จางเทียนิได้ยินฉินลู่ถามก็นึกในใจว่าได้โอกาสอวดแล้วเขาทำท่าตื่นเต้นทันที ยืดอกเชิดคาง และพูดอย่างภาคภูมิว่า“ฉันเองก็ไม่ได้มีความสามารถอะไรมากมายหรอกก็แค่เปิดบาร์และมีร้านอาหารอีกสองสามร้าน ซึ่งก็มีการตอบรับที่ค่อนข้างดีกำไรต่อปีก็อยู่ที่ประมาณหลายแสนหยวนได้”
“หลายแสนเลยเหรอ”
พ่อกับแม่ของเฉียนเชี่ยนมองหน้ากันอีกครั้ง สายตาที่มองจางเทียนิก็เปลี่ยนไปอีกนิดหน่อยแล้ว
“เยอะขนาดนั้นเลยเหรอ!”ฉินลู่แกล้งทำท่าใและพูดว่า “นั่นมันเยอะมากเลยนะ ปีๆ นึงได้เป็แสนๆ หยวนคงจะมีบ้านมีรถแล้วสินะ”
จางเทียนิเริ่มสงสัยว่าทำไมฉินลู่ถึงได้พูดเออออตามที่เขาพูดทุกเื่แต่เมื่อได้โอกาสอวดแล้ว จะปล่อยโอกาสหลุดมือไม่ได้ “มีบ้านแล้วหนึ่งหลังตอนนี้กำลังเตรียมซื้อหลังที่สองอยู่น่ะ ส่วนรถก็มีแล้วเหมือนกันแต่ก็ไม่ใช่รถที่ดีอะไรมากมาย แค่รถฟอร์ดธรรมดาราคาสองแสนหยวนเท่านั้นไม่ถือว่าเป็รถหรูอะไร อ้อ แล้วนายขับรถอะไรล่ะ”
ฉินลู่แกล้งทำเป็กระอักกระอ่วนและพูดว่า “ก็แค่รถธรรมดาทั่วไป”
จางเทียนิมองฉินลู่ด้วยสายตาเหยียดหยามจากนั้นก็พูดอย่างเข้าอกเข้าใจว่า “ก็ยังดี มีรถขับก็ถือว่าไม่เลวแล้ว”
“เอ้า...มาๆ เทียนิ นายก็มาลองดื่มเหล้านี้ดู”แม่ของเฉียนเชี่ยนลุกขึ้นยิ้มพลางรินเหล้าใส่จอกให้จางเทียนิ สายตาที่มองจางเทียนิก็เผยให้เห็นความพึงพอใจในตัวเขาอย่างมาก
พ่อของเฉียนเชี่ยนก็ยิ้มให้จางเทียนิด้วย
แม้ว่าทั้งคู่จะมีความรู้สึกที่ดีต่อฉินลู่ แต่ว่าจางเทียนิกลับมีฐานะและความสามารถที่สูงกว่าฉินลู่อย่างเห็นได้ชัดเพราะแบบนั้น จึงทำให้ทั้งคู่ที่ชั่งใจอยู่นาน เริ่มเบนเข็มไปทางจางเทียนิแล้ว
เฉียนเชี่ยนที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วยก็เริ่มร้อนใจจึงดันแขนฉินลู่เบาๆ
จางเทียนิรับเอาจอกเหล้าอย่างเกรงใจ และมองฉินลู่ด้วยสายตาเยาะเย้ยเขาชิมเหล้าเล็กน้อย จากนั้นก็ทำตาเป็ประกายทันที “เหล้านี้ เป็เหล้าดีจริงๆนายมาเป็บาร์เทนเดอร์ที่บาร์ฉันเถอะ มาทำงานให้ฉัน ฉันไม่มีทางเอาเปรียบนายแน่”
จางเทียนิพูดพลางยื่นมือออกมา และพูดอย่างมั่นหน้าว่า “เอางี้ฉันจ่ายให้นายเดือนละ 8,000 หยวนเลยโอเคไหมน่าจะมากกว่าเงินเดือนปัจจุบันหลายเท่าเลยสินะ”
ฉินลู่แอบขำในใจ เมื่อได้ััมิติใหม่ของไอคิวและความไม่รู้จักพอของจางเทียนิ
เหล้ายาดองของฉินลู่ หากนำไปประมูล ราคาประมูลจะต้องพุ่งไปถึงเลขหกหลักแน่นอน
แต่จะให้เงินเดือนฉินลู่แค่เดือนละ 8,000หยวนนี่นะ
คิดอะไรของเขาอยู่
ฉินลู่หัวเราะพลางโบกมือไปมา “ไม่ดีกว่าฉันทำงานที่บริษัทก็สบายตัวดีอยู่แล้ว ไม่อยากเปลี่ยนงานอีก”
“เฮ้อ!” จางเทียนิพูดเสียงดัง“คนหนุ่มอย่างเราก็ต้องกระตือรือร้นหน่อย ถ้าี้เีตัวเป็ขนอย่างนายจะไปก้าวหน้าได้ยังไง เป็คนก็ต้องขยันทำมาหากิน โดยเฉพาะผู้ชายถ้าไม่ขยันแล้วจะหาเลี้ยงครอบครัวได้ยังไง คุณลุงคุณป้าคิดเหมือนกันใช่ไหมครับ”
“ใช่ๆ”
พ่อกับแม่ของเฉียนเชี่ยนต่างพยักหน้า สายตาที่มองจางเทียนิก็ยิ่งพอใจเข้าไปใหญ่
จางเทียนิเองก็พอใจมาก เขาเชิดหน้ามองฉินลู่ซึ่งเห็นได้ชัดว่า้าจะสื่ออะไร
ผู้ชนะคือฉัน ไอ้คนขี้แพ้อย่างนายรีบไสหัวไปไกลๆ
ทันใดนั้น จางเทียนิก็แอบเห็นกุญแจรถที่ห้อยเอวฉินลู่อยู่ พอมองชัดๆว่าเป็ยี่ห้ออะไร เขาก็ถึงกับอึ้ง และรีบดึงสติกลับมา จากนั้นก็พูดยิ้มๆ ว่า“นี่นาย พกกุญแจปลอมของรถลัมโบร์กีนีมาทำไม คิดว่าจะหลอกคนอื่นได้เหรอ”
“กุญแจปลอม?” ฉินลู่นิ่งอึ้งก่อนหยิบกุญแจรถลัมโบร์กีนีจากเอวมาวางบนโต๊ะ และพูดว่า“นายหมายถึงกุญแจรถลัมโบร์กีนีอันนี้เหรอ”
“ใช่ไง” จางเทียนิพูดเย้ย“ดูเหมือนว่านายจะยังพอมีความกระตือรือร้นในด้านความก้าวหน้าของอาชีพอยู่บ้างเพราะอย่างน้อยนายก็รู้จักวิธีแสร้งให้ตัวเองดูมีหน้ามีตาฉันว่านายมาทำงานกับฉันเถอะไม่แน่ว่าในอนาคตอาจได้มีกุญแจรถลัมโบร์กีนีของจริงก็ได้”
ฉินลู่หลุดขำออกมาและพูดว่า “นี่ก็คือกุญแจรถลัมโบร์กีนีของจริงนะ”
“ของจริงเหรอ กร๊ากๆๆ ” จางเทียนิหัวเราะราวกับว่าเพิ่งได้ฟังเื่ที่ตลกที่สุดในโลกมา“นายรู้ไหมว่ารถลัมโบร์กีนีราคาเท่าไร ต่อให้เอาตัวนายไปขายมันก็ยังไม่พอซื้อรถคันนี้ได้เลย ยังจะมาบอกว่าเป็ของจริงอีกเหรอ คนเราน่ะถึงไม่มีกำลังก็ยังพอเข้าใจได้ แต่ไม่มีกำลังแล้วยังจะมาเสแสร้งทำเป็รวยอันนี้ฉันไม่สามารถเข้าใจได้เลยจริงๆ ”
แม่ของเฉียนเชี่ยนเริ่มพูดเข้าข้างจางเทียนิอย่างเห็นได้ชัด“ก็ถูกนะ ฉินลู่ นายพกกุญแจปลอมมาแบบนี้ มันเป็เื่ที่น่าอายไม่น้อยแน่นอนว่าเราคนสนิทจะไม่คิดมากเื่นี้ แต่ถ้าออกไปเจอคนนอกจะขายหน้าขนาดไหนคนหนุ่มก็ต้องใช้ชีวิตอยู่บนความเป็จริงสิ”
เฉียนเชี่ยนตอนนี้เริ่มเหงื่อแตกพลั่ก
เพราะเธอเห็นว่าพ่อกับแม่ของตัวเองเข้าข้างจางเทียนิไปแล้ว
ฉินลู่เริ่มอึดอัด จึงคว้ากุญแจรถแล้วเดินไปที่ระเบียงห้องรับแขกก่อนพูดว่า “จะเป็กุญแจรถลัมโบร์กีนีของจริงหรือเปล่า มาลองดูก็รู้แล้ว”
ทุกคนต่างมองหน้ากันอย่างสงสัย จากนั้นก็เดินตามฉินลู่ไปที่ระเบียงก็เห็นว่ามีรถสปอร์ตลัมโบร์กีนีที่หรูหราจอดอยู่ตรงลานจอดรถที่ใต้ระเบียงนั้น
“รถคันนี้เป็ของนายเหรอ” จางเทียนิตะลึงจนไม่อยากจะเชื่อว่านี่เป็เื่จริง
พ่อกับแม่ของเฉียนเชี่ยน รวมถึงตัวเฉียนเชี่ยนเองก็ต่างอึ้งกันไปหมด
ฉินลู่ไม่ได้อธิบายอะไรแต่เขาเปิดหน้าต่างและยื่นกุญแจรถลัมโบร์กีนีออกไปนอกหน้าต่าง ก่อนกดเบาๆ
“ติ๊ดๆ!”
ไฟหน้าของรถลัมโบร์กีนีที่จอดอยู่ในลานจอดรถกะพริบสองที
“เป็รถลัมโบร์กีนีจริงๆ เหรอเนี่ย!”
จางเทียนินิ่งเอ๋อไปนานหลาย 10 วิ จากนั้นก็เริ่มรู้สึกอายจนหน้าแดง อยากหายตัวไปจากตรงนี้ทันที
จู่ๆ ก็รู้สึกว่าตัวเองเป็ตัวตลกและทำเื่อับอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนสายตาที่มองฉินลู่ก็เต็มไปด้วยความเกลียดแค้นและคิดว่าทั้งหมดนี้เป็แผนของฉินลู่ที่ตั้งใจจะแกล้งตัวเอง
แต่พ่อกับแม่ของเฉียนเชี่ยนต่างกับจางเทียนิสุดขั้วพวกท่านมองฉินลู่ั้แ่หัวจรดเท้าด้วยสายตาเปล่งประกายราวกับว่าเพิ่งได้รู้จักกับฉินลู่ใหม่อีกครั้ง
ส่วนเฉียนเชี่ยนก็ยังนิ่งอึ้งอยู่ เพราะเธอรู้จักฉินลู่ที่สุดรู้ว่าฉินลู่ไม่มีแม้กระทั่งรถดีๆ สักคันและยิ่งไม่ต้องพูดถึงรถสปอร์ตลัมโบร์กีนีคันนี้เลย
นายไปเช่ารถสปอร์ตคันนี้มาใช่ไหม
นี่คือความคิดเดียวในหัวของเฉียนเชี่ยนตอนนี้
แม่ของเฉียนเชี่ยนมองจางเทียนิที มองฉินลู่ทีแล้วแอบถามราคาขึ้นมาว่า “เสี่ยวลู่ ระ...รถลัมโบร์กีนีคันนี้คงจะแพงมากเลยใช่ไหม”
เฉียนเชี่ยนไม่รอให้ฉินลู่ได้พูด เธอะโออกมาตอบแทนว่า“นี่คือรถที่มีชื่อเสียงระดับโลก คันละตั้ง 2,000,000 กว่าแน่ะ!”
“2,000,000 กว่าเลยเหรอ”
“ซู้ด...”
พ่อกับแม่ของเฉียนเชี่ยนซี้ดปากอีกหนึ่งทีแล้วมองไปที่ฉินลู่อย่างอึ้งทึ่ง
“สะ...เสี่ยวลู่ นายทำงานในบริษัทออนไลน์อะไรสักอย่างไม่ใช่เหรอทำไมมีเงินซื้อรถแพงขนาดนี้ได้ล่ะ” พ่อของเฉียนเชี่ยนถามอย่างลังเล
เฉียนเชี่ยนดึงแขนฉินลู่ไว้ และพูดโอ้อวดอย่างภูมิใจว่า“หนูจะบอกให้นะ ฉินลู่เป็หัวหน้าแผนกในบริษัท เทนเซนต์ (Tencent) ไม่ได้เป็พนักงานทั่วไป และเขาก็ถือหุ้นบริษัทด้วยนะคะ”
“เป็แบบนี้เองสินะ!”
พ่อแม่ของเฉียนเชี่ยนมองหน้ากันอีกครั้งจากนั้นก็พาฉินลู่กลับไปนั่งที่โต๊ะอาหารอย่างต้อนรับขับสู้ ทิ้งให้จางเทียนิยืนเอ๋ออยู่คนเดียว...
สีหน้าของจางเทียนิสลับเปลี่ยนไปมาเหมือนกิ้งก่าเปลี่ยนสีสุดท้ายก็ทำหน้ามุ่ยเดินไปที่หน้าประตู และพูดกับทั้ง 4 คนที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะอาหารว่า “ผมมีธุระนิดหน่อยขอตัวก่อนนะครับ”
เฉียนเชี่ยนกับฉินลู่ไม่สนใจเขาเลยสักนิดมีเพียงพ่อของเฉียนเชี่ยนที่โบกมือให้กับเขาและพูดว่า “ขับรถกลับดีๆ ล่ะ...”
จางเทียนิทำหน้ามุ่ยหนักกว่าเดิม
เขาไม่มีหน้าจะอยู่ที่นี่ต่อแล้ว เขาสวมเสื้อคลุมเปิดประตูแล้วเดินจากไปโดยไม่หันหลังกลับมาอีกเลย