**ปฐมบทแห่งความเงียบงันและเถ้าธุลีที่ล่องลอยในสุญญากาศ**
ละอองเถ้าธุลีสีเทาหม่นที่เคยเป็นร่างของ'กุ่ยเจวี๋ย' มือสังหารอันดับหนึ่งแห่งหอหมื่นวิญญาณ ล่องลอยคว้างอยู่ในสภาวะไร้แรงดึงดูดของอวกาศจำลองแห่งสมรภูมิสุดยอดดารา(StarlightZenith Arena) มันค่อยๆถูกกระแสลมปราณที่แผ่ซ่านจาก 'ดวงอาทิตย์สีเงิน' ดูดกลืนเข้าไปช้าๆ ไร้ซึ่งซากศพไร้ซึ่งเลือดหยดสุดท้ายให้จดจำ มีเพียงความว่างเปล่าที่ยืนยันถึงการดำรงอยู่ของมันเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนหน้านี้
บนอุกกาบาตเหล็กดาราขนาดยักษ์หลินเทียนยืนหันหลังให้กับความว่างเปล่านั้น มือขวาของเขาละออกจากด้าม 'กระบี่มังกรพลิกฟ้า' ที่บัดนี้ถูกเก็บเข้าฝักอย่างสมบูรณ์แบบแสงสว่างสีเงินจากดวงอาทิตย์ใจกลางสมรภูมิสาดส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของเขาขับเน้นสันกรามที่คมคายและดวงตาสีทองคำบริสุทธิ์ (TrueDragon's Eyes) ที่ทอประกายเยือกเย็นและลึกล้ำประหนึ่งเทพเจ้าที่กำลังทอดพระเนตรการดับสูญของดวงดาว
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมอวกาศจำลองแห่งนี้อย่างสิ้นเชิง!
ไม่ใช่เพียงแค่ความเงียบที่เกิดจากการไร้เสียงในสุญญากาศทว่ามันคือความเงียบที่ถูก 'แช่แข็ง' ด้วยความหวาดกลัวระดับสัญชาตญาณผู้เข้าแข่งขันอีกหนึ่งร้อยยี่สิบเจ็ดคนที่ยืนอยู่บนอุกกาบาตลูกอื่นๆต่างเบิกตากว้าง ขากรรไกรค้างอาวุธในมือของบางคนถึงกับสั่นระริกจนเกิดเสียงกระทบชุดเกราะดังกริ๊กๆ พวกเขาคืออัจฉริยะพวกเขาคือผู้ที่ถูกคัดสรรมาอย่างยากลำบาก ทว่าภาพที่เพิ่งปรากฏแก่สายตานั้นมันทำลาย 'สามัญสำนึก' ของการบ่มเพาะไปจนหมดสิ้น!
มือสังหารระดับ 'ผสานจิตวิญญาณขั้นกลาง' ผู้เร้นกายในมิติเงาได้อย่างสมบูรณ์แบบ...ถูกผ่าครึ่งด้วยการตวัดกระบี่เพียงครั้งเดียว! ไม่มีแม้แต่การร่ายรำกระบวนท่าไม่มีการระเบิดพลังฟ้าดินที่บ้าคลั่งมีเพียงสัจธรรมอันเรียบง่ายที่ตัดขาดทุกสรรพสิ่ง!
บนระเบียงหยกวีไอพีที่ลอยตัวอยู่รอบนอกของระบบสุริยะจำลองบรรยากาศกลับอึดอัดและตึงเครียดยิ่งกว่า!
'จ้าวเทียนหลิง' นายน้อยแห่งหอหมื่นวิญญาณ ที่นั่งอยู่บนรถเข็นเวทมนตร์ใบหน้าของมันบัดนี้ซีดขาวดุจกระดาษดวงตาสีโกเมนที่เคยเต็มไปด้วยความวิปริตและกระหายเลือดบัดนี้เบิกกว้างจนเห็นเส้นเลือดฝอยมือทั้งสองข้างของมันจิกเกร็งลงบนพนักวางแขนที่ทำจากหยกสวรรค์จนหยกนั้นแตกร้าวและบาดเนื้อมันจนเลือดไหลทว่ามันกลับไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดเพราะความหวาดกลัวที่เกาะกินจิตวิญญาณมันรุนแรงกว่านับพันเท่า!
"กะ... กุ่ยเจวี๋ย...กุ่ยเจวี๋ยถูกฆ่า... ในดาบเดียว..."จ้าวเทียนหลิงพึมพำด้วยน้ำเสียงที่สั่นสะท้าน ริมฝีปากของมันแห้งผาก"ไอ้ปีศาจนั่น... มันซ่อนพลังระดับไหนไว้กันแน่!"
ข้างๆ กันนั้น 'ผู้อาวุโสมารเงา' (ShadowFiend Elder) ผู้นำระดับสูงของหอหมื่นวิญญาณผู้มีระดับการบ่มเพาะ 'ผสานจิตวิญญาณขั้นปลาย' ลุกขึ้นยืนจากบัลลังก์ศิลาดำรังสีอำมหิตปะทุขึ้นรอบตัวจนอวกาศบิดเบี้ยว "วิชากระบี่นั่น... มันแฝงไปด้วย 'เจตจำนงแห่งความว่างเปล่า' ที่กลืนกินทุกสรรพสิ่งมันไม่ใช่พลังที่เกิดจากการฝึกฝนลมปราณตามปกติ แต่มันคือการ 'ตระหนักรู้' ในระดับที่เทียบเท่ากับจักรพรรดิสวรรค์!เด็กคนนี้... ปล่อยไว้ไม่ได้เด็ดขาด!"
ถัดไปบนระเบียงของ 'วิหารพิสุทธิ์สวรรค์' เซียวเฉียนยืนตระหง่านอยู่บนหัวเรือเหาะหยกวารีลมปราณสวรรค์พัดพัดเรือนผมสีดำสลวยของนางให้พลิ้วไหวดวงตาสีฟ้าใสของนางจับจ้องไปยังร่างของหลินเทียนด้วยความรู้สึกที่สับสนปนเปนางเคยทดสอบเขาที่ขอบทะเลเมฆาไร้ขอบเขต นางรู้ว่าเขามีสัจธรรมที่ลึกล้ำทว่าความรวดเร็วในการเติบโตของเขานั้น มันก้าวล่วงคำว่า 'อัจฉริยะ' ไปสู่คำว่า 'ภัยพิบัติ' แล้ว!
"สัจธรรมสุริยันกลืนดับ..."เซียวเฉียนรำพึงเสียงแผ่วเบา"เขาดัดแปลงความมืดมิดที่เขาเผชิญในชั้นที่ห้าสิบมาเป็นวิชากระบี่ของตนเองภายในเวลาไม่ถึงสองวัน... หากข้าต้องสู้กับเขาในตอนนี้ข้าจะยังสามารถสะกดเขาด้วยเกล็ดน้ำแข็งสวรรค์ได้อยู่อีกหรือไม่?"
ผู้อาวุโสไป๋มู่ที่ยืนอยู่เคียงข้างนางลูบเคราสีขาวด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียด "การทดสอบของเจ้าได้ปลุกมังกรที่หลับใหลให้ตื่นขึ้นแล้ว เซียวเฉียน... และดูเหมือนว่านครสวรรค์แห่งนี้ จะเล็กเกินไปสำหรับมันเสียแล้ว"
**กงล้อดาราหมุนวน และเปลวเพลิงที่ปฏิเสธความตาย**
"ผู้ชนะ... นิรนาม!"เสียงประกาศของผู้อาวุโสไป๋มู่ดังกังวานก้องทำลายความเงียบงัน"การประลองรอบต่อไป... เริ่มได้!"
*วูบบบบ!*
ลำแสงสีเงินจากดวงอาทิตย์ใจกลางลานประลองพุ่งลงมาห่อหุ้มร่างของหลินเทียน และดึงเขากลับขึ้นไปยืนบนอุกกาบาตจุดพักของผู้เข้าแข่งขันในขณะเดียวกัน ลำแสงอีกสองเส้นก็พุ่งทะยานออกไปจับคู่ผู้ท้าชิงคู่ต่อไป!
ลำแสงเส้นแรกพุ่งไปตกลงบนร่างของบุรุษผมแดงที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อและรอยแผลเป็น... **'เหยียนฟาน'** แห่งหุบเขาเพลิงสวรรค์!
ลำแสงเส้นที่สองพุ่งไปตกลงบนร่างของบุรุษในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์แผ่กลิ่นอายความหนาวเหน็บที่สามารถแช่แข็งวิญญาณ... **'ปิงหยาง' (Bing Yang- ตะวันเยือกแข็ง)**ศิษย์พี่รองแห่งสำนักดาบเหมันต์ดับสูญ! ผู้มีระดับการบ่มเพาะ 'ผสานจิตวิญญาณขั้นกลาง' ซึ่งเหนือกว่าเหยียนฟานถึงหนึ่งขั้นย่อย!
การจับคู่นี้เรียกเสียงฮือฮาจากอัฒจันทร์อีกครั้ง!สำนักดาบเหมันต์ดับสูญและหุบเขาเพลิงสวรรค์เป็นศัตรูคู่อาฆาตกันมานับพันปีและการที่เหยียนฟานซึ่งเป็นเพียงขั้นต้นต้องมาเจอกับศิษย์พี่รองผู้เหี้ยมโหดในรอบแรก ถือเป็นคราวซวยอย่างหาที่สุดไม่ได้!
"ฮ่าๆๆ! สวรรค์มีตาจริงๆ!"ปิงหยางหัวเราะร่า ร่างของมันลอยทะยานลงสู่อุกกาบาตลานประลองเกล็ดน้ำแข็งก่อตัวขึ้นทุกครั้งที่มันก้าวเดิน "ไอ้สวะผมแดง!ศิษย์น้องทั้งสี่ของข้าต้องตายในสมรภูมินรกเพราะแกกับไอ้สวะชุดซอมซ่อนั่น...วันนี้ ข้าจะแช่แข็งแกให้เป็นรูปปั้น แล้วค่อยทุบให้แตกเป็นหมื่นชิ้น!"
เหยียนฟานกระโจนลงสู่อุกกาบาตลานประลองอย่างห้าวหาญหอกเพลิงในมือของเขาหมุนควงจนเกิดเป็นพายุไฟสีแดงชาด ทว่าลึกๆในแววตาของเขากลับแฝงไปด้วยความกังวลระดับพลังที่ห่างกันหนึ่งขั้นย่อยในขอบเขตผสานจิตวิญญาณ มันคือความแตกต่างที่กว้างใหญ่ประหนึ่งหุบเหวที่ไม่อาจข้ามผ่าน
หลินเทียนที่ยืนอยู่บนอุกกาบาตจุดพักทอดสายตามองลงไปยังสหายร่วมรบเพียงคนเดียวของเขาในนครสวรรค์แห่งนี้
> **"ความต่างของระดับพลังคือข้ออ้างของคนขี้ขลาด... เปลวไฟที่ลุกโชนอย่างแท้จริงไม่เคยก้มหัวให้ความหนาวเหน็บ แม้มันจะต้องมอดดับลงแต่มันก็จะขอแผดเผาทุกสิ่งจนวินาทีสุดท้าย"**
"เหยียนฟาน!"หลินเทียนตะโกนก้อง เสียงของเขาอัดแน่นด้วยปราณมังกรทะลวงผ่านสุญญากาศลงไปถึงโสตประสาทของชายผมแดง"เจ้าเคยบอกว่าอยากให้ข้าเห็นพลังที่แท้จริงของหุบเขาเพลิงสวรรค์ไม่ใช่หรือ? หากเจ้าแพ้ไอ้เศษน้ำแข็งตรงหน้านี้...ก็จงอย่าเรียกตัวเองว่าสหายของข้าอีก!"
คำพูดที่ดูเหมือนจะเหยียดหยามทว่ามันกลับเป็นการ 'จุดไฟ' ในจิตวิญญาณของเหยียนฟานอย่างรุนแรงที่สุด!
เหยียนฟานเบิกตากว้างรอยยิ้มที่บ้าคลั่งและท้าทายปรากฏขึ้นบนใบหน้า "ฮ่าๆๆ! ไอ้หน้าตายเอ๊ย!แกคอยดูเถอะ ข้าจะย่างไอ้แท่งน้ำแข็งนี่ให้เกรียมแล้วเอาไปให้หมาสวรรค์มันกิน!"
"ตายซะ!" ปิงหยางไม่รอช้ามันตวัดกระบี่น้ำแข็งในมือ คลื่นความเย็นระดับ 'ศูนย์สัมบูรณ์' พุ่งทะยานแหวกอวกาศเข้าหาเหยียนฟาน มิติรอบๆคลื่นกระบี่ถูกแช่แข็งจนเกิดเสียงปริร้าว!
**"หอกเพลิงทะลวงสวรรค์:มังกรอัคคีทลายน้ำแข็ง!"**
เหยียนฟานแผดเสียงคำรามกล้ามเนื้อทั่วร่างเกร็งแน่นจนเส้นเลือดแตกซ่านเลือดสีแดงสดไหลซึมออกมาผสมกับเปลวเพลิงสีแดงชาด!เขาไม่ได้ใช้ปราณในการโจมตีเพียงอย่างเดียว ทว่าเขาเผาผลาญ 'ปราณชีวิต' (LifeEssence) ของตนเองเพื่อยกระดับพลังชั่วคราว!
หอกเพลิงถูกแทงออกไปสุดแรงเกิดเป็นมังกรไฟขนาดยักษ์ที่ร้อนระอุจนทำให้ผิวอุกกาบาตหลอมละลาย!
*ตูมมมมมมมม!*
น้ำแข็งและไฟปะทะกันอย่างรุนแรงใจกลางอุกกาบาต!ไอน้ำมหาศาลระเบิดออกบดบังทัศนียภาพ พลังของปิงหยางเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัดคลื่นความเย็นค่อยๆ กลืนกินมังกรไฟของเหยียนฟานและรุกคืบเข้าหาตัวเขาอย่างช้าๆเกล็ดน้ำแข็งเริ่มเกาะตามด้ามหอกและลามมาถึงท่อนแขนของชายผมแดง!
"ดิ้นรนไปก็เปล่าประโยชน์!สัจธรรมแห่งเหมันต์ของข้า คือความตายที่ไม่อาจหลีกหนี!" ปิงหยางแสยะยิ้มมันเร่งพลังปราณขึ้นอีกขั้น หมายจะแช่แข็งเหยียนฟานให้สิ้นซาก!
ความเจ็บปวดแสนสาหัสแล่นพล่านไปทั่วร่างของเหยียนฟานเส้นชีพจรของเขากำลังถูกแช่แข็ง ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่สติกำลังจะดับวูบภาพของหลินเทียนที่ฟาดฟันศัตรูนับพันด้วยความนิ่งสงบและคำพูดที่กระตุ้นเตือนเมื่อครู่ ก็ดังก้องขึ้นมาในหัว!
> *"สัจธรรมแห่งการทำลายล้าง...ไม่ใช่การปะทะด้วยกำลัง แต่คือการกลืนกินเจตจำนงของศัตรู!"*
ดวงตาของเหยียนฟานเบิกโพลง!เขาละทิ้งการต้านทานด้วยปราณไฟ! เขาถอนพลังป้องกันทั้งหมดกลับเข้าสู่จุดตันเถียน!
"บ้าไปแล้วรึ!มันคิดจะฆ่าตัวตาย!" ผู้ชมบนระเบียงต่างอุทานด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นเหยียนฟานยอมให้ความเย็นพุ่งเข้ามากระแทกร่างอย่างจัง!
*กร๊อบบบ!*
ร่างของเหยียนฟานถูกแช่แข็งกลายเป็นก้อนน้ำแข็งขนาดยักษ์ในพริบตา!ปิงหยางหัวเราะลั่นด้วยความสะใจ "ฮ่าๆๆ! จบสิ้นกันทีไอ้สวะหุบเขาเพลิง!"
ทว่า... หลินเทียนที่เฝ้ามองอยู่กลับยกยิ้มที่มุมปาก "เจ้าประมาทเกินไปแล้ว ไอ้เศษน้ำแข็ง"
พริบตานั้นเอง! รอยร้าวเล็กๆปรากฏขึ้นบนก้อนน้ำแข็งที่ห่อหุ้มร่างของเหยียนฟาน... แสงสี **'ขาวอมส้ม'** ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่สูงที่สุดของเปลวเพลิงสว่างวาบขึ้นจากภายใน!
"อะไรกัน!" ปิงหยางเบิกตากว้าง
เหยียนฟานไม่ได้ละทิ้งการป้องกันเพื่อฆ่าตัวตายทว่าเขาบีบอัดปราณไฟทั้งหมดหนีความเย็นเข้าไปซ่อนอยู่ใน 'หัวใจ' และอาศัยสภาวะที่ถูกแช่แข็งเพื่อสร้าง 'เตาหลอมความดันสูง' จากธรรมชาติ! เมื่อความดันถึงขีดสุด... การระเบิดที่รุนแรงเหนือจินตนาการจึงอุบัติขึ้น!
**"เคล็ดวิชาลับหุบเขาเพลิง:ระเบิดจุดดับสุริยัน!" (Supernova Burst!)**
*ตูมมมมมมมมมมมมมมมมม!*
ก้อนน้ำแข็งระเบิดออกเป็นผุยผง!คลื่นเปลวเพลิงสีขาวอมส้มที่ร้อนแรงพอจะหลอมละลายเหล็กดาราระเบิดแผ่ขยายออกไปรอบทิศทางด้วยความเร็วที่ไม่อาจหลบหลีก!
ปิงหยางที่ยืนหัวเราะเยาะอยู่ใกล้ที่สุดถูกคลื่นความร้อนแผดเผาเข้าอย่างจัง!ม่านพลังเหมันต์ของมันระเหยหายไปในเสี้ยววินาที! "อ๊ากกกกกกกก!"มันกรีดร้องโหยหวน ผิวหนังทั่วร่างถูกไฟลวกจนเกรียมดำกระบี่น้ำแข็งในมือละลายกลายเป็นน้ำ!ร่างของมันกระเด็นลอยละลิ่วตกลงไปจากขอบอุกกาบาต พ่ายแพ้อย่างหมดสภาพ!
เหยียนฟานยืนหอบหายใจอย่างหนักร่างกายของเขาเต็มไปด้วยแผลพุพองจากการถูกแช่แข็งและไฟแผดเผาทว่าเขาก็ยังคงยืนหยัดอยู่ได้ด้วยหอกเพลิงที่ค้ำยันพื้นเขาเงยหน้าขึ้นมองหลินเทียน พร้อมกับชูนิ้วโป้งให้ด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยคราบเลือด
"ผู้ชนะ... เหยียนฟาน!"เสียงประกาศดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบกริบของอัฒจันทร์ฝั่งสำนักดาบเหมันต์ดับสูญที่บัดนี้อับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี!
**เงื่อนงำในเงามืดและมติแห่งสี่มหาอำนาจ**
การแข่งขันดำเนินต่อไปอย่างดุเดือดทว่าสายตาของเหล่าผู้นำและผู้อาวุโสบนระเบียงวีไอพีกลับไม่ได้จดจ่ออยู่กับการประลองคู่อื่นๆ อีกต่อไป พวกเขากำลัง 'สื่อสารทางจิต'(Telepathic Communication) หากันอย่างลับๆท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้น
'ผู้อาวุโสมารเงา' แห่งหอหมื่นวิญญาณ ส่งกระแสจิตหา 'ประมุขอัสนีม่วง' ผู้นำของตระกูลอัสนีม่วงที่นั่งหน้าดำคร่ำเครียดอยู่บนบัลลังก์สายฟ้า
*"ประมุขอัสนี...เจ้าเห็นความผิดปกติของไอ้เด็กนิรนามนั่นหรือไม่? สัจธรรมของมันล้ำลึกเกินไปพลังของมันก้าวล่วงกฎเกณฑ์ของมหาทวีป หากปล่อยให้มันเข้ารอบลึกไปกว่านี้ มันจะกลายเป็นภัยคุกคามต่ออำนาจของพวกเราอย่างแน่นอน!"*
ประมุขอัสนีม่วง หรี่ตาลงมองดูลูกชายของตน 'เหลยเจิ้น' ที่ยังคงนอนบาดเจ็บอยู่ด้านหลัง*"ข้าเห็นด้วย... การคงอยู่ของมัน คือการตบหน้าสี่มหาอำนาจอย่างพวกเรามันไม่ได้เคารพกฎเกณฑ์ใดๆ เลย ซ้ำยังมีป้ายเบิกทางของวิหารพิสุทธิ์คอยคุ้มหัว...เราไม่สามารถลอบสังหารมันได้ง่ายๆ"*
*"ถ้าลอบสังหารไม่ได้...ก็แค่ฆ่ามันอย่างถูกกฎบนลานประลอง!"* เสียงกระแสจิตที่เย็นเยียบดังแทรกเข้ามามันคือ 'เจ้าสำนักดาบเหมันต์' ที่เพิ่งจะสูญเสียศิษย์พี่รองไป*"วิหารพิสุทธิ์สวรรค์เป็นผู้ดูแลค่ายกลสุ่มจับคู่ประลอง ทว่าค่ายกลนั้น...ก็สามารถ 'แทรกแซง' ได้หากพวกเราทั้งสามสำนักร่วมมือกันกดดันผู้อาวุโสไป๋มู่"*
*"เจ้าหมายความว่า...จะให้มันจับคู่กับ 'สัตว์ประหลาด' ตัวนั้นงั้นรึ?"* ผู้อาวุโสมารเงาถามด้วยความประหลาดใจ
*"ถูกต้อง... ในรอบต่อไป เราจะบิดเบือนกฎเกณฑ์บังคับให้มันต้องประลองกับผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่ศิษย์สายตรง... **'เหลยขวง' (Lei Kuang- จักรพรรดิอัสนี)**บุตรชายคนโตของประมุขอัสนีม่วง ผู้ครอบครองกายาอัสนีสวรรค์แต่กำเนิดและปกปิดระดับพลังที่แท้จริงไว้ที่ 'ผสานจิตวิญญาณขั้นปลาย'!"* เจ้าสำนักดาบเหมันต์เสนอแผนการที่อำมหิตที่สุด!
ประมุขอัสนีม่วงแสยะยิ้ม*"ฮี่ๆๆ... ลูกขวงของข้า เก็บซ่อนพลังมาตลอดห้าปีเพื่อรอกวาดล้างอัจฉริยะในรอบชิงชนะเลิศทว่าหากต้องใช้มันเพื่อสังหารไอ้สวะนั่นเพื่อกู้หน้าตระกูล... ข้าก็ยินดี!"*
การสมรู้ร่วมคิดอันต่ำช้าของชนชั้นสูงได้ข้อยุติในความมืดมิดกฎเกณฑ์อันศักดิ์สิทธิ์ของการประลองกำลังจะถูกทำลายลงเพียงเพื่อสนองความหวาดกลัวที่พวกมันมีต่อราชันมังกรตัวเดียว!
เซียวเฉียนที่ยืนอยู่บนระเบียงของวิหารพิสุทธิ์สัมผัสได้ถึงความผันผวนของกระแสจิตที่ผิดปกติ นางหรี่ตาลงมองไปยังกลุ่มผู้อาวุโสของสามมหาอำนาจก่อนจะหันไปหาผู้อาวุโสไป๋มู่
"ท่านผู้อาวุโส...พวกเขากำลังแทรกแซงค่ายกลกงล้อดารา" เซียวเฉียนกระซิบ
ผู้อาวุโสไป๋มู่หลับตาลงอย่างช้าๆถอนหายใจยาว "ข้ารู้...ทว่าวิหารพิสุทธิ์ของเราไม่สามารถเปิดศึกกับสามมหาอำนาจพร้อมกันได้เพียงเพื่อปกป้องเด็กหนุ่มนิรนามเพียงคนเดียว...สมดุลของนครสวรรค์เปราะบางเกินไป"
"แต่ท่านให้สัญญากับการประลองที่ยุติธรรม!"
"ยุติธรรม? บนโลกนี้ไม่เคยมีความยุติธรรมเซียวเฉียน..." ผู้อาวุโสไป๋มู่ลืมตาขึ้นมองลงไปยังหลินเทียนที่ยืนนิ่งอยู่บนอุกกาบาต "หากมันคือ 'มังกรที่แท้จริง' มันก็ต้องสามารถแหวกว่ายฝ่าพายุและสายฟ้าได้ด้วยปีกของมันเอง...ปล่อยให้กงล้อดาราหมุนไปตามที่พวกมันต้องการเถอะ ข้าเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าสัจธรรมของมัน... จะสามารถสับทำลาย 'พรสวรรค์แห่งสวรรค์' ได้หรือไม่"
**การจุติของจักรพรรดิอัสนี และสัจธรรมปะทะพรสวรรค์**
เมื่อการประลองรอบแรกสิ้นสุดลงผู้เข้าแข่งขันเหลือเพียงหกสิบสี่คน
ดวงอาทิตย์สีเงินใจกลางลานประลองเริ่มหมุนวนอย่างบ้าคลั่งอีกครั้งลำแสงสีเงินพุ่งทะยานออกไปจับคู่ผู้เข้าแข่งขัน ทว่าครั้งนี้...ลำแสงไม่ได้ทำงานแบบสุ่ม! มันพุ่งตรงดิ่งไปกระแทกร่างของหลินเทียนอย่างจงใจ!
และลำแสงอีกเส้น...พุ่งไปจับจ้องที่ระเบียงของ 'ตระกูลอัสนีม่วง'!
*ครืนนนนนน! เปรี้ยงงงง!*
ท้องฟ้าของอวกาศจำลองพลันถูกฉีกกระชากด้วยสายฟ้าสีม่วงดำขนาดยักษ์ที่ผ่าเปรี้ยงลงมาจากความว่างเปล่า!กลิ่นอายของการทำลายล้างที่บริสุทธิ์และรุนแรงยิ่งกว่าพายุใดๆแผ่ซ่านกดทับลงมาบนอุกกาบาตลานประลองอุณหภูมิของอวกาศสูงขึ้นจนแทบจะเผาไหม้ออกซิเจนที่ถูกสร้างขึ้นโดยค่ายกล!
"นั่นมัน... สายฟ้าสวรรค์ลงทัณฑ์!เป็นไปไม่ได้!" อัจฉริยะคนอื่นๆ อุทานด้วยความตกตะลึงสุดขีด"เขาลงมาแล้ว! สัตว์ประหลาดที่แท้จริงของนครสวรรค์!"
ท่ามกลางสายฟ้าที่ผ่าลงมาอย่างต่อเนื่องร่างของบุรุษผู้หนึ่งค่อยๆ ลอยตัวลงมาอย่างสง่างามและทรงอำนาจที่สุดเขาสวมเกราะหนักสีม่วงดำที่หลอมขึ้นจาก 'อุกกาบาตอัสนี' เรือนผมสีม่วงเข้มชี้ฟูประหนึ่งสายฟ้าที่กำลังคลุ้มคลั่งดวงตาของเขาไม่มีตาขาว มีเพียงประกายไฟฟ้าที่แลบแปลบปลาบอยู่ภายในรอยประทับรูปสายฟ้าสามแฉกที่กลางหน้าผากบ่งบอกถึง 'กายาอัสนีสวรรค์' ซึ่งเป็นพรสวรรค์ระดับตำนานที่หมื่นปีจะถือกำเนิดสักคน!
เขาคือ **'เหลยขวง' (LeiKuang)** ฉายา **'จักรพรรดิอัสนี'** ศิษย์พี่ใหญ่แห่งตระกูลอัสนีม่วง!พี่ชายร่วมสายเลือดของเหลยเจิ้น ทว่าความแข็งแกร่งของเขานั้นทิ้งห่างน้องชายไปไกลลิบประหนึ่งสวรรค์กับขุมนรก!
ระดับพลังที่แผ่ออกมาจากร่างของเหลยขวงไม่ใช่ผสานจิตวิญญาณขั้นต้น... ทว่ามันคือ **'ผสานจิตวิญญาณขั้นปลาย'(Late-stage Soul Merge)** อย่างสมบูรณ์แบบ!พลังที่ทัดเทียมกับผู้อาวุโสระดับสูงของสำนักต่างๆ!
"ขี้โกงชัดๆ!เอาสัตว์ประหลาดระดับนี้มาลงแข่งในหมู่รุ่นเยาว์ได้ยังไงวะ!"เหยียนฟานตะโกนด่าทอจากจุดพัก ทว่าก็ไม่มีใครสนใจ
เหลยขวงลอยตัวลงมายืนบนอุกกาบาตเบื้องหน้าหลินเทียนห่างออกไปยี่สิบวา ทุกครั้งที่มันก้าวเดิน ประจุไฟฟ้ามหาศาลจะชอนไชลงไปในพื้นหินจนเกิดการระเบิดเล็กๆอย่างต่อเนื่อง
มันจ้องมองหลินเทียนด้วยสายตาที่เหยียดหยามอย่างถึงที่สุด"แกสินะ...ไอ้สวะนิรนามที่บังอาจทำให้ตระกูลอัสนีม่วงและน้องชายของข้าต้องอับอาย"
เสียงของเหลยขวงดังกังวานประหนึ่งฟ้าร้อง"ข้าได้ยินมาว่า แกมีสัจธรรมที่ลึกล้ำและมีพละกำลังกายเนื้อที่ไร้เทียมทาน... ทว่า สิ่งเหล่านั้นมันก็เป็นเพียงแค่ 'การดิ้นรน' ของผู้ที่เกิดมาไร้พรสวรรค์! วันนี้ข้าจะแสดงให้แกเห็น ว่าการเกิดมาพร้อมกับ 'ความโปรดปรานของสวรรค์' มันแตกต่างจากการปีนป่ายขึ้นมาจากสลัมอย่างไร!"
> **"พรสวรรค์งั้นรึ..."**หลินเทียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบประหนึ่งผิวน้ำที่ไร้คลื่นทว่ามันกลับเต็มไปด้วยความเย็นเยียบที่สามารถแช่แข็งสายฟ้าได้!**"พวกเจ้าเกิดมาบนยอดเขา สูดดมปราณสวรรค์ตั้งแต่เกิดจึงหลงคิดว่าตนเองยิ่งใหญ่กว่าท้องฟ้า... ทว่าพวกเจ้าไม่เคยรับรู้ถึงความเจ็บปวดของการถูกเหยียบย่ำไม่เคยรู้ว่า 'สัจธรรม' ที่แท้จริง ไม่ได้ถูกประทานลงมาจากสวรรค์แต่มันถูกหล่อหลอมขึ้นจากโคลนตม หยาดเหงื่อ และกองเลือดต่างหาก!"**
หลินเทียนก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวรังสีปราณสีม่วงทองที่ถูกบีบอัดจนถึงขีดสุด ระเบิดออกมารอบกาย!มันไม่ได้เกรี้ยวกราดประหนึ่งสายฟ้าทว่ามันนิ่งลึกและหนักหน่วงประหนึ่งมวลแห่งจักรวาล!
"วันนี้... ข้าจะใช้กระบี่ของข้าที่ถูกตีขึ้นจากขุมนรก... ผ่าพรสวรรค์สวรรค์ของเจ้า ให้แหลกเป็นเศษฝุ่น!"
"อวดดีนัก!แกจะต้องคุกเข่าอ้อนวอนในนรกสายฟ้าของข้า!" เหลยขวงแผดเสียงคำรามก้องสายฟ้าสีม่วงดำนับหมื่นเส้นปะทุออกจากร่างของมัน พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าเปลี่ยนอวกาศจำลองให้กลายเป็นคุกสายฟ้าที่ไม่อาจหลีกหนี!
มหาสงครามระหว่าง 'สัจธรรมที่ถูกขัดเกลาด้วยความตาย' ปะทะกับ 'พรสวรรค์ที่สวรรค์ประทานให้' กำลังจะอุบัติขึ้นบนอุกกาบาตเหล็กดาราแห่งนี้!การปะทะที่จะทำให้กงล้อดาราต้องสั่นคลอนไปชั่วกัปชั่วกัลป์!
**จบบทที่ 51 (การท้าทายสี่มหาอำนาจ)**