เป็นแมงดาในวันสิ้นโลก ด้วยระบบเทพแมงดา (NC+ ฮาเร็ม)

    ตอนที่ 3: ทางเลือกสุดท้ายยามค่ำคืน


    คมมีดพร้าถางป่าเหล็กแหนบของปู่แหวกฝ่าม่านหมอกสีส้มแดงในห้องครัวชั้นล่างฉับพลัน!

    *ฉับ!!!*

    เสียงใบมีดหนาปะทะเฉือนเข้ากับกระดูกส่วนลำคอของอสูรกายกลายพันธุ์ดวงตาแดงฉานดังก้องสะท้อนในความเงียบสงัด คมมีดตัดผ่านกล้ามเนื้อเน่าเปื่อยและเส้นเอ็นเหนียวเหนอะจนคอของมันเกือบหลุดออกจากบ่า เลือดสีดำหนืดข้นพุ่งกระจายเปรอะเปื้อนไปตามผนังปูนเปลือยขัดหยาบและเคาน์เตอร์ครัวเก่าๆ ร่างของอสูรกายตัวนั้นกระตุกเกร็งสั่นสะท้านก่อนจะล้มคว่ำหน้าลงกองกับพื้นปูนที่เปื้อนดินโคลนสีแดงขุ่นแน่นิ่งไปโดยไม่มีโอกาสได้ส่งเสียงกรีดร้อง

    นนท์ดึงมีดพร้าถอยรั้งกลับมาตั้งหลัก สองมือของเขายังคงสั่นสะท้าน ทว่าหัวใจกลับลิงโลดด้วยความแปลกใจ... พละกำลังในการฟันเมื่อครู่ช่างหนักแน่นและทรงพลังผิดปกติ แรงปะทะกับกระดูกคออันแข็งเกร็งไม่ทำให้ข้อต่อกระดูกข้อมือของเขารู้สึกเคล็ดขัดยอกเลยสักนิด ดั่งมีกระแสพลังอบอุ่นสายหนึ่งแล่นผ่านหลอดเลือดเพื่อประคองข้อต่อกระดูกของเขาไว้ ซึ่งเป็นผลมาจากการปลุกการตอบสนองขั้นแรกของระบบ 'เทพแมงดา' ที่เพิ่งตื่นรู้อย่างลึกลับ

    ชายหนุ่มไม่มีเวลาชื่นชมพลังวิเศษ เขารีบก้าวเท้าสับเปลี่ยนทิศทางกึ่งวิ่งกึ่งกระโดดกลับมาที่โถงห้องด้านล่าง ช้อนอุ้มร่างอันปวกเปียกหมดสภาพของกิ๊ฟขึ้นมาในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม ร่างกายของเธอยังคงร้อนรุ่มราวกับก้อนถ่านที่ถูกเผาไหม้และส่งไอความร้อนจางๆ อกคู่โตกระเพื่อมไหวรวดเร็วสะท้อนจังหวะชีพจรที่เต้นสั่นระริก

    นนท์เร่งรีบอุ้มเพื่อนสนิทวิ่งก้าวขึ้นบันไดไม้โบราณที่เชื่อมขึ้นสู่ชั้นสอง เสียงไม้กระดานลั่นเอี๊ยดอ๊าดตามจังหวะการลงส้นเท้าอย่างรีบร้อน ชายหนุ่มใช้ไหล่กระแทกประตูห้องนอนใหญ่ของปู่เปิดออกแล้วพาตัวกิ๊ฟเข้าไปด้านใน นนท์รีบดึงประตูไม้สักหนาปิดสะบั้นลงและจัดการดันกลอนเหล็กดัดโบราณสองตัวล็อกแน่นหนา ป้องกันการบุกรุกจากทางบันไดที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

    ...

    นนท์ประคองร่างอันสั่นเทาของกิ๊ฟวางลงนอนบนฟูกนอนเตียงไม้โบราณของปู่ที่มีผ้าปูสีตุ่นฝุ่นจับบางๆ เขาชักกระบอกไฟฉายอลูมิเนียมสีดำขึ้นมากดเปิดแสงไฟสีเหลืองนวลอ่อนๆ สาดส่องไปยังบาดแผลบนร่างกายของเธอ

    แผลข่วนจากคมเล็บอสูรกายที่ไหล่ขวาและต้นแขนของกิ๊ฟบัดนี้มีสภาพน่าเกลียดน่ากลัวขึ้นเป็นเท่าทวี เส้นเลือดฝอยล้อมรอบบาดแผลปูดนูนหนาขึ้นเป็นเส้นสีดำอมม่วงลากยาวปานรากไม้ปีศาจ ลามเลียผ่านกระดูกไหปลาร้าขาวนวลและกำลังเคลื่อนตัวคืบคลานขึ้นไปทางลำคอระหงของเธออย่างรวดเร็ว ปลายเล็บมือและเล็บเท้าเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำคล้ายซากศพ

    "กิ๊ฟ... แข็งใจไว้เว้ย..." นนท์พึมพำกระซิบน้ำเสียงสั่นพร่า

    เขาดึงผ้าขนหนูผืนเล็กที่ติดมือขึ้นมาด้วย ชุบลงในน้ำอุ่นที่เขานำใส่ขันสัมฤทธิ์เก่าขึ้นมาจากด้านล่าง บิดหมาดแล้วประโลมวางลูบไล้ตามซอกใบหู หน้าผากมน และลำคอของกิ๊ฟเพื่อระบายความร้อนจากอุณหภูมิร่างกายที่สูงลิ่วประหนึ่งเตาหลอมเหล็ก หยาดน้ำตาปนเปกับเหงื่อกาฬไหลโซมทั่วกรอบหน้าซีดเซียวของเธอ กิ๊ฟเริ่มหนาวสะท้านและพึมพำเสียงเพ้อไม่ได้ศัพท์

    นนท์ปัดสายตาหันมองหน้าจอระบบโฮโลแกรมสีฟ้าใสที่ยังคงลอยนิ่งสงบข้างเตียงไม้ ตัวเลขนับถอยหลังการติดเชื้อร่วงหล่นลงทีละวินาทีอย่างไม่ลดละ บีบคั้นเวลาจนความเครียดแทบจะบดขยี้ประสาทส่วนกลางของชายหนุ่มให้แหลกสลาย

    เมื่อตระหนักว่าไม่มีทางเลือกอื่นใดและเวลากำลังงวดลงไปทุกขณะ นนท์สูดหายใจลึกรวบรวมสติ ตัดสินใจก้มลงไปข้างใบหูของกิ๊ฟและเอ่ยปากพูดน้ำเสียงจริงจังและสั่นระริก

    "กิ๊ฟ... ฟังที่กูพูดให้ดีนะ... ตอนนี้มึงติดเชื้อไวรัสจากหมอกโลหิตนั่นแล้ว และมึงเหลือเวลาก่อนจะกลายเป็นไอ้ตัวพวกนั้นไม่ถึงสองชั่วโมง... ยาในบ้านนี้รักษาไม่ได้... แต่มีแผงระบบลึกลับลอยอยู่ตรงหน้ากู มันบอกว่าทางรอดเดียวที่จะล้างเชื้อและรักษาชีวิตมึงได้คือ... มึงต้องทำพันธะสัญญาร่วมรักกับกู... คือเราสองคนต้องมีอะไรกัน..."

    ...

    คำบอกเล่าแหบแห้งจากปากนนท์กระแทกผ่านโสตประสาทของกิ๊ฟที่สะลึมสะลือคล้ายคนใกล้ดับสูญ ร่างกายของเธอกระตุกเฮือกใหญ่ ดวงตาคู่โตเบิกกว้างปรือขึ้นมองเพื่อนสนิทในเงามืดที่มีแสงสีเหลืองและฟ้าทาบทับ

    ความสับสนปนเปกับความโกรธแค้นฉายประกายแวบขึ้นในดวงตาที่มีเส้นเลือดฝอยสีแดงรุมเร้า กิ๊ฟพยายามเค้นเรี่ยวแรงที่ริบหรี่ขยับอ้าปากร้องด่าเสียงสั่นเครือแหบพร่าด้วยความขุ่นเคืองและน้อยใจสุดขีด

    "ไอ้นนท์... มึง... มึงคิดชั่วอะไรกับกู... พวกเราเป็นเพื่อนกันนะเว้ย! มึง... มึงจะเอาเปรียบกู... ฉวยโอกาสตอนที่กูกำลังจะตายงั้นเหรอ... ไอ้คนสารเลว..." น้ำตาใสไหลพรากอาบสองข้างแก้มซีด ผิวแก้มสีขาวนวลขึ้นสีแดงระเรื่อจากพิษไข้และความอับอายขายหน้า

    กำแพงความสัมพันธ์สิบกว่าปีในฐานะเพื่อนสนิทที่กอดคอกลั่นแกล้ง แข่งขันชกมวย และปีนป่ายต้นไม้ด้วยกันมาตั้งแต่เยาว์วัยมันหนาแน่นเกินกว่าจะพังทลายลงได้ง่ายๆ กิ๊ฟรู้สึกหวาดสะดุ้งและละอายใจอย่างรุนแรงเมื่อได้ยินความต้องการทางเพศในสถานการณ์วิกฤตของชีวิตแบบนี้

    "กูไม่ได้โกหกมึงนะกิ๊ฟ! มึงดูสิ!" นนท์ร้องขัดพร้อมยื่นข้อมือไปลูบผ่านหน้าจอโฮโลแกรมระบบสีฟ้าใสที่ลอยประดับอยู่ตรงกลางหน้าเตียงไม้ หวังจะส่งสัญญาณให้กิ๊ฟจ้องมองข้อมูลที่ปรากฏชัดเจน

    กิ๊ฟฝืนเพ่งสายตามองฝ่าม่านน้ำตาและละอองหมอกที่ปกคลุมสายตา ภาพโฮโลแกรมแสดงผลเป็นข้อความสีฟ้าเรืองแสงระบุสถานะร่างกายของเธอไว้อย่างชัดเจน อัตราการติดเชื้อปะทุขึ้นสูงถึง 74% และเวลานับถอยหลังสำหรับการกลายพันธุ์ขยับถอยลงต่ำกว่าสองชั่วโมงไปแล้ว (01 ชั่วโมง 48 นาที) พร้อมกับรายละเอียดหนทางเยียวยาชำระล้างเชื้อชั่วร้ายที่เขียนประโยคสอดประสานพันธะร่วมรักชัดเจนสะท้อนนัยน์ตาของเธอ

    "มัน... มันคืออะไร..." กิ๊ฟพึมพำเสียงพร่า ความหวาดหวั่นต่อเหตุการณ์ลึกลับเริ่มทับถมทลายความดื้อดึงของเธอ

    "มันคือวันสิ้นโลกจริงๆ กิ๊ฟ... ลุงพรก็ตายและกลายเป็นตัวประหลาดไปแล้ว พ่อของมึงก็ด้วย... ถ้าเวลาดับสิ้นลงมึงก็ต้องกลายเป็นอสุรกายไปไล่กัดกินคนข้างนอก มึงอยากตายในสภาพซอมบี้ตาแดงแบบนั้นจริงๆ หรือวะ? กูอยากช่วยชีวิตมึง... กูไม่ได้ต้องการฉวยโอกาสลามกอะไรจากมึงเลย!" นนท์เอ่ยปากน้ำเสียงสั่นเครือทว่าเปี่ยมด้วยความจริงใจสุดซึ้งที่สะท้อนผ่านดวงตาของเขา

    ...

    ภาพวันสิ้นโลกภายนอกหน้าต่าง ท้องฟ้าสีเลือด หมอกโลหิตคาวชื้นแฉะ และความทรงจำเกี่ยวกับคุณพ่อผู้แกร่งกร้าวที่เพิ่งกลายร่างเป็นตัวประหลาดไล่กัดชาวบ้านแล่นย้อนกลับเข้ามาทุบตีจิตใจของกิ๊ฟจนย่อยยับ

    แผลฉกรรจ์ที่ไหล่และแขนขวาส่งกระแสความเจ็บปวดบดขยี้กระดูกกล้ามเนื้อรุนแรงขึ้นทุกขณะ ราวกับมีมังกรนับล้านตัวกำลังพยายามกัดทึ้งไขกระดูกของเธอให้แตกละเอียด ความหวาดกลัวต่อความตายและความทรมานที่แสนบีบคั้นทำให้กำแพงความสับสนและอับอายที่เคยกีดกั้นพังทลายลงมาอย่างราบคาบ

    กิ๊ฟร้องไห้โฮออกมาเสียงสะอื้นฮักตัวสั่นสะท้านสะเทือนเตียงไม้โบราณ ความเป็นสาวห้าวแกร่งกล้าที่แสดงออกต่อหน้าคนอื่นละลายจางหายไปจนเหลือเพียงเด็กผู้หญิงขี้กลัวคนหนึ่งที่เผชิญหน้าทางตันชีวิต

    เธอเอื้อมฝ่ามือขวาอันอ่อนล้าสั่นระริกไร้พละกำลัง คว้าจับข้อมือซ้ายของนนท์ไว้แน่นจนเห็นกระดูกข้อนิ้วสีขาวของเพื่อนสนิท ร่างกายสั่นสะท้านเหมือนไข้ป่ารุมเร้า สะอื้นไห้เค้นคำพูดแหบแผ่วออกมาประคองสติ

    "กูยอมแล้ว... นนท์... ฮึก... กูยอมมึงแล้ว... ถ้ามันช่วยชีวิตกูได้จริง... มึงก็ทำเถอะ... อย่าปล่อยให้กูตาย... กูไม่อยากเป็นตัวประหลาด..."

    คำยอมรับเบาหวิวปนสะอื้นไห้ของเพื่อนรักทำให้นนท์ใจหายวาบ เขาสบเข้ากับดวงตาคู่งามที่เต็มไปด้วยน้ำตานองหน้าของกิ๊ฟ สายตาคู่นั้นสะท้อนความกลัวลนลานแต่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นและไว้วางใจในตัวเขาเพียงผู้เดียว ชายหนุ่มโน้มตัวลงไปกุมมือของเธอตอบและกล่าวปลอบโยนเพื่อคลายความกังวล

    "กูจะรักษาชีวิตมึงให้ได้กิ๊ฟ... มึงเชื่อใจกูนะ"

    ...

    นนท์ปัดผ้าห่มผืนเก่าที่ปกคลุมร่างของกิ๊ฟออกช้าๆ เผยให้เห็นเรือนร่างของเพื่อนสาวในระยะประชิด ชายหนุ่มโน้มตัวเอื้อมสองมือสั่นเทาลงไปสัมผัสกับกระดุมเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตแขนยาวเปรอะคราบดินสีซีดจางของกิ๊ฟ

    มือขวาของเขาค่อยๆ ปลดกระดุมเม็ดแรกที่ระดับคอหอยออกอย่างแผ่วเบา... ตามด้วยเม็ดที่สองตรงกลางอก... และเม็ดที่สาม...

    รอยฉีกขาดของเสื้อและกระดุมที่หลุดลอกเผยให้เห็นเนินอกขาวผ่องนุ่มนิ่มกระเพื่อมไหวขึ้นลงรวดเร็วตามจังหวะชีพจรที่หอบเหนื่อยรุนแรง ความร้อนผ่าวจากผิวกายสาวและกลิ่นอายฟีโรโมนสาวสะพรั่งอ่อนหวานปะปนกับกลิ่นคาวสนิมเหล็กลอยคลุ้งขจรอยู่ในระยะลมหายใจปะทะหน้าของนนท์ แก่นกายของชายหนุ่มแข็งขยายรับสัมผัสสัญชาตญาณความกระสันโดยธรรมชาติ

    *โครม!!!*

    ทันใดนั้นเอง! เสียงทุบกระแทกชนประตูไม้ชั้นล่างของตัวบ้านดังกังวานกระหึ่มขึ้นมาปานฟ้าจะถล่มดินจะทลาย! เสียงไม้หักสะบั้นและเสียงกลอนประตูชั้นล่างที่พังทลายครูดพังดังก้องขึ้นมาตามช่องระบายอากาศบันไดบ้าน

    *ปัง! ปัง! ปัง! โฮก...*

    เสียงแหบโหยขู่คำรามของอสูรกายกลายพันธุ์หลายสิบตัวด้านนอกระดมกำลังบุกพังประตูด่านแรกของบ้านปู่เข้ามาได้สำเร็จแล้ว เสียงย่ำเท้าหนักหน่วงสะเปะสะปะของพวกมันเริ่มดังโกลาหลอยู่ชั้นล่างและกำลังพยายามปีนป่ายขึ้นมาทางบันไดไม้โบราณอย่างบ้าคลั่ง!

    นนท์สะดุ้งสุดตัว หัวใจแทบจะหลุดร่วงหล่นลงมา ตัวเลขนับถอยหลังบนหน้าจอกะพริบเตือนสีแดงลั่นวินาทีหมดเวลาคืบคลานเข้าประชิด เขาไม่มีเวลาให้สับสนลังเลอีกต่อไปแล้ว หากไม่รีบลงมือสถาปนาพันธะร่วมรักทำสัญญาในห้องสลัวสีเลือดแห่งนี้โดยด่วนที่สุด ความตายและอสูรกายกลายพันธุ์คงจะบุกเข้ามาฉีกทึ้งร่างของพวกเขาทั้งสองคนให้แหลกเป็นผุยผงอย่างแน่นอน!