ไม่มีใครสนใจหินอันไร้ซึ่งความโดดเด่นของสวี่ตงหม่าตงเซิงก็เช่นกัน หลังจากลงมีดครั้งแรกก็ไม่รอให้ฝุ่นควันจางลงและไม่คิดจะใช้ผ้าเช็ดทำความสะอาด ใช้เพียงมือลูบๆ ถูๆนิดหน่อยและเตรียมจะกำหนดทิศทางสำหรับลงมีดครั้งที่สอง อย่างไรหินก้อนนี้ก็คงไม่มีหยกหรอกตัดไปทีละชิ้นๆ จนหมดตามหน้าที่ก็พอ!
ทว่าขณะที่ฝุ่นฟุ้งกระจายและหม่าตงเซิงชักมือกลับเตรียมจะลงมีดครั้งที่สองนั้นเองจู่ๆ ก็เหมือนเห็น ‘แสงสีเขียว’ สะท้อนเข้าตาเหตุการณ์ไม่คาดคิดทำเอาเขาเผลอตกใจ!
เพ่งสำรวจดูอย่างถี่ถ้วนอีกครั้งบริเวณผิวหินที่เกิดรอยตัดถึงจะยังมีฝุ่นปกคลุมแต่สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามีสีเขียวโผล่ออกมาราวกับหญ้าในฤดูใบไม้ผลิ!
หม่าตงเซิงตกตะลึง หัวใจเต้นรัวหรือว่าหินไร้ค่าก้อนนี้ก็ผ่าเจอสีเขียวอีกแล้ว
รอจนฝุ่นควันสลายตัว หม่าตงเซิงหยิบผ้าชุบน้ำเช็ดทำความสะอาดเป็นอย่างที่คาดไว้จริงๆสิ่งที่ปรากฏตรงบริเวณรอยตัดคือวงสีเขียวขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือ!
ปรากฏสีเขียวตั้งแต่ตัดครั้งแรกอีกแล้ว!
นอกจากสวี่ตงและโหมวซือฉิงที่กำลังจ้องมันอยู่ก็ไม่มีใครสนใจอีกเสียงพูดคุยงึมงัมดังระงม เถี่ยเฉิงจินบังเอิญกวาดสายตาไปทางหม่าตงเซิงพอดี พอเห็น‘สีเขียว’ แวววาวสะท้อนเข้าตาก็เผลอส่งเสียง‘อา’ เบาๆ เจอสีเขียวอีกแล้วเหรอ
โหมวซือฉิงไม่เข้าใจการเล่นหินพนัน ทว่าเมื่อครู่เพิ่งเห็นเหอปู้ฝานใช้เงินสองล้านซื้อหินก้อนเดียวกับตาตอนแรกก็คิดว่าเขาบ้าไปแล้ว แต่ไม่คิดว่าพอหินก้อนนั้นตัดครั้งแรกปรากฏสีเขียวฉินฟางจะ ‘แย่ง’ ซื้อมันไปในราคาสูงถึงสิบล้านแต่ใครจะคิดว่าเงินสิบล้านของฉินฟางกลับไร้ค่าอย่างสิ้นเชิง!
การเล่นพนันหินน่าตื่นเต้นเช่นนี้เอง แต่เกรงว่าคนที่จิตใจเปราะบางรับอะไรหนักๆไม่ค่อยได้คงทรุดลงพื้นไปแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นขั้นตอนต่างๆและวิธีเล่นกับตาแล้ว เธอไม่เข้าใจก็เหมือนเข้าใจชัดเจนมากว่าขอเพียงข้างในหินตัดออกมาเจอสีเขียวก็ย่อมมีมูลค่า!
แน่นอนว่าต้องขึ้นอยู่กับเจ้าของก้อนหินด้วยว่าอยากผ่าต่อไปหรือไม่อย่างเช่นเหอปู้ฝาน หากเห็นแล้วยอมรับไม่ผ่าต่อก็เปลี่ยนมือแค่นั้นก็ทำเงินได้ก้อนโตแล้วหากโลภยังอยากได้ราคาที่สูงกว่านี้และผ่าหินต่อไปก็ยิ่งอันตรายหากข้างในมีหยกอยู่จริงก็คงทำเงินได้มากกว่านี้ แต่หากเป็นเหมือนหินของเหอฉินฟาง ที่สุดท้ายไม่มีอะไรอยู่ข้างในเลยก็เท่ากับไร้ค่า เงินจำนวนสิบล้านหายวับไปกับตาในเวลาสั้นๆ !
โหมวซือฉิงไม่เคยคิดว่าสวี่ตงจะ ‘โชค’ ดีมากถึงขั้นเหมือนกับหินของเหอปู้ฝาน ตัดครั้งแรกก็เจอสีเขียวเลย!
แม้ว่าเธอไม่รู้เรื่องสีของหยก แต่วงสีเขียวบนหินของสวี่ตงดูแล้วก็ให้ความรู้สึก‘สบาย’ ตาอยู่เหมือนกันให้ความรู้สึกเช่นนี้ได้อย่างน้อยก็คงไม่ใช่หินชั้นต่ำหรอกมั้ง
โหมวซือฉิงแยกไม่ออกว่าสีแบบนี้คือดีหรือไม่ดี แต่ฉินฟางกับเถี่ยเฉิงจินดูออก!
ตอนที่เถี่ยเฉิงจินอุทานเสียงเบาฉินฟางจึงหันไปมองตามสีเขียวสุกใสบนรอยตัดนั่นทำเอาเขาตกใจจนใจสั่น ให้ตายเถอะ นี่มันเรื่องอะไรกันทำไมหินที่แย่ที่สุดถึงตัดเจอสีเขียวสวยขนาดนี้ตั้งแต่ครั้งแรก
หม่าตงเซิงตกใจอยู่พักหนึ่งก็หันไปมองสวี่ตง หินก้อนนี้เป็นของเขาในเมื่อผ่าเจอสีเขียวเหมือนกัน จะผ่าต่อครั้งที่สองหรือไม่ก็ต้องให้เขาตัดสินใจ
เถี่ยเฉิงจินกับฉินฟางต่างกันเข้ามาใกล้เพื่อพิจารณาสีเขียวบนรอยตัดอย่างละเอียดฉินฟางถึงกับแตะมันเบาๆ มันเปียกชื้น สีเขียวแวววาวราวกับจะไหลออกมาเป็นน้ำหรือไม่ก็น้ำมัน!
จุดนี้ไม่ด้อยไปกว่าสีเขียวจากหินของเหอปู้ฝานเลยสักนิดหนำซ้ำยังดีกว่าเล็กน้อย แต่หินของเหอปู้ฝานก็เป็น ‘บทเรียนของความล้มเหลว’เช่นกัน ทะยานขึ้นฟ้าแล้วก็ตกสู่จุดต่ำสุดจากราคาหลักแสนทะยานไปถึงสิบล้านอย่างน่าใจหาย จากนั้นก็ตกสู่จุดต่ำสุดไม่มีราคาสักหยวน!
และเพราะเหตุการณ์ก่อนหน้านี่เอง แม้หินของสวี่ตงจะตัดออกมาได้สีเขียวสวยขนาดนี้ก็ไม่มีใครเอ่ยปากเสนอราคา!
ไม่มีใครกล้ามั่นใจ ตอนนี้สีเขียวสวยใครจะรู้ว่าหลังจากนี้จะเหมือนกับหินของเหอปู้ฝานอีกหรือไม่
เถี่ยเฉิงจินเอ่ยปากขึ้นมาก่อนด้วยน้ำเสียงจริงจัง “น้องชาย หินของเธอนี่จะเปลี่ยนมือไหม”
ในสายตาเถี่ยเฉิงจินกับฉินฟาง เด็กไร้ชื่อเสียงเรียงนามอย่างสวี่ตงร้อยทั้งร้อยต้องรีบเปลี่ยนมือในราคาสูงๆแน่นอน ของที่ซื้อมาในราคาสามร้อยหยวนขายออกได้เป็นล้านในชั่วพริบตามีแต่คนโง่ที่ไม่ขาย มิเช่นนั้น หากผ่าไปอีกสองสามครั้งจนกลายเป็นหินไร้ค่ามานั่งเสียใจทีหลังก็สายเกินไป!
สวี่ตงกำลังครุ่นคิด นี่คือหินที่มีออร่าสมบัติเข้มข้นที่สุดไม่ว่ามันจะดีหรือแย่ข้างในก็ต้องมีหยกล้ำค่าอยู่อย่างแน่นอนมิเช่นนั้นจะมีออร่าสมบัติออกมาได้อย่างไร
แม้ว่าหินของเหอปู้ฝานผ่าออกมาเจอสีเขียว แต่มันไม่มีออร่าสมบัติข้างในไม่มีหยกก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ข้างในหินของเขาต้องมีของแน่ ควรพอแล้วดีไหมหรือผ่าต่อไปรอดูผลลัพธ์หลักจากนี้ดี
เถี่ยเฉิงจินมั่นใจว่าสวี่ตงไม่ได้ลังเลว่าจะขายหรือไม่ขายแต่กำลังลังเลว่าจะเสนอราคาที่เท่าไรดี เขาจึงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “น้องชาย นี่คือการ ‘เดิมพัน’ เธอดูหินของเหอปู้ฝานสิถึงจะผ่าเจอสีเขียว แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรออกมาสักอย่างหินของเธอถึงจะผ่าเจอสีเขียว แต่ยังผ่าไม่ถึงที่สุดก็ไม่มีใครรู้ผลทั้งนั้นฉันให้เธอหนึ่งล้าน เธอยินดีเปลี่ยนมือให้ฉันไหม”
อันที่จริงเทียบจากหินของเหอปู้ฝานความแวววาวของหินของสวี่ตงในตอนนี้หนึ่งล้านถือว่ายังน้อยไป ปกติพวกเขาจะให้ราคาที่ประมาณสองล้านแต่คำพูดของเถี่ยเฉิงจินก็ไม่ผิดเขากำลังจงใจหยิบเรื่องหินของเหอปู้ฝานมาพูดเพื่อเตือนไม่ให้ใครหน้าไหนกล้าเสนอราคาสูง!
แม้สวี่ตงจะไม่เคยเล่นหินพนัน แต่หินของตนเมื่อเทียบกับหินของเหอปู้ฝานก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไรเลยต่อให้ฉินฟางไม่ขวางโลกเสนอราคาสิบล้าน ราคาปกติของหินก้อนนี้ก็น่าจะอยู่ที่ประมาณห้าถึงหกล้านแล้วหินของตนก็ไม่ได้แย่ไปกว่าก้อนนั้นด้วยคำนวณตามปกติหินของตนต้องราคาประมาณสี่ถึงห้าล้านไม่ใช่เหรอ
หนึ่งล้านของเถี่ยเฉิงจินต้องเป็นราคาที่ต่ำมากแน่นอนสวี่ตงพูดเสียงเรียบ “ช่างหม่า รบกวนคุณผ่าต่อเลยครับ!”
ในเมื่อกดราคากันขนาดนี้ ทำไมจะต้องทนให้คนอื่นเอาเปรียบด้วยล่ะถึงอย่างไรตนก็รู้อยู่แล้วว่าข้างในมีของดี ไม่สู้ให้ตนเสี่ยงโชคอีกสักครั้งดีกว่าการเดิมพันครั้งนี้คงเป็นการเดิมพันคุณภาพหยกข้างในแล้ว!
ฉินฟางย่อมรู้ว่าเถี่ยเฉิงจินกดราคาสวี่ตง แต่เขาเพิ่งขาดทุนไปแปดล้านหากลงสนามอีกคงพะวงมากเป็นแน่ แต่เขาไม่อยากแสดงออกทางสีหน้า
ทว่าฉินฟางก็อยากลงแข่งเดิมพันครั้งนี้พนันหินกับพนันเงินไม่เหมือนกัน เมื่อเห็นไพ่ดีๆ ใครจะไม่อยากลองเสี่ยงสักตั้ง
“ผมให้หนึ่งล้านห้าแสนคุณจะเปลี่ยนมือไหม” ฉินฟางเห็นสวี่ตงยัง ‘ลังเล’ จึงรีบเพิ่มเงินไปอีกห้าแสน
เถี่ยเฉิงจินคิ้วขมวด หากฉินฟางไม่สอดมือเข้ามายุ่งเขามั่นใจมากว่าต้องได้หินก้อนนี้ในราคาหนึ่งล้านอย่างแน่นอนแต่ฉินฟางลงมืออีกแล้ว เขาเองก็ไม่สะดวกจะสู้ด้วย ตระกูลฉินมีอำนาจมากแล้วฉินฟางก็เพิ่งสูญเงินไปก้อนใหญ่ หากไม่ใช่เพราะเข้ามาขัดกลางคันคนที่ต้องสูญเงินก็จะกลายเป็นตัวเขา เถี่ยเฉิงจิน ว่ากันแล้วฉินฟางก็ถือเป็น ‘ผู้มีพระคุณ’ ของเขา!
‘ช่างเถอะไว้หน้าฉินฟางหน่อยแล้วกัน!’ เถี่ยเฉิงจินถอนหายใจน้อยๆและหยุดเสนอราคา หากเสนอราคาอีกย่อมหมายถึงอยากสู้กับฉินฟางตัวต่อตัวแบบนั้นจะไม่เกิดผลดีกับใครเลย ดังนั้น จึงทำการตอบแทนเขาเสียหน่อยแล้วกันไม่สู้แล้ว!
ส่วนเหล่าหวงเหล่าเจิ้ง หนึ่งคือไม่สามารถสู้ฉินฟางได้สองคือพวกเขาไม่มีพลังอำนาจพอจะโปรยเงินเป็นล้านๆ ทิ้งได้ โยนทิ้งเล่นๆสักสามแสนก็ยังได้อยู่ แต่ให้ทิ้งเงินเป็นล้านไม่ได้หรอก!
เหอปู้ฝานสามารถโยนทิ้งได้แต่เขาเพิ่งได้เงินแปดล้านจากฉินฟางและเขาก็ปลื้มใจมาก เงินแปดล้านหาไม่ได้ง่ายๆเขาไม่อยากเอาไปเสี่ยงอีก!
ฉินฟางเห็นว่าเถี่ยเฉิงจินลังเลก่อนจะหุบปากไปเห็นเขาทำท่าไม่อยากสู้กับตนแล้วก็สบายใจ ก่อนจะกวาดสายตามองคนอื่นๆยิ่งไม่มีใครกล้าเสนอราคาสู้กับเขา คาดว่าน่าจะปิดดีลได้ที่หนึ่งล้านห้าแสนทว่านึกเสียดายนิดหน่อย ทำไมไม่เสนอว่าหนึ่งล้านห้าหมื่นนะ
สวี่ตงยิ้มให้ก่อนจะตอบว่า “ช่างเถอะผมว่าสีเขียวที่หินของผมก็ไม่ได้ต่างจากของเถ้าแก่เหอ เขายังขายได้ตั้งสิบล้านทำไมของผมถึงได้แค่หนึ่งล้านห้าแสนล่ะครับ ฮ่าๆ ช่างเถอะ ช่างหม่าผ่าต่อเถอะครับทุกคนไม่ต้องเสนอราคาแล้ว ผ่าหินให้เสร็จ ผ่าออกให้หมด!”
พวกของฉินฟางชะงัก สวี่ตงไม่ขายงั้นเหรอ
โหมวซือฉิงยังร้องเสียงหลง “สวี่ตงหนึ่งล้านห้าแสนนายยังไม่ขายอีกเหรอ หนึ่งล้านห้าแสนเลยนะ เงินเดือนนายตอนนี้อดข้าวอดน้ำไปจนแก่ยังหาได้อีกเหรอ”
เจตนาของโหมวซือฉิงชัดเจนมากว่าอยากให้สวี่ตงพอแค่นี้ทำรายได้หนึ่งล้านห้าแสนหยวนอย่างถูกกฎหมาย ยังมีเรื่องไหนน่ายินดีขนาดนี้อีกอย่าหวังน้ำบ่อหน้าเลย ถึงเวลานั้นเกรงว่าแม้แต่ร้อยห้าสิบหยวนก็ไม่มีให้!
แต่สวี่ตงพูดเสียงเข้มอย่างดื้อรั้น “ผ่า ไม่ขาย!”
โหมวซือฉิงอึ้ง โมโหจนพูดไม่ออก
ทว่าฉินฟางกลับหัวเราะ “เยี่ยม คุณสวี่มีเงินก็ต้องเอาแต่ใจแบบนี้แหละ แต่ผมสายตาเลอะเลือนไปหน่อยฟังจากสำเนียงคุณสวี่แล้วน่าจะเป็นคนถงเฉิงไม่ทราบว่าคุณสวี่เป็นลูกหลานตระกูลไหนล่ะ”
ไม่สะทกสะท้านกับเงินหนึ่งล้านห้าแสนหยวนสักนิดดูท่าคงไม่ได้มาจากครอบครัวธรรมดา ฟังสำเนียงของสวี่ตงก็เดาได้ว่าเขาเป็นคนถงเฉิงฉินฟางกำลังคาดเดา หรือว่าเขาเป็นลูกหลานข้าราชการไม่ก็พวกนักธุรกิจ
แต่ในถงเฉิงไม่มีตระกูลดังที่ไหนแซ่สวี่เลยเว้นแต่ว่าเขาจะเป็นคนต่างเมือง แต่สำเนียงถงเฉิงก็ชัดขนาดนี้ น่าแปลกจริงๆ !
สวี่ตงก็ไม่ได้อยากปิดบัง สำหรับคนอย่างฉินฟางนั้นแล้วต่อให้อยากจะปิดบังฐานะของตัวเองก็ปิดไม่ได้หรอก เห็นเขาถามขึ้นมาจึงตั้งใจตอบ “พ่อผมชื่อสวี่ชิงหวา สองปีก่อนพ่อกับแม่ประสบอุบัติเหตุเสียไปแล้วทั้งคู่ผมเป็นเด็กกำพร้าจนๆ คนหนึ่ง ไม่ได้มาจากตระกูลดังที่ไหนครับ”