ตอนที่ 9: ป่าไผ่หยกเขียวและข้อไผ่ปริศนาข้อที่หนึ่ง
แสงอรุณเบิกฟ้า ขับไล่ความมืดมิดของยามราตรีให้จางหายไป หยาดน้ำค้างยังคงเกาะพราวอยู่บนยอดหญ้า บรรยากาศยามเช้าของสำนักวิถีเมฆาเต็มไปด้วยความสดชื่น หลินอันก้าวเดินไปตามทางเดินหินปูที่ทอดยาวลัดเลาะเข้าสู่ 'ป่าไผ่หยกเขียว' ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของหุบเขา
หน้าที่ของชายหนุ่มในวันนี้คือการรวบรวมใบไผ่แห้งเพื่อนำไปเป็เชื้อไฟสำหรับเตาต้มยา ป่าไผ่แห่งนี้เงียบสงบยิ่งนัก ลำต้นสีเขียวมรกตตั้งตระหง่านเรียงรายสุดลูกหูลูกตา ยามสายลมพัดผ่าน ใบไผ่เสียดสีกันเกิดเป็เสียงดนตรีธรรมชาติที่ช่วยขับกล่อมจิตใจให้สงบร่มเย็น
หลินอันก้มลงเก็บใบไผ่แห้งใส่ตะกร้าสานอย่างเชื่องช้า เขาสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดลึกๆ ซึมซับความรื่นรมย์ที่หาไม่ได้จากที่ใด ค่ายกลผนึกกายาภายในร่างยังคงทำงานอย่างซื่อตรง กดทับน้ำหนักมหาศาลของเขาเอาไว้ ทำให้ทุกย่างก้าวบนผืนดินอ่อนนุ่มไม่เกิดรอยยุบตัว
ขณะที่เดินลึกเข้าไปในดงไผ่ สายตาของเขาก็สะดุดเข้ากับกอไผ่ขนาดเล็กที่ขึ้นอยู่อย่างโดดเดี่ยว ลำต้นของมันไม่ได้มีสีเขียวมรกตเหมือนต้นอื่น ทว่ากลับเป็สีน้ำตาลเข้มอมดำ คล้ายไม้ที่ผ่านกาลเวลามาเนิ่นนานนับพันปี เงา ของกิ่งไผ่เบื้องบนทอดตกลงมาบดบังลำต้นประหลาดนี้เอาไว้ครึ่งหนึ่ง
หลินอันวางตะกร้าลงและเดินเข้าไปใกล้ด้วยความสนใจ ลำไผ่ต้นนี้มีขนาดเพียงเท่านิ้วหัวแม่มือ ทว่าเมื่อเพ่งมองดูให้ดี จะพบว่าตลอดทั้งความยาวของมันถูกแบ่งออกเป็สิบหกข้อปล้องอย่างชัดเจน รอยต่อของแต่ละข้อมีเส้นสายสีทองจางๆ วาดพันเอาไว้ราวกับเป็อักขระธรรมชาติ
ชายหนุ่มยื่นมือออกไปััผิวไม้ที่เย็นเยียบอย่างแ่เบา เขาไม่ได้ส่งพลังปราณใดๆ เข้าไป เพียงแค่ใช้ปลายนิ้วลูบไล้ด้วยความทะนุถนอม
วาบ...
ทันใดนั้น ข้อไผ่ข้อที่หนึ่งนับจากส่วนโคนก็เปล่งแสงสีเขียวอ่อนละมุนออกมา เส้นสายสีทองบริเวณรอยต่อสว่างวาบขึ้นชั่วครู่ ก่อนที่แสงนั้นจะซึมซาบเข้าสู่ฝ่ามือของหลินอัน
ความรู้สึกอบอุ่นและสดชื่นแผ่ซ่านไปทั่วร่าง คล้ายกับได้ดื่มน้ำพุเย็นจัดกลางฤดูร้อน มันไม่ใช่พลังอำนาจที่รุนแรงหรือดุดัน ทว่ามันคือ 'ปราณพฤกษา' อันบริสุทธิ์ที่ช่วยชะล้างความขุ่นมัวในเส้นลมปราณ และช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ตึงเครียดจากการแบกรับน้ำหนักของค่ายกลผนึกกายา
นี่คือการปลดล็อคข้อไผ่ข้อที่หนึ่ง จากทั้งหมดสิบหกข้ออย่างสมบูรณ์แบบ
หลินอันหลับตาพริ้ม ซึมซับความสบายที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย เขาไม่ได้พยายามฝืนเค้นเพื่อปลดล็อคข้อที่เหลือ เพราะรู้ดีว่าสรรพสิ่งย่อมมีจังหวะเวลาของมัน การเร่งรัดมีแต่จะทำลายความสมดุลอันงดงามนี้
ชายหนุ่มถอนมือกลับ ลำไผ่ประหลาดกลับคืนสู่สภาพเดิมที่ดูแสนธรรมดา เขาแย้มยิ้มบางๆ ให้กับต้นไม้ตรงหน้า ก่อนจะหันกลับไปหยิบตะกร้าสานและเริ่มเก็บใบไผ่แห้งต่อไป
วิถีชีวิตที่เรียบง่าย การค้นพบสิ่งเร้นลับโดยบังเอิญ และความสงบสุขที่แทรกซึมอยู่ในทุกอณูของห้วงเวลา นี่แหละคือการบ่มเพาะวิถีเซียนในแบบฉบับของเขา หลินอันทำงานของตนต่อไปท่ามกลางเสียงกระซิบของสายลมและป่าไผ่ โดยไม่รู้เลยว่าการปลดล็อคข้อไผ่ข้อแรกนี้ ได้ทำให้ร่างกายของเขากลมกลืนกับธรรมชาติรอบตัวมากยิ่งขึ้นไปอีกขั้น