ตอนที่ 3
ที่บ้านของเฉาฮุ่ยจิง ซึ่งไม่ได้ไกลจากบ้านของลู่เฟยหลินมากนัก ที่หน้าบ้านเด็กชายคนหนึ่ง วิ่งมา เพราะถูกใช้จากผู้ใหญ่ ให้มาบอกข่าว จึงรีบวิ่งมาทันที
"ยายเฉา ยายเฉา อยู่บ้านหรือเปล่าครับ" เขามาถึงก็เรียกทันที
ส่วนคนที่อยู่ภายในบ้านตอนนี้คือ เฉาฮุ่ยจิงและลูกสะใภ้คนเล็กอย่าง ชุ่ยเจินหลิว ส่วนลูกชายนั้นล้วนไปทำงานในเมืองทั้งสองคน
"ลูกสะใภ้ เสียงใครมาเรียกอยู่ที่หน้าบ้าน เสียงดังอะไรนักหนา"
"เดี๋ยวฉันไปดูให้เองค่ะ" พูดเสร็จก็เดินออกไปเปิดประตูรั้ว ก็เห็นว่าเป็เด็กผู้ชายในหมู่บ้านที่คุ้นเคยกันดี
"มีอะไรหรือเปล่า มาเรียกเสียงดังอย่างนี้"
"ผมจะมาหายายเฉาครับ มีเื่จะมาแจ้งครับ ยายเฉา อยู่หรือเปล่า"
"อยู่สิ เข้ามาก่อน"
เธอเดินนำเข้าไปภายในบ้าน เพื่อไปหาแม่สามีที่นั่งรออยู่
"มีอะไรกัน ถึงมาเรียกเสียงดัง ใครตายอย่างนั้นหรือ" เมื่อเห็นว่าคนที่มาเป็เด็กในหมู่บ้าน จึงได้ถามประชดออกไปทันที โดยที่ไม่ได้คิดอะไรมาก
"ยายเฉา ทำไมรู้ล่ะครับ" เขาถามออกไปอย่างสงสัย ยังไม่ทันได้บอกเลย ทำไมยายเฉาถึงรู้ โดยที่เขานั้นไม่ได้รับรู้ว่านั่นเป็เพียงคำประชดเท่านั้น ไม่ใช่เื่จริง
"มีใครตายกัน" ไม่ได้บอกกับเด็กว่านั่นเป็แค่คำประชดเท่านั้นเอง เพราะตอนนี้เธอสงสัยมากกว่า
"ลุงชิง ให้ผมมาแจ้งว่าพี่สะใภ้เฟยหลินตายแล้วครับ ให้ป้ากลับไปดู ผมมาแจ้งแค่นี้ ผมกลับก่อนนะครับเื่อื่นไม่ต้องถามผม เพราะผมไม่รู้เื่" เมื่อแจ้งเสร็จแล้ว เขาจึงรีบวิ่งออกไป โดยที่คนกำลังจะถามนั้นไม่ทันได้ออกเสียงออกไป เขาก็วิ่งไปถึงหน้ารั้วแล้ว
เฉาฮุ่ยจิง เมื่อสักครู่เธอฟังผิดไปหรือเปล่า เธอได้ยินชื่อของลูกสะใภ้คนโตใช่ไหม ที่ว่าตายแล้ว เธออดที่จะยิ้มยินดีออกมาไม่ได้ เธอไม่ได้รู้สึกเสียใจอะไร เพราะเธอนั้นไม่เคยยอมรับลูกสะใภ้คนนี้อยู่แล้ว ตายไปเสียได้ก็ดี จะได้ไม่ต้องมาเป็ตัวถ่วงของลูกชายเธอ นี่มันเป็เื่ดีทีเดียว ใช่เื่ที่จะต้องเสียใจที่ไหนกันล่ะ
"สะใภ้เล็ก ได้ยินใช่ไหม สะใภ้ใหญ่ตายแล้วใช่ไหม" เธอถามย้ำกับลูกสะใภ้ที่นั่งอยู่ข้างๆ อีกครั้ง
ชุ่ยเจินหลิว มองแม่สามีที่มีแต่รอยยิ้มยินดี ไม่มีร่องรอยแห่งความเสียใจเลยสักนิดเดียว เธอรู้ดีว่าแม่สามีเกลียดพี่สะใภ้แค่ไหน ไม่เคยยอมรับว่ามีลูกสะใภ้อย่าง ลู่เฟยหลิน ด้วยซ้ำไป คำถามนี้คง้าตอกย้ำมากกว่า
"ใช่ค่ะ แม่สามี พี่สะใภ้เสียแล้ว แม่สามีได้ยินไม่ผิดหรอกค่ะ"
"ดี ดี แม่ดีใจจริงๆ ในที่สุด จิ้นหวง ก็หลุดพ้นจากมันเสียที ไม่ต้องรอให้หย่าร้าง ฮ่าๆๆๆ วันนี้เป็วันดีจริงๆ "
เฉาฮุ่ยจิง ที่ได้ยินอีกครั้งก็หัวเราะออกมาอย่างมีความสุข ในที่สุดวันที่รอคอยก็มาถึง ลูกชายของเธอจะได้ทำตามที่เขา้าเสียที ไม่ใช่เอาแต่มาคอยคิดมาก จะทิ้งก็สงสารอยู่อย่างนี้
"แล้วแม่สามีจะไปดูพี่สะใภ้หรือเปล่าคะ" เธอถามแม่สามี เพราะไม่รู้ว่าจะตัดสินใจอย่างไร
"จะไปทำไมกัน คนตายก็ตายไปสิ ไม่เห็นจะเกี่ยวกับฉันเลยสักนิดเดียว ในเมื่อแยกบ้านไปแล้ว ทำไมแม่จะต้องไปด้วย"
เธอไม่อยากจะเห็นหน้าหรอกนะ แม้จะตายไปแล้วก็ตาม จะมาว่าเธอใจร้ายไม่ได้หรอกนะ เธอไม่อยากไป ไม่อยากนับญาติ
"แม่สามี ไม่ไปจะดีหรือคะ ถ้าแม่สามีไม่ไป อาจจะทำให้ชื่อเสียงของพี่สามีเสียหายก็ได้นะคะ เพราะตอนนี้พี่สามีไม่อยู่ที่บ้าน มีแค่แม่สามี ถ้าเราไม่ไป ก็อาจจะเอาไปพูดในทางที่ไม่ดีได้นะคะ"
เธอกับพี่สะใภ้ ไม่ได้มีเื่อะไรกัน แต่ก็ไม่ได้สนิทกัน เพราะต่างคนต่างอยู่ และ่เทศกาลแม่สามีก็ไม่อนุญาตให้พี่สะใภ้เข้าร่วมอีกด้วย ทำเหมือนพี่สะใภ้ไม่ได้แต่งเข้าบ้านเฉา จะบอกว่าสงสารก็ไม่ใช่ เพราะไม่เกี่ยวกับตัวเอง
เฉาฮุ่ยจิง ที่ตอนแรกคิดว่าไม่อยากจะไป แต่เมื่อคิดว่าคนอาจจะเอาไปพูดในทางที่ไม่ดีได้ ก็ไม่มีทางเลือกคงต้องไปให้เห็นหน้าสักหน่อย แต่ก็ไม่คิดที่จะไปจัดการอะไรให้อยู่แล้ว ไม่ใช่ลูกของเธอเสียหน่อย ใครจะจัดก็จัดไป ในเมื่อมีน้องชายก็ให้น้องชายจัดการไปแล้วกัน เธอจะไม่ยุ่งเด็ดขาด
ส่วนทางด้านลูกชายของเธอนั้น เอาไว้ค่อยแจ้งทีหลังแล้วกัน เขาต้องทำงาน เมียก็ตายไปแล้ว มาก็ไม่ช่วยให้ฟื้นขึ้นมาได้หรอก ในเมื่อไม่ว่าง ใครจะกล้าว่ากันล่ะ
"ก็จริงนะ ถ้าอย่างนั้นก็ไปเสียหน่อยแล้วกัน" เธอตัดสินใจในที่สุด
"ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวฉันไปด้วยค่ะ"
ทั้งแม่สามีและลูกสะใภ้ หลังจากที่ตัดสินใจจึงได้เดินไปทางบ้านของ ลู่เฟยหลิน ทันที
เมื่อมาถึงก็เห็นว่าตอนนี้มีชาวบ้านที่รู้ข่าวมากันจนเต็มบ้านหลังเล็กไปหมดแล้ว เฉาฮุ่ยจิง คิดภายในใจว่า ดีที่ตัดสินใจมา ไม่อย่างนั้นต้องเป็ขี้ปากชาวบ้านปากมากพวกนี้อย่างแน่นอน
"ฮุ่ยจิง มาแล้วหรือ ลูกสะใภ้ของเธอนี่อายุสั้นจริงๆ ตายทั้งที่ยังสาวอยู่เลย"
ชาวบ้านคนหนึ่ง เมื่อเห็นแม่สามีของคนตายเดินเข้าบ้านมา จึงทักออกไป เธอเองสงสารหญิงสาวที่ตายไปไม่น้อย ตัวเองกำพร้าทั้งพ่อและแม่แล้ว ยังจะมาตายลงอีก ไม่รู้ต่อไปน้องชายที่เหลือคนเดียว จะใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างไรกัน อยู่ยากจริงๆ
"นั่นสิ ฮุ่ยจิง แล้วนี่เธอได้ให้ใครไปแจ้งลูกชายของเธอให้กลับมาหรือยัง นี่เมียเขาตายเลยนะ จะไม่รีบมาหรือ" ชาวบ้านยังคงถามต่อไปอย่างอยากรู้
"ฉันก็ไม่คิดว่าลูกสะใภ้จะอายุสั้นอย่างนี้เหมือนกัน ส่วนเื่ลูกชายของฉันน่ะ ฉันต้องไปแจ้งอยู่แล้ว แต่เธอก็รู้กันไม่ใช่หรือ งานในเมืองใช่ว่าอยากจะหยุดเมื่อไรก็หยุดได้ เขาก็ต้องจัดการงานก่อนนั่นล่ะ ไม่รู้ว่าหัวหน้าของเขาจะอนุญาตให้ลาหรือเปล่า ถ้างานด่วนก็ไม่สามารถลางานได้น่ะสิ"
เฉาฮุ่ยจิง ตีหน้าเศร้าให้ได้มากที่สุด ก่อนที่เธอจะเดินเข้ามานั้น เธอต้องปรับใบหน้าที่มีรอยยิ้มยินดี ให้เปลี่ยนมาเศร้าที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ ซึ่งเธอยอมรับว่ามันยากจริงๆ แล้วยังต้องมาแสร้งทำตัวเป็แม่สามีที่ดีอีกด้วย
"อะไรกัน เมียตายก็ลางานไม่ได้อีกหรือ" ชาวบ้านที่รู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง จึงได้ถามเสียงดัง ถึงจะยากอย่างไรก็ต้องมาไม่ใช่หรือ นอกจากไม่อยากจะมาเองมากกว่า
"ใช่น่ะสิ ลูกชายของฉันน่ะ ทางโรงงานเขาชอบมาก จึงได้ทำงานในส่วนที่สำคัญน่ะ จึงลางานยากสักหน่อย" เธอยังหาข้ออ้างให้กับลูกชาย
"น่าสงสาร หนูเฟยหลิน จริงๆ แม้ตายไปสามีก็ยังไม่ได้มาส่งศพอีก น่าเศร้าจริง"
ฝากผู้อ่านติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ