หานเทียนลี่ฝึกเคล็ดวิชาท่าร่างประเภทเดียวกับโจร จึงประเปรียวว่องไวเป็อย่างมาก หากไม่ระวังให้ดี อาจถูกสังหารเอาได้
ครูฝึกหลินฝึกวิชาแบบตรงไปตรงมา ใช้ความแข็งแกร่งต้านทาน เขารำคาญและหวาดกลัวผู้ฝึกยุทธ์ประเภทนี้เป็ที่สุด
นี่เป็เหตุผลว่าแม้ระดับพลังของหานเทียนสิงจะสูงกว่าหานเทียนลี่อย่างเห็นได้ชัด แต่ครูฝึกหลินกลับหวาดกลัวหานเทียนลี่ยิ่งกว่า
คนที่สามกลับดูเหมือนคนธรรมดา เขามีใบหน้าดาษดื่นทั่วไป หากโยนเขาไปไว้ในกลางฝูงชน เกรงว่าจะถูกผู้อื่นมองผ่านเลยในทันที แต่ดวงตาที่หรี่เล็กน้อยนั้นกลับแฝงประกายแหลมคมคราแล้วคราเล่า แสดงให้เห็นว่าคนผู้นี้ไม่ธรรมดา
คนผู้นี้คือบุตรชายคนที่สามของหานอวี้ ท่านลุงสามของหานเฟิง หานเทียนมู่
หานเทียนสิง หานเทียนลี่ และหานเทียนมู่ ระดับพลังของทั้งสามคนอยู่ในขั้นมนุษย์ระดับสูงเก้าดารา ระดับกลางเก้าดารา และระดับล่างเก้าดาราตามลำดับ
ในยามนี้หานอวี้ดูตื่นเต้นยิ่งนัก “หลินเยวี่ย เ้าพูดจริงหรือ? เฟิงเอ๋อร์ฝึกฝนกำลังภายในได้แล้วจริงหรือ?”
ครูฝึกหลินตอบโดยพลัน “เรียนนายท่าน เป็ความจริงแน่นอน ข้าตรวจสอบแล้ว กำลังภายในในร่างกายของหานเฟิงเทียบเท่ากับกำลังภายในของผู้ที่มีระดับการฝึกยุทธ์ระดับห้าซึ่งฝึกฝนมาเจ็ดถึงแปดวันขอรับ”
หานอวี้ยังคงมีสีหน้ากังขา “จะเป็ไปได้อย่างไร! แม้เฟิงเอ๋อร์จะมีระดับการฝึกยุทธ์ระดับสี่ เหนือกว่าผู้ที่มีระดับการฝึกยุทธ์ระดับห้าหนึ่งระดับ ทว่าฝึกคืนเดียวกลับเทียบได้กับหลินเอ๋อร์ฝึกเจ็ดแปดวัน น่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว ต่อให้ผู้มีระดับการฝึกยุทธ์ระดับสองหรือแม้แต่ระดับหนึ่ง ก็ไม่อาจทำได้”
“หรือว่าระดับการฝึกยุทธ์ของเฟิงเอ๋อร์จะอยู่ในขั้นกลาง?”
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้หานอวี้ก็ส่ายศีรษะในทันที “ระดับความสามารถในการฝึกยุทธ์ของเฟิงเอ๋อร์ได้รับการทดสอบจากตระกูล ข้ายังทดสอบมากกว่าหนึ่งครั้ง ระดับการฝึกยุทธ์เป็ขั้นล่างระดับสี่จริง ๆ เพียงแต่...”
หานเทียนสิง ท่านลุงใหญ่ของหานเฟิงเอ่ยเสียงก้องกังวาน “คงไม่ใช่ว่าเ้าเด็กคนนั้นฝึกฝนกำลังภายในล่วงหน้ามาสองสามวันแล้ว แต่ไม่ได้พูดออกมากระมัง!”
ทันทีที่คำนี้เอ่ยออกมา ทุกคนต่างก็จ้องเขม็งไปทางครูฝึกหลิน
ครูฝึกหลินเหงื่อกาฬไหลย้อยลงมาตามหน้าผาก แต่กลับไม่กล้าเช็ดออก ถูกผู้ฝึกยุทธ์ขั้นมนุษย์เก้าดาราสามคนและผู้ฝึกยุทธ์ขั้นมนุษย์สิบดาราหนึ่งคนจับจ้อง แน่นอนว่าครูฝึกหลินย่อมตกอยู่ภายใต้ความกดดันเป็พิเศษ
ช่องว่างของขั้นมนุษย์สี่ดารากับพวกหานอวี้ใหญ่มากเกินไปจริง ๆ
ครูฝึกหลินกล่าวอย่างเฉียบขาด “หานเฟิงจักต้องบ่มเพาะกำลังภายในเมื่อคืนแน่นอน เมื่อวานข้ามั่นใจว่าหานเฟิงเป็เพียงคนธรรมดาผู้หนึ่ง อีกทั้งวันนี้ที่ข้าถาม หานเฟิงก็ยอมรับในจุดนี้ขอรับ”
“ถ้าเป็เช่นนั้น แล้วเพราะเหตุใด? " หานเทียนมู่ ท่านลุงสามของหานเฟิงมีสีหน้าสับสน
หานอวี้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงกล่าว “แม้ไม่รู้ว่าทำไม แต่นี่ย่อมเป็เื่ดีอย่างไม่ต้องสงสัย”
กล่าวเช่นนั้นแล้ว หานอวี้ก็ยิ้มขื่น “พวกเ้าสามคนก็รู้สถานการณ์ปัจจุบันของน้องสี่ของพวกเ้า ไม่ใช่ข้าไม่สนใจความสัมพันธ์พ่อลูก แต่เป็เพราะเขาสร้างปัญหามากเกินไป เื่นี้จะต้องมีคนรับผิดชอบ เบี่ยงเบนความสนใจของตระกูล มิเช่นนั้นความเป็หนึ่งเดียวกันของตระกูลจักต้องลดลงอย่างมาก เ้าสี่เป็ผู้ที่มีส่วนในเื่นี้ แน่นอนว่าเขาต้องรับผิดชอบ เื่นี้เ้าสี่ก็เห็นด้วย”
“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสิบกว่าปีก่อนทำลายอำนาจของตระกูลหานของเราลงอย่างมาก พวกเราเดิมทีคาดว่าจะกลายเป็ตระกูลอันดับหนึ่งในเมืองเหรินจง กลับต้องใช้เวลามากกว่าสิบปี มีเพียงยามนี้ที่เรารวบรวมกำลังกลับมาได้ มากพอที่จะแข่งขันกับตระกูลมู่และตระกูลฉางสองตระกูลใหญ่”
“เื่ที่พ่อไม่ได้คาดคิดคือ คนในตระกูลไม่น้อยเกิดไม่พอใจเ้าสี่ ส่งผลไปถึงเฟิงเอ๋อร์ ผลที่ได้คือเฟิงเอ๋อร์ไม่มีสหายั้แ่เล็ก แม้แต่หลินเอ๋อร์ก็ยังไม่พอใจเฟิงเอ๋อร์อย่างมาก”
กล่าวถึงตรงนี้แล้ว หานเทียนมู่ก็มีสีหน้าละอายใจ “ล้วนเป็เพราะลูกไม่สั่งสอนให้ดี ทำให้หลินเอ๋อร์มองเฟิงเอ๋อร์เช่นนั้น”
หานเทียนสิงกับหานเทียนลี่มีสีหน้าขมขื่นเช่นกัน บุตรชายบุตรสาวของพวกเขาก็เป็เช่นนี้ ทำให้พวกเขารู้สึกผิดต่อเ้าสี่เป็อย่างยิ่ง
ถึงแม้เ้าสี่จะทำผิดพลาด แต่นั่นก็เป็น้องสี่ของพวกเขา น้องชายที่วิ่งไล่ตามพวกเขาและร้องเรียก 'ท่านพี่' ั้แ่ยังเล็ก
หากพวกเขาทั้งสามดูแลหานเทียนเฉิงน้องสี่ผู้นี้ให้ดี ไหนเลยหานเทียนเฉิงจะมีนิสัยขี้ขลาดไม่ต่อสู้ไม่แย่งชิงเช่นนั้น? ทุกครั้งที่พวกเขาคิดถึงตรงนี้ ทั้งสามคนจะเกิดความไม่สบายใจ รู้สึกว่านิสัยเช่นนั้นของหานเทียนเฉิงมีพวกเขาเป็ต้นเหตุ
อย่างไรเสียตระกูลหานรุ่งโรจน์มาถึงจุดนี้ จากรุ่นของหานเทียนเฉิงจวบจนปัจจุบัน นับเป็เวลาเพียงไม่กี่ทศวรรษ ระหว่างตระกูลไม่ได้ไร้การต่อสู้แย่งชิง แต่เมื่อเทียบกับตระกูลอื่น ๆ ที่ตกทอดกันมานับพันปี การต่อสู้แย่งชิงนี้ก็เป็เพียงฝนพรำ ไม่ถึงขั้นเ้าตายข้าสิ้น
ดังนั้นความสัมพันธ์ระหว่างสี่พี่น้องของพวกหานเทียนสิง จึงไม่อาจกล่าวได้ว่าไร้ซึ่งความขัดแย้ง แต่มันก็ไม่ได้แย่
เมื่อเห็นสีหน้าของพี่น้องทั้งสาม หานอวี้จึงโบกมือกล่าว“เื่นี้ไม่ใช่ความผิดของพวกเ้า หากพวกเ้าบีบบังคับหลินเอ๋อร์และคนอื่น ๆ ไม่ให้สร้างความลำบากใจให้กับเฟิงเอ๋อร์ ผลที่ได้ย่อมตรงข้าม พวกเขาจะไม่เพียงมองเฟิงเอ๋อร์แบบนั้น ยังอาจถึงขั้นลงไม้ลงมือก็เป็ได้”
“ตอนนี้ก็ดีแล้ว เฟิงเอ๋อร์สามารถฝึกกำลังภายในได้แล้ว ด้วยระดับการฝึกยุทธ์ระดับสี่ของเขา ภายหน้าจะก้าวข้ามพวกเราก็ไม่ใช่ว่าเป็ไปไม่ได้ ให้เฟิงเอ๋อร์ได้สร้างผลงานให้กับตระกูล เื่เ่าั้ที่เ้าสี่ทำก็จะไม่เป็ไร ถึงยามนั้นย่อมไม่ต้องให้เ้าสี่ต้องน้อยเนื้อต่ำใจอีก”
หานเทียนสิงพยักหน้า “ท่านพ่อกล่าวไม่ผิด จะว่าไป นี่ก็ผ่านมาหลายปีแล้วที่ไม่ได้กินข้าวกับน้องสี่ ข้าเคยแอบเรียกน้องสี่มา ทว่าแม้น้องสี่จะมีนิสัยอ่อนโยน กระทั่งขลาดกลัวไปบ้าง ไม่ต่อสู้ไม่แย่งชิง แต่เขากลับตำหนิตนเองที่สร้างความเสียหายใหญ่หลวงให้กับตระกูล จึงไม่ยอมผ่อนปรนต่อเื่นี้แม้แต่น้อย”
“เดิมทีข้าปล่อยให้บ่าวรับใช้ในตระกูลสร้างปัญหาให้กับเ้าสี่ ก็ด้วยหวังว่าเ้าสี่จะสามารถเปลี่ยนนิสัยขี้ขลาดของเขาได้ แต่บัดนี้ดูเหมือนว่ารังแต่จะทำให้เขาตำหนิตนเอง เ้าสี่ไม่เพียงล้มเหลวในการเปลี่ยนแปลงนิสัย เขายังกลับกลายเป็คนอดทนมากขึ้นเรื่อย ๆ หวังเพียงว่าเฟิงเอ๋อร์จะสามารถแก้ไขสถานการณ์นี้ได้”
กล่าวเช่นนี้แล้ว หานเทียนสิงก็ส่ายหน้าด้วยความรู้สึกเศร้าใจเล็กน้อย
ทันใดนั้น หานเทียนมู่กลับหัวเราะคิกคัก “ข้าว่าหลานชายผู้นี้ไม่เหมือนกับน้องสี่ ั้แ่เล็กก็พึ่งพาตนเองได้ พี่ใหญ่ พี่รอง พวกท่านคิดดู ผู้ที่พุ่งเป้าไปที่เฟิงเอ๋อร์ั้แ่ยังเล็กมีน้อยหรือ แต่จนกระทั่งบัดนี้ก็ยังไม่เคยจบลงอย่างท่าดีทีเหลวแม้แต่น้อย ข้าว่าเหล่านี้ล้วนเป็ผลงานของเฟิงเอ๋อร์”
“ในความคิดข้า เฟิงเอ๋อร์เ้าเด็กคนนี้นิสัยเ้าเล่ห์ ก่อนหน้านี้เขาไม่มีกำลังภายใน จึงทำได้เพียงลอบลงมือ บัดนี้เขามีกำลังภายในแล้ว เขาย่อมไม่ทนอีกต่อไป เวลาที่น้องสี่จะฟื้นตัวกลับมาอยู่ไม่ไกลแล้ว”
หานเทียนสิงกับหานเทียนลี่นิ่งงัน แล้วลองไตร่ตรอง
ครูฝึกหลินมีสีหน้าประหลาดใจเช่นกัน จากนั้นเขาก็คิดถึงที่ลานฝึก มีคนมากมายคิดจะท้าประลองกับหานเฟิงเพื่อกลั่นแกล้งรังแก ท้ายที่สุดดูเหมือนอีกฝ่ายจักต้องเปลี่ยนคน บัดนี้เมื่อคิดดูแล้ว นี่ก็ออกจะแปลกนิดหน่อยจริง ๆ
ในห้องของหานเฟิง
เพื่อที่จะฝึกฝนเพลิงวิเศษเก้าเปลวไฟชั้นแรกให้สำเร็จ หลายวันมานี้หานเฟิงจึงใช้พลังงานไปไม่น้อย ก่อนที่เขาจะรู้สึกตัว ก็ผ่านไปเจ็ดวันแล้ว
วันนี้เอง หานเฟิงรู้สึกว่าตนเองฝึกฝนถึงคอขวดแล้ว ก็อดดีใจไม่ได้ “ประเสริฐ ข้าฝึกฝนมาเจ็ดวัน ในที่สุดก็ถึงขีดจำกัดแล้ว ดูท่าภายในสองสามวันนี้ ข้าจะต้องฝึกชั้นหนึ่งได้สำเร็จเป็แน่ ไฟสามัญสร้างจากตำแหน่งตันเถียน”
“ถึงแม้ไฟสามัญของเคล็ดวิชาเพลิงวิเศษเก้าเปลวไฟจะไม่ได้เป็หนึ่งในเพลิงวิเศษเก้าเปลวไฟ ก็ใช่ว่าจะเทียบเคียงไฟสามัญของผู้อื่นไม่ได้ ตามข้อมูลของเคล็ดวิชาเพลิงวิเศษเก้าเปลวไฟ ระดับควรสูงกว่าสองสามระดับ กระทั่งอาจสูงกว่าถึงหนึ่งเท่า”
“อีกทั้งเจ็ดวันนี้ก็ทำให้ข้าสั่งสมกำลังภายในได้มากมายแล้ว!”