ฤดูกาลผันผ่านตามกาลเวลาที่ผันเปลี่ยนแคว้นชิงหลงเข้าสู่ปีที่สิบสองในการครองราชษ์ของจักรพรรดิฟู่หลิงรั่ว และเนื่องในโอกาสนี้ฝ่าาจึงได้ทรงโปรดให้มีการจัดงานเลี้ยงครบรอบขึ้นที่เมืองหลวงของชิงหลงเหล่าขุนนางต่างหารือกันเพื่อจัดงานนี้ให้สมกับความยิ่งใหญ่ของฝ่าาเนื่องจากวันที่ครบรอบสิบปีนั้นฝ่าาทรงเกิดประชวรจึงไม่สามารถจัดงานได้ปีที่สิบเอ็ดก็ทรงยุ่งกับราชกิจมากมายจนในที่สุดก็กินเวลามาถึงปีที่สิบสองถึงสามารถจัดงานได้
เพราะล่วงเลยเวลาผ่านมาถึงสองปีดังนั้นเหล่าขุนนางจึงได้หารือกันอย่างจริงจังว่าพิธีครั้งนี้ควรจัดออกมาอย่างไรถึงจะสมกับความยิ่งใหญ่ของฝ่าาควรจะมีขบวนของนักรบหรือไม่ หรือควรจะใช้นางรำในพิธีกี่คนถึงจะดีเื่นี้หารือกันอยู่นานถึงครึ่งปีถึงจะสามารถกำหนดรูปร่างของงานครบรอบในครั้งนี้ได้กว่าจะได้จัดก็เดือนแปดของปีเสียแล้ว
เนื่องจากว่าฝ่าาจะทรงมีประกาศสำคัญที่จะทรงประกาศด้วยพระองค์เองดังนั้นงานครบรอบปีนี้จึงมีหลายคนที่ตั้งหน้าตั้งตารอคอย การที่บิดาของแผ่นดินจะประกาศเื่สำคัญด้วยพระองค์เองนั้นไม่ใช่เื่ที่เกิดขึ้นได้บ่อยๆครั้งสุดท้ายที่ประชาชนได้ยินสุรเสียงของฝ่าาก็ผ่านมาหลายปีแล้วคงั้แ่ที่มีการแต่งตั้งประมุขของฉางเอี๋ยนคนใหม่กระมัง นานหลายปีทีเดียว
“เื่สำคัญที่ฝ่าาจะทรงประกาศด้วยพระองค์เองอย่างนั้นรึ”ภายในฉางหวั่นร่างโปร่งของฮูหยินแห่งฉางหวั่นเอ่ยถามสามีที่เล่าเื่นี้ให้ฟัง ร่างสูงพยักหน้าสงสัยจริงว่าฝ่าาจะทรงประกาศเื่อะไร
“คงจะเป็เื่ที่สำคัญมากฝ่าาจึงจะทรงประกาศด้วยพระองค์เอง”
“หรือจะเป็ว่าที่ฮองเฮา?” ร่างโปร่งออกความเห็นแต่ที่ผ่านมาฟู่หลิงรั่วไม่ได้แสดงออกว่าถูกใจใคร จะมีฮองเฮาได้อย่างไร
“คงมิใช่เื่นั้น” มือหนาคีบของกินให้กับภรรยางานครบรอบของฝ่าาจะจัดขึ้นในอีกเจ็ดวันหลังจากนี้พวกเขาเองก็ต้องเตรียมตัวสำหรับงานครบรอบเช่นกัน
“ข้าก็ไม่คิดเช่นนั้นฟู่หลิงรั่วมีคนที่ถูกใจเช่นนั้นรึ เื่นั้นจะคลาดสายตาข้าไปได้อย่างไร” หลิวเยว่เทียนไม่ต่างอะไรกับพี่ชายของฟู่หลิงรั่วเื่นี้มีหรือหลิวเยว่เทียนจะคลาดสายตาไปได้
“ถึงวันก็คงจะได้รู้เอง เยว่เทียนกินเยอะๆเสียหน่อยพักนี้เ้ากินน้อยเกินไปแล้ว” หลิวชิงฟงคีบของกินให้ภรรยาเรื่อยๆหลิวเยว่เทียนทำหน้ามุ่ย นี่ยังกินน้อยไปรึ
“ลูกไม่ได้หิวขนาดนั้นเสียหน่อย”
“ถึงลูกจะไม่หิวแต่เ้าต้องกินเยอะๆ จะได้แข็งแรง”เนื่องด้วยว่าตอนนี้ฮูหยินหลิวกำลังตั้งท้องลูกคนที่สามสามีจึงขยันเอาใจเป็พิเศษ ส่วนลูกชายฝาแฝดทั้งสองคนนั้นอีกไม่นานก็จะอายุครบสองขวบแล้ว
มีลูกหัวปีท้ายปีจริงเชียว
ข่าวการมีทายาทคนที่สามของฉางหวั่นทำเอาประมุขหลายคนอดแซวไม่ได้แม่ทัพหลิวช่างขยันเสียจริงแม้แต่เหนือหัวสวี่ชิงเค่อและรองประมุขสวี่ลี่อินที่แต่งงานหลังทั้งคู่หกเดือนยังไม่มีทายาทเลยจนถึงตอนนี้ประมุขเยว่เฟยหลิงและรองประมุขเยว่หลันก็ยังไม่มีแผนที่จะมีทายาทเร็วๆนี้ส่วนสหายสนิทอย่างอวี๋ฮวาก็ยังไม่มีทายาทเช่นกันแต่หลิวชิงฟงกับหลิวเยว่เทียนกลับมีทายาทมาถึงสามคนแล้วเื่นี้ทำเอาผู้าุโในพรรครีบเสาะหาโอกาสในการเลี้ยงดูทายาทตัวน้อยโดยเร็วและรอลุ้นว่าทายาทคนนี้จะได้อยู่ที่ฉางหวั่นหรือเทียนเช่อ
เพราะประมุขหลายคนโดยเฉพาะท่านเทพทั้งสองต่างก็อายุมากแล้วดังนั้นก่อนวันงานครบรอบสองวันท่านเทพทั้งสองจึงมาที่เมืองหลวงเพื่อพักผ่อนก่อนหนึ่งวันก่อนวันงานประมุขทั้งหมดก็มารวมตัวกันเพื่อพบปะสังสรรค์แน่นอนว่าทุกคนจะต้องมุ่งเป้าไปที่หลิวเยว่เทียนที่มีทายาทตัวน้อยๆอยู่ในท้องเซี่ยหนิงเฉิงที่เป็อาจารย์ก็คอยไถ่ถามว่าร่างกายเป็อย่างไรแล้วคุยกับเด็กน้อยในท้อง สวี่ชิงเค่อตบบ่าหลิวชิงฟงและบอกว่ายอมรับในความขยันของแม่ทัพใหญ่เสียจริง
เมื่อมาถึงวันงานเหล่าประมุขต่างแต่งกายด้วยชุดพิธีเช่นที่ทำทุกครั้งเมื่อยามต้องเข้าวังเหล่านางรำที่ถูกฝึกซ้อมมาเป็อย่างดีต่างกรีดกรายย่างก้าวไปตามจังหวะของเสียงดนตรีนางกำนัลต่างคอยปรนนิบัติเหล่าประมุขและเตรียมพร้อมอยู่เสมอหากประมุข้าเรียกใช้แต่สำหรับคนที่แต่งงานแล้วนั้นฝ่ายสามีจะเป็ผู้ปรนนิบัติเองไม่ต้องถึงมือนางกำนัล
ฝ่าาประทับอยู่บนบัลลังก์ั ทอดพระเนตรมามองยังลานพิธีที่นางรำกำลังกรีดกรายอยู่องค์จักรพรรดิได้รับของกำนัลมากมายจากเหล่าผู้ที่ภักดีการถวายพระพรที่ไม่รู้จักจบสิ้นระหว่างที่รับชมการแสดงอยู่นั้นฝ่าาก็ทอดพระเนตรไปยังคนผู้หนึ่งที่กำลังนั่งอยู่เคียงข้างประมุขของตนใบหน้านั้นถูกผูกด้วยผ้าปิดตาบ่งบอกว่าเขานั้นมองไม่เห็นทว่าท่วงท่าที่แสดงออกมานั้นมองไม่เห็นถึงความอ่อนแอเลยแม้แต่น้อย
พอต้องมาอยู่ในตำแหน่งนี้ระยะทางระหว่างพวกเขาช่างห่างไกลกันเหลือเกิน
เมื่องานครบรอบดำเนินมาจนถึงจุดหนึ่ง ฝ่าาก็ทรงยกพระหัตถ์ขึ้นทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ ทุกสายตาจับจ้องไปยังบัลลังก์ั หรือว่าถึงเวลาที่จะประกาศเื่สำคัญที่ฝ่าาทรงเคยตรัสเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว
“เรารู้สึกยินดีที่ได้เห็นประชาชนของเราอยู่พร้อมหน้ากันเช่นนี้และเรามีเื่สำคัญมากที่จะประกาศให้ทุกคนได้ทราบ” ตราประจำพรรคทั้งแปดปรากฏขึ้นกลางลานพิธีด้วยพลังของจักรพรรดิหอกไฟของเทียนเช่อ โล่ของฉางหวั่น คลื่นน้ำของเผิงหลาย หน้ากากเงินของถังเหมินกลีบกุหลาบของอู่ตู๋ เปลวเพลิงบนดาบคู่ของิเอี้ยว ดาบใหญ่ของฉางเอี๋ยนและสมุนไพรห้ากลีบของว่านฮวา ตราทั้งแปดกำลังฉายแสงโดดเด่นอยู่กลางลานพิธี
“ผ่านมาหลายร้อยปีที่พรรคทั้งแปดต่างเป็กำลังให้กับจักรพรรดิเสมอมาในวันนี้ พวกเขาเ่าั้กำลังจะมีสหายใหม่ที่ร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่เพิ่มอีกสอง”สายฟ้าฟาดผ่าลงมากลางลานพิธี แผดเผาพื้นบริเวณนั้นจนเป็รอยไหม้สายลมโหมกระหน่ำพัดพากลีบดอกไม้ที่อยู่บนพื้นให้ล่องลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าอีกครั้งเมื่อคราวที่พายุสายฟ้านั้นสงบลงก็ปรากฏเป็คนกลุ่มหนึ่งพร้อมกับตราสัญลักษณ์อีกสองปรากฏขึ้นมา
“นับจากนี้เป็ต้นไปสำนักองครักษ์จะถูกแต่งตั้งขึ้นเป็พรรคป้าเตาสำนักราชครูจะถูกแต่งตั้งขึ้นเป็พรรคฉางเก๋อ ขุมอำนาจทั้งสิบแห่งชิงหลงเอ๋ยจงเป็หูเป็ตาให้กับเรา เป็แขนและขาให้กับเราจงเป็เกราะปกป้องแคว้นจากศัตรูและเป็หอกขับไล่ศัตรู ปกป้องบ้านเกิดของเราสืบต่อไป”
“ฝ่าาทรงพระปรีชาชาญ!ขอโอรส์มีพระชนมายุยืนนานหมื่นปี! หมื่นปี!” เสียงแซ่ซ้องดังก้องไปทั่วบริเวณตราสายฟ้าลอยอยู่เหนือคนกลุ่มหนึ่งที่สวมชุดหนังสีดำสวมทับด้วยชุดสีม่วงนอกจากนั้นยังมีขนสัตว์สีขาวประดับพาดอยู่บนบ่าสมกับเป็กองทหารองครักษ์ที่ขึ้นตรงต่อฝ่าาโดยเฉพาะกระบี่สามเล่มที่มองดูแล้วทำให้รู้ได้ในทันทีว่าพละกำลังของพวกเขาเหล่านี้มีมากแค่ไหนถึงสามารถแบกกระบี่ทั้งสามเล่มนั้นพร้อมกันได้เท่านั้นยังไม่พอหนึ่งในสามเล่มนั้นยังมีขนาดที่พอๆกับดาบใหญ่ที่ฉางเอี๋ยนมักใช้กันด้วย
อีกด้านตราสัญลักษณ์ปีกกระเรียนกำลังลอยอยู่เหนือคนกลุ่มหนึ่งที่อยู่ข้างๆกันชุดสีเขียวสบายตาแต่ทว่าแฝงไปด้วยความสูงศักดิ์ของบัณฑิตผู้ชาญฉลาดลายปีกกระเรียนที่ปักอยู่บนชายเสื้อนั้นเสริมให้ภาพลักษณ์ของความเป็ราชครูเด่นชัดเพิ่มมากขึ้นหมวกทรงสูงที่สวมใส่ในราชพิธีขับเน้นใบหน้าให้โดดเด่นกู่ฉินที่มีไอของวายุจางๆดูแล้วนั่นคงจะเป็อาวุธของเหล่าราชครูแต่ขึ้นชื่อว่าเป็พรรคแห่งขุมอำนาจของฝ่าา กู่ฉินนั่นคงไม่ได้มีไว้แค่บรรเลงบทเพลงตามตำราเป็แน่
ขุมอำนาจใหม่ของชิงหลงจะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอนมิเช่นนั้นฝ่าาคงไม่ทรงโปรดให้แต่งตั้งขึ้นมาเป็หนึ่งในขุมอำนาจของพระองค์
บทบาทของพวกเขาในฐานะขุมอำนาจของฝ่าาเป็เช่นไรกันแน่
“เนื่องด้วยวันนี้เป็วันดีเราจึงอยากจะมอบสิ่งหนึ่งเป็ของขวัญการขึ้นรับตำแหน่งให้กับประมุขคนใหม่ทั้งสอง”ราชโองการสีทองถูกนำมายังเบื้องหน้าของประมุขแห่งพรรคใหม่นอกจากนั้นยังมีราชโองการสีทองอีกสองม้วนที่ถูกนำมายังเบื้องหน้าของท่านเทพแห่งเผิงหลายทั้งสอง
ช่างเป็ม้วนราชโองการที่คุ้นตาใครหลายคนยิ่งโดยเฉพาะแม่ทัพใหญ่หลิวชิงฟงและฮูหยินหลิวเยว่เทียนที่เคยได้รับม้วนราชโองการเช่นนี้มาก่อน
“ประมุขแห่งป้าเตา เซียวเฟิงเหยียนและประมุขแห่งเผิงหลายเซี่ยหนิงเฉิง ประมุขแห่งฉางเก๋อ ไป๋เฮ่อและรองประมุขแห่งเผิงหลาย เซียวซูเจี้ยนอีกเจ็ดวันจัดพิธีมงคลสมรสที่ลานหลวง!ป้าเตาและฉางเก๋อเตรียมส่งสินสอดหมั้นหมายไปที่เผิงหลาย ณ บัดนี้!”