ช่างสมกันราวกับกิ่งทองใบหยกอะไรเช่นนี้...สามีรูปร่างล่ำสันสูงโปร่ง ภรรยา...แสนสวย ผมสีบลอนด์กับลูกน้อยซึ่งมีเค้าพ่ออยู่มาก (ตามคำบอกเล่าของใครต่อใครที่ได้มาเห็นในสัปดาห์หลังจากนั้น)
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ปู่ย่าของหนูได้มาเยี่ยมและกลับแล้วได้ 20 วัน ของขวัญมีค่าจำนวนมากมายหลายกล่องถูกเปิดออกอย่างชื่นชมกัน แพทได้ผุดลุกขึ้นนั่งตั้งใจจะพูดอะไรบางอย่างที่คิดอยู่ในใจให้เนดฟัง มันเป็เสมือนขมวดปมเล็กๆ ที่ติดค้างอยู่ในใจและติดตามเธออยู่โดยตลอด ในขณะที่เธอกำลังร่ำเรียนการที่จะเป็มารดาที่สมบูรณ์แบบให้ได้
“เนดคะ ฉันกำลังคิดว่า...”
เธอกับเนดกำลังนั่งอยู่ด้วยกันตรงเก้าอี้หลังบ้านในแกรฟตัน คอร์เนอร์ ต้นแอปเปิลเก่าแก่ 2 ต้นที่ถูกปล่อยให้ยังคงยืนต้นอยู่โดยมิได้ตัดลงตอนที่ปลูกบ้านขึ้น แผ่ร่มเงาลงบนรถเข็นเด็กมีประทุนซึ่งลูกน้อยกำลังนอนหลับอยู่วันนั้นเป็วันที่อากาศร้อนจัดกลางเดือนพฤษภาคม
“คิดเื่อะไรอีกล่ะ?”
เนดพอใจที่จะเห็นแพทมีความสุขอยู่กับการที่กังวลห่วงใยให้ความรัก เลี้ยงดูทารกน้อยซึ่งเป็ลูกของเขาอย่างใกล้ชิดสนิทสนมเช่นนี้
“ไม่ต้องบอกก็ได้” เขาพูดต่อ “เื่โรงเรียนใช่ไหมล่ะพ่อผมต้องอกแตกแน่ถ้าลูกเราไม่ได้เข้าเรียนในฮาร์วาร์ด ตอนที่ผมบอกว่าจะไปเรียนต่อที่เยลล์ก็เกือบไปทีหนึ่งแล้ว ผมก็เลยต้องยอมตามใจไปเรียนต่อที่ฮาร์วาร์ด เื่มันถึงจบไปได้”
แพทปล่อยให้เนดพูดไปเรื่อยๆ นานๆ ครั้งเธอจะลุกขึ้นเสียทีไปชะโงกหน้าดูลูก พ่อหนูกำลังหลับอย่างมีความสุข แต่แพทใจคอไม่ใคร่ดีเพราะแกยังตัวเล็กนัก รู้สึกว่าเรือนร่างเล็กๆ ก็เปราะบางเสียยิ่งกว่าเปลือกไข่ ทั้งๆ ที่นายแพทย์เลนนาร์ดกับหมอคนอื่นๆ ยืนยันให้ความมั่นใจว่าสุขภาพของแกสมบูรณ์กว่าเด็กคนอื่นๆ มากมายนัก
ท่าทางของแกสุขสบายดีจริงๆ และยิ่งวันผ่านไป เธอก็ยิ่งเห็นว่าแกเหมือนเนดมากขึ้นทุกที
เมื่อเธอทรุดตัวลงนั่งข้างสามีอีกครั้งหนึ่งนั้น แพทก็พูดถึงสิ่งที่คิดอยู่ในใจออกมาทันที เป็ความคิดซึ่งมีมาั้แ่วันที่อุ้มลูกกลับบ้านแล้ว
“เนดคะ ฉันไม่อยากเรียกลูกว่าทอมเลย” ท่าทางของเธอบอกความรำคาญใจอย่างมากเมื่อกล่าวเช่นนั้น
“เพราะอะไรล่ะ...ก็เรียกตามชื่อพ่อก็ดีแล้วนี่ พ่อก็ชอบด้วย”
“คุณพ่อของคุณน่ะดีใจแน่ เพราะในที่สุดก็มีหลานชายขึ้นมาจนได้ หลังจากที่แคทซี่มีแต่ลูกสาวให้ เพราะฉะนั้นไม่ว่าคุณจะเรียกแกว่าอะไร ท่านก็ต้องพอใจทั้งนั้นละ”
แพทอดยิ้มไม่ได้ เมื่อนึกถึงว่าสามีของเธอทั้งรักทั้งภาคภูมิในตัวลูกมากมายแค่ไหน เช่นเดียวกันกับเธอ...
“อ้าว...แล้วอย่างนั้นคุณจะเรียกแกว่ายังไงล่ะ...ก็เห็นบอกไม่อยากเรียกว่าเอ็ดหรือเอ็ดดี้ไม่ใช่หรือ?”
“อะไรก็ได้ แต่ไม่ใช่ทอมก็แล้วกัน” สีหน้าของแพทขมวดมุ่นเมื่อมองไปยังรถเข็นเด็กอีกครั้ง ท่าทางของเธอในยามนี้สง่างามสมกับเป็กุลสตรียิ่งนัก เนดนั้นมีความเชื่อว่าภรรยาของเขาเป็ผู้หญิงที่ดีที่สุด สวยที่สุดในโลกก็ว่าได้
“ไม่รู้ว่ามันเป็อย่างไรเวลาที่เรียกแกว่าทอมหรือทอมมี่เหมือนมีอะไรมาติดคออยู่อย่างนั้นแหละ มันออกจะฟังไม่เข้าท่าไปสักหน่อย แต่ฉันไม่อยากเรียกแกว่าทอมเลย เอาเป็ว่าชิพก็แล้วกัน เป็ชิ้นส่วนเล็กๆ ที่หลุดออกมาจากตึกหลังเก่าไงคะ ได้ไหมคะ?”
“ทำราวกับว่าผมคอยแต่จะปฏิเสธคุณอยู่อย่างนั้นละ...แต่บางทีพ่ออาจจะคิดว่า...”
“แกเป็ลูกของเรานะคะ ไม่ใช่ของพ่อคุณ”
เนดหัวเราะอยู่ในลำคอ
“ผมดีใจนะที่คุณมีความรู้สึกอย่างนั้นกับ...เอ้อ...ชิพ...คุณมีความสุขมากใช่ไหม?”
“มากจนไม่เชื่อตัวเองเลยค่ะ รู้สึกว่าแกเข้ามาเติมให้ชีวิตฉันเต็มขึ้นมาได้จริงๆ”
แพทไม่อาจนั่งอยู่เฉยๆ โดยไม่ลุกขึ้นมองทารกที่นอนหลับสนิทอยู่ในรถเข็นนั้นได้ เนดชอบท่าทางการเคลื่อนไหวของเธอนัก เหมือนนักกรีฑา สง่างามแบบนักเทนนิสที่เธอเป็อยู่ ผิวพรรณของแพทคล้ำไปเนื่องจากต้องออกไปยืนอยู่กลางแดดในคอร์ทมาหลายอาทิตย์ ซึ่งปรกติแล้วเธอจะไปกับพี่สาว คือเคท แต่หลังจากที่รับลูกกลับบ้านแล้ว เธอก็ออกเล่นน้อยลง เพราะดูเหมือนแกจะทำให้เธอมีงานเต็มมืออยู่ตลอดเวลา ทั้งๆ ที่เป็ตัวน้อยๆ อย่างนี้
เนดก็รู้สึกสะดวกปากที่จะเรียกแกว่าชิพเช่นกัน มันมีเหตุผลบางประการที่ว่า เขาเองก็ไม่เคยรู้สึกสนิทปากเลยที่จะเรียกแกว่าทอม มันฟังคล้ายกับว่าเป็ลูกคนอื่น มิใช่ลูกตัวเอง
“ฤดูร้อนปีหน้า” เนดพูดขึ้น “เมื่อมีการแสดงละครแกรฟตัน เพลเยอร์ เราจะให้แกเล่นด้วย”
“แล้วจะให้แกเล่นเป็ตัวอะไรล่ะ?” ….โมเสสหรือไง?” เนดนั้นมีความปรารถนาจะสร้างโรงละครแบกะดินแบบที่เรียกว่า “ปิกนิก เธียเตอร์” โดยใช้นักแสดงในละแวกผสมกับตัวเอกๆ จากนิวยอร์ค 2-3 ตัว สร้างอัฒจันทร์ธรรมชาติขึ้นมาใกล้ทะเลสาบ ซึ่งเป็ที่ดินส่วนตัวของเขา เนดเหนื่อยหน่ายกับงานในหน้าที่ทนายความของเขาบ่อยขึ้น เขาชอบงานละครและตั้งใจจะใช้มันเป็ของเล่นชิ้นโปรดของตัวเอง
ซึ่งแพทก็ยอมตามใจ ให้เขาหาเื่เล่นได้ตามใจชอบสำหรับฤดูร้อนปีนี้เขาเริ่มลงมือปรับพื้นที่ไปแล้วด้วยซ้ำ เพื่อที่ว่าในฤดูร้อนปีหน้าจะสามารถเอาผ้าปูรอง เก้าอี้กับเครื่องว่างปิคนิคออกมารับประทานกันไปพลางชมการแสดงไปพลางได้อย่างสะดวกสบายใจ การหาเื่เล่นสนุกเช่นนี้เกิดขึ้นตอนที่ทั้งคู่รู้สึกหมดหวังที่จะมีลูกแล้วเนดจำเป็ที่จะต้องทุ่มเทพละกำลังความฝันทั้งมวลลงไปในอะไรบางอย่าง แต่เมื่อถึงวันนี้ซึ่งเวลาได้ล่วงเลยมาถึงหนึ่งปีแล้ว แพทก็แทบจะไม่เชื่อเลยว่ามีทั้งชิพและการแสดงที่ เนดรักพร้อมๆ กันในฤดูร้อนปีหน้า
แพทสวมมรกตขนาดใหญ่ ซึ่งเนดได้มอบให้สำหรับวันแรกในชีวิตของเธอ มันจึงไม่เข้ากันนักกับชุดเสื้อกางเกงและรองเท้าเทนนิส โดยเฉพาะเมื่อเธอสวมแหวนวงนี้อยู่ตลอดเวลาเพื่อที่จะเตือนตัวเองว่าเธอเป็แม่ของชิพจริงๆ มันช่วยขับไล่ความคิดที่เกิดขึ้นในบางครั้ง ถึงผู้หญิงคนที่เคยอุ้มท้องชิพไว้
ครั้งหนึ่ง ก่อนที่ชิพจะเกิด เธอเคยถามเนดว่า
“คุณรู้อะไรเกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้นบ้างคะ?”
“ผู้หญิงคนไหนล่ะ”
“คนที่เป็แม่น่ะ”
“รู้แต่ในเื่ที่สำคัญเท่านั้น เช่นว่าเป็คนที่มีสุขภาพสมบูรณ์ สติปัญญาดี ไม่มีโรคกรรมพันธุ์ หมอเลนนาร์ดบอกว่า เด็กจะมีสุขภาพดีมาก แล้วก็...”
“แล้วก็อะไร?” แพทมองหน้าเขาอย่างกระวนกระวายใจ
“คือแกจะเป็ลูกผู้ชายน่ะ” เขาแจ้งข่าวนั้นแก่เธออย่างปลาบปลื้มเปรม
“โอ...เนด ฉันดีใจจัง ไม่รู้จะพูดอย่างไรดี”
“ก็ไม่พูดหรือคิดถึงผู้หญิงคนนั้นอีกก็พอ ผมเองก็ไม่เคยรู้จักเขา เวลานี้ก็ได้เตรียมการไว้เรียบร้อยสำหรับที่เราจะรับแกมาเป็ลูกแล้วเมื่อแกเกิด” เนดเองก็เป็คนร่างสัญญาขึ้น
“ฉันอยากจะรู้จริงๆ นะว่าเขาจะคิดอย่างไร”
“เขาก็ถือว่ามันเป็งานที่ได้ค่าจ้างงามชิ้นหนึ่งเท่านั้นน่ะสิ”
“มันคงไม่ง่ายอย่างนั้นหรอกน่า เนด”
“หมอเลนนาร์ดยืนยันว่ามันเป็อย่างนั้นนี่ ผู้หญิงคนนั้น้าทำเพื่อแลกกับเงิน ไม่ได้มีความสนใจในตัวเด็กอย่างแท้จริงเลย”
ถ้ามันเป็ความจริงก็ออกจะเป็เื่แปลกประหลาดอย่างยิ่ง...แพทคิดอยู่ในใจ “ฉันคิดว่าเขาคงสวยมากนะคะ”
“เื่นั้นผมไม่รู้ได้...ไม่ได้สนใจเลยจริงๆ แล้วเขาเองก็ทำไปภายใต้การดูแลของหมอเลนนาร์ด จะแปลกอะไรถ้าเขาจะสวยหรือไม่สวยน่ะ?”
“ฉันไม่อยากให้ลูกของคุณมีจมูกหรือใบหูน่าเกลียดอย่างที่รับมาจากแม่มากกว่า”
“คุณต่างหากที่เป็แม่ แพท อย่าลืมเื่นี้สิ จำไว้ตลอดไปด้วย”
แพทพยายามอยู่เหมือนกันที่จะไม่ลืม แต่บางครั้งมันก็เป็การยากที่จะไม่คิดถึงผู้หญิงคนนั้นเอาเสียเลยและมันก็เป็การยากอีกเช่นกันที่จะไม่ให้คิดถึงสุขภาพร่างกายของตัวเอง ที่ทำให้ไม่อาจมีลูกได้ ทั้งๆ ที่เธอและ เนด้ายิ่งนัก
แพทเป็คนที่คัดค้านความคิดในเื่หาแม่ที่จะรับจ้างท้องขึ้นมาก่อน แต่แล้วเธอคิดว่ามันจะยังดีกว่าที่จะรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมซึ่งมิได้มีสายเืของคนใดคนหนึ่งอยู่ และจะทำให้เนดกับเธอดูเป็พ่อแม่ที่สมบูรณ์จริงจังขึ้น แต่เนดและโดยเฉพาะพ่อของเขา ซึ่งมีความภาคภูมิใจในสายเืของตนและผู้ที่จะสืบสกุลไม่เห็นด้วย
“มันมีความหมายมากนักเชียวหรือคะ?” เธอถามเนดอย่างระมัดระวัง
“ผมคิดว่าสำคัญนะ” เขายอมรับ ตอนนั้นบรรยากาศค่อนข้างตึงเครียดมาก
แพทตกอยู่ในความทุกข์ความไม่มั่นใจเลย ประหวั่นไปว่าเธอจะต้องสูญเสียเนดไปถ้าไม่ทำตามแผนการที่นายแพทย์เลนนาร์ดช่วยแก้ไขให้ เพราะนายแพทย์ เลนนาร์ดเองเป็คนยืนยันความข้องใจทุกประการว่า แพทจะไม่อาจให้กำเนิดบุตรได้อย่างแน่นอน และเขานั่นเองที่เสนอความคิดว่าควรจะใช้วิธีผสมเทียมตามแนวทางวิทยาศาสตร์เข้าช่วย โดยหาผู้หญิงอื่นมาอุ้มลูกเนดแทน แต่กระนั้น แพทก็ยังลังเลอยู่ดี
“ความ้าจริงๆ ของฉันนะคะหมอ ฉันอยากเป็แม่บ้านแล้วก็เป็แม่ด้วย” แพทบอกเขา “ฉันอยากจะเล่นเทนนิส ทำสวนดอกไม้ ดูแลสามี แล้วก็มองดูลูกๆ ของเราเจริญเติบโตขึ้น”
“ผมคิดว่า สามารถจะทำความฝันของคุณให้เป็ความจริงได้นะ” นายแพทย์ เลนนาร์ดบอกเธอ “มันจะปลอดภัยแล้วก็ได้รับผลสำเร็จอย่างมหาศาลทีเดียว ผมขอรับรอง แต่มันอาจจะต้องใช้จ่ายเงินจำนวนหนึ่ง เพื่อเลี้ยงดูผู้หญิงคนนั้น แต่ผมว่ามันก็คุ้ม ผมไม่เคยแนะนำเื่นี้กับใครเลยนะ”
นายแพทย์ เลนนาร์ดเป็คนมีน้ำใจ และเข้าใจเธออย่างยิ่ง
แพทไปพบเนดที่สำนักงานของเขา หลังจากได้พูดกับหมอแล้ว
“โอเค...ฉันตกลงค่ะ ให้คุณทำได้”
“ผมรักคุณจริงๆ นะ” เนดตอบเธอได้เพียงเท่านั้น