จางซิ่วอิงแสร้งเก็บเงินที่ได้ไว้ในกระเป๋าผ้าคู่ใจแต่จริง ๆ แล้วเงินเยอะขนาดนี้เธอแอบโยนมันเข้าไปไว้ในมิติต่างหาก ก่อนออกจากร้านของคุณป้าหลี่หญิงสาวไม่ลืมเลือกซื้อข้าวขาวและแป้งจำนวนหนึ่งติดมือกลับบ้านไปด้วยเพื่อไม่ให้เป็ที่น่าสงสัยจนเกินไป
ฝีเท้าเล็กมั่นคงก้าวลงจากเกวียนหลังจากจ่ายเงินค่าโดยสารเรียบร้อยจางซิ่วอิงหอบหิ้วของที่ซื้อมาเดินกลับบ้านบนเนินเขาอย่างอารมณ์ดีแต่ทว่าอีกเพียงไม่กี่เมตรก็จะเดินถึงบ้านอยู่แล้วหญิงสาวนั้นกลับเห็นย่าและลูกพี่ลูกน้องของสามีกำลังพยายามดันรั้วบ้านผุพังของเธอเห็นดังนั้นริมฝีปากผุดรอยยิ้มหยัน จากนั้นหญิงสาวจึงหมุนตัวกลับไปเพื่อหาพยานคนสำคัญสำหรับเื่นี้ทันที
“ย่า?”เสียงทุ้มเรียกย่าขึ้นมาอย่างนึกแปลกใจคิ้วหนาขมวดเข้าหากัน ก่อนสีหน้าเรียบเฉยจะค่อย ๆเข้มขึ้นด้วยความรู้สึกไม่พอใจที่ถูกบุกรุกบ้าน
เขาถูกฝึกมาไม่น้อยเสียงเปิดรั้วบ้านแม้จะเบากว่าปกติแต่ก็รับรู้ได้ในทันที แต่ที่คาดไม่ถึงคือย่าและญาติผู้พี่ที่ปรากฏตัวในห้องนอนของเขาในเวลานี้และหากให้เดาแล้วล่ะก็จุดประสงค์ของการมาเยือนก็คงไม่ใช่เื่ดีอะไร
“ใช่น่ะสิ! หลานรักเป็อย่างไรบ้างเล่า? วันนี้ย่าตั้งใจมาเยี่ยมหลานเชียวนะทำไมทำสีหน้าอย่างนั้นล่ะ”เหยียนเพ่ยตอบรับหลานชาย นางพยายามปรับโทนเสียงให้ดูเป็มิตรที่สุดแม้ใจจะรู้สึกรังเกียจหลายชายคนเล็กมากก็ตาม
สายตาคู่นั้นมองไปที่ขาไร้ประโยชน์อย่างดูแคลนพลางบิดยิ้มร้ายจนใบหน้าชราบิดเบี้ยวดูแล้วน่าเกลียดมาก
“เราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันแล้วนี่ครับ ฉะนั้น…เชิญ!!”ชายหนุ่มกล่าวออกมาอย่างไร้เยื่อใยก่อนจะผายมือไปที่ประตูอย่างไม่ไว้หน้าผู้เป็ย่า
หยางจางิ่ที่ดูสถานการณ์อยู่ตลอดเห็นที่ต้องลงมือเองเสียแล้วญาติผู้น้องคนนี้แต่เดิมวิ่งตามเขาต้อย ๆเชื่อฟังคำสั่งพี่ใหญ่อย่างเขาเป็อย่างดีมาตลอดไม่แพ้ผู้เป็ย่า แต่น่าแปลกที่กลับมาจากกรมคราวนี้กลับกล้าต่อต้านย่าที่เคยเคารพนักหนา
“ซีห่าว พี่ไม่เคยรู้มาก่อนว่านายจะเป็คนอกตัญญูเช่นนี้บ้านหยางให้ข้าวให้น้ำนายมาจนโต นี่หรือคือสิ่งที่นายตอบแทนพวกเรางั้นเหรอ?”
ประโยคประนีประนอมที่แฝงไปด้วยการทวงบุญคุณอย่างชัดเจนทำเอาคนฟังรู้สึกรังเกียจจนไม่อยากใช้อากาศหายในร่วมกันเลยด้วยซ้ำ
เขาน่ะหรืออกตัญญูที่ผ่านมาไม่ใช่หยางซีห่าวคนนี้หรอกหรือที่ทำงานรับใช้คนในบ้านทุกอย่างทั้งยังทำงานเสี่ยงชีวิตส่งเงินปรนเปรอทุกคนในบ้านไม่เคยขาดหากเขาอกตัญญูแล้วหลานคนอื่น ๆ เล่า…กตัญญูกันมากอย่างนั้นหรือ
“ถ้าจะทวงบุญคุณ อย่างนั้นผมก็ต้องบอกเลยว่ามันไม่มีเพราะั้แ่จำความได้ผมทำงานรับใช้บ้านหยางด้วยแรงกายทั้งหมดที่มี พอทำงานได้เงินก็ส่งเข้ากองกลางจนหมดหากจะพูดถึงบุญคุณกันแล้วล่ะก็…ไม่ใช่คนบ้านหยางหรอกหรือที่ต้องสำนึกบุญคุณผม”
เพี๊ยะ!!!!
สิ้นคำพูดยาวเหยียดของหยางซีห่าวก็เป็จังหวะเดียวกับฝ่ามือหยาบใหญ่ของเหยียนเพ่ยที่ตวัดลงบนแก้มข้างซ้ายของเขาอย่างแรง
“คนเนรคุณอย่างแกฉันน่าจะปล่อยให้อดข้าวตายไปั้แ่ตอนนั้นไม่น่าชุบเลี้ยงจนแกโตขึ้นมากล้าขึ้นเสียงใส่ฉันเช่นนี้”ใบหน้าใหญ่กว่าฝ่ามือเขียวคล้ำด้วยความโกรธที่อัดแน่นอยู่ในอกพลันตวาดกร้าวจนเสียงดังออกมานอกบ้าน
หยางซีห่าวใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้มจ้องมองญาติฝ่ายพ่ออย่างดุดันกลิ่นสนิมคละคลุ้งอยู่ในปากทำให้รู้ว่ามุมปากของเขาแตกเพราะโดนย่าตบสีหน้าของชายหนุ่มเ็าขึ้นเรื่อย ๆบรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยรังสีสังหารมากมายจนคนโดนมองรู้สึกหวั่นเกรงขึ้นมา
“แกเอาเงินชดเชยมาให้ฉันเดี๋ยวนี้!”เหยียนเพ่ยไม่ได้สนใจว่าหลานชายจะเป็อย่างไรวันนี้เธอตั้งใจมาเอาเงินก้อนนี้และก็ต้องได้เท่านั้น
“หึ! ที่ย่ากล้าบุกมาถึงที่นี่ก็เพราะกลิ่นเงินมันหอมมาก…ใช่ไหมล่ะครับ?”ถ้อยคำเสียดสีถูกกล่าวขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว แม้เขาจะพิการเช่นนี้แต่สองคนตรงหน้าไม่ได้ทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวสักนิด อีกอย่างเงินไม่ได้อยู่ที่เขาต่อให้ค้นทั้งบ้านย่าก็ไม่มีวันหาเจอ
“ไม่เอาน่า ส่งเงินชดเชยมาเถอะซีห่าว! อย่างน้อยก็เพื่อแสดงความกตัญญูต่อย่าที่เลี้ยงดูนายมา”หยางจางิ่พยายามเกลี้ยกล่อมญาติผู้น้องอีกครั้งด้วยหวังว่าจะได้ผลอย่างเช่นที่ผ่านมา
“นายกับย่านี่น่ารังเกียจกว่าที่ฉันคิดไว้อีกนะ”ในเมื่อตัดขาดไปแล้วอะไรต้องถนอมน้ำใจกันอีก คิดได้อย่างนั้นเขาจึงพูดประโยคเสียดสีให้คนทั้งคู่ได้ยินอีกครั้งพลางส่งสายตาท้าทายกลับไป
เมื่อเห็นว่าหลานชายคนเล็กคงไม่ยินยอมง่ายๆ เหยียนเพ่ยจึงสั่งให้หยางจางิ่ลงมือในทันที “จางิ่ไปจับมันไว้ย่าจะหาเงินเอง”
“หึ! ย่าไม่มีวันได้เงินก้อนนั้นหรอกจำเอาไว้!!!”เสียงทุ้มกล่าวชัดถ้อยชัดคำก่อนจะปล่อยให้ผู้เป็ย่าล้วงมือเข้ามาสำรวจในสาปเสื้อโดยไม่ขัดขืน
ทว่าไม่ว่าจะค้นตัวหลานชาย หรือภายในห้องนอนอย่างไรก็หาไม่เจอเหยียนเพ่ยมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดก่อนจะสั่งให้หลานชายคนโตปล่อยตัวหยางซีห่าวเพื่อไปช่วยกันหาด้านนอกห้อง
แต่ทว่าทันทีที่เปิดประตูบานเก่าออกมาจากห้องนอนก็พบเข้ากับผู้นำหมู่บ้านที่ยื่นทำหน้าคร่ำเคร่ง ถัดไปด้านหลังเป็โจวเหยียนที่มองมาด้วยความรังเกียจอย่างชัดเจนและถัดไปอีกด้านก็พบกับหลานสะใภ้ที่ยืนกอดอกพลางยิ้มเยาะราวกับกำลังชมเื่สนุกอยู่
“หากฉันจะแจ้งความข้อหาบุกรุก และขู่กรรโชกทรัพย์ แบบนี้พอจะทำได้หรือไม่คะ?”เสียงใสพูดขึ้นทำลายความเงียบ ก่อนจะหันไปขอคำยืนยันจากหัวหน้าหมู่บ้าน
“ย่อมได้ ลุงจะเป็พยานให้เองไม่ต้องห่วง”โจวเหวินรับคำหลานสะใภ้ในทันที เขาคิดไว้อยู่แล้วว่าเื่เงินชดเชยยายแก่เหยียนเพ่ยนั้นยอมง่ายเกินไปพอมาซุ่มฟังเมื่อครู่จึงได้รู้ว่าคนโลภอย่างไรก็เป็คนโลภอยู่วันยังค่ำ
“ขอบคุณค่ะ”จางซิ่วอิงกล่าวขอบคุณผู้นำหมู่บ้านก่อนจะผุดรอยยิ้มหยันทอดมองสีหน้าคุณย่ากับหลานชายคนโปรดที่ซีดเผือดไม่ต่างจากไก่ต้ม
“โจวเหยียนช่วยพ่อจับสองคนนี้ไปส่งทางการ”ผู้นำหมู่บ้านออกคำสั่ง
จางซิ่วอิงเมื่อสบโอกาสมีหรือจะปล่อยให้คนชั่วลอยนวลมือเรียวทำทีล้วงเข้าไปในกระเป๋าผ้า ก่อนจะหยิบเชือกเส้นหนาที่ดูคงทนแข็งแรงพอดูส่งให้ลูกชายของผู้นำหมู่บ้าน
เหยียนเพ่ยและหลานชายมีสีหน้าไม่สู้ดีทันทีที่ปะติดปะต่อเหตุการณ์ตรงหน้าได้แต่กว่าจะรู้ตัวก็สายไปเสียแล้ว เพราะมือหยาบกร้านของโจวเหยียนกำลังมัดมือหญิงชราให้ไพล่หลังเอาไว้อย่างแ่า
“ไม่นะโจวเหวิน!!! ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!”เสียงกรีดร้องคร่ำครวญของย่าหยางดังไปทั่วบริเวณจึงเรียกความสนใจจากชาวบ้านที่เดินกลับมาจากบนเขาได้เป็อย่างดี
“ลุงโจวเหวินจะจับผมกับย่าไม่ได้ หลักฐานไม่มีเช่นนี้เท่ากับผมไม่ได้ผิด”เขาร่ำเรียนมาจนป่านนี้ก็หาใช่ตะเกียงไร้น้ำมันอย่างไรก็ไม่ยอมมีประวัติด่างพร้อยเพราะเื่เช่นนี้อย่างแน่นอน
“แค่มีเ้าทุกข์ และพยานแก่ ๆ อย่างฉันก็เพียงพอแล้ว ใครอยู่ข้างนอกเข้ามาช่วยฉันหน่อย”โจวเหวินอธิบายให้เด็กคราวลูกฟังอย่างใจเย็นก่อนจะะโขอกำลังเสริมจากด้านนอกเมื่อเห็นว่าหยางจางิ่เริ่มขัดขืนส่วนนางเหยียนเพ่ยนั้นทรุดกายลงไปนั่งร้องไห้คร่ำครวญดูแล้วสองคนพ่อลูกคงลากไปไม่ไหว
“ไม่นะ! ผมไม่ผิด ปล่อยสิวะ!”หยางจางิ่โวยวายพยายามสะบัดกายให้หลุดจากการควบคุมแม้จะเป็ชายหนุ่มโตเต็มวัยแต่ก็ไม่ได้ทำงานหนักอย่างเช่นชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันมีหรือที่เขาจะสู้แรงของคนที่จับจอบจับเสียมเป็ประจำได้
ก่อนออกจากประตูบ้านไปหญิงสาวหันไปสบตาอาฆาตพยาบาทของย่าสามีอยู่ครู่หนึ่งเธอยิ้มหวานส่งกลับไป พร้อมโบกมือลาด้วยสีหน้าเยาะเย้ยสุดขีดเรียกเสียงหวีดร้องก่นด่าหยาบคายจากหญิงชราได้เป็อย่างดี
หลังจากส่งแขกและปิดประตูบ้านเรียบร้อยจางซิ่วอิงเร่งฝีเท้าเข้ามาหาคนในห้องนอนด้วความเป็ห่วง เขายังคงนั่งอยู่บนเตียงเช่นเดิมแม้ผ้าห่มจะดูยับย่น ข้าวของในห้องถูกรื้อค้นกระจัดกระจายเห็นดังนั้นก็อดรู้สึกโกรธคนทำไม่ได้ แต่เมื่อเห็นหน้าของคนเป็สามีพลันในใจก็แอบกลัวขึ้นมา “คุณโกรธฉันไหมคะ?”
“ไม่เลยครับ คุณทำถูกแล้ว”
ภรรยาเขาทำถูกแล้วที่ไม่เข้ามาช่วยเพียงลำพังเพราะตัวเธอก็บอบบางแค่นี้ เขาเกรงว่าเธอจะถูกย่าทำร้ายไปด้วยส่วนเื่ที่ส่งไปให้ทางการเขาคิดว่าคนผิดก็ควรได้รับโทษ ต่อให้เป็ญาติผู้ใหญ่แต่ผิดถูกก็ต้องว่ากันไปตามนั้น
“คุณเจ็บตัวอีกแล้ว ไหนขอฉันดูหน่อยสิคะ”ร่างบางทิ้งกายลงด้านข้างสามี ก่อนจะเอื้อมมือไปปาดเืที่ซึมอยู่มุมปากสำรวจรอยปริแตกด้วยความห่วงใย ขณะเดียวกันก็รู้สึกไม่พอใจกับยายแก่นั่นไม่น้อย
หยางซีห่าวมองการกระทำของผู้เป็ภรรยาเงียบๆ แววตาห่วงใยที่เธอแสดงออกเขาล้วนรับรู้ทั้งหมดและยอมรับว่ามีความสุขกับสิ่งเหล่านี้มากทีเดียว
“เดี๋ยวเราทานมื้อเที่ยงกันก่อนนะคะ เสร็จแล้วฉันทำแผลให้”หญิงสาวพูดเพียงเท่านั้นก็ผละกายออก ก่อนจะเดินเข้าครัวไปด้วยความรีบร้อนเพราะนี่ก็เลยเที่ยงมาสักพักแล้ว ไหนสามีจะต้องทานยาให้ตรงเวลาอีก
ร่างหนามองตามแผ่นหลังภรรยาไปอย่างแสนเสียดายในตอนได้ใกล้ชิดเขาแอบสูดดมกลิ่นกายหอมกรุ่นของภรรยาอย่างเคลิบเคลิ้มพอเธอจากไปแม้จะมีกลิ่นติดที่นอนอยู่บ้างแต่จะเทียบเท่ากลิ่นจากตัวเธอได้อย่างไรกัน
ครุ่นคิดอยู่นานพลันมองไปที่ขาข้างที่าเ็ก็นึกอยากให้หายเสียวันนี้พรุ่งนี้เขาห่างภรรยาไปนานนับเดือนเพียงแค่ใกล้ชิดเล็กน้อยก็รู้สึกทรมานร่างกายส่วนล่างมากแล้ว