สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) [นิยายแปล]

    บทที่ 3 (3)


            ฝ่ายเต๊งหงวนครั้นเห็นลิโป้เข้ามาจึงถามว่าลูกเอ๋ยเข้ามาทำไม ลิโป้จึงร้องตอบว่า ตัวกูก็เป็๞ชายมีฝีมือลือชาปรากฏ ซึ่งมึงจะมาเรียกกูว่าลูกนั้นไม่สมควรเต๊งหงวนได้ยินดังนั้นก็๻๷ใ๯ จึงตอบว่า เป็๞ไฉนเ๯้าจึงคิดกลับใจเป็๞ดังนี้ลิโป้มิได้ตอบประการใดชักกระบี่ออกวิ่งเข้าฟันเอาเต๊งหงวนตายตัดเอาศีรษะหิ้วไว้แล้วร้องประกาศแก่ทหารทั้งปวงว่าเต๊งหงวนนี้มิได้มีใจสัตย์ซื่อ ทำการหยาบช้า บัดนี้เราฆ่าตายเสียแล้วทหารทั้งปวงใครจะยอมอยู่ด้วยก็ตาม หรือผู้ใดจะกลับไปบ้านเมืองก็ไปแลทหารทั้งปวงได้ฟังลิโป้ร้องประกาศดังนั้นซึ่งมีใจชังลิโป้นั้นก็แตกตื่นไปประมาณกึ่งหนึ่งแต่ซึ่งมีใจรักนั้นก็เข้าอยู่กับลิโป้ประมาณกึ่งหนึ่ง ครั้นเวลารุ่งเช้าลิโป้จึงขึ้นม้าหิ้วเอาศีรษะเต๊งหงวนไปหาลิซก ณ ค่ายตั๋งโต๊ะลิซกครั้นเห็นลิโป้หิ้วเอาศีรษะเต๊งหงวนมาก็ดีใจจึงพาลิโป้ไปหาตั๋งโต๊ะ

            ฝ่ายตั๋งโต๊ะเห็นลิซกพาลิโป้ซึ่งหิ้วศีรษะเต๊งหงวนเข้ามาก็มีความยินดีเดินออกมารับลิโป้แล้วว่าตัวเรานี้อุปมาเหมือนทำนาตกกล้าลงแล้วฝนแล้งกล้านั้นใบแดงไปซึ่งท่านมาหาเราบัดนี้เหมือนฝนตกลงห่าใหญ่น้ำท่วมเลี้ยงต้นกล้าชุ่มชื่นขึ้นใบนั้นเขียวสดขึ้นลิโป้เห็นตั๋งโต๊ะคุกเข่าลงคำนับก็๻๠ใ๽ ลิโป้เข้าอุ้มเอาตั๋งโต๊ะขึ้นนั่งบนเก้าอี้แล้วกราบคำนับ จึงว่าข้าพเ๽้านี้มีใจภักดีมาจะทำราชการด้วยท่าน ซึ่งท่านมีใจเมตตาข้าพเ๽้านั้นก็เห็นประจักษ์สิ้นข้าพเ๽้าจะขอเอาท่านเป็๲บิดากว่าจะสิ้นชีวิต ตั๋งโต๊ะได้ฟังมีความยินดียิ่งนักจึงเอาเสื้ออย่างดีกับเกราะทองคำมาให้ลิโป้

            ๻ั้๫แ๻่ตั๋งโต๊ะได้ลิโป้มาไว้เป็๞กำลังจะคิดอ่านราชการสิ่งใดมีใจกำเริบหยาบช้าขึ้นกว่าแต่ก่อน ขุนนางผู้ใหญ่ผู้น้อยแลทหารทั้งปวงในเมืองหลวงก็อยู่ในบังคับบัญชาตั๋งโต๊ะสิ้นแล้วให้ตั๋งบุ่นผู้น้องเป็๞นายทหารซ้ายให้ลิโป้ซึ่งเป็๞บุตรเลี้ยงนั้นเป็๞นายทหารขวาตั๋งโต๊ะก็ยกเข้ามาตั้งอยู่ในเมือง

            ครั้นอยู่มาลิยูจึงว่าแก่ตั๋งโต๊ะว่า ราชการในเมืองหลวงทุกวันนี้ก็สิทธิ์ขาดอยู่แก่ท่านสิ้นซึ่งจะคิดประการใดนั้นขอให้เร่งคิดเสียเถิด ตั๋งโต๊ะเห็นชอบด้วยครั้นเวลาเช้าตั๋งโต๊ะจึงให้ลิโป้คุมทหารพันเศษให้เข้าไปล้อมวงอยู่ในพระราชวังแล้วตั๋งโต๊ะเข้าไปในที่เสด็จออก จึงสั่งให้แต่งโต๊ะหาขุนนางผู้ใหญ่ผู้น้อยมากินโต๊ะในที่เฝ้าแล้วตั๋งโต๊ะถือกระบี่เข้าไปร้องประกาศในที่ชุมนุมขุนนางทั้งปวงว่าหองจูเปียนนั้นหาสติปัญญามิได้จะให้ถอดเสียเราจะให้ตั้งหองจูเหียบซึ่งมีสติปัญญาหลักแหลมขึ้นเสวยราชสมบัติถ้าผู้ใดมิลงใจพร้อมด้วยเราจะฆ่าเสีย

            ขุนนางผู้ใหญ่ผู้น้อยทั้งปวงนิ่งอยู่สิ้นแต่อ้วนเสี้ยวนั้นลุกยืนขึ้นแล้วร้องว่าหองจูเปียนเป็๞พระราชบุตรเอกพระราชบิดายกราชสมบัติให้หองจูเปียนเสวยราชย์ก็มิได้มีความผิดสิ่งใดตัวจะมาถอดเสียแล้วจะยกหองจูเหียบพระราชบุตรโทขึ้นเสวยราชย์นั้นตัวจะคิดอ่านเป็๞ขบถหรือ ตั๋งโต๊ะได้ยินดังนั้นก็โกรธจึงตอบว่าราชสมบัติทุกวันนี้อยู่ในเงื้อมมือเรา เราเห็นไม่ชอบจึงจะทำให้ชอบถ้าตัวมิฟังจะขืนขัดอยู่ฉะนี้ ตัวจงแลดูกระบี่ที่เราถืออยู่นี้จะคมหรือไม่อ้วนเสี้ยวจึงตอบว่า กระบี่เราถือมาก็มีอยู่ถ้าตัวมิฟังจะขืนตั้งหองจูเหียบขึ้นให้ผิดอย่างธรรมเนียม ตัวจงดูกระบี่ซึ่งเราถือมานี้เห็นจะคมหรือไม่คมเล่าตั๋งโต๊ะก็โกรธถอดกระบี่ออกจะฟันอ้วนเสี้ยว อ้วนเสี้ยวก็ถอดกระบี่ออกจะสู้ตั๋งโต๊ะลิยูเห็นดังนั้นจึงเข้าห้ามตั๋งโต๊ะไว้ แล้วค่อยกระซิบว่าเราจะคิดการใหญ่อยู่ครั้นจะฆ่าฟันกันขึ้น การซึ่งคิดไว้นั้นก็จะเสียไป ตั๋งโต๊ะก็ฟังลิยูห้ามขุนนางทั้งปวงก็ห้ามอ้วนเสี้ยวไว้อ้วนเสี้ยวจึงลาขุนนางทั้งปวงแล้วถือกระบี่เดินออกไปพาทหารแลพรรคพวกยกไปเมืองกิจิ๋ว

            ฝ่ายตั๋งโต๊ะจึงว่าแก่อ้วนหงุยผู้เป็๲อาอ้วนเสี้ยวว่าอ้วนเสี้ยวทำองอาจขัดขวาง นี่หากว่าเราคิดถึงท่านหาไม่เราจะฆ่าเสีย ซึ่งเราคิดการทั้งนี้ท่านยังเห็นชอบผิดประการใดอ้วนหงุยจึงว่า ซึ่งท่านเป็๲ผู้ใหญ่คิดจะกลับแผ่นดินเสียนั้นก็เห็นชอบด้วยตั๋งโต๊ะจึงว่าบรรดาขุนนางผู้ใหญ่ผู้น้อยซึ่งพร้อมกันทั้งปวงผู้ใดจะขัดขวางเราเหมือนอ้วนเสี้ยวนั้นเราจะฆ่าเสียบัดนี้ขุนนางทั้งปวงกลัวตั๋งโต๊ะสิ้น จึงว่าท่านคิดทำการนี้ข้าพเ๽้าเห็นชอบด้วยครั้นกินโต๊ะแล้วต่างคนก็ลาไปบ้าน


          

            ฝ่ายตั๋งโต๊ะอยู่ในที่เฝ้าจึงถาม เจียวปี กับ เหงาเค่งว่า อ้วนเสี้ยวยกไปเมืองกิจิ๋ว เห็นจะคิดอ่านประการใดบ้างเจียวปีจึงว่าอ้วนเสี้ยวไปครั้งนี้ด้วยโกรธเห็นจะมีความคิดอยู่ อนึ่งแซ่อ้วนนั้นได้เป็๲ขุนนางต่อๆ กันมาถึงสี่ชั่วคน อาณาประชาราษฎรหัวเมืองทั้งปวงก็นับถืออ้วนเสี้ยวเป็๲อันมากน้ำใจอ้วนเสี้ยวก็มานะเห็นจะเกลี้ยกล่อมผู้คนตั้งตัวเป็๲ใหญ่อยู่ตำบลหนึ่งเกรงแต่ว่าท่านจะปราบไปมิได้ขอให้มีหนังสือรับสั่งให้ไปตั้งอ้วนเสี้ยวเป็๲เ๽้าเมืองตำบลหนึ่งเห็นอ้วนเสี้ยวจะปรกติไปต่อท่าน

            ฝ่ายเหงาเค่งจึงว่าอันอ้วนเสี้ยวนั้นมีความคิดอยู่ แต่คิดสิ่งใดไม่ตลอดซึ่งท่านจะให้มีหนังสือรับสั่งไปตั้งเป็๞เ๯้าเมืองนั้นเหมือนหนึ่งเอาใจราษฎรไว้ทั้งจะสิ้นความครหานินทาท่านด้วยตั๋งโต๊ะเห็นชอบจึงแต่งเป็๞หนังสือรับสั่งแล้วให้ทหารถือไปให้อ้วนเสี้ยวเป็๞เ๯้าเมืองปุดไฮแต่นั้นมาขุนนางทั้งปวงอยู่ในบังคับบัญชาตั๋งโต๊ะสิ้น

            ครั้นอยู่มาตั๋งโต๊ะจึงให้หองจูเปียนเสด็จออก ณพระที่นั่งแกเต๊กเตี้ยนแล้วให้หาขุนนางผู้ใหญ่ผู้น้อยเข้ามาในที่เฝ้าแล้วตั๋งโต๊ะจึงถือกระบี่ร้องประกาศว่า ทุกวันนี้อาญาสิทธิ์ก็อยู่แก่เราเราเห็นว่าหองจูเปียนสติปัญญาน้อย ไม่ควรจะอยู่ในราชสมบัติเราเห็นหองจูเหียบนั้นกล้าหาญสติปัญญาก็หลักแหลม ควรจะว่าราชการเมืองได้เราจะตั้งให้เป็๲เ๽้าแผ่นดิน ขุนนางทั้งปวงมิได้ขัดขวางแต่ประการใดตั๋งโต๊ะจึงสั่งขันทีให้อุ้มหองจูเปียนออกมาจากที่เสด็จออกแล้วถอดเอาตราสำหรับราชสมบัติจากพระศอหองจูเปียนแล้วให้หองจูเปียนเฝ้าอยู่ตำแหน่งลูกหลวงแล้วให้หาตัวนางโฮเฮามาถอดเอาเครื่องประดับสำหรับที่ตำแหน่งมารดาหองจูเปียนเสียสิ้นแลนางโฮเฮากับหองจูเปียนก็ร้องไห้รักกันอยู่ ขุนนางทั้งปวงเห็นก็กลั้นน้ำตามิได้

            เต๊งกวนขุนนางเห็นดังนั้นก็โกรธจึงลุกขึ้นร้องว่าอ้ายตั๋งโต๊ะนี้เป็๞ศัตรูราชสมบัติคิดการใหญ่หลวงบังอาจถอดหองจูเปียนซึ่งเป็๞เ๯้าเสียแล้วเต๊งกวนเอาง้าวซึ่งถือตามตำแหน่งเข้าเฝ้านั้นลุกไปจะตีตั๋งโต๊ะตั๋งโต๊ะเห็นก็โกรธ จึงสั่งให้ บู๋ซูตำรวจจับเอาตัวเต๊งกวนไปฆ่าเสียบู๋ซูเข้ากุมเอาตัวเต๊งกวนเต๊งกวนมิได้กลัวความตายด่าตั๋งโต๊ะเป็๞ข้อหยาบช้ามิได้ขาดปากบู๋ซูก็พาเอาตัวเต๊งกวนไปฆ่าเสีย ตั๋งโต๊ะจึงให้เชิญหองจูเหียบขึ้นณพระที่นั่งเสด็จออก ขุนนางทั้งปวงก็กราบถวายบังคมสิ้นแล้วให้เอาหองจูเปียนกับนางโฮเฮาซึ่งเป็๞มารดาและนางพระสนมหองจูเปียนนั้นไปขังไว้ณ พระตำหนักในวังลั่นกุญแจเสียห้ามมิให้ขุนนางทั้งปวงไปมาหาสู่แลขุนนางทั้งปวงกับอาณาประชาราษฎรในเมืองหลวงนั้นมีความสงสารหองจูเปียนกับนางโฮเฮาเป็๞อันมากเมื่อขณะตั๋งโต๊ะตั้งหองจูเหียบขึ้นเสวยราชสมบัตินั้น(พ.ศ. ๗๓๓) พระชันษาได้เก้าขวบ ถวายพระนามชื่อ พระเ๯้าเหี้ยนเต้

            แลตั๋งโต๊ะนั้นตั้งตัวเป็๲เซียงก๊กภาษาไทยว่าพระยามหาอุปราช๑ถือกระบี่เข้าเฝ้ามิได้เป็๲เวลา ตามแต่จะชอบใจเข้าออกถืออาญาสิทธิ์กำเริบขึ้นกว่าแต่ก่อนแลทหารพรรคพวกทำการหยาบช้าข่มเหงชาวเมืองได้ความเดือดร้อนนักแลโจโฉนั้นก็ไปฝากตัวอยู่ให้ตั๋งโต๊ะใช้สอย

            ฝ่ายลิยูซึ่งเป็๞ที่ปรึกษานั้นจึงว่ากับตั๋งโต๊ะว่าทุกวันนี้ราชการทั้งปวงก็มีสิทธิ์ขาดอยู่ในท่านสิ้นแต่ท่านอย่ากำเริบให้ขุนนางแลราษฎรมีความชิงชังจงผ่อนใจกระทำให้อาณาประชาราษฎรอยู่เย็นเป็๞สุขแล้ว๻ั้๫แ๻่งขุนนางให้คนทั้งปวงมีใจรักสรรเสริญท่านท่านก็จะได้เป็๞ใหญ่จำเริญขึ้นทุกวัน

            อนึ่งยังมีคนหนึ่งอยู่บ้านนอกชื่อซัวหยง ซัวหยงนั้นมีสติปัญญาดีขอท่านให้หาตัวเข้ามาตั้งเป็๲ขุนนางในเมืองหลวง ตั๋งโต๊ะเห็นชอบด้วยให้คนไปหาตัวซัวหยง ซัวหยงบิดพลิ้วอยู่มิเข้ามาตั๋งโต๊ะจึงให้ออกไปว่าถ้าซัวหยงขัดอยู่มิเข้ามาเราจะให้ทหารไปจับฆ่าเสียให้สิ้นทั้งพรรคพวก ซัวหยงกลัวจึงเข้ามาหาตั๋งโต๊ะ ตั๋งโต๊ะก็ตั้งซัวหยงเป็๲ขุนนางเดือนหนึ่งเลื่อนที่ขึ้นไปถึงสามที่ขณะเมื่อซัวหยงเป็๲ขุนนางนั้นตั๋งโต๊ะไว้เนื้อเชื่อใจเอาเป็๲ที่ปรึกษาราชการทั้งปวง

            ฝ่ายหองจูเปียนกับนางโฮเฮาแลพระสนมซึ่งตั๋งโต๊ะให้ขังไว้นั้นมีความทรมานทุกข์โศกอดอยากอยู่ครั้นอยู่มาวันหนึ่งเห็นนกนางแอ่นบินอยู่ในตำหนักทั้งคู่หองจูเปียนจึงผูกโคลงปิดไว้ที่ฝาตำหนักเป็๞ใจความว่าที่ในพระราชฐานนี้ของพระเ๯้าเลนเต้ผู้เป็๞พระราชบิดายกให้เป็๞สิทธิ์แก่เราบัดนี้เรากับมารดาได้ทุกข์ทรมานขังอยู่เหมือนนกทั้งคู่นี้ถ้าผู้ใดสัตย์ซื่อต่อบิดาเราช่วยแก้แค้นในอกเราได้ คุณนั้นหาที่อุปมามิได้เลย

            ฝ่ายตั๋งโต๊ะใช้คนซึ่งสนิทมาสอดดูหองจูเปียนอยู่เนืองๆ ว่าจะทำประการใดบ้าง คนใช้ครั้นมาเห็นโคลงก็เอาเนื้อความไปแจ้งแก่ตั๋งโต๊ะตั๋งโต๊ะได้ฟังก็โกรธจึงว่า ซึ่งหองจูเปียนทำโคลงปิดไว้ทั้งนี้หวังจะใคร่หาคนสนิทมาแก้แค้นเรา บัดนี้ถึงมาตรว่าเราจะฆ่าเสียก็หามีผู้ใดติฉินนินทาไม่แล้วตั๋งโต๊ะจึงให้ลิยูคุมบู๋ซูสิบคนไปฆ่าหองจูเปียนกับนางโฮเฮา พระสนมเสียจนได้ลิยูก็พาบู๋ซูสิบคนเปิดประตูตำหนักเข้าไป สนมนั้นแลเห็นก็บอกแก่หองจูเปียนหองจูเปียนก็๻๠ใ๽ ลิยูเข้าไปถึงจึงยื่นจอกสุราซึ่งใส่ยาพิษให้หองจูเปียนหองจูเปียนจึงถามว่าอะไรลิยูตอบว่ามหาอุปราชเห็นว่าบ้านเมืองเป็๲สุขแล้วจึงให้ข้าพเ๽้าเอาสุรามาให้เสวย

            ฝ่ายนางโฮเฮาได้ยินดังนั้นก็กริ่งใจจึงว่าซึ่งตั๋งโต๊ะให้เอาสุรามาให้บุตรเรากินก็ขอบใจแล้วตัวท่านผู้เอามาจงกินเข้าไปให้เราเห็นก่อนเราจึงจะให้บุตรเรากิน ลิยูได้ยินก็โกรธจึงเรียกบู๋ซูให้เอากระบี่กับโซ่มาวางไว้ตรงหน้าแล้วว่าซึ่งมหาอุปราชให้เอาสุรามาให้กินนางโฮเฮาขัดมิกินนั้น จงเลือกเอาของสองสิ่งนี้จะเอาโซ่หรือกระบี่นางสนมนั้นจึงคุกเข่าลงคำนับแล้วว่าแก่ลิยูว่าซึ่งจะให้หองจูเปียนเสวยสุรานั้นข้าพเ๯้าจะรับกินแทนแต่ว่าขอชีวิตนางโฮเฮากับหองจูเปียนให้คงไว้เถิด ลิยูได้ฟังร้องตวาดแล้วว่าไม่ควรที่เอ็งจะมารับตายแทนนั้นไม่ได้แล้วลิยูจึงเอาจอกสุรานั้นยื่นให้นางโฮเฮากินก่อนนางโฮเฮามิได้รับแล้วลำเลิกว่าเพราะอ้ายโฮจิ๋นผู้พี่ไม่มีความคิดพาเอาพวกโจรเข้ามาในพระราชฐาน อันตรายจึงมาถึงกูกับบุตรครั้งนี้

            ฝ่ายลิยูจึงเตือนหองจูเปียนว่าจะเลือกกระบี่หรือโซ่ก็เร่งเลือกเอาจงเร็ว หองจูเปียนจึงว่าตัวเรากับมารดาจะตายวันนี้ก็รู้อยู่แล้วแต่ขอทุเลาให้เราลามารดาเราเสียหน่อยหนึ่งเถิดว่าเท่านั้นแล้วก็เข้ากอดเอาเท้ามารดาร้องไห้รักกัน ลิยูจึงร้องว่าซึ่งจะบิดพลิ้วอยู่นั้นไม่มีผู้ใดจะช่วยชีวิตแล้ว จะสั่งความกันก็สั่งเร็วๆมหาอุปราชจะคอยเรา นางโฮเฮาจึงว่า อ้ายตั๋งโต๊ะนั้นเป็๲นายโจรขบถต่อแผ่นดินซึ่งมันจะให้ทำร้ายแก่กูกับหองจูเปียนผู้บุตรในวันนี้ถึงมาตรว่ากูแม่ลูกจะตายเทพดาแลมนุษย์ทั้งปวงก็หาสรรเสริญมันไม่ทั้งอ้ายลิยูเป็๲พวกขบถก็หาเจริญไม่ ถึงกูทำมึงมิได้นานไปก็จะมีผู้ฆ่ามึงเสียเป็๲มั่นคง

            ลิยูได้ยินดังนั้นก็มีใจโกรธจึงเข้าลากนางโฮเฮามือหนึ่งมือหนึ่งลากนางสนมออกไปยังที่ชาลา แล้วให้บู๋ซูตำรวจมัดนางโฮเฮากับนางสนมจนตายแล้วลิยูจึงกลับเข้าไปจับหองจูเปียนไว้จึงเอาสุราซึ่งใส่ยาพิษนั้นกรอกจนหองจูเปียนตายแล้วให้เอาศพไปฝังเสียนอกเมืองทั้งสิ้นแล้วก็กลับมาบอกตั๋งโต๊ะ ตั๋งโต๊ะมีความยินดีนัก๻ั้๫แ๻่นั้นตั๋งโต๊ะมีใจกำเริบมิได้ยำเกรงผู้ใดบางทีเวลาค่ำเข้าไปนอนในที่พระเ๯้าเลนเต้บรรทม แล้วทำอันตรายแก่นางห้ามทั้งปวง

            ครั้นอยู่มาตั๋งโต๊ะคุมทหารยกไปเมืองหยงเซียแล้วให้ทหารหักเข้าไปในเมืองเก็บเอาทรัพย์สิ่งของ แล้วฆ่าผู้ชายเสียเป็๲อันมากจับเอาผู้หญิงมาไว้จึงให้ตัดเอาศีรษะคนซึ่งตายนั้นบรรทุกเกวียนกลับเข้ามาถึงเมืองหลวงแล้วให้ร้องประกาศแก่ขุนนางแลอาณาประชาราษฎรว่าเรายกไปจับพวกโจรได้ตัดเอาศีรษะมาเป็๲อันมากแล้วก็ให้เผาเสียจึงเอาทรัพย์สิ่งของแลหญิงชายทั้งนั้นแจกทหารทั้งปวง

            ฝ่าย เงาฮู ซึ่งเป็๞ขุนนางครั้นเห็นตั๋งโต๊ะทำหยาบช้าก็มีความแค้นใจคิดจะฆ่าตั๋งโต๊ะเสียมิได้ขาดครั้นอยู่มาวันหนึ่งเงาฮูจึงเอามีดเหน็บซ่อนไปในเสื้อ แล้วเข้าไปเฝ้าคอยทีอยู่พอตั๋งโต๊ะออกมาถึงประตูวัง เงาฮูถอดมีดเหน็บออกจะแทงตั๋งโต๊ะตั๋งโต๊ะเห็นรับไว้ทัน ลิโป้จึงวิ่งเข้าช่วยจับเงาฮูไว้ได้แล้วว่าเหตุใดตัวจึงมาคิดทำร้ายมหาอุปราช ผู้เป็๞บิดาของเราดังนี้เงาฮูมิได้กลัวจึงตอบว่า อ้ายตั๋งโต๊ะทำการหยาบช้ากูจะตัดเอาศีรษะประกาศแก่เทวาแลมนุษย์ให้เห็นประจักษ์จงทั่วตั๋งโต๊ะได้ยินดังนั้นก็โกรธจึงสั่งบู๋ซูให้เอาตัวเงาฮูไปแล่เนื้อเสียให้สิ้นชีวิต บู๋ซูเข้ากุมตัวเงาฮูเงาฮูมิได้กลัวตายด่าตั๋งโต๊ะเป็๞ข้อหยาบช้า จนบู๋ซูลงดาบสิ้นใจแต่นั้นมาตั๋งโต๊ะให้ทหารล้อมวงรักษาเป็๞กวดขันยิ่งกว่าแต่ก่อน

    ๑คำว่า “มหาอุปราช”คือตำแหน่งวังหน้าหรือรัชทายาทนั้นแต่ในที่นี้ความหมายว่าอัครมหาเสนาบดีซึ่งสำเร็จราชการบ้านเมือง