หลังจากห่าวหรานหนีพวกสัตว์อสูรดุร้ายมาได้เข้าก็ออกเดินทางต่อ ทว่า...ไม่ว่าจะกวาดตามองไปที่ใดก็ไม่มีถ้ำที่คล้ายจะเป็นที่อยู่ของเจ้าหมูป่าเขี้ยวอัสนีแม้แต่น้อย “อยู่ที่ใดกันนะ หรือว่าเรื่องของมันจะเป็นแค่ข่าวลือ หากเป็นข่าวลือจริงข้าคงต้องหาสัตว์ตัวอื่นไปทำอาหารแทนเสียแล้ว ถึงแม้นจะโดนคนพวกนั้นหัวร่อเย้ยหยันก็เถอะ แต่ข้าหาได้สนใจไม่” ห่าวหรานที่มองหาถ้ำของเจ้าหมูป่าเขี้ยวอัสนีไม่เจอมันเริ่มจะถอดใจ และคิดจะล่าสัตว์ตัวอื่นกลับไปแทน ทว่า...ในยามนั้นมิรู้ฟ้าดินเมตตามันหรืออย่างไร เพราะหางตาของห่าวหรานดันเหลือบไปเห็นเข้ากับรอยเท้าอันใหญ่ของสัตว์ตัวหนึ่งบนพื้นเข้า
“รอยเท้าหรือ...? แถมขนาดของมันก็ไม่ธรรมดาเสียด้วย” ห่าวหรานหยุดพุ่งทะยานจากยอดไม่ก่อนที่มันจะพลิ้วกายลงมาบนพื้นดิน และย่อตัวลงพิจารณาถึงรอยเท้าที่เห็นตรงหน้า มันมองดูอยู่นานก็เอ่ยขึ้น “จากการที่ข้าเข้าไปล่าสัตว์มาตั้งแต่เยาว์วัย รอยเท้านี้เป็นของหมูป่าไม่ผิดแน่ และด้วยขนาดที่ใหญ่โตผิดปรกติขนาดนี้ ข้าเดาได้ไม่ยากเลยว่า มันจะต้องเป็นของเจ้าหมูป่าเขี้ยวอัสนีอย่างแน่นอน”
ความตื่นเต้นดีใจปรากฏชัดขึ้นบนใบหน้าของห่าวหราน ด้วยความที่ตัวมันชำนาญเรื่องการสะกดรอยสัตว์ป่ามาตั้งแต่เด็ก ๆ การจะตามรอยเท้ารอยนี้ไปถือว่าง่ายยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือ ดังนั้นห่าวหรานจึงตามรอยไปทันที
ห่าวหรานใช้เวลาอยู่ไม่นานสุดท้ายรอยเท้ารอยนั้นก็พามันมาถึงยังถ้ำขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง แถมที่หน้าถ้ำยังมีซากไหม้เกรียมของสัตว์ป่ามากมาย ซึ่งเป็นการยืนยันได้เลยว่า เจ้าของถ้ำแห่งนี้คือ หมูป่าเขี้ยวอัสนีไม่ผิดแน่นอน ห่าวหรานไม่รอช้าพลันก้าวเท้าเดินตรงเข้าไปอย่างไม่กลัวเกรง ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ห่าวหรานไม่รู้หรอกว่าสิ่งมีชีวิตที่กำลังจะเผชิญหน้าด้วยมีความแข็งแกร่งสักเพียงไหน หรือว่า...มันจุดอ่อนอยู่ตรงที่ใด ก่อนหน้าที่บอกหนิงอวี้ไปแบบนั้นก็เพราะมันไม่อยากให้นางมาเสี่ยงด้วย ห่าวหรานมิได้มีจิตพิศวาสเชิงชู้สาวกับ หนิงอวี้ เพียงแต่มันเป็นห่วงนางในฐานะน้องสาว และสหายที่เติบโตมาด้วยกันก็เท่านั้นเอง...
ภายในถ้ำค่อนข้างจะกว้าง และมืดพอสมควรดีว่าบนเพดานมีแก้วผลึกขนาดใหญ่ห้อยลงมา ซึ่งมันส่องแสงจาง ๆ ทำให้ห่าวหราน พอมองจะเห็นทาง และเมื่อสายตาเริ่มชินกับความมืดใกล้ ๆ มันก็เริ่มเห็นการเคลื่อนไหวรอบกาย แมงมุม และแมลงปีกแข็งที่ไต่ลงตามผนังถ้ำพลันผลุบหายเข้าไปในรอยแตกของผนังคล้ายตื่นกลัวผู้มาเยือน หยดน้ำเล็ก ๆ ที่หยดลงพื้นจนเป็นแอ่งน้ำส่งเสียงดังเปาะแปะชวนขนลุกสะท้อนก้องในถ้ำ อากาศเย็น และชื้นแฉะ และหลังจากที่ห่าวหรานเดินช้า ๆ มาราว ๆ ครึ่งก้านธูป มันก็ได้ออกมาพบกับโถงถ้ำขนาดใหญ่ แถมตรงกลางโถงก็ยังมีร่างมหึมาซึ่งปกคลุมไปด้วยขนสีน้ำตาลกำลังนอนคลุกอยู่ มิใช่ตัวประหลาดอันใดหากแต่เป็น เจ้าหมูป่าเขี้ยวอัสนีนั้นเอง...
“นี่หรือหมูป่าเขี้ยวอัสนีที่เล่าลือกัน ขนาดตัวของมันช่างใหญ่โตมโหฬารยิ่งนัก” ห่าวหรานอ้าปากค้างด้วยความตื่นตะลึง เมื่อพบกับสิ่งที่ตามหา จากนั้นมันจึงค่อย ๆ ดึงสติกลับมา และใช้เนตรเทวะรู้แจ้งตรวจสอบดูอย่างถี่ทวนอีกครั้ง
“ระดับการต่อสู้ของมันไม่ต่างจากที่พี่ฟางบอก ส่วนค่าจิตปราณในร่างก็มากมายมหาศาลอย่างที่คิด ทว่า...นอกนั้นก็ไม่มีสิ่งใดเลย ไม่ว่าจะเป็นผนึกศิลา หรือป้ายเคล็ดวิชา แต่ก็เอาเถิด หากล้มมันแล้วดูดจิตปราณมาก็นับว่าคุ้มแล้ว”
ห่านหรานกระหยิ่มยิ้มยิ้มย่อง และคิดในใจด้วยความตื่นเต้น ทว่า...ในยามนั้นเอง เจ้าสิ่งมีชีวิตดุร้ายขนาดใหญ่ที่นอนอยู่ก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นของผู้บุกรุกที่มันไม่คุ้นเคย เจ้าหมูป่าเขี้ยวอัสนีพลันลืมตาตื่น ก่อนจะยันกายลุกขึ้น ยามที่นอนก็ว่าตัวใหญ่แล้ว ตอนยืนสี่ขายิ่งดูใหญ่กว่าเดิมหลายเท่านัก ห่าวหรานเองก็ตกใจไปชั่วขณะเหมือนกัน แต่แล้วมันก็พลันตั้งท่าเตรียมจะต่อสู้ในทันที
เจ้าหมูป่าส่งเสียงคำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยวก่อนที่มันจะพลันวิ่งตรงเข้ามาเด็กหนุ่มเผ่ามนุษย์ตัวจ้อยที่ยืนอยู่เบื้องหน้า ห่าวหรานที่แบบนั้น มันก็หมายใจว่าจะลองใช้พละกำลังเกือบพันจินของตนหยุดเจ้าหมูป่ายักษ์ตัวนี้ดู เพราะในอดีตห่าวหรานเคยใช้พละกำลังอันมหาศาลนี้สยบสัตว์อสูรฟ้าดินร่างใหญ่โตมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว ครั้งนี้จึงคิดจะลองดู ทว่า...บางสิ่งที่ไม่ทันคาดคิดก็ได้เกิดขึ้น
ความเร็วของเจ้าหมูป่าเขี้ยวอัสนีที่วิ่งตะบึงเข้ามานั้น มันเร็วเสียจนห่าวหราน มองตามแทบไม่ทัน แทนที่เขาจะได้ตั้งหลักใช้สองมืออันแข็งแกร่งจับเขี้ยวหมูป่า และหยุดการเคลื่อนไหวของเจ้าสัตว์ร้ายขี้โมโหตัวนี้ กลับกลายเป็นว่า ร่างของห่าวหรานถูกดันพุ่งกระแทกจนปลิวไปกระแทกพนังถ้ำแทน “อะ อันใดกัน...!! ทำไมเจ้าหมูป่าถึงได้รวดเร็วถึงเพียงนี้” ห่าวหรานอ้าปากค้างด้วยความตื่นตะลึงก่อนที่จะร่วงลงพื้น และกระอักเลือดคำโตออกมา ทว่า...ห่าวหรานก็นั่งทรุดเข่าเอามือกุมหน้าอกอยู่ได้เพียงแค่อึดใจเดียว เพราะเจ้าหมูป่าเขี้ยวอัสนีวิ่งตรงเข้ามาอีกครั้งแล้ว และครานี้ความเร็วก็ไม่ต่างจากเมื่อครู่เลยแม้แต่น้อย
“โจมตีเหยื่อตรงหน้าให้สิ้นซาก สมกับเป็นสัตว์อสูรดุร้ายจริง ๆ แต่ข้าไม่ประมาทซ้ำสองเป็นแน่” ห่าวหรานกัดฟันแน่นก่อนจะโคจรจิตปราณ และถีบเท้ากระโดดหลบการโจมตีของเจ้าหมูป่า ทว่า...ในครั้งนี้ แม้นห่าวหรานหลบพ้นแต่มันก็ช่างเฉียดฉิวเสียเหลือเกิน ขนาดเข้าเร่งความเร็วถึงขั้นสูงสุดแล้วก็ยังมิอาจเทียบเคียงความเร็วของเจ้าหมูป่าได้แม้แต่น้อย
“บัดซบยิ่งนัก ความเร็วของข้าเทียบกับเจ้านี่ไม่ได้เลย เช่นนั้นก็คงต้องอาศัยจังหวะที่ลอยตัวกลางอากาศนี่แหละ จัดการมันให้จบในคราเดียว เพลงหมัดมังกรวารีทลายเก้าขุนเขากระบวนท่าที่ หก มังกรวารีกลืนภูผา…!!!”
ห่าวหรานคิดเผด็จศึกเจ้าหมูป่าเขี้ยวอัสนีขณะที่มันกำลังลอยตัวอยู่กลางอากาศด้วยเพลงหมัดมังกรวารี หมัดปล่อยออกมาพร้อมกับปราณมังกรตัวใหญ่อันน่าเกรงขาม มันพุ่งทะยานเข้ากระแทกร่างของเจ้าหมูป่าจนเกิดเสียงดังสนั่นถ้ำ ยามนั้นห่าวหรานคิดว่ากระบวนท่านี้อาจจะไม่สามารถโค่นมันได้ในทีเดียว แต่ก็น่าจะพอสร้างความบาดเจ็บให้เจ้าหมูป่าได้ไม่น้อย ทว่า...นั้นคือสิ่งที่ห่าวหรานคิดผิดมหันต์
เพราะเจ้าหมูป่าเขี้ยวอัสนีนั้นไร้รอยขีดข่วน ไม่มีแม้แต่ขนสักเส้นที่จะหลุดออกมาด้วยซ้ำ ห่าวหรานถึงกับตาเบิกกว้างอ้าปากค้างด้วยความตกใจ ก่อนที่มันจะดึงสติกลับมา และเตรียมใช้กระบวนท่าที่รุนแรงกว่าเดิม ซึ่งก็คือ เพลงหมัดมังกรวารีทลายเก้าขุนเขากระบวนท่าที่ เจ็ด กระบวนท่าที่มันยังฝึกไม่เสำเร็จ ทว่า....ยังมิทัน ที่จะได้ใช้จู่ ๆ ร่างกายของห่าวหรานก็เกิดความผิดปรกติบางอย่างขึ้นเสียก่อน
ทั่วร่างมันคล้ายมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงไหลผ่านจนชาไปหมด พร้อมกับความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสที่บังเกิดขึ้น ห่าวหราน กรีดร้องออกมาเสียงดังลั่นก่อนที่ร่างของมันจะร่วงลงมากระแทกพื้นอย่างแรง ก่อนมีเขม่าควันไฟสีดำลอยคละคลุ้งออกมา
“กะ เกิดอันใดขึ้น เมื่อครู่ข้ากำลังจะเล่นงานเจ้าหมูป่าซ้ำ แต่แล้วทั่วร่างก็เหมือนถูกฟ้าผ่าอย่างรุนแรง...” ห่าวหรานเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา ขณะที่นอนอยู่บนพื้น จากนั้นดวงตาก็เหลือบไปเห็นประกายแสงสีเหลืองทองส่องสว่าง ส่งเสียงเปรี๊ยะ ๆ อยู่ที่สองเขี้ยวโง้งในปากของเจ้าหมูป่า ซึ่งมันก็คือประกายสายฟ้าที่เล่นงานห่านหรานจนร่วงมานั้นเอง
“นั้นหรือ เขี้ยวอัสนี อาวุธประจำตัวของมันช่างร้ายกาจยิ่งนัก” ห่าวหรานเพ่งมองด้วยความหวั่นวิตก ก่อนจะเตรียมยันกายลุกขึ้น ทว่า...สองตาก็ต้องเบิกกว้างอย่างตกตะลึง เมื่อเห็นเจ้าหมูป่าคำรามลั่นพร้อมชูเขี้ยวอันน่ากลัวขึ้น เกิดเสียง เปรี๊ยะ ๆ พร้อมแสงสีเหลืองทองสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง จากนั้นก็พลันมีสายฟ้าหลายสายพุ่งออกมา ก่อนที่พวกมันจะผ่าลงมายังจุดที่ห่าวหรานกำลังนั่งทรงตัวอยู่
ห่าวหรานไม่รอช้าพลันกระโดดถอยหลบเป็นพัลวัน แต่ไม่ว่าจะกระโดดไปเกาะผนังถ้ำ หรือ ลอยตัวอยู่กลางอากาศสายฟ้าพวกนั้นก็เชื่อมโยงถึงกัน และเล่นงานเขาได้อยู่ดี ห่าวหรานส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะร่วงลงมากระแทกพื้นอีกรอบ เจ้าหมูป่าอสูรที่เห็นเช่นนั้นก็ไม่รอช้า พลันวิ่งตรงเข้าปิดบัญชีกับผู้บุกรุก ด้วยการใช้เขี้ยวที่อาบสายฟ้าแรงสูงขวิดจนร่างของห่าวหราน กระเด็นกระแทกกับผนังถ้ำจนทะลุไปด้าน ซึ่งเป็นเหวลึกอันมืดมิด จากนั้น ห่าวหรานที่บาดเจ็บสาหัส และหมดสติจึงร่วงตกลงไปในนั้นอย่างไม่ทราบชะตากรรม...
จบตอน