ตอนที่ 29 กลยุทธ์สาวงาม
ก่อนหน้านี้หยางน่าจำได้แค่ว่านางได้ตายจากโลกมนุษย์ไปแล้วเดิมทีคิดว่าจะมีเฮยไป๋อู๋ฉาง[1]มารับตัวไปอย่างที่เคยได้ศึกษามาในโลกมนุษย์ทว่านางเฝ้าวนเวียนอยู่บริเวณรอบเขตูเาแห่งนี้มาแล้วหลายวัน แต่กลับไม่มีใครมารับนางเลยสักคน
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่อาจรู้ได้มีเพียงตูตูเท่านั้นที่ยังคอยอยู่เฝ้านางไม่ห่างไปไหนจวบจนกระทั่งเมื่อไม่กี่วันก่อนตูตูได้หายตัวไปนางรู้สึกเป็ห่วงตูตูยิ่งนักจึงได้ออกตามหาตูตูไปทั่วป่าจนกระทั่งได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือของสตรีนางหนึ่ง
เมื่อเคลื่อนดวงิญญาโปร่งใสตามเสียงร้องนั่นไปนางก็พบว่าเ้าของเสียงร้องนั้นคือหญิงสาวรูปร่างเล็กที่กำลังผู้ชายผู้หนึ่งใช้กำลังบังคับขืนใจอยู่
หยางน่ารู้สึกโกรธมากและพยายามพุ่งตัวเข้าไปผลักชายผู้นั้นออกไม่รู้ว่าเป็เพราะ์มีเมตตาหรือว่าฟ้าดินดลบันดาลกันแน่ จู่ๆก็มีสายลมไม่ทราบที่มาพัดพาเศษฝุ่นให้เข้าตาชายผู้นั้น เปิดโอกาสให้หญิงสาวหนีรอดมาได้สำเร็จ
นางเคลื่อนดวงิญญาโปร่งใสของตัวเองคอยคุ้มกันด้านหลังสตรีผู้นั้นจวบจนกระทั่งมีเส้นแบ่งเขตแดนไร้ลักษณ์ดีดร่างของนางให้ถอยร่นกลับไปที่เดิมนางจึงไม่อาจตามสตรีผู้นั้นไปได้ไกลมากกว่านี้และทำได้แค่เพียงมองดูสตรีผู้นั้นวิ่งจากไปแล้วจึงคอยกลับมานั่งเฝ้าหลุมศพของตนเองดังเดิม
แต่ใครจะรู้เล่าว่าความเงียบเหงามาเยือนไม่เท่าไหร่หยางน่าก็ได้พบกับสตรีผู้นั้นอีกครั้ง
ควรรู้เอาไว้ว่านางอยู่เฝ้าูเาแห่งนี้เพียงลำพังมานานแล้วไม่ง่ายเลยกว่าที่จะได้พบมนุษย์สักคนแต่นางดีใจได้แค่เพียงไม่นานก็พบว่าสภาพของหญิงสาวดูย่ำแย่กว่าครั้งก่อนมาก
นางจึงได้เสียมารยาทเดินตามอีกฝ่ายและแอบฟังเสียงร้องสะอื้นที่รำพึงรำพันกับตัวเองนั้นก่อนจะสรุปได้คร่าวๆ ว่าสตรีผู้นี้เพิ่งจะถูกสามีทอดทิ้งมาหนำซ้ำสามียังหนีไปแต่งงานกับผู้อื่นอีก ช่างเป็สตรีที่น่าสงสารยิ่งนัก
บางทีเวลานี้นางอาจจะ้าใครสักคนอยู่เคียงข้างก็เป็ได้ดังนั้นหยางน่าจึงนั่งอยู่เป็เพื่อนสตรีผู้นั้นและคอยรับฟังอีกฝ่ายตัดพ้อต่อว่าสามีจวบจนเมื่อพระอาทิตย์ตกดิน
แต่ใครจะไปคาดคิดเล่าว่าสตรีผู้นี้จะคิดฆ่าตัวตายกะทันหันเพียงเพราะถูกสามีทอดทิ้งเสียได้!
วินาทีนั้นหยางน่าไม่ทันจะได้คิดอะไรก็พุ่งตัวเข้าไปที่ร่างของผู้หญิงคนนั้นทันทีก่อนที่พวกนางจะล้มลงไปบนพื้นหญ้าด้วยกัน
เวลานั้นหยางน่ารับรู้ได้แค่เพียงภาพตรงหน้าดับวูบลงก่อนที่ดวงจิตของนางจะถูกพลังงานบางอย่างดูดกลืนเข้าไปแรงดึงดูดมหาศาลนั้นทำให้นางไม่อาจฝืนได้และยอมจำนนแต่โดยดี
ในห้วงของแรงดึงดูดที่แสนล้ำลึกนั้นนางได้ย้อนกลับไปถึงวันวานที่ได้มีความสุขร่วมกับชายผู้เป็ดั่งดวงใจของนาง ภาพแห่งความสุขที่นางและเขาเคยมีร่วมกันยังคงเด่นชัดอยู่ภายในใจก่อนจะถูกแทนที่ด้วยเสียงร้องคำรามคลุ้มคลั่งที่ทำให้คนฟังรู้สึกเ็ปใจอย่างถึงที่สุดนางไม่เคยได้ยินเขาร้องไห้เสียใจขนาดนั้นมาก่อน
เสียงเรียกหาของคนรักเป็สิ่งเดียวที่เหนี่ยวรั้งห้วงดวงจิตสุดท้ายของนางเอาไว้นางพยายามทุบปราการทำลายบางอย่างที่ขวางกั้นดวงจิตของนางเอาไว้และดันตัวเองออกไปจนสุดแรง
ซางฉี ข้าอยู่ข้างในนี้!
ไม่ว่านางจะพยายามเท่าไหร่สุดท้ายก็ไม่เป็ผลอยู่ดีนางถูกคุมขังอยู่ภายในเปลือกหุ้มที่มืดมิดมองไม่เห็นสิ่งใดทั้งนั้น ยิ่งนางพยายามฝืนมากเท่าไหร่ดวงจิตของนางก็ยิ่งหนักอึ้งราวกับถูกก้อนหินเหนี่ยวรั้งเอาไว้ไม่สามารถสั่งการได้ตามใจนึกเหมือนตอนที่ยังเป็ิญญาอยู่
นางพยายามตราบจนเมื่อดวงจิตอ่อนล้าและสลบไปนานเท่าใดไม่อาจรู้ได้เมื่อฟื้นขึ้นมาอีกที นางก็พบว่าดวงจิตของตัวเองมาติดอยู่ในร่างของคนอื่นเสียแล้ว
ยามนี้หยางน่ากำลังนั่งกอดเข่าอยู่ที่เดิมก่อนจะหยิบเศษก้อนเงินบนพื้นขึ้นมาเล่นไปพลาง พร้อมครุ่นคิดหาวิธีไปพลาง
ดูเหมือนว่านางจะฟื้นคืนชีพอีกครั้งแล้วยังมาอยู่ในร่างของสตรีที่มีสามีแล้วด้วย
เดิมทีตอนที่ยังมีชีวิตอยู่นางก็ไม่เคยคิดจะแย่งของที่เ้าของไม่อนุญาตอยู่แล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึงการ่ชิงกายหยาบของผู้อื่นมาเป็ของตัวเองสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความ้าของนางเลยสักนิด
นี่มันออกจะ...เห็นแก่ตัวเกินไปหน่อยกระมัง?
ถึงแม้นางจะเป็เพียงิญญาเร่ร่อนแต่นางก็มีเกียรติและศักดิ์ศรีไม่ถึงขั้นจนตรอกแย่งชิงชะตาชีวิตของผู้อื่นมาเป็ของตัวเองหรอกที่สำคัญก็คือนางไม่ได้ขอกลับมามีชีวิตสักหน่อย ชีวิตนางจบสิ้นไปตั้งนานแล้ว
มนุษย์เรามีแค่เพียงชีวิตเดียวไหนเลยจะมีชีวิตที่สองเกิดขึ้นอย่างง่ายดายเช่นนี้?
นี่์กำลังเล่นตลกอะไรกับข้ากันแน่?
ส่วนเื่ที่จะทำอย่างไรต่อไปนั้นยิ่งคิดหยางน่าก็ยิ่งปวดหัว นางรู้แค่เพียงว่าสตรีผู้นี้เพิ่งจะถูกสามีทอดทิ้งมาข้างกายไร้ญาติขาดมิตร ไม่มีบ้านหรือที่พึ่งพิงอื่นเหลืออยู่อีกแล้ว ซ้ำร้ายยังมาถูกิญญาของนาง่ชิงกายหยาบไปอีก
หากว่านางใช้ร่างกายนี้แล้วอีกฝ่ายใช้ร่างกายไหนกัน คงไม่ได้กลายเป็ิญญาเร่ร่อนแทนนางหรอกนะ
ฉับพลันนั้นหยางน่าก็นึกใก่อนที่นางจะรีบตั้งสติโดยเร็ว ไม่ได้การแล้ว ต้องรีบเรียกดวงิญญาของสตรีผู้นั้นกลับคืนสู่ร่าง “ขอดวงิญญา...”
เดี๋ยวก่อนนะ! นางเคยเป็แต่ว่าที่พระชายาไม่เคยเป็หมอผีมาก่อน เื่อย่างนี้เขาทำกันอย่างไรนะ หรือว่านางควรไปหาหลวงจีนนักพรต หมอผี อะไรก็ช่างมาสวดอัญเชิญดวงิญญาดี?
ทว่าไม่นานก็มีเสียงฟ้าร้องดังขึ้นอีกคราหยางน่าก้มลงมองร่างกายที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบดินโคลนของตัวเองก่อนจะตัดสินใจเดินลงจากเขาเพื่อไปหาที่พักพิงก่อนเป็อันดับแรก
หญิงสาวก้มลงมองดูเศษเงินที่กระจัดกระจายอยู่ตรงหน้าสำหรับชีวิตไร้ที่พึ่งแล้ว เงินคือสิ่งที่สำคัญที่สุดและถึงแม้ว่ามันจะด้อยค่ามากเพียงไรก็ยังดีกว่าไม่มีสิ่งใดติดตัวเลย
เมื่อคิดอย่างนี้แล้วหยางน่าจึงรีบก้มลงเก็บเศษเงินใส่ในถุงเงินที่ตกอยู่อย่างรีบร้อน อาจเป็เพราะนางนอนตากฝนจนร่างกายเปียกชื้น ยามนี้ร่างกายจึงเริ่มรู้สึกไม่ค่อยดีขึ้นมาแล้ว
หยางน่ายกมือขึ้นโอบกอดร่างกายที่เย็นเฉียบของตัวเองพลางเดินไปตามเส้นทางที่เปล่าเปลี่ยวเพียงลำพังจวบจนกระทั่งเจอบ้านของพวกชาวบ้านนางจึงเดินตัวสั่นเทาอย่างน่าสงสารไปทางบ้านไม้หลังหนึ่ง
ผู้ที่มาเปิดประตูคือสองสามีภรรยาคู่หนึ่งท่าทางใจดีพวกเขามองนางด้วยความงุนงง ก่อนที่ฝ่ายภรรยาจะเอ่ยถามนางว่า “แม่หนูดึกดื่นป่านนี้เ้ามาหาใครรึ?”
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้แสดงท่าทีที่รังเกียจนางตรงกันข้ามกับมองดูนางด้วยสายตาที่เอ็นดูอย่างนี้แล้ว หยางน่าก็ไม่รอช้าหลั่งน้ำตาออกมาราวกับสั่งได้ลาดไหล่เล็กสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวท่าทางของนางในเวลานี้ดูงดงามราวกับดอกสาลี่ต้องหยาดฝนทั้งน่าสงสารและงดงามในคราเดียวกัน
ริมฝีปากซีดขาวเปล่งน้ำเสียงที่สั่นเครือออกมาว่า“ท่านลุง ท่านป้า ได้โปรดช่วยข้าด้วยข้าพลัดหลงกับครอบครัว ยามนี้ข้ารู้สึกคล้ายจะเป็...”
หญิงสาวยังไม่ทันจะพูดจบนางก็หมุนกายหนึ่งครั้งแล้วทรุดตัวลงกับพื้นด้วยท่วงท่าที่ดูงดงามเป็ธรรมชาติ ก่อนจะฟุบหน้าลงบนพื้นราวกับคนที่หมดสติไปอย่างไรอย่างนั้น
ทว่าภายใต้รูปลักษณ์ที่แสนเปราะบางและน่าสงสารนั้นหยางน่ากลับลอบอมยิ้มอยู่ภายในใจคิดคำนวณถึงความน่าจะเป็ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้
“ว๊าย! แม่นาง นี่เ้าเป็อะไรไป ตาแก่รีบมาช่วยกันเร็วเข้า” หญิงวัยกลางคนร้องด้วยความใก่อนจะรีบเข้ามาดูอาการของหญิงสาวทันที
เป็ไปตามที่คาดการณ์เอาไว้ไม่นานก็มีเสียงร้อนใจดังขึ้นติดๆกัน ตามด้วยร่างของนางที่ถูกยกเข้าไปในบ้าน หยางน่ายังคงหลับตาอยู่เหมือนเดิมทว่านางกลับยังคงสติตั้งมั่นและรับรู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นรอบตัว
อ้อมแขนเมื่อสักครู่นี้เกรงว่าจะไม่ใช่สองสามีภรรยาเมื่อสักครู่แน่กลิ่นสาบเหงื่อไคลของบุรุษ รวมถึงท่อนแขนที่แข็งแรงนั้นคาดว่าน่าจะเป็บุตรชายของเ้าของบ้านไม่ผิดแน่แม้จะรู้สึกไม่เหมาะสมอยู่บ้าง แต่ยามนี้นางทำได้แค่หลับตาและทำตามแผนต่อไป
แล้วก็เป็อย่างที่คาดการณ์ไว้ไม่นานก็มีเสียงของชายหนุ่มดังขึ้นว่า “ท่านแม่ นางเป็ใครรึ เหตุใดถึงเนื้อตัวสกปรกโสโครกเหมือนหมูเช่นนี้?”
มะหมู เขาว่าข้าสกปรกเหมือนหมู?!
เพล้ง!
ราวกับมีเสียงแก้วแตกร้าวดังขึ้นมาในใจของหยางน่านี่เป็ครั้งแรกที่มีคนกล้าดูิ่ว่าสตรีผู้มีรูปโฉมงดงามเป็ที่น่ายกย่องเช่นนางสกปรกโสโครกเหมือนหมูหยาบคายที่สุด!
หยางน่ารู้สึกรับไม่ได้กับคำวิจารณญาณนี้ยิ่งนักดูิ่ข้าถึงเพียงนี้ อดีตข้าก็เคยเป็ถึงโฉมงามอันดับหนึ่งในเมืองหลวงเชียวนะต่อให้ข้าจะโสโครกก็ต้องเป็คนสกปรกที่งดงามที่สุดในแผ่นดิน!
“นะ หนาว ข้าหนาวเหลือเกิน” หยางน่าแสร้งพึมพำออกมาอย่างแเีเท่านั้นไม่พอนางยังบังคับร่างกายให้ดูสั่นเทาเล็กน้อยแต่พองาม เพื่อทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกรันทดใจมากขึ้นกว่าเดิม
เมื่อเห็นหญิงสาวตัวเล็กบอบบางนอนหนาวสั่นอย่างไร้ที่พึ่งพิงเช่นนี้ใครเล่าจะไม่รู้สึกหวั่นไหว มารดาของเด็กหนุ่มคนนั้นเอ่ยขึ้นมาเป็คนแรก “พวกเ้าออกไปก่อนเถิดประเดี๋ยวข้าจะเปลี่ยนเสื้อผ้าให้แม่นางผู้นี้เอง โธ่ๆช่างน่าสงสารเหลือเกินแม่คุณ”
หยางน่าพยักหน้าอย่างเห็นด้วยอยู่ในใจก่อนที่นางจะละเมอกุมมือที่เหี่ยวย่นของสตรีตรงหน้าและพูดว่า “ท่านแม่ลูกหนาวเหลือเกิน ฮือๆ หากได้น้ำแกงร้อนๆ สักถ้วยก็คงจะดี...”
“ไอ้หยา เด็กคนนี้ช่างน่าสงสารนัก เ้ารอข้าก่อนนะ” ฮูหยินผู้นั้นลุกขึ้นยืนก่อนจะร้องะโไปว่า“ต้าจ้วง เ้ารีบไปเตรียมฟืนเดี๋ยวนี้ข้าจะต้มน้ำแกงไข่ให้แม่นางดื่ม แล้วอย่าลืมต้มน้ำอุ่นมาด้วยเล่า”
บุตรชายเ้าของบ้านกลอกตามองบนด้วยความรำคาญเล็กน้อยก่อนจะเข้าครัวไปด้วยความจำยอม ไม่นานเขาก็นำถังไม้ใส่น้ำอุ่นเข้ามา แล้วรีบจากไปทันทีด้วยกลัวจะถูกมารดาเรียกใช้งานอีกและปล่อยให้มารดาดูแลสตรีผู้นี้เพียงลำพัง
หยางน่านอนรับการปรนนิบัติดูแลจากสตรีวัยกลางคนผู้นี้ด้วยหัวใจที่เปี่ยมสุขนางเลือกบ้านได้ไม่ผิดเลยจริงๆ นับว่าการเสี่ยงดวงในครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
เมื่อััได้ว่าสตรีผู้นั้นออกจากห้องไปแล้วนางก็ลุกขึ้นมาสำรวจตัวเองทันที ถุงเงินที่แอบซ่อนเอาไว้ยังคงอยู่ ยามนี้นางได้สวมเสื้อผ้าชุดใหม่ทั้งยังทำความสะอาดร่างกายบางส่วนเรียบร้อยแล้ว
หยางน่าถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกที่แก้ปัญหาไปได้ส่วนหนึ่งก่อนจะล้มตัวลงนอนด้วยความโล่งใจที่อย่างน้อย์ก็มีเมตตาให้นางได้มาพบเจอกับคนดี
ไม่นานสตรีผู้นั้นก็กลับมาพร้อมน้ำแกงไข่ไก่อาจเป็เพราะหยางน่ารู้สึกอ่อนล้าและหิวโหยมาก นางจึงไม่รับรู้รสชาติใดทั้งนั้นและดื่มน้ำแกงหนึ่งถ้วยลงไปจนหมดก่อนจะกล่าวขอบคุณฮูหยินวัยกลางคนผู้นี้ด้วยความซาบซึ้งใจเป็อย่างยิ่ง แล้วนอนหลับไปบนฟูกนอนที่แสนอบอุ่นนี้อย่างสบายใจ
.
.
.
***ทุกคนคะ ถ้าสมมุติไรท์มาช้ากว่า18.00 ให้ตามไปส่องกันที่เว็บเด็กดีนะคะเพราะเว็บนู้นมีฟังก์ชั่นอ่านล่วงหน้า เวลาจะคงที่อัพ18.00ทุกวันค่ะหลังจากนี้ไรท์จะพยายามไม่เบลออีกน้าา ขออภัยที่ให้รอนานค่ะ
[1]เฮยไป๋อู๋ฉาง เป็ชื่อเรียกของยมทูตหน้าขาวและยมทูตหน้าดำมีหน้าที่นำพาดวงิญญาไปสู่ปรโลก โดยยมทูตหน้าขาวจะรับดวงิญญาของคนดีมีศีลธรรมส่วนยมทูตหน้าดำจะรับดวงิญญาของคนชั่วช้าบาปหนัก