ถึงแม้มอร์แกนจะยุ่งอยู่กับการสะสางงาน แต่เขาไม่ได้บังคับให้ปณยาอยู่แต่ที่คฤหาสน์ หากว่าเธออยากจะไปเดินเที่ยวที่ไหนๆ คนของเขาก็จะพาไปทุกแห่ง เหมือนอย่างเช่นวันนี้ ที่เธอออกมาเดินเล่นที่ห้างสรรพสินค้า
ปณยาเดินมองดูโน่นดูนี่ไปเรื่อยๆ เธอไม่ห่วงว่าจะหลงทาง และไม่ห่วงว่าจะกลับคฤหาสน์ไม่ได้ เนื่องจากมีคนของมอร์แกนตามเธอทุกฝีก้าว เหมือนเป็นบอดี้การ์ดประจำตัวของเธอไปแล้วนั่นเอง ซึ่งเธอไม่ได้รำคาญแต่อย่างใด เธออุ่นใจซะอีก จะได้ไม่ต้องเป็นกังวลในเรื่องใดๆ
“.........”
ปณยาเดินมาถึงหน้าร้านขายกระเป๋ายี่ห้อดังระดับโลก ดวงตากลมโตจ้องมองเข้าไปข้างใน ที่มีกระเป๋าแต่ละใบวางอยู่บนตู้โชว์ เธอรู้ว่ากระเป๋าแต่ละใบนั้น ราคาไม่ใช่ถูกๆ หากไม่รวยจริงคงจะหาซื้อมาเป็นเจ้าไม่ได้
เหมือนกับเธอนั่นแหละ ที่เป็นอีกคนที่ชื่นชอบกระเป๋ายี่ห้อดังนี้แต่ด้วยสถานะทางการเงิน หากจะให้เธอซื้อหามาเป็นเจ้าของ เธอคงไม่อาจจะซื้อได้ เพราะก่อนหน้านี้เงินเดือนเธอยังไม่ได้ครึ่งของราคากระเป๋ายี่ห้อดังนี้เลย
“นี่เธอ!”
ปณยาได้ยินเสียงของใครบางคนดังอยู่ใกล้ๆ เธอจึงหันไปมอง จึงเห็นหญิงสาวสวยหน้าตาฝรั่งจ๋า แต่งตัวเซ็กซี่ เธอนึกออกในทันทีว่าผู้หญิงคนนี้เป็นผู้หญิงที่เจออยู่ที่สนามบิน และก็เป็นอดีตคนรักของมอร์แกน
“เรียกฉันเหรอ?”
ปณยารับรู้ได้ว่าสาวเจ้าพูดกับเธอ แต่แสร้งพูดตอบกลับไปอย่างเป็นคำถาม ขณะที่ดวงตากลมโตมองสบประสานสายตากับเจ้าหล่อนผู้นั้น ด้วยสายตานิ่งเรียบ ไม่แสดงความรู้สึกๆใดออกมาให้เห็น
“อยู่กับมอร์แกนเป็นยังไงบ้างล่ะ ดูท่าเขาคงจะจำกัดการให้ละสินะ ถึงทำได้แค่จ้องๆ มองๆ อยู่อย่างนี้”
“เธอหมายความว่ายังไง?”
คำพูดและสายตาที่มองปณยาด้วยท่าทีดูถูกดูแคลนอย่างเห็นได้ชัดนั้น ทำให้ปณยาหน้าตึง เชิดคอระหงตั้งตรง แต่คำพูดนั้นทำให้ปณยาต้องถามเพื่อให้เข้าใจแจ่มแจ้ง ถึงเจตนาที่มิเกลต้องการจะสื่อให้รู้
“ฉันก็หมายความว่าเธอคงไม่มีปัญญาที่จะซื้อกระเป๋าร้านนี้น่ะสิ ถึงได้เอาแต่ยืนด้อมๆ มองๆ อยู่ข้างนอกร้านอย่างนี้...”
มิเกลมองปณยาตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ด้วยสายตาเหยียดหยาม ดูถูกดูแคลนอย่างเปิดเผย ภายในใจมิเกลนั้นไม่ต้องการให้มอร์แกนมีผู้หญิงคนใหม่ เพราะมิเกลวาดหวังเอาไว้ว่าจะกลับไปหามอร์แกน และก็คิดว่ามอร์แกนยังคงรักเธออยู่เช่นเดิม
“ฉันจำได้เมื่อตอนที่ฉันอยู่กับมอร์แกน เขารักฉันมาก บอกรักแทบทุกวัน ฉันพูดว่าอยากจะได้อะไร เขาก็หามาให้ อ้อ! เธอคงไม่รู้ล่ะสินะว่าฉันกับมอร์แกนเคยเป็นแฟนกันมาก่อน”
มิเกลพูดให้ปณยารู้ว่ามอร์แกนรักเธอขนาดไหน เพื่อให้ปณยารู้ถ่องแท้ใจนั้นด้วยตัวเอง ว่ามอร์แกนไม่ได้รักปณยาเท่าที่มอร์แกนรักเธอ
“ฉันทราบว่าเธอเป็นอดีตคนรักของมอร์แกน แต่อย่าลืมว่าเรื่องของเธอกับมอร์แกนมันจบไปนานแล้ว และตอนนี้มอร์แกนมีฉันเป็นที่รัก ซึ่งไม่ใช่เธอ เพราะฉะนั้นคนที่เขารักตอนนี้คือฉัน...”
ปณยาหยุดพูดไปชั่วขณะ ค่อยเอื้อนเอ่ยคำพูดต่อไป ด้วยความที่อยากให้หญิงสาวตรงหน้าได้รู้ ว่าเธอไม่ใช่ว่าใครจะมาข่มเหงได้ฝ่ายเดียว
“ที่ฉันยืนด้อมๆมองๆอยู่หน้าร้านอย่างนี้ ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะไม่มีปัญญาซื้อหรอกนะ หากฉันอยากจะซื้อก็ย่อมได้อยู่แล้ว... และที่ฉันไม่เรียกร้องเอาจากมอร์แกน ก็เพราะฉันไม่ใช่ตัวอะไรที่คอยเอาแต่สูบเลือดสูบเนื้อเขา”
ถึงแม้ปณยาจะสะดุด และให้รู้สึกเจ็บหน่วงที่หัวใจดวงน้อย ที่เต้นอยู่ที่อกด้านซ้าย กับคำพูดที่มิเกลบอกว่า ‘มอร์แกนบอกรักแทบทุกวัน’ เนื่องด้วยมอร์แกนไม่เคยบอกรักเธอให้ได้ยินเลยสักครั้ง แต่ปณยาพยายามทำสีหน้าให้นิ่งเรียบเฉย ไม่แสดงความรู้สึกใดๆออกมา
“นี่แก... คิดเหรอว่าเธอจะอยู่กับมอร์แกนได้นานน่ะ”
คำพูดของปณยาทำให้ดวงตาของมิเกลลุกวาว ด้วยอารมณ์โกรธที่พอฟังๆแล้ว เหมือนกับปณยากำลังตอกหน้ากลับมา โดยกล่าวหาว่าเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ‘ปลิง’
“นานไม่นานมันก็เรื่องของพวกฉัน ไม่เกี่ยวอะไรกับเธอ มิเกล”
“มอร์แกน!!!!!!”
๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖