พรลภัสดีใจเป็อย่างมากถึงมากที่สุด ที่เธอได้งานที่เป็งานที่เธอเชี่ยวชาญทำ ช่างเป็อะไรที่ไม่คาดฝันเลยจริงๆ ที่อยู่ๆ ก็ได้งานนี้ และแถมได้เงินเป็เงินเดือน ที่ถือว่าสูงกว่าเงินที่ได้จากการเป็คนงานในไร่ซะอีก
แต่ถึงจะไม่ได้มากเท่ากับที่เธอทำงานในกรุงเทพ แต่ก็ถือว่าเยอะพอใช้จ่ายทั้งเดือนได้สบาย เพราะบ้านก็ไม่ต้องเช่า ข้าวก็ไม่ต้องซื้อ
“พ่อพรไปทำงานก่อนนะ อาหารเที่ยงอยู่ในครัวนะ ถ้ามีอะไร พ่อโทรหาพรทันทีเลยนะ”
“โอเค... แต่เอ๊ะ! วันนี้ทำไมพรแต่ตัวอย่างนี้ล่ะลูก?”
พรลภัสบอกกล่าวกับอนันตั์ เมื่อกินอาหารเช้ากันอิ่ม เธอได้เก็บจานชามไปล้างคว่ำไว้เรียบร้อยแล้ว อนันตั์ตอบรับคำพูดของลูกสาวสุดที่รัก สายตาสังเกตเห็นว่าวันนี้ลูกสาวแต่งตัวแปลกไปกว่าเมื่อวาน ดูสุภาพเรียบร้อยมากยิ่งขึ้น อย่างกับไม่ได้ไปทำงานในไร่ยังไงยังงั้น
“อ้อ!... พรลืมบอกพ่อ วันนี้พรได้ทำงานในออฟฟิศนะพ่อ ไม่ต้องไปทำงานกลางแดดแล้ว พอดีคุณวีกำลังขาดคนทำเอกสาร เขาเห็นว่าพรเคยทำงานด้านนี้มาก่อน เขาก็เลยให้พรไปทำงานเอกสารน่ะพ่อ”
“ดีๆ ยังไงพรต้องทำงานให้คุณวีเขาอย่างเต็มที่นะลูก จะได้ทำงานกับเขาได้นานๆ”
พรลภัสบอกเล่าแก่อนันตั์ถึงงานใหม่ที่เธอจะต้องเริ่มทำงานในวันนี้ ด้วยใบหน้าเปื้อนด้วยรอยยิ้ม อย่างดีใจ อนันตนัยต์ก็ยิ้มอย่างพึงพอใจเช่นกัน ที่ลูกสาวสุดที่รักของตัวเองได้ทำงานในสำนักงาน อย่างที่เคยทำมาก่อนหน้านี้
ตอนแรกอนันตั์ยังนึกหวั่นใจอยู่เลย กลัวว่าพรลภัสจะทำงานกลางแดดทั้งวันไม่ได้ แต่พอรู้ว่าพรลภัสได้เปลี่ยนงานอย่างนี้ อนันตั์ก็ให้โล่งใจไปได้มากเลยทีเดียว
“จ้ะพ่อ พรจะทำให้เต็มความสามารถของพร อย่าได้ห่วงเลยนะ พรไปทำงานก่อนนะ”
พรภลัสตอบรับคำพูดของอนันตั์ ก่อนจะเดินออกจากบ้านไปตามขอบถนน เพื่อไปยังไร่ของกรวีร์ ซึ่งจากบ้านของเธอถึงไร่ข้าวโพดของกรวีร์ก็ราวๆ สองกิโลเห็นจะได้
พรลภัสคิดว่าอดทนเดินไปทำงานใน่นี้ แต่หากเธอมีเงินพอจะซื้อรถจักรยานได้แล้ว เธอว่าจะซื้อเพื่อขี่ไปทำงาน จะได้สะดวกและย่นเวลาบ้างอะไรบ้าง
พรลภัสเดินทางมาถึงสำนักงาน ซึ่ง ณ เวลานี้ยังไม่มีใครมาเปิดสำนักงานเลยสักคน เธอจึงยืนรออยู่ที่หน้าอาคาร จากนั้นไม่ถึงสิบนาที เธอก็เห็นรถโฟร์วิลวิ่งเข้ามาจอดที่หน้าอาคารสำนักงานรถโฟร์วิลคันนั้นเธอจำได้ดีว่าเป็รถของกรวีร์ พอกรวีร์เปิดประตู ก้าวลงมาจากรถ เธอก็ยิ่งแน่ใจ
“สวัสดีค่ะคุณวี”
“สวัสดี มาเช้าเหมือนกันนะเนี้ย”
พรลภัสได้ยินคำกล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม จึงยิ้มบางๆที่มุมปาก กรวีร์ออกจากรถโฟร์วิลเดินตรงไปที่อาคารสำนักงาน ล้วงกุญแจที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงออกมาไขเปิดประตูสำนักงาน อย่างคล่องแคล่ว พอเปิดเรียบร้อยแล้ว ก็เดินเข้าไปภายในสำนักงาน โดยมีพรลภัสเดินตามเข้าไปติดๆ
“โต๊ะทำงานของเธออยู่ตรงนี้ ส่วนโน้นคือโต๊ะทำงานของพนักงานบัญชี”
กรวีร์เดินมาหยุดอยู่ที่โต๊ะที่พรลภัสจะต้องนั่งทำงาน เขาหันไปบอกกล่าวแก่เธอให้รับทราบ ก่อนจะชี้ไปยังอีกโต๊ะทำงานหนึ่ง พร้อมกับบอกให้รู้ว่าโต๊ะนั้นเป็โต๊ะทำงานของใคร จากนั้นเขาก็เดินตรงเข้าไปในห้องทำงานของตัวเอง
พรลภัสมองตามแผ่นหลังกว้างบึกบึน ที่เดินหายเข้าไปในห้องทำงาน เธอกวาดตามองไปรอบๆ เห็นว่าที่นี่จัดโต๊ะทำงานเป็สัดเป็ส่วน
“แล้วใครจะมาสอนงานให้เราล่ะเนี้ย? หรือจะเป็พี่ที่ทำบัญชี?”
เธอเดินมานั่งลงที่โต๊ะทำงานที่กรวีร์แจ้งว่าเป็โต๊ะทำงานของเธอ แล้วนำกระเป๋าสะพายจัดเก็บไว้ในลิ้นชักของโต๊ะทำงาน แล้วเปิดคอมพิวเตอร์ และพอนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงได้กล่าวพึมพำกับตัวเองออกมาเบาๆ
แต่ก็ต้องใ เมื่อกรวีร์เปิดประตูห้องทำงานของเขาเดินตรงมาหยุดยืนอยู่ที่โต๊ะทำงานของพรลภัส ดวงตากลมโตคู่สวยมองใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มด้วยสายตาตื่นตระหนก แสดงอาการออกมาให้เห็นว่าเธอกำลังสงสัยเป็อย่างมาก
“ลืมบอกไป คนที่จะสอนงานเธอก็คือฉัน และเดี๋ยวอีกสักพักฉันจะออกมาสอนงานให้เธอ”
กรวีร์กล่าวขึ้นมาราวกับไปนั่งอยู่ในความคิดของพรลภัส ทำให้พรลภัสเบิกตากว้างอ้าปากค้าง ด้วยความตื่นตระหนกใ แต่ก็ต้องหุบปากลงโดยพลัน เมื่อเห็นเขาเดินกลับเข้าไปในห้องทำงานของเขาตามเดิม
๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓