กล่าวถึงองค์ไทเฮา หลังจากที่ได้รับข่าวจากตำหนักขององค์หญิงเหม่ยเหยาหลานรักก็รีบจัดขบวนเฉพาะกิจแอบไปตรวจสอบที่ตำหนักดังกล่าวอย่างเงียบ ๆ
พระองค์ไม่อยากให้เื่นี้กลายเป็เื่อื้อฉาวเพราะองค์หญิงเป็หลานสาวเพียงองค์เดียวที่นางได้ยอมช่วยเลี้ยงดูฟูมฟักรักใคร่ราวกับไข่ในหินไม่มีใครไม่รู้ว่าองค์ไทเฮานั้นแทบจะไม่ให้องค์หญิงมีโอหาสพบปะกับชายใดเลยหากพระนางไม่ทรงอนุญาต
เมื่อพระองค์เสด็จไปถึงก็ได้พบเข้ากับนางกำนัลส่วนพระองค์ขององค์หญิงเหม่ยเหยาที่กำลังนั่งก้มหน้าก้มตาอยู่บริเวณหน้าประตูห้องบรรทมพระนางจึงให้ขันทีน้อยไปสะกิดเรียกให้นางได้รู้สึกตัว
“นี่ ๆท่านพี่ิเอ๋อร์ องค์ไทเฮาเสด็จแล้ว”
“โอ๊ะ!....อุ๊บส์!!"
ก่อนที่ิเอ๋อร์จะได้กล่าวคำถวายความเคารพ ขันทีน้อยก็รีบเอามืออุดปากของนางเอาไว้ได้ทันท่วงทีด้วยกลัวว่าเสียงของนางจะทำให้ผู้ที่อยู่ด้านในห้องนี้นั้นไหวตัวได้ทัน
"ชูวว์..ประเดี๋ยวเถอะ จัดการด้านในเสร็จเมื่อไหร่ ข้าจะกลับมาคิดบัญชีกับเ้าเป็รายต่อไป"
เสียงทรงอำนาจของหญิงล่วงเลยวัยกลางคนที่กำลังใช้แววตาดุดันจ้องเขม็งมายังหญิงสาววัยแรกแย้ม ร่างเล็กบอบบางที่กำลังนั่งตัวสั่นงันงกอยู่หน้าประตูทางเข้า
นางกำนัลตัวน้อยิเอ๋อร์ได้แต่นั่งหมอบก้มหน้างุดอยู่กับพื้นด้วยความหวาดกลัวใบหน้าของนางแดงก่ำราวกับอยากจะร้องไห้ออกมาเสียให้รู้แล้วรู้รอด
ประตูห้องถูกเปิดออกจากทางด้านนอกหญิงผู้เลยวัยกลางคนผู้นั้นแทบทรุดเมื่อเห็นภาพที่ท้าทายสายตาตนอยู่บนเตียงเบื้องหน้า
"พะ พะ พวกเ้า จัดการแต่งองค์ให้เ้าเหม่ยเสียส่วนเ้าทาสผู้นั้น นำร่างของมันห่อผ้าแล้วพาไปปะา!"
“พ่ะย่ะค่ะ”
“ช้าก่อน พวกเ้าลืมไปแล้วหรือว่าฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งว่าจะสอบสวนเขาด้วยตนเอง ใครบังอาจกล้าฝ่าฝืน”
“นะ นะ นี่เ้า เ้ากล้าต่อกรกับย่าเพื่อคนถ้อยผู้นี้นะหรือ องค์หญิง?”
“ข้ามิบังอาจเพคะ เพียงแต่ท่านย่าเ้าขาชายผู้นี้มิใช่คนต่ำช้า หากแต่เป็ชายที่ข้ารัก ท่านย่าได้โปรดเมตตาด้วยเพคะ”
“นี่! นี่เ้ารู้ตัวหรือไม่ว่าพูดอะไรออกมา!?”
“หม่อมฉันมีสติสัมปชัญญะครบถ้วนเพคะได้โปรดอย่าพรากเราสองคนออกจากกันเลยนะเพคะ”
“ฮึ่ม! น่าโมโหยิ่งนัก ใครก็ได้!รีบมาลากไอ้คนชั้นต่ำผู้นี้ออกไปให้พ้นหูพ้นตาของข้าเสีย!”
องค์ฮองไทเฮารับสั่งออกมาด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดในขณะที่องค์หญิงเหม่ยเหยาก็หาได้กลัวเกรงเหมือนเช่นดังเก่าก่อนนางใช้ความกล้าที่ไม่เคยมี ร่างเพรียวบางมีเพียงอาภรณ์ชั้นในตัวจิ๋วบังของสงวนบนเรือนกายปรี่เข้ายืนขวางกั้นบังหน้าชายอันเป็ที่รักของนาง
“หากข้างกายของข้าไม่มีเขาแล้วละก็ข้าก็จะไม่ขอมีชีวิตอยู่อีกต่อไปเช่นกัน!!”
ถ้อยคำหนักแน่นล้วนแสดงออกมาจากใจจริงมิได้เสแสร้งแกล้งทำกระทบลงตรงกลางใจแกร่งของนายแพทย์หนุ่มเ้าของหัวใจด้านชาผู้นี้จนรู้สึกได้ถึงคลื่นแห่งความไหวหวั่น
หญิงล่วงเลยวัยกลางคนที่ยืนอยู่ท่ามกลางข้ารับใช้นับสิบเม้มปากบางจนเห็นเป็เส้นตรง เส้นเืตรงขมับซ้ายและขวาปูดโปนออกมาจนแทบจะจับดึงเล่นได้นางอ้าปากค้างคล้ายกับจะมีคำสั่งต่อไปออกมา
หากแต่สิ่งที่พวกเขาทั้งหมดได้ยินและเห็นด้วยตาทั้งผอง กลับเป็ว่าพระนางองค์ไทเฮาผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้กำลังเหลือกตาขึ้นบน จนเห็นตาขาววาววับ เสียงคล้ายดั่งกำลังกรน ออกมาจากลำคอหนา พร้อมๆ ร่างท้วมอวบอัดที่ยืนหยัดด้วยความสง่า ก็ค่อย ๆ โรยร่วงลงสู่พื้น หากแต่ข้าหลวงที่ยืนรับใช้อยู่ข้างกายโอบอุ้มเอาไว้ได้ทันท่วงที
“คร่อก...”
"ท่านย่า!"
"องค์ไทเฮาพ่ะย่ะค่ะ!//เพคะ!"
ต้าเถิงรุดเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าองค์หญิงเหม่ยเหยาก่อนที่จะรีบจับองค์ไทเฮาให้นอนอยู่ในท่าหงายหน้าขึ้นพร้อมจัดแจงให้นางนอนในท่าที่สะดวกต่อการหายใจเข้าออก
บรรดาขันทีและนางกำนัลที่ติดตามส่วนพระองค์ต่างมัวแต่ตกตะลึงจนลนลานไปหมด ก่อนที่หัวหน้าขันทีคนสนิทจะแจกแจงให้คนไปตามหมอหลวงและรายงานต่อองค์ฮ่องเต้
ขณะเดียวกันชายหนุ่มผู้มีหัวใจเต็มเปี่ยมไปด้วยจรรยาบรรณของหมอก็ทำการรักษานางในแบบขั้นตอนฉุกเฉินที่เขาพอจะทำได้
'ผู้หญิงคนนี้มีอาการหัวใจวายเฉียบพลัน หากมีเครื่องช้อตไฟฟ้าช่วยกระตุ้นหัวใจก็คงดี' เมื่อเขานึกถึงเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยของตนก็เกิดแรงสั่นะเืเบา ๆ ภายในกระเป๋ากางเกงที่เขาเพิ่งหยิบมาสวมใส่พลันเขาก็นึกถึงกล่องยาหดได้ของตนเองขึ้นมาทันใด
สองมือล้วงลึกเข้าไปยังกระเป๋ากางเกงทั้งด้านซ้ายและด้านขวาด้วยเพราะออกแรงรีดพิษรักยาวนานมากกว่าครึ่งคืน ทำให้เขาเบลอได้มากมายเช่นเดียวกันในที่สุดเขาก็พบเข้ากับสิ่งที่ตนกำลังตามหา
"นี่ท่านคิดจะทำการสิ่งใด!!?"
เป็หัวหน้าขันทีคนสนิทฝ่ายขวาของพระนาง ที่ทำหน้าที่ดูแลปกป้องนายเหนือหัวของตน เอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัยเคลือบแคลงเมื่อเห็นชายหนุ่มเปลือยท่อนบนกำลังควานหาอะไรบางอย่างจากลังเหล็กใบนั้น
"จะทำสิ่งใดได้นอกจากกำลังช่วยชีวิตของเ้านายของพวกท่านอยู่นะสิ!"