บทที่ 22 ไม่เรียกผู้ปกครองได้ไหม? (รีไรท์)
มีผู้ยืนมุงดูคนหนึ่งถูกคุณครูใหญ่ดึงตัวไปสอบถาม ไม่นานที่มาที่ไปของเหตุการณ์ก็กระจ่างอย่างรวดเร็ว
คุณครูใหญ่รู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้า วันนี้มีหัวหน้าจากกองทัพมาบรรยายให้บรรดานักเรียนฟัง จู่ ๆ ก็เกิดการจู่โจมอย่างกะทันหัน พวกเขาก็ไม่ได้เตรียมตัวไว้เช่นกัน
ก่อนหน้านี้เขาได้แอบสวดภาวนาอยู่ในใจ แต่ดูเหมือนว่าการแสดงออกของเด็ก ๆ เหล่านี้ออกจะห้าวหาญไปหน่อย
นึกไม่ถึงว่าจะเกิดปัญหาขึ้นแล้ว
“ให้คนมาทำความสะอาดตรงนี้ก่อน หากใครเผลอไปเหยียบแล้วได้รับาเ็คงไม่ดีแน่”
แม้ว่าคุณครูใหญ่จะรู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง แต่หัวหน้ากำลังมองมาทางนี้จึงต้องพูดอย่างนุ่มนวล
ไม่นานก็มีคนเก็บกวาดเศษชิ้นส่วนบนพื้น ก่อนคุณครูที่ปรึกษาของเสิ่นทิงหงจะปรากฏตัว
เขาได้ยินเื่ราวมาจากเสิ่นชิงชิงผู้เป็นักเล่าเื่ตัวยงจนเข้าใจแล้ว เมื่อได้เห็นานี้อีกครั้ง ก็รู้สึกท้อใจอย่างบอกไม่ถูก
ไม่รู้ว่าโชคร้ายหรือเปล่า แต่บรรยากาศในชั้นเรียนของเขานั้นค่อนข้างดีมาตลอด นาน ๆ ทีจะเกิดเหตุการณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ซ้ำยังทำให้คุณครูใหญ่ใอีกด้วย
“คุณครูใหญ่ หัวหน้า พวกคุณอยู่กันครบเลย!” คุณครูเฉินปาดเหงื่อพลางเอ่ยขึ้น
“อืม คุณครูเฉิน คุณดูสิว่าจะจัดการกับเื่นี้ยังไง มันไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรเลย พวกคุณเอากลับไปปรึกษากันซะ!” คุณครูใหญ่กล่าว
ความจริงในสายตาของพวกเขาเื่นี้เป็เพียงเื่เล็กน้อยเท่านั้น แค่ไม่อยากให้หัวหน้าอายุน้อยและมีอนาคตที่ทางกองทัพส่งมารู้สึกมีอะไรไม่พอใจทางโรงเรียน
เพราะต่อให้เป็คุณครูใหญ่ก็ยังเคารพยำเกรงทหาร และย่อมคาดหวังที่จะสร้างความประทับใจให้กับเยี่ยเสิ่นเหยียนอย่างเต็มที่
หลังจากที่เยี่ยเสิ่นเหยียนได้เห็นเสิ่นทิงหงแล้ว สายตาของเขาก็ทอดไปที่เด็กสาวอย่างควบคุมไม่อยู่ ทำให้เสิ่นทิงหงรู้สึกเก้อเขินเหลือเกิน แต่เธอก็ไม่รู้ว่าเป็เพราะเหตุใด
“สหายเยี่ย เชิญทางนี้ครับ!” คุณครูใหญ่ทำท่าทางเชื้อเชิญเยี่ยเสิ่นเหยียน เขาจึงได้แต่เดินตามคุณครูใหญ่ไป
เสิ่นทิงหงจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“ไปคุยกันที่ห้องทำงานของฉัน!” คุณครูเฉินมองซ่งเจี๋ยด้วยสายตาที่ไม่สู้ดีนัก น่าจะเป็เพราะเริ่มโมโหแล้ว
ซ่งเจี๋ยก้มหน้าลง เดินตามคุณครูเฉินไปที่ห้องทำงาน เสิ่นทิงหงเป็อีกคนที่เกี่ยวข้องก็ต้องตามไปด้วยเช่นกัน
ตอนแรกเสิ่นชิงชิงก็จะตามไปด้วย แต่คุณครูเฉินไม่อนุญาต แล้วไล่เสิ่นชิงชิงไปด้วยเหตุผลที่ว่าถึงเวลาเข้าเรียนแล้ว
แม้เสิ่นชิงชิงยังอยากดูอะไรสนุก ๆ ต่อ ดูว่าคุณครูเฉินจะลงโทษซ่งเจี๋ยอย่างไร ดูว่าเพื่อนของเธอจะด่าหล่อนอย่างไร นึกไม่ถึงว่าความคิดนี้จะถูกขัดเสียแล้ว
“ไหนว่ามาซิ ทะเลาะกันทำไม!” แม้ว่าเสิ่นชิงชิงจะบอกไปคร่าว ๆ แล้ว แต่คำพูดที่ซ่งเจี๋ยพูดในตอนเริ่มต้น ก็ยากที่จะอธิบายให้เข้าใจตรง ๆ เพราะเธอไม่้าให้คุณครูเฉินเข้าใจผิด
“คือว่าเื่มัน...” ก่อนที่ซ่งเจี๋ยจะพูด เสิ่นทิงหงก็ชิงพูดก่อน จากนั้นก็เล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นั้แ่ต้นจนจบ
แน่นอนว่ามีการพูดถึงว่าซ่งเจี๋ยจะสร้างข่าวลือเสีย ๆ หาย ๆ กับเธอ
สีหน้าของคุณครูเฉินก็ไม่ได้ดูแย่นัก เพราะเขาชอบเสิ่นทิงหงมากอยู่แล้ว
ั้แ่เด็กสาวคนนี้เข้าเรียนมา ผลการเรียนเธอก็อยู่ในอันดับต้น ๆ มาตลอด อีกทั้งไม่ใช่พวกพูดมาก ถ้าจะได้พบในโรงเรียน ส่วนมากก็เป็ตอนอยู่ในห้องเรียน
ไม่ใช่ว่าเขาไม่ชอบซ่งเจี๋ย แต่ระหว่างสองคนนี้ เขาชอบเสิ่นทิงหงมากกว่าอยู่แล้ว
เพราะไม่มีคุณครูคนไหนที่ไม่ชอบเด็กที่เรียบร้อยขยันขันแข็ง
“ซ่งเจี๋ย เธออยากจะพูดอะไร?” คุณครูเฉินถาม
ซ่งเจี๋ยขบริมฝีปาก ไม่กล้าพูดออกมา เมื่อครู่เสิ่นทิงหงไม่ได้พูดเื่ที่เธอหมั้นหมายแล้วหรอกรึ และคู่หมั้นของหล่อนยังเป็ทหารอีกด้วย ตอนนี้เธอไม่กล้าพูดจาสุ่มสี่สุ่มห้า เพราะกลัวว่าถ้าพูดออกไป มันจะไม่ใช่แค่เื่ความขัดแย้งระหว่างเพื่อนนักเรียนอีกต่อไปน่ะสิ
เมื่อเห็นซ่งเจี๋ยเป็แบบนี้ คุณครูเฉินก็รู้แล้วว่าสิ่งที่เสิ่นทิงหงพูดนั้นเป็เื่จริง
มันทำให้รู้สึกไม่พอใจขึ้นทันที เดิมทีเขาก็ไม่ชอบเด็กรู้มากอยู่แล้ว
“เธอเป็ลูกสาวคนเดียวของบ้าน ไม่รู้เหรอว่าชื่อเสียงนั้นสำคัญแค่ไหน? แล้วเื่ที่เธอพูดถึงอีก ฉันรู้ว่านักเรียนฟางจัว เสิ่นชิงชิง และเสิ่นทิงหงค่อนข้างสนิทกัน แต่พวกเขาไม่เคยประพฤติตัวผิดกฎ อีกอย่างก็เป็เื่ปกติที่ฟางจัวจะพูดคุยและเรียนรู้กับพวกเสิ่นทิงหง เพราะคะแนนของฟางจัวก็ดีขึ้นอย่างชัดเจน”
“คนอื่น ๆ ต่างมุ่งมั่นทำคะแนนของตัวเองให้ดีขึ้น ทำไมสมองเธอถึงมีแต่ความคิดสกปรกโสมมกับคนอื่น เธอก็เป็ผู้หญิงเหมือนกัน การสร้างความเดือดร้อนให้ผู้หญิงด้วยกัน มันดีกับเธอยังไงเหรอ”
คุณครูเฉินกุมหน้าผาก ตอนแรกก็ไม่มีอะไร เื่แบบนี้ตนสามารถจัดการได้ในชั้นเรียน แต่ตอนนี้เื่ไปถึงคุณครูใหญ่และหัวหน้าคนอื่น ๆ แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อดูเหมือนว่าจะมีหัวหน้าที่ไม่รู้ว่าเป็ใครอยู่ข้างกายพวกเขาด้วย ตอนนี้พวกนั้นน่าจะตำหนิซ่งเจี๋ยไปแล้ว คนต่อไปที่จะโดนต้องเป็เขาแน่ ๆ
“คุณครูเฉิน ขอโทษค่ะ!” ซ่งเจี๋ยเอ่ยขอโทษทันทีอย่างรู้กาลเทศะ
“ซ่งเจี๋ย เธอควรรู้ว่าคนที่ต้องขอโทษไม่ใช่ฉัน แต่เป็เสิ่นทิงหงและเสิ่นชิงชิง” คุณครูเฉินเอ่ยน้ำเสียงเคร่งขรึม
“ฉันขอโทษนะเสิ่นทิงหง!” ดวงตาของซ่งเจี๋ยคลอด้วยหยาดน้ำตา แม้ว่าจะดูเหมือนขอโทษอย่างจริงใจ แต่ไม่รู้ว่าทำไม มันทำให้รู้สึกแปลก ๆ
เสิ่นทิงหงไม่ได้พูดอะไร หลังจากขอโทษแล้วซ่งเจี๋ยก็หันไปข้าง ๆ ไม่มองเธออีก
ซ่งเจี๋ยรู้สึกว่าต่อให้เสิ่นทิงหงจะเก่งสักแค่ไหนหล่อนก็เป็เพียงชาวนาที่ยากจน น่าอายจริง ๆ ที่เื่วันนี้ต้องกลายเป็แบบนี้
“งั้นตอนนี้เรามาคุยเื่ที่ซ่งเจี๋ยทำกระติกน้ำร้อนของเสิ่นทิงหงแตกดีกว่า” แม้ว่าเสิ่นทิงหงจะไม่ตอบสนองใด ๆ ต่อคำขอโทษของซ่งเจี๋ย แต่คุณครูเฉินก็ไม่อยากให้เื่นี้คาราคาซัง
ก็แค่อยากจะจัดการเื่นี้ให้เรียบร้อยโดยเร็ว จากนั้นค่อยไปขอโทษและยอมรับโทษจากคุณครูใหญ่
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ หัวใจของซ่งเจี๋ยก็เริ่มเต้น ‘ตุ้บตุ้บ’ อีกครั้ง เธอกลัวการเรียกพ่อแม่มาที่โรงเรียนจริง ๆ
เดิมทีพวกเขาไม่อยากให้เธอเข้าเรียน แถมตอนนี้ยังมาสร้างปัญหาอีก กลัวว่าจะยิ่งไม่อยากให้เธอมาเรียนอีก
“คุณครูเฉิน...ไม่เรียกผู้ปกครองได้ไหมคะ” ซ่งเจี๋ยแทบจะร้องไห้อยู่รอมร่อ
“แล้วเธอจะจ่ายชดใช้ได้ด้วยตัวเองหรือเปล่าล่ะ” คุณครูเฉินย้อนถาม
“หนู...” ซ่งเจี๋ยพูดไม่ออกอยู่ครู่หนึ่ง แต่เพื่อไม่ต้องแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่มีความสามารถอะไรเลย เธอจึงกัดฟันพูดเื่ครอบครัว
“คุณครูคะ พ่อแม่ของหนูไม่อยากให้หนูมาเรียนแล้ว พวกเขา้าให้หนูกลับไปแต่งงาน แต่หนูก็ยังดึงดัน ตอนนี้ถึงได้มีโอกาสมายืนอยู่ตรงนี้ ถ้าพวกเขารู้ว่าหนูสร้างปัญหาที่โรงเรียน หนูคงไม่ได้มาเรียนแล้วจริง ๆ!”
ซ่งเจี๋ยพูดไปร้องไห้ไป ดูน่าสงสารจริง ๆ คุณครูเฉินก็ขมวดคิ้วเมื่อได้ยินสิ่งนี้
แม้แต่เสิ่นทิงหงก็ยังรู้สึกเศร้าไปด้วย โชคดีที่หลิวเยว่และเสิ่นต้าเฉียงรักเธอมาก ไม่เช่นนั้นเธออาจจะต้องเผชิญกับการแต่งงานั้แ่อายุยังน้อยเหมือนกับเด็กผู้หญิงส่วนใหญ่ในตอนนี้
แม้ว่าเธอจะถือว่าหมั้นหมายแล้ว แต่อย่างน้อยพ่อแม่ก็คัดเลือกมาอย่างพิถีพิถัน และยังขออนุญาตจากเ้าของร่างเดิมแล้วด้วย