ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เล่มที่ 5 บทที่ 136 โดนเพ่งเล็งเข้าแล้ว

            “ไม่มีครั้งที่สองข้าเองก็รับจ้างทำงานให้ผู้อื่น หากวันนี้หนังสือถูกขโมยไปทุกคนในร้านต้องช่วยกันออกเงินชดใช้ ข้ามีครอบครัวต้องดูแลเช่นกัน ต้องหาเลี้ยงชีพขอให้ลุงป้าน้าอาทุกท่านได้โปรดเข้าใจ อย่าได้เข้าข้างคนผิดเลย”

            ให้ปล่อยคนก็ได้ แต่หลินหวั่นชิวต้องชี้แจ้งให้ชัดเจนมิเช่นนั้นนางที่เป็นผู้ถูกกระทำจะจบลงด้วยชื่อเสียงว่ารังแกเพื่อนบ้าน

            และเพราะเป็นวันเปิดร้านเช่นกันหลินหวั่นชิวไม่อยากให้เรื่องราวบานปลาย มิเช่นนั้นนางไม่ยอมปล่อยป้าคนนี้ไปง่ายๆ เป็นแน่

            คำพูดของหลินหวั่นชิวทำให้เพื่อนบ้านที่ช่วยพูดวิงวอนรู้สึกร้อนผะผ่าวที่ใบหน้าถูกต้อง หากวันนี้สตรีนางนี้ขโมยของสำเร็จ คนที่เป็นฝ่ายเสียน้ำตาคือพนักงานในร้าน

            ฟู่เหรินถูกสามีตัวเองลากออกไปแต่เพิ่งเดินออกจากซอยกลับถูกใครบางคนเดินตาม

            “ต้าเกอข้าขอดื่มน้ำสักถ้วยที่บ้านท่านได้หรือไม่?”

            สองสามีภรรยาเพิ่งกลับถึงบ้านก็มีสตรีสาวสวมเสื้อกับกระโปรงแยกชุดกันคนหนึ่งเข้ามาถามสตรีสาวนางนี้แค่ส่งสายตาให้ ชายฉกรรจ์ก็ผลักภรรยาตัวเองทิ้งทันที พร้อมกับเปิดประตูเชิญนางเข้าไป

            ทำเอาภรรยาโมโหมาก…

            เดินมาบิดเอวชายฉกรรจ์เต็มแรง

            ชายฉกรรจ์ยกเท้าถีบนาง “ไปไกลๆ ถ้ากล้าลักขโมยให้ข้าขายหน้าอีกข้าจะหย่ากับเจ้าเสีย!”

            สตรีสาวนางนี้อาศัยจังหวะที่สองสามีภรรยาทะเลาะกันมาเดินเข้าห้องครัวเปิดอ่างน้ำเทผงแป้งห่อหนึ่งลงไป

            “แม่นาง หาน้ำเจอหรือไม่?” จังหวะนี้เองที่ชายฉกรรจ์เดินเข้ามาที่ห้องครัวอย่างมีน้ำใจ ขวางทางสตรีสาว

            หากหลินหวั่นชิวอยู่ที่นี่ นางต้องจำได้เป็นแน่ว่าสตรีสาวที่มาขอน้ำกินนางนี้คือทังหยวนที่เป็นลูกน้องของตู้ซิวจู๋

            ถูกอีกฝ่ายเรียกเสียงดัง ทังหยวนขาสั่นเขารีบยัดห่อกระดาษเข้าแขนเสื้อ หันมายกมือปิดปาก พลางส่งสายตาหยาดเยิ้มให้ชายฉกรรจ์ไปด้วย

            ร่างกายครึ่งท่อนของชายฉกรรจ์เสียววาบ

            รอยยิ้มลามกนั่นทำเอาทังหยวนเกือบอ้วก

            เขาต้องพยายามกล้ำกลืนคิดในใจว่าไม่กล้าทำเสียเรื่อง มิเช่นนั้นจะถูกคุณชายส่งไปหอนางโลม

            ตอนนี้เขาประหม่าจนน่องขาจะเป็นตะคริวแล้ว

            “ขอบคุณต้าเกอ ข้าดื่มเสร็จแล้วพี่ชายข้ารออยู่ด้านนอก ไม่ขอรบกวนต้าเกออีก เงินสองอีแปะนี้ถือว่าเป็นค่าน้ำ” ทังหยวนบีบเสียงพูด มอบเงินสองเหรียญให้ชายฉกรรจ์

            “ไอ๊หยา ก็แค่น้ำหนึ่งคำ…” ชายฉกรรจ์พูดเช่นนี้ แต่มือกลับยื่นออกมารับเงินฉวยโอกาสลูบมือทังหยวนไปด้วย…โอ้โห มือนิ่มกว่านังแก่น่ารำคาญที่บ้านเยอะ

            ทังหยวนเกือบตบหน้าเขา

            เขาดึงมือคืนจากชายฉกรรจ์และรีบวิ่งออกไปอีกฝ่ายย่อมไม่กล้ารั้งเขาไว้ ลวนลามนิดหน่อยเป็นพอ

            รถม้าที่จอดอยู่ในมุมเลิกม่านขึ้นตู้ซิวจู๋ชะโงกหน้าออกมาถามทังหยวน “เรียบร้อยหรือไม่?”

            ทังหยวนพยักหน้า “เรียบร้อยขอรับ”

            ตู้ซิวจู๋เลิกคิ้วอย่างดูดี มุมปากยกยิ้มทังหยวนตัวอ่อนยวบ คุณชายของพวกเขาแต่งเป็นสตรีเช่นนี้แล้วงดงามยิ่งนัก

            “หยวนเป่า เจ้าไปจับตาดูไว้หากทังหยวนทำพลาดก็อัดสั่งสอนสองสามีภรรยาคู่นั้นเสีย!”

            “ขอรับ คุณชาย”

            ฟู่เหรินนั่นกล้าก่อความวุ่นวายที่อันอี้จวีหวั่นชิวออกหน้ามากไม่ได้ แต่เขาไม่ได้ใจดีเช่นนั้น

            นึกถึงหน้าของหวั่นชิวกับดวงตาที่เป็นประกายราวกับเด็กแรกเกิดของนางใจตู้ซิวจู๋ร้อนรุ่มขึ้นมา แต่เพียงพริบตาก็ยิ้มขมขื่นแม่นางผู้เพียบพร้อมมีเจ้าของแล้ว

            แต่ถึงจะไม่มีเจ้าของ…ด้วยสถานการณ์ของเขา…ลืมเสียเถิด อย่าทำร้ายผู้อื่นดีกว่า

            ตกค่ำปิดร้าน หลินหวั่นชิวจ่ายค่าแรงให้ผู้คุ้มกันกับมือปราบคนเหล่านี้ต่างก็ดีใจมาก

            นางนับจำนวนสินค้า เติมสินค้าเข้าไปกลับห้องไปทำบัญชี วันเปิดร้านนางขายได้แปดร้อยกว่าตำลึง แต่ตู้ซิวจู๋เพียงคนเดียวก็ซื้อไปแล้วสามร้อยกว่าตำลึง

            ราคาสินค้าของอันอี้จวีไม่ได้ถูกความจริงแล้วแปดร้อยตำลึงนี้ถือว่าสินค้าถูกซื้อโดยลูกค้าแค่ไม่กี่คน

            หนังสือชุดเดียวสี่สิบตำลึง เล่มละสิบตำลึงหักส่วนที่ตู้ซิวจู๋ซื้อออก รายรับที่ได้จึงอยู่ที่สี่ร้อยกว่าตำลึง

            แต่หลินหวั่นชิวก็ยังมีความสุขมากอยู่ดีของพวกนี้ต้นทุนไม่สูง ค่าใช้จ่ายทั้งหมดรวมกับค่ามือปราบ ผู้คุ้มกัน คณะเชิดสิงโตนักกายกรรม รวมแล้วตกวันละประมาณเจ็ดสิบตำลึง

            ช่วงแรกยังต้องเชิญมือปราบกับผู้คุ้มกันมาดูแลแต่วันหน้าไม่ต้องเชิญแล้ว ต้นทุนจึงลดลงอีก

            “ฉันหาเงิน ฉันหาเงินไม่รู้จะใช้อย่างไรดี…มือซ้ายถือโนเกีย…มือขวาถือโมโตโรลา…ฉันซื้อน้ำเต้าหู้สองชามดื่มหนึ่งชาม เทหนึ่งชาม…” หลินหวั่นชิวเก็บเงินนอนฮัมเพลงบนเตียงอย่างมีความสุข

            แต่เวลานี้ครอบครัวฟู่เหรินที่ขโมยหนังสือเมื่อตอนกลางวันกลับกำลังร้องโหยหวน

            ทั้งครอบครัวท้องเสียแบบกะทันหันหลุมส้วมไม่เพียงพอ บ้างก็ถ่ายบนเตียง บ้างก็รดกางเกง บ้างก็กลางลานบ้าน…

            ไอ๊หยา เหม็นหึ่งไปทั้งบ้านลุกจากเตียงในวันรุ่งขึ้นไม่ไหว

            เพื่อนบ้านทนดูไม่ได้ ช่วยเชิญหมอมาดู

            หมออุดจมูกเข้าไปเนื่องจากกลิ่นเหม็นมากจึงคิดค่าตรวจเพิ่มยี่สิบอีแปะทั้งครอบครัวเสียดายเงินแทบไม่ไหว

            วันก่อนภรรยาบ้านนี้ไปขโมยของจนขายหน้าพอกลับมาก็ท้องเสียกันทั้งบ้าน เหล่าเพื่อนบ้านต่างบอกว่ากรรมตามสนองคงกินของที่ขโมยมาจากที่ใดไม่รู้เลยเป็นเช่นนี้

            ชื่อเสียงของครอบครัวนี้เหม็นโฉ่เหมือนอุจจาระในบ้านทันที

            ยายสวีได้ยินเรื่องนี้ตอนไปซื้อผักกลับมาแล้วเล่าให้หลินหวั่นชิวฟัง หลินหวั่นชิวฟังเป็นเรื่องตลกเสี่ยวฮวากับเสี่ยวเฉ่าชอบใจมาก

            ถ้าของในร้านโดนขโมย พวกนางต้องจ่ายเงินชดเชยตอนแรกเด็กสาวทั้งสองปรึกษากันว่าจะไปสั่งสอนสตรีคนนั้นอย่างไรดีคิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายกลับบ้านไปแล้วจะโดนกรรมตามสนอง

            สมน้ำหน้า!

            สามวันแรกที่เปิดร้านเป็นไปอย่างคึกคักนอกจากวันแรก วันที่สองกับวันที่สามมีรายรับประมาณสามร้อยตำลึง

            ความตื่นตกใจจากยอดเงินเจ็ดแปดร้อยตำลึงในวันแรกทำให้พวกนางยิ่งคาดหวังทว่าผลที่ออกมากลับน่าผิดหวัง วันต่อๆ มาขายได้แค่สามร้อยกว่าตำลึงเสี่ยวฮวากับเสี่ยวเฉ่าท้อใจเล็กน้อย

            หลินหวั่นชิวบอกพวกนางว่า “เพิ่งเปิดกิจการแต่ขายได้ขนาดนี้ถือว่าไม่ได้แย่นักอนาคตจะมีวันที่ขายได้แค่ไม่กี่สิบตำลึงหรือน้อยกว่านั้นอีก พวกเจ้าจะท้อถอยไม่ได้พวกเราทำการค้า มีกำไรเข้ามา ไม่ขาดทุนก็พอแล้วของที่พวกเราขายไม่ใช่ของกินที่ต้องซื้อทุกวัน ไม่ได้เป็นที่นิยมขนาดนั้น วางใจเถิดไม่ว่าจะได้แค่ไหนข้าไม่ลดค่าแรงพวกเจ้าเป็นแน่!”

            เด็กสาวทั้งสองคิดตามแล้วก็รู้สึกว่าใช่จะให้ขายได้สองสามร้อยตำลึงทุกวันหรือ?

            ผ่านไปอีกสองสามวัน ลูกค้าน้อยลงมากยอดขายเหลือเพียงหนึ่งร้อยแปดสิบตำลึง

            หลินหวั่นชิวพึงพอใจมาก ต่อให้ขายได้แค่วันละร้อยตำลึงเดือนหนึ่งก็ได้สามพันตำลึง

            หักต้นทุนออกไม่ว่าอย่างไรก็มีเงินคงเหลือสองพันกว่าตำลึง

            แต่แน่นอนว่านี่เป็นเพราะหลินหวั่นชิวจำกัดจำนวนสินค้าเช่นกันใช้กลยุทธ์กระตุ้นความอยาก หากมีของเยอะจนทุกคนซื้อได้หมดก็คงขายราคาแพงไม่ได้

            อีกอย่าง หาเงินได้เยอะเกินไปมีแต่จะเป็นที่อิจฉา หลินหวั่นชิวตัดสินใจว่าไม่ทำตัวเป็นจุดสนใจไว้จะดีกว่า

            ทว่าอันอี้จวีก็ยังโดนเพ่งเล็งอยู่ดีมีโจรมาบุกในคืนวันนั้น

             

    คล้ายกับเรื่องภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569] ที่คุณอ่าน

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405