ้ายุ่งอยู่ ไม่มีเวลาว่างมาจัดการเ้าหรอก ฮ่าๆ” จิ้งเยี่ยหัวเราะเสียงดังอย่างสนุกสนาน กวาดเอาอารมณ์ขุ่นมัวในหลายวันนี้ทิ้งไป
หลินถงที่ใกลัวจนจะร้องไห้อยู่รอมร่อ พอได้ยินเสียงหัวเราะลั่นของเ้านายจึงเริ่มผ่อนคลายลง กัดริมฝีปากเพ่งไปยังป่าสองด้านของสะพาน พร้อมพนมมือทั้งสิบนิ้วไหว้ “พี่ชายองครักษ์ลับทั้งหลาย พวกเราล้วนทำงานเพื่อเ้านาย หากล่วงเกินไป โปรดยั้งมือไว้ไมตรี อย่าได้มาเอาคืนข้าเด็ดขาด ข้าไม่ได้พูดอะไรทั้งนั้น”
ลมหนาวระลอกหนึ่งพัดมาจากในป่า หลินถงล้มลุกคลุกคลาน ร้องอ๊ากแล้วรีบไล่ตามเ้านายไป “นายท่าน รอบ่าวด้วยขอรับ”
คล้อยหลังนายบ่าวทั้งสอง ในป่าก็มีเสียงหัวเราะทุ้มต่ำดังลอยมา ใบไม้เหลืองใบหนึ่งปลิวไปทางต้นเสียง ที่ตรงนั้นไร้ซึ่งสรรพเสียงใด ทันทีที่ป่ากลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง บรรยากาศก็เงียบสงัดจนดูวังเวงอยู่หลายส่วน
รอยยิ้มบนใบหน้าจิ้งเยี่ยค่อยๆ เลือนหาย เขาผ่อนฝีเท้าพลางหลุบตาลง เงี่ยหูฟังความเคลื่อนไหวในป่า ไม่นานมุมปากก็ยกยิ้มอีกครั้ง ดวงตาสีหมึกสว่างวาบ ขณะเร่งฝีเท้าเร็วขึ้น
หลินถงหันกลับไปมองสามรอบทุกหนึ่งก้าว ดวงหน้าเล็กเกลี้ยงเกลาเคร่งเครียดขึ้นมา มักรู้สึกว่าจะมีคนกระโจนมาจากด้านหลัง พลันจับตัวเขาไป ตนไม่ควรนินทาผู้อื่นลับหลังเลย เริ่มรู้สึกผิดเสียแล้ว!
หลังท่านอ๋องพาเด็กรับใช้เดินออกจากสวนด้านหลัง คนชุดดำผู้หนึ่งก็ร่วงลงมาจากต้นไม้ข้างสะพาน ยกมือกุมศีรษะร้องขอความเมตตา “พี่เสี่ยวอี ข้าผิดไปแล้ว ครั้งนี้ไว้ชีวิตข้าเถอะ เ้าหนูนั่นตลกเกินไป ข้าเลยทนไม่ไหว”
“หากออกปฏิบัติภารกิจแล้วเ้าหัวเราะเล่า ชีวิตเ้าไม่มีค่า แม้เดือดร้อนถึงพี่น้องก็ไม่สำคัญอะไร แต่หากทำให้เ้านายาเ็ นึกเสียใจภายหลังก็สายเกินไปแล้ว” อ้านอีฟาดแส้ลงหลังคนบนพื้นอย่างแรง อาภรณ์รัดรูปสีดำมีโลหิตแดงเข้มซึมออกมา ผู้ถูกฟาดข่มกลั้นไว้มิส่งเสียงใด
เมื่อแส้ที่สองฟาดลง คนบนพื้นก็เพียงกัดฟันทน หลังจากแส้ที่สิบ อ้านอีจึงเก็บมือ ะโลงจากต้นไม้พร้อมโยนขวดกระเบื้องขาวใบหนึ่งไปไว้ข้างเท้าคนบนพื้น “สืออี ครั้งนี้พอแค่นี้ ต่อไปเ้าต้องจัดการเื่ราวด้วยความระมัดระวัง”
ชายหนุ่มพยักหน้า “รับทราบ ขอบคุณพี่เสี่ยวอี อ้านสืออีจดจำไว้แล้ว ต่อไปไม่กล้าทำผิดอีก”