บทที่ 34 นักจับงูมาเยือน
ฉึกฉัก! ฉึกฉัก!
ดูเหมือนว่าเมิ่งอู่จะกลัวว่าจินว่านจะไม่เชื่อ เขาจึงตั้งใจเขย่าถุงเงินบนบ่าแรง ๆ ทำให้เกิดเสียงกระทบกันดังไพเราะ
เมื่อเสียงเงินดังเข้าหู จินว่านก็รู้สึกสับสนไปหมด เขายื่นมือชี้ไปทางหนึ่งพลางยิ้มขมขื่น "เดินไปทางนั้นสักร้อยก้าวก็ถึงแล้ว"
"ขอบใจท่านมาก" เมิ่งอู่กระชับถุงเงินบนบ่า แล้วมองไปที่จินซิงหวังที่โผล่หัวออกมาจากหลังปู่ พลางยิ้มถาม "นี่หลานชายท่านเหรอ?"
จินว่านพยักหน้าพลางตบไหล่หลานชาย "ซิงหวัง เรียกท่านลุงสิ"
"ท่านลุง!" แม้จะยังกลัวอยู่บ้าง แต่จินซิงหวังก็ยอมเรียกออกไปหนึ่งประโยค
เมิ่งอู่ล้วงหยิบเงินพวงหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ ดูแล้วน่าจะประมาณหนึ่งตำลึงเงิน เขายื่นมือที่เต็มไปด้วยรอยกร้านส่งเงินให้จินซิงหวังพลางบอก "มา เอาไปซื้อขนมกินเถอะ"
ถึงจะยังเด็ก แต่จินซิงหวังก็รักเงินไม่แพ้ปู่แท้ ๆ ของเขา พอเห็นเงินเขาก็รีบยื่นมือจะไปรับทันที
แป๊ะ!
จินว่านตีมือหลานชายอย่างแรงจนเ้าตัวต้องชักมือกลับ "ใครอนุญาตให้เ้ารับเงินคนอื่น?"
เมิ่งอู่เห็นแล้วก็รู้สึกอึดอัดใจ เขาไม่ใช่คนใจดีนักหนา ที่ให้เงินเพราะเห็นว่าปู่หลานคู่นี้ดูสนิทกับกู้หนิงอัน เลยอยากจะผูกมิตรไว้ ไม่คิดว่าจินว่านจะมีท่าทีรุนแรงขนาดนี้
"โธ่... จะตีเด็กไปทำไมกัน" เมิ่งอู่ยิ้มเก้อ ๆ จินว่านจึงเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อยพร้อมผลักมือของเมิ่งอู่กลับไป "ไม่มีผลงานย่อมไม่รับรางวัล นี่เป็กฎของตระกูลจิน หวังว่าท่านจะไม่ยัดเยียดเงินให้อีก"
เมิ่งอู่นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะประสานมือคำนับด้วยความนับถือ "สมแล้วที่เป็สหายท่านอาจารย์กู้ มีศักดิ์ศรีไม่ธรรมดาจริง ๆ ข้านามว่าเมิ่งอู่ ไม่ทราบว่าพี่ชายมีนามว่าอะไร?"
"เรียกข้าว่าจินว่านก็พอ"
"พี่จิน!" เมิ่งอู่เอ่ยลา "ข้าขอไปหาท่านอาจารย์ก่อน วันหน้าค่อยพบกันใหม่"
"น้องเมิ่งเดินทางปลอดภัย"
หลังจากแยกกัน เมิ่งอู่มุ่งหน้าไปทางเรือนน้อยอันซือ ส่วนจินว่านรีบลากหลานชายที่ทำหน้ามุ่ยเดินหนีไปอีกทาง
"ท่านปู่ ท่านตีข้าทำไม!"
"เขาให้เงินมาฟรี ๆ ท่านจะปฏิเสธทำไมกัน!"
"นั่นมันตั้งหนึ่งตำลึงเงินเลยนะ!"
จินว่านหน้าเปลี่ยนสีทันที "พูดเหลวไหล! เขาให้เงินเ้าเพราะเห็นแก่ท่านอาจารย์กู้เท่านั้น! ขนาดพวกเราที่สนิทกับท่านอาจารย์ยังรับเงินนี้ไม่ได้ ยิ่งในเวลาแบบนี้ยิ่งห้ามรับเด็ดขาด เ้าไม่ได้ยินที่นักจับงูนั่นพูดเหรอ?"
"เขาเกือบตายมาแล้วแต่รอดมาได้เพราะท่านอาจารย์ช่วยดูดวงให้ นี่ย่อมแสดงว่าความสามารถของท่านอาจารย์กู้ไม่ได้เป็อย่างที่พวกเราเห็นเลยสักนิด! หากพวกเราทำท่านอาจารย์โกรธเข้า ผลที่ตามมามันน่ากลัวเกินกว่าจะคิด!"
จินซิงหวังฟังแล้วก็เริ่มเข้าใจ "อ้อ... ท่านปู่ แล้วข้ายังมีโอกาสจะได้กราบเขาเป็อาจารย์อยู่ไหม? ดูเหมือนเขาจะเก่งจริง ๆ ขนาดนักจับงูหน้าโหดคนนั้นยังนับถือเขาขนาดนี้ แถมหาเงินเก่งชะมัด แค่ดูดวงให้คนก็ได้เงินตั้งร้อยตำลึง!"
จินว่านยิ้มขมขื่น "โอกาสน่ะยังมีแน่ แต่คราวนี้คงต้องหวังพึ่งย่าทวดของเ้าคนเดียวแล้วล่ะ"
"ย่าทวดช่วยข้าได้จริงเหรอ?" จินซิงหวังทำหน้างง
จินว่านพยักหน้า "กลับไปขอร้องย่าทวดเ้าให้ดีเถอะ"
...
แปะ!
เอิ๊ก!
หูชือเอ๋อร์วางชามซุปลงแล้วเรอออกมาเสียงดัง ลูบท้องกลม ๆ ของตัวเองด้วยความอิ่มแปล้ กู้หนิงอันยิ้มถาม "บอกแล้วไงว่าถ้าอิ่มก็ไม่ต้องกินจนหมด"
"ไม่อยากทิ้งขว้าง" หูชือเอ๋อร์ส่ายหน้า
"แล้วรสชาติเป็ยังไง อร่อยไหม?"
หูชือเอ๋อร์นิ่งไปพักหนึ่งก่อนตอบตรง ๆ "ไม่อร่อยเลย!"
กู้หนิงอันหัวเราะออกมา "เ้านี่เก่งจริง ไม่อร่อยก็ยังกินจนเกลี้ยง พักสักครู่แล้วค่อยไปล้างจานเองนะ"
หูชือเอ๋อร์กลิ้งตัวลงจากเก้าอี้ทันที "ล้างเลยดีกว่า ปู่บอกว่าถ้าทิ้งไว้นานคราบมันจะล้างยาก"
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง กู้หนิงอันเห็นหูชือเอ๋อร์ตั้งท่าจะไปเปิดประตู เลยบอกให้เด็กชายไปล้างจานต่อ ส่วนเขาจะเป็คนไปเปิดเอง
พอกู้หนิงอันเปิดประตูออก ก็พบเมิ่งอู่ยืนรออยู่ ชายหนุ่มรีบก้มตัวคำนับ "เมิ่งอู่คารวะท่านอาจารย์"
"ไม่ต้องมากพิธีหรอก เข้ามาคุยกันข้างในเถอะ" กู้หนิงอันหลีกทางให้ เมิ่งอู่เดินตามเข้าลานบ้านไปพลางมองรอบ ๆ ด้วยความนับถือ เขาคิดในใจว่า สมแล้วที่เป็ที่อยู่ของผู้ทรงศีล บรรยากาศช่างดูสงบและงดงามยิ่งนัก
พอเข้ามานั่งในโถง เมิ่งอู่ก็เล่าเื่ที่เขาไปจับงูให้ฟังอย่างละเอียด วันนั้นเขาถูกงูพิษสีแดงสดกัดจนล้มคว่ำ
ทั้งที่มีความต้านทานพิษงูสูงกว่าคนทั่วไปแต่กลับหมดสติไปในพริบตา ในยามเป็ยามตาย เขาเห็น ‘กลองป๋องแป๋ง’ ที่พกติดตัว ตกอยู่ข้างดอกไม้สีแดงที่สวยงาม สัญชาตญาณบอกให้เขาคลานไปกินดอกไม้นั้น
พอเขากลืนลงไปได้ทั้งดอก ตาเขาก็มืดดับและสลบไปทันที...