วันที่ของสองของรอบการประลองยุทธ์ หลังจากที่การประลองยุทธ์รอบแรกจบลง ก็ได้ผู้ที่ผ่านการทดสอบเข้าเป็ศิษย์ฝ่ายในทั้งสิบหกคนเรียบร้อยแล้ว ถึงแม้ว่าจะได้ผู้ที่เป็ศิษย์ฝ่ายในครบแล้วแต่ผู้คนที่มารอดูการประลองกลับไม่ได้น้อยลงแม้แต่นิดเดียว เนื่องจากปีนี้มีคนของตระกูลใหญ่มาเข้าร่วมการทดสอบถึงสามคนอีกทั้งยังมีม้ามืดสองตัวอย่างจางหยุนและหวังเอ้อเหมา ถึงกับมีผู้าุโหลายท่านมาชมดูการประลองรอบนี้ เป็ที่ทราบได้ว่าทางสำนักให้ความสนใจต่อการประลองวันนี้ถึงเพียงไหน
ผลการจับคู่การประลองรอบนี้ได้ออกมาแล้ว
จางหยุน ประลองกับ ลั่วเหว่ย
มู่ลี่หลิน ประลองกับ เย่ว์ฉาน
หวังเอ้อเหมา ประลองกับ กัวห่าว
หลิวจี้เจิน ประลองกับ จ้าวิ
สำหรับรอบนี้มีคู่ที่น่าสนใจอยู่ทั้งหมดสามคู่ด้วยกัน ม้ามืดอย่างจางหยุนกับลั่วเหว่ย คู่สาวงามมู่ลี่หลินกับเย่ว์ฉาน คู่แค้นหวังเอ้อเหมากับกัวห่าว มีเพียงคู่ของหลิวจี้เจินกับจ้าวิเท่านั้นที่อยู่ในการคาดการณ์ของผู้คน
รอบนี้ยังคงแยกย้ายกันประลอง กัวหย่งะโร่ำร้องให้กำลังใจจางหยุนกับหวังเอ้อเหมาจนเส้นเืปูนโปนเต็มใบหน้า
" อาหยุน อาเหมา สู้เค้า เอาอันดับหนึ่งมาให้ได้"
จางหยุนมองดูลั่วเหว่ยอย่างสงบนิ่ง ลั่วเหว่ยเป็ชายหนุ่มอายุราวๆสิบเจ็ดปีรุ่นเดียวกับมัน สวมชุดยาวสีเขียวเข้ม คนดูสง่า ยืนเอามือไว้ด้านหลังอย่างสงบนิ่ง
ทางด้านลั่วเหว่ยก็จ้องมองจางหยุนเช่นกัน ด้วยรูปลักษณ์จางหยุนดูไปคับคล้ายกับบันฑิตผู้หนึ่ง ลั่วเหว่ยย่อมทราบข่าวที่จางหยุนเอาชนะฉีหนิงที่อยู่ในระดับจอมยุทธ์ขั้นกลาง ทั้งที่อีกฝ่ายอยู่ในระดับจอมยุทธ์ขั้นต้นเท่ากับมันเพียงเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ลั่วเหว่ยจึงไม่กล้าประมาท ดูแคลนอีกฝ่าย
"เริ่มการประลองได้" หลังจากที่ผู้คุมการประลองกล่าวจบ คนทั้งสองกลับยังไม่ได้ลงมืออันใด เพียงจ้องมองหน้ากัน สุดท้ายเป็จางหยุนที่ลงมือก่อน
จางหยุนพุ่งทะยานเข้าหาพร้อมกับต่อยหมัดเบิกภูผาออกไปเพื่อเป็การหยั่งเชิง ลั่วเหว่ยกางฝ่ามือโบกเป็วงกลมเข้าสลายพลังหมัดของจางหยุน
ขณะพลังหมัดกำลังหมดสิ้น ลั่วเหว่ยพลันหงายมือดันหมัดของจางหยุนขึ้น ฟาดสันมืออีกข้างเข้าไปที่กลางตัวของจางหยุน จางหยุนเบี่ยงตัวหลบแต่ไม่อาจหลบพ้น จางหยุนจึงหมุนตัวสลายพลังฝ่ามือลงไปได้บางส่วน พลังที่หลงเหลือยังกระแทกทำร้ายจางหยุนจนเืลมปั่นป่วน เพียงปะทะกันครั้งแรกจางหยุนก็ตกเป็ฝ่ายเสียเปรียบแล้ว
หลังจากการประมือกันหนึ่งกระบวนท่าสำหรับจางหยุนนี่เป็ครั้งแรกที่เจอคู่ต่อสู้ที่ใช้แนวทางอ่อนพริ้วเช่นนี้ ลั่วเหว่ยกลับไม่ปล่อยให้จางหยุนได้คิดนานดีดพุ่งเข้าหาจางหยุน จางหยุนดีดกายถอยไปด้านหลังหลบฝ่ามือที่ฟาดออกมา แต่ไม่ทันที่จางหยุนจะออกหมัดสวนไปลั่วเหว่ยพลันโผล่มาด้านหลัง ที่แท้ร่างแรกกับเป็เพียงภาพมายา ลั่วเหว่ยหวดฟาดฝ่ามือเข้าใส่จางหยุน ปรานวารีที่แฝงมากับฝ่ามือของลั่วเหว่ยถึงกับมัดมือมัดเท้าของจางหยุนจนรู้สึกอึดอัดเป็อย่างยิ่ง กว่าสี่สิบกระบวนท่าที่ลั่วเหว่ยจู่โจมถึงกับรุกไล่จนจางหยุนหอบหายใจหนักหน่วง
หลังจากที่รับมือลั่วเหว่ยกว่าสี่สิบกระบวนท่าจางหยุนที่หอบหายใจ ร่างกายเริ่มแสดงความเหนื่อยล้าออกมา การเคลื่อนไหวท่วงท่าเริ่มช้าลง ในขณะนี้จางหยุนทำได้เพียงตั้งรับ สักสองสามกระบวนท่าจึงออกหมัดสวนไปได้สักหมัด แต่กลับไม่อาจััได้แม้แต่ชายเสื้อของลั่วเหว่ย จางหยุนตั้งรับลั่วเหว่ยอย่างต่อเนื่องแต่ก็ยังไม่อาจทำร้ายลั่วเหว่ยได้แม้เพียงนิด ขณะที่กำลังตั้งรับอย่างเหนียวแน่นนั้นจู่ๆลั่วเหว่ยถึงกับหยุดชะงักชั่วขณะหนึ่ง จางหยุนเห็นเช่นนั้นจึงรับรู้ได้ว่าโอกาสที่ตนรอคอยมาถึงแล้ว จางหยุนพลันรวมรวบพลังปรานทั้งหมดในร่างไปที่มือขวาออกหมัดพุ่งตรงเข้าใส่กลางอกของลั่วเหว่ย
ลั่วเหว่ยพลันยิ้มมุมปากขึ้น มันทราบว่าปลาฮุบเหยื่อที่มันวางไว้แล้ว หลังจากที่มันบั่นทอนกำลังของจางหยุนั้แ่ต้นจนกระทั่งเปิดเผยจุดอ่อนหลอกล่อให้จางหยุนโจมตี ทั้งที่จางหยุนออกหมัดมาหลายหมัดมันยังไม่ยินยอมที่จะปะทะจนกระทั่งหมัดนี้ หมัดที่จางหยุนปล่อยออกถึงกับไม่มีลักษณะศิลาแฝงมานั่นแสดงว่าจางหยุนไม่อาจใช้พลังได้เต็มที่แลเว มันจึงทราบว่าถึงเวลาที่มันสมควรจบการประลองนี้แล้ว ลั่วเหว่ยฟาดฝ่ามือออกเข้าปะทะกับหมัดของจางหยุนโดยตรงไม่หลอกซ้ายจู่โจมขวาดังเช่นทุกทีแล้ว
"ฝ่ามือสยบนที" ลั่วเหว่ยออกฝ่ามืออย่างเต็มแรงโดยไม่มีการออมรั้งอันใดแล้ว
ในสายตาทุกผู้คนรอบลานประลอง หากมิใช่คนปัญญาอ่อนย่อมทราบว่าการประลองรอบนี้จบสิ้นแล้ว บ้างรู้สึกเสียดายที่ม้ามืดต้องมาพ่ายแพ้ั้แ่รอบแรกเช่นนี้ บ้างกับรู้สึกว่าการพ่ายแพ้ของจางหยุนเป็เื่ที่สมควรแล้ว
ชั่วขณะที่ฝ่ามือสยบนทีของลั่วเหว่ยกำลังจะปะทะกับหมัดของจางหยุน จู่ๆหมัดของจางหยุนกลับเปลี่ยนไป หมัดที่กำไว้อย่างแแ่ถึงกับเพิ่มนิ้วชี้ขึ้นมาหนึ่งนิ้ว
"ดรรชนีรวมศูนย์" จางหยุนเหยียดนิ้วชี้ออกพลังปรานที่รวบรวมไว้แผ่พุ่งเป็เส้นสาย สลายพลังฝ่ามือของลั่วเหว่ยที่ฟาดเข้ามา พลังดรรชนีถึงกับทะลวงจากกลางฝ่ามือของลั่วเหว่ยไปยังหัวไหล ลั่วเหว่ยถึงกับร่วงหล่นกลางอากาศ จางหยุนเห็นดังนั้นจึงสาวหมัดใส่ลั่วเหว่ยไม่ยั้ง ยามนี้จางหยุนไหนเลยมีลักษณะของคนที่หมดสิ้นเรี่ยวแรงอีก
"เราระมัดระวังตัวปานนี้ยังหลงกลท่าน" ลั่วเหว่ยคิดในใจทราบว่าตอนนี้ตนเองแพ้แล้ว ที่แท้ท่าทางหมดสิ้นเรี่ยวแรงเป็การเสแสร้งของจางหยุน เนื่องจางหยุนรู้ตัวว่ามิอาจััตัวลั่วหยุนได้จึงต้องวางอุบายเช่นนี้หลอกล่อให้ลั่วเหว่ยทำการปะทะตรงๆ จางหยุนพยายามต่อยหมัดหลอกล่อให้ลั่วเหว่ยเข้าปะทะด้วย แต่ลั่วเหว่ยถึงกับระวังตัวแจรอจนมันแสดงว่าหมดสิ้นเรียวแรงจนมิอาจใช้หมัดเบิกภูผาได้ ถึงเข้าปะทะตรงๆสุดท้ายจึงหลงกลมัน เพียงพริบตาจางหยุนออกหมัดถี่ยิบจนลั่วเหว่ยไม่อาจลุกขึ้นมาได้อีก
"จางหยุน เป็ผู้ชนะ" ผู้คุมการประลองประกาศเสียงดัง ผู้คนส่วนใหญ่จึงค่อยตื่นจากการตื่นตะลึง จากการจู่โจมอยู่ฝ่ายเดียวของลั่วเหว่ยแม้กระทั้งชายเสื้อจางหยุนยังมิอาจกระทบถูก สุดท้ายถึงกับหลงกลอุบายของจางหยุนจนกระทั่งเป็ฝ่ายพ่ายแพ้ต่อจางหยุน ผู้คนโห่ร้องแสดงความยินดีกับจางหยุนดังทั่วลานประลอง
หลังจากออกจากลานประลองกัวหย่งรีบวิ่งเข้าไปหาจางหยุน "อาหยุน เ้ายอดเยี่ยมยิ่งถึงกับหลอกหล่อให้ลั่วเหว่ยผู้ว่องไวถึงเพียงนั้นพ่ายแพ้อย่างง่ายดาย ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมจริงๆ" กัวหย่งะโเยินยอจนจางหยุนหน้าแดงจรดใบหู
"เพียงโชคดีเท่านั้น" จางหยุนหัวเราะเบาเบา
"ลานประลองอื่นเป็อย่างไรบ้าง" จางหยุนรีบถามถึงข่าวการประลองอื่นๆ
"ทางด้านคู่ของมู่ลี่หลินกับเย่ว์ฉาน มู่ลี่หลินชนะไปอย่างหวุดหวิด การต่อสู้ถึงกับสวยงามยิ่งนัก" กัวหย่งพูดไปทำหน้าเคลิบเคลิ้มไป
"หลิวจี้เจินกับจ้าวิ หลิวจี้เจินชนะอย่างเบาแรง เหลือเพียงหวังเอ้อเหมากับกัวห่าวเท่านั้นที่ยังสู้กันอยู่
"เป็อย่างไร หมัดของเกอเคาะหัวไปสองสามที เริ่มฉลาดขึ้นมาบ้างแล้วหรือไม่" หวังเอ้อเหมากล่าวถามหลังจากต่อยหมัดใส่ศรีษะของกัวห่าวไปสามหมัดได้
"อารมณ์ดีไปเถอะ อีกสักครู่เ้าจะได้คุกเข่าอ้อนวอนข้า" กัวห่าวกล่าวตอบโต้อย่างทันควัน วันนี้เป็โอกาสที่ดีที่สุดที่มันจะล้างความอัปยศครั้งนั้นได้ มันจริงต้องทุมเทสุดกำลังเพื่อเอาชนะหวังเอ้อเหมาให้จงได้ ถึงกับไม่เสียดายที่จะใช้ออกด้วยวิชาที่ร้ายกาจที่สุดของตนเอง
"เพลงหมัดเงาหมาป่า" กัวห่าวต่อยหมัดที่รวดเร็วดังสายลม พลังหมัดมิได้รุนแรงเท่าใด แต่กลับคมกริบตัดเฉือนิัของหวังเอ้อเหมาจนปรากฎเป็าแเกลื่อนกลาด ขนาดหวังเอ้อเหมาโคจรปรานธาตุดินสร้างเป็เกราะศิลาเข้าคุ้มกันยังมีาแมากมาย
หวังเอ้อเหมาถึงกับปักหลักรับเพลงหมัดเงาหมาป่าจนเท้าจมลงไปในดิน าแยังปรากฎขึ้นบนผิวกายของหวังเอ้อเหมาไม่หยุด แต่คนกลับยังยืนหยัดไม่ล้มลง สร้างความเดือดดาลแก่กัวห่าวยิ่งกว่าเดิมจนต้องตัดสินใจทุ่มพลังปรานทั้งหมดจู่โจมออกไปกับท่านี้ ผลสะท้อนคือในวันนี้กัวห่าวจะไม่สามารถต่อสู้ได้ต่อแล้วกล่าวจนถึงที่สุดก็คือมันมิอาจชิงอันดับหนึ่งได้อีกต่อไป ดังนั้นผลการต่อสู้รอบนี้จึงไม่ส่งผลสักเท่าใดต่ออันดับของมัน มีเพียงความเกลียดชังต่อหวังเอ้อเหมาที่ทำให้มัน้าล้างความอัปยศเหยียบย่ำมันจนอยู่ใต้ฝ่าเท่า
"หมัดราชันหมาป่า" กัวห่าวต่อยหมัดที่เต็มไปด้วยปรานธาตุลมบีบอัดจนเป็รูปหมาป่ากำลังกระโจนใส่หวังเอ้อเหมา
"หมัดหอคอยคู่ค้ำภูผา" หวังเอ้อเหมาต่อยหมัดทั้งสองออกไปพร้อมกัน แขนทั้งสองของมันกับเหมือนหอคอยศิลาคู่หนึ่งปรานดินเข้มข้นเข้าบดขยี้ราชันหมาป่าจนร่างปรานแตกกระจาย พลังที่หลงเหลือกระแทกทำร้ายกัวห่าวที่หมดสิ้นเรี่ยวแรงจนล้มลงนอนแน่นิ่ง
"กัวห่าวไม่อาจสู้ต่อได้ หวังเอ้อเหมาเป็ผู้ชนะ" ผู้คุมการประลองรีบกล่าวสรุปผล ไม่ทันที่มันจะกล่าวจบหวังเอ้อเหมาพลันล้มลงนอนแน่นิ่ง พลังปรานมันก็หมดสิ้นแล้วเช่นกัน ไม่งั้นมันคงไม่ใช่เพลงหมัดที่กินแรงเช่นนี้มาในตอนท้าย จางหยุนกับกัวหย่งไม่รอช้ารีบพุ่งเข้าไปในลานประลองเข้าประคองหวังเอ้อเหมาเอาไว้