“อัดมันเสีย!”
พวกสวีตัวเป่าเข้ามาดึงเจียงหงหนิงลงจากร่างหลินจินเป่าบรรดาเด็กๆ พากันรุมเตะต่อยเขา!
“อุตส่าห์ไว้หน้ายังจะกล้าย้อนคำอีก”
“อัดให้ตาย!”
“มารดามันเถิด ถ้าพี่สะใภ้เจ้าไม่ได้ขายตูดเช่นนั้นเจ้าจะไปชุดใหม่มาจากที่ใดกัน?”
“เจ้าไม่มีชุดใหม่ใส่มาตั้งกี่ปีแต่พอเจ้ามีพี่สะใภ้เข้ามาเจ้ากลับมีชุดใหม่ใส่ เงินนี่ต้องเป็นเงินสกปรกเป็นแน่!”
“แม่เจ้านั่นแหละที่ขายตูดทั้งบ้านเจ้าขายตูด!”
เจียงหงหนิงกอดหัวขดตัวบนพื้นพร้อมเถียงกลับไม่ว่าพวกเขาจะด่าอย่างไรแต่เจียงหงหนิงยังคงกล่าวเพียงประโยคนี้
ท้ายที่สุด เมื่อเสียงของเขาค่อยๆเบาลง เด็กกลุ่มนี้จึงหยุดมือ
“พวกเราคงไม่ได้อัดเขาจนตายใช่หรือไม่?” จ้าวซานหวาหวาดกลัวขึ้นมาเล็กน้อยถึงเมื่อก่อนพวกเขาจะเคยอัดเจียงหงหนิงอยู่บ่อยๆ แย่งจูเฉ่ากับผักป่าของเขาแต่กลับไม่เคยลงมือหนักเท่าครั้งนี้
“ไม่ตาย ยังหายใจอยู่” เฉียนโหย่วเกินยื่นมือมาตรวจลมหายใจเจียงหงหนิงดวงตากลอกไปมาก่อนที่จะกล่าวว่า “หลินจินเป่า พวกข้าแค่ช่วยเจ้าอัดเขาเท่านั้นหากเขาเป็นกระไรขึ้นมาเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพวกข้า! แม่ข้ารอให้ข้ากลับไปกวาดเล้าหมูอยู่เช่นนั้นข้าไปก่อนล่ะ”
“ใช่ๆพวกข้าแค่ลงมือเพราะเห็นไอ้เด็กนี่ทำร้ายเจ้า…ข้าขอตัวก่อนเช่นกันที่บ้านยังมีงานรอข้าอีกเยอะ”จ้าวซานหวาเผ่นหนีเช่นกันในใจกลัวว่าจะเผลอลงมือหนักจนเขาเป็นกระไรไปแล้วถูกนายพรานเจียงกลับมาคิดบัญชี
จ้าวซานหวากับเฉียนโหย่วเกินกลัวนายพรานเจียงแต่สวีตัวเป่ากลับไม่กลัว ลูกพี่ลูกน้องเขาเป็นถึงมือปราบ!
“พวกเราก็ไปกันเถิด!” สวีตัวเป่าพูด “หากไปสายจะโดนท่านอาจารย์ลงโทษเสีย” ในหมู่บ้านมีพวกเขาแค่สองคนที่ได้ไปโรงเรียนส่วนตัวในหมู่บ้านข้างๆจึงไปทางเดียวกันเป็นปกติ
“เดี๋ยวก่อน” หลินจินเป่าเข้าไปเตะเจียงหงหนิงเงินสองพวงล่วงออกมาจากอกเสื้อเขา
เขาเอื้อมมือไปคว้าแต่เจียงหงหนิงพยายามจับไว้แน่น
“มาช่วยข้าทีไอ้เด็กไม่มีพ่อไม่มีแม่นี่แรงเยอะไม่เบา” หลินจินเป่าเรียกให้สวีตัวเป่ามาช่วยแยกมือเจียงหงหนิง
“บอกไว้ก่อนนะว่าเงินนี่เป็นของพวกเราสองคน!” ทั้งคู่ค้นตัวเจียงหงหนิงหลังจากแน่ใจว่ามีเงินแค่สองพวงจึงแบ่งเงินกันและเดินจากไป
แม้เงินจะน้อย…แต่สำหรับในหมู่บ้านเหรียญทองแดงหนึ่งเหรียญสามารถซื้อลูกอมน้ำตาลข้าวได้หนึ่งชิ้นนี่หนึ่งพวงมีถึงสิบเหรียญ ซื้อซาลาเปาไส้หมูได้ตั้งสองลูก!
สวีตัวเป่ายิ้ม “ต้องเป็นของพวกเราอยู่แล้วไอ้ยาจกนี่จะไปเอาเงินมาจากที่ใดกัน พูดไปก็ไม่มีผู้ใดเชื่อ”
“รีบไปเถิดหากชักช้าอยู่คงได้สายเป็นแน่!”
“เงินของข้า…” เจียงหงหนิงมองสองคนนั้นวิ่งจากไปเขาร้องตะโกนด้วยความเจ็บปวด
จมูกเขากลายเป็นสีเขียวช้ำหน้าบวม มุมปากและรูจมูกมีเลือดไหล ปวดระบมไปทั้งร่าง
สมองก็วิงเวียนในใจคิดเพียงอย่างเดียว เงินที่พี่สะใภ้ให้ถูกชิงไปเสียแล้ว
“โอ้ เด็กคนนั้นเป็นกระไรไปน่ะ? ถูกคนทำร้ายหรือ?” มีชาวบ้านคนหนึ่งเดินหามจอบผ่านมาพอดีเมื่อเห็นดังนั้นเขารีบวางจอบลงข้างคันนา และอุ้มเจียงหงหนิงกลับบ้านนายพรานเจียง
“ภรรยาหงหย่วน เร็วเข้าน้องสามีเจ้าถูกคนทำร้ายเสียแล้ว!” ยังไม่ทันเข้าบ้านตระกูลเจียง บุรุษผู้นี้ร้องตะโกน
หลินหวั่นชิวกำลังคัดหนังสืออยู่นางรีบวางปากกาแล้ววิ่งออกมาเมื่อได้ยินเสียง เห็นบุรุษผู้นั้นอุ้มคนเข้ามา
“เด็กคนนี้ถูกคนทุบตี”
“ขอบคุณต้าเกอเป็นอย่างมาก” หลินหวั่นชิวประคองเจียงหงหนิงนางตรวจดูร่างกายเขา สีหน้าไม่สู้ดีมาก
“เช่นนั้นข้าขอตัวก่อนเจ้ามีสิ่งใดให้ช่วยก็บอก”
“อื้ม ข้าขอขอบคุณท่านมาก” เจียงหงหนิงอยู่ในสภาพนี้หลินหวั่นชิวจึงไม่มีเวลามาต้อนรับใคร ได้แต่จำหน้าอีกฝ่ายไว้รอให้เจียงหงหย่วนกลับมาค่อยไปขอบคุณอีกครั้ง
“พี่สะใภ้ เหล่าซานเป็นกระไรหรือ”
เจียงหงป๋อได้ยินความเคลื่อนไหวจากด้านนอกพยายามประคองตัวเองออกมา
“ถูกคนทำร้าย หงป๋อเจ้ารีบกลับเข้าไป พี่สะใภ้จะไปตามหมอ” หลินหวั่นชิวอุ้มเจียงหงหนิงเข้าห้อง “อย่าขยับ!” เจียงหงหนิงรู้สึกอายจะลงเดินเองแต่ถูกหลินหวั่นชิวตวาดใส่เลยต้องยอม
“พี่สะใภ้ไม่ต้องลำบากไปตามหมอข้าไม่อยากให้หมอแซ่สวีเป็นคนตรวจ ในบ้านมีเหล้ายาอยู่แค่นวดเหล้ายาของต้าเกอนิดหน่อย ข้าก็ไม่เป็นไรแล้ว”
“เจ้าไม่เป็นไรจริงหริอ?” หลินหวั่นชิวมองเจียงหงหนิงอย่างเอาจริงเอาจัง
เจียงหงหนิงลงมายืนเขาเดินสองสามก้าวอย่างอดทนต่อความเจ็บ “พี่สะใภ้วางใจเถิด ตอนพวกเขาทำร้าย ข้าเอามือกุมหัวและขดตัวไม่โดนจุดสำคัญเป็นแน่”
บนร่างเจียงหงหนิงมีแต่รอยเท้าแต่หน้าอกไม่มีร่องรอยใดๆ
เพียงแต่…เด็กคนนี้รู้ว่าเวลาโดนทำร้ายต้องป้องกันจุดสำคัญหรือว่า…
“พวกเขาทุบตีเจ้าเป็นประจำหรือ?” หลินหวั่นชิวมองเขาหน้าเครียดเจียงหงป๋อมองเขาด้วยความกังวลเช่นกัน
“ไม่…ไม่ใช่…” เจียงหงหนิงใจฝ่อเล็กน้อย
ท่าทีของเขายังมีสิ่งใดที่หลินหวั่นชิวไม่เข้าใจอีกนางนึกถึงตอนที่ตัวเองเพิ่งมาบ้านตระกูลเจียง เจียงหงหนิงถูกหมอสวีรังแกโดนขู่เอาเงินยังไม่กล้าส่งเสียง…เด็กคนนี้คงถูกรังแกเป็นประจำ
“เจ้ารอข้าประเดี๋ยว!”
หลินหวั่นชิวไปห้องครัวเทน้ำร้อนให้เขานำโอสถชำระไขกระดูกออกมาเม็ดหนึ่งใช้มีดหั่นเป็นสี่ส่วนและใส่ผสมน้ำให้เจียงหงหนิงหนึ่งส่วน “เจ้าดื่มน้ำเสียก่อน!”
โอสถชำระไขกระดูกทำให้อาการป่วยของนางหายดีได้เช่นนั้นน่าจะทำให้แผลของเจียงหงหนิงดีขึ้นเช่นกัน
อย่างไรก็ดีกว่ายาที่หมอตามชนบทจ่าย
เจียงหงหนิงดื่มน้ำอย่างเชื่อฟังหลินหวั่นชิวให้เขาพักก่อน นางจะออกไปต้มน้ำ
จังหวะที่นางเพิ่งต้มน้ำเสร็จเจียงหงหนิงเข้าไปถ่ายในห้องส้วม
หลินหวั่นชิวเตรียมน้ำสำหรับอาบไว้เรียบร้อยแล้วเจียงหงหนิงเกาะกำแพงเดินออกมา
ทั้งตัวเหม็นไปหมด…
“เจ้ามาอาบน้ำ!” หลินหวั่นชิวเรียกเขาอย่างไม่สบอารมณ์เด็กคนนี้ถูกคนรังแกแล้วเอาแต่ทน ไม่รู้จักกลับมาฟ้อง
“พี่สะใภ้…ข้าอาบเองได้” เจียงหงหนิงพูดอู้อี้เมื่อเห็นหลินหวั่นชิวไม่มีทีท่าจะออกไป
หลินหวั่นชิวหันหนีและเดินออกไป
เจียงหงหนิงถอดเสื้อผ้าลงแช่น้ำในอ่างทั้งร่างกายผ่อนคลายมาก
เพียงแต่…
จู่ๆ ประตูก็ถูกผลักออกหลินหวั่นชิวถือเสื้อผ้าชุดหนึ่งเข้ามา
เจียงหงหนิงเอามือปิดนกกระจอกน้อยตามสัญชาตญาณมุมปากหลินหวั่นชิวกระตุกเจ้าเด็กนี่ทำอย่างกับว่านางอยากเห็นถั่วงอกน้อยของเขาอย่างไรอย่างนั้น
“นี่เป็นเสื้อผ้าที่ข้าทำให้หากอาบจนสะอาดแล้วก็เปลี่ยนเสีย”
“ขอรับ” เจียงหงหนิงตอบอายๆ “ขอบคุณพี่สะใภ้”
หลินหวั่นชิวยืนอยู่ข้างอ่างอาบน้ำไม่มีทีท่าจะออกไป “บอกข้ามา วันนี้เกิดสิ่งใดขึ้นผู้ใดเป็นคนทำร้ายเจ้า และเหตุใดจึงทำร้าย?”
“พี่สะใภ้…” เจียงหงหนิงรีบก้มหน้าลงเขาไม่อยากพูด
ตอนนี้หน้าเจียงหงหนิงทั้งเขียวทั้งม่วงมิเช่นนั้นตอนนี้คงกลายเป็นสีแดงแน่
“เหล่าซาน บอกพี่สะใภ้” เจียงหงป๋อที่นอนเอนบนเตียงพูดขึ้นเสียงเขาไม่ดังแต่เคร่งขรึมมาก
“ต้าเกอไม่อยู่พี่สะใภ้เป็นหัวหน้าครอบครัว เจ้าต้องฟังพี่สะใภ้” เจียงหงป๋อเสริมอีกประโยค
“หลินจินเป่ากับสวีตัวเป่าด่าพี่สะใภ้…ข้าโมโหเลยเข้าไปอัดหลินจินเป่าจากนั้นพวกเขาทั้งสี่คนจึงรุมเตะต่อยข้าสุดท้ายหลินจินเป่ายังแย่งเอาเงินที่พี่สะใภ้ให้ข้าใช้ซื้อผักไป”
เจียงหงหนิงยิ่งพูดก็ยิ่งเสียงเบากว่าพี่สะใภ้จะหาเงินมาได้ไม่ใช่ง่ายๆ เหตุใดตอนนั้นเขาไม่ทนเอาอีกหน่อย…ทั้งหมดเป็นความผิดเขาเองเขาเป็นคนหาเรื่อง
“พี่สะใภ้ ข้าผิดไปแล้ววันหน้าข้าจะไม่ต่อยตีกับพวกเขาอีก ข้าจะเก็บหญ้าจู่เฉ่าไปขายและหาเงินมาคืนให้ท่าน”
“เจ้าผิดแล้ว!” น้ำเสียงหลินหวั่นชิวไม่ดีนักเจียงหงหนิงยิ่งโทษตัวเองกว่าเดิม น้ำตาร่วงหยด