หลังจากหยุดถกเถียงกับเ้าแฝดลมเลก็ปลีกตัวขึ้นมาชั้นสองยังนึกหมั่นไส้ลูกตัวเองไม่หายแต่ก็ไม่ได้นึกโกรธหรือโมโหอะไรเ้าแฝด มันเป็ปกติที่เขาชอบถกเถียงกับลูกทั้งมีสาระไม่มีสาระซึ่งเขาเองก็แค่แกล้งขัดใจลูกชายไปแค่นั้นไม่ได้จริงจังอะไร นอกเสียว่ามันเป็เื่ที่ผิดและไม่ดีจริงๆลมเลถึงจะดุแบบจริงจัง
ลมเลกวาดสายตามองรอบห้องนอนขนาดกลางเพื่อเช็คความเรียบร้อยอีกครั้งก่อนที่จะให้พี่เลี้ยงของลูกชายมาอาศัย ห้องนี้อยู่ตรงข้ามกับห้องของเขาซึ่งถัดจากห้องนี้ไปก็จะเป็ห้องของแฝด เนื่องจากว่าบ้านมีสามห้องนอนและห้องนี้ก็จัดให้เป็ห้องนอนแขกซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหนคนในครัวครอบเขาเองที่บ่อยสุดก็คือน้ำฟ้า
ลมเลมองรอบห้องอีกครั้งก่อนจะปิดประตูแล้วเดินลงไปชั้นล่างหมายจะไปที่โซนรับแขกที่ตอนนี้มีเสียงสองแฝดคุยกันเสียงดังไปหมดพร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักซึ่งก็ไม่ใช่ใครมันคือเสียงของรักที่กำลังหัวเราะไปกับเื่เล่าของเ้าแฝดที่แย่งกันเล่า มองไปแล้วก็รู้สึกอุ่นใจที่แฝดเข้ากับพี่เลี้ยงได้เพราะก่อนหน้านี้เปลี่ยนพี่เลี้ยงมาแล้วถึงห้าคนบ้างก็ทนกับแฝดไม่ได้ บ้างก็ไม่สนใจดูแลแฝด บางคนก็เข้าหาเขาจนเกินงามทำให้ต้องหาพี่เลี้ยงใหม่บ่อยๆ
ขุนอินทร์ ขุนจันทร์ นั้นห้าขวบแล้วตอนนี้ก็กำลังอยู่ชั้นอนุบาลแต่ความคิด ความอ่านดูเกินวัย ยิ่งความแสบนี้ไม่ต้องพูดถึงมีเื่ให้คนเป็พ่อปวดหัวได้ทุกวัน ที่ต้องจ้างพี่เลี้ยงก็เพราะแบบนี้ และอีกอย่างลมเลต้องทำงานค่อยดูแลสวนเลยไม่มีเวลาดูแลแฝดเต็มที่ถ้าวันเปิดเรียนก็ไม่เท่าไรเพราะกว่าแฝดจะเลิกเรียนก็เย็นและเป็เวลาที่เขากลับจากสวนแต่่นี้แฝดปิดเทอมตอนกลางวันเลยไม่มีใครดูแลถึงจะมีป้าแม่บ้านแต่ก็ต้องคอยทำงานบ้านไม่ว่างมาดูแลแฝดได้ตลอดซึ่งตกเย็นแกก็กลับบ้าน ครั้นจะให้แม่เขามาดูแลก็กลัวแกจะเหนื่อยเพราะไล่จับเ้าแฝด
“อ้าว! ลมเรียบร้อยดีไหมได้ให้น้องขึ้นไปพักผ่อน” แม่เอ่ยถามขึ้นทันทีที่เห็นลมเลเดินเข้ามา ลมเลทำเพียงพยักหน้าตอบแล้วมาพูดกับอีกคน
“เธอเอาของขึ้นไปเก็บก่อน” รักหันมองคนบอกก่อนพยักหน้ารับ “ไอ้แสบพวกเองก็หยุดกวนอาเขาก่อนให้อาไปพักก่อนไป” ลมเลบอกกับลูกชายที่ยังชวนพี่เลี้ยงคุยไม่หยุด ขุนอินทร์ ขุนจันทร์นึกเคืองคนเป็พ่อที่มาขัดทั้งที่ยังคุยกับอารักของพวกเขาอย่างสนุก
“ลูกคู่พาอารักษ์ขึ้นไปพักบนห้องไปลูก” หญิงสาวบอกกับหลานชายทั้งสอง แฝดพยักหน้ารับ
“อารัก เดี๋ยวพี่อินทร์พาไปห้องนะ” ขุนอินทร์บอกกับอารักคนสวยของเขา ก่อนจะรั้งมือรักให้ลุกขึ้น ทางขุนจันทร์เดินไปคว้ากระเป๋าเป้ข้างๆ แต่ด้วยความที่มันหนักบวกกับแรงเด็กกระเป๋าเลยแทบไม่ขยับ ลมเลมองลูกตัวเองอดแปลกใจไม่ได้ไอ้แฝดของเขาคงถูกใจพี่เลี้ยงคนนี้จริงๆ และนั้นก็เป็เื่ดีสำหรับลมเล
“พ่อน้องจันทร์ยกไม่ได้หนัก” ขุนจันทร์บอกพ่ออย่าง้าให้ช่วยแต่ไม่ยอมบอกตรงๆ
“ก็เื่ของเอ็ง” ลมเลว่าแกล้งลูกชายยิ้มๆ ขุนจันทร์แบะปากใส่พ่อตัวเองทันทีก่อนจะแลบลิ้นให้แล้วหันไปบอกให้ขุนอินทร์ช่วย แฝดพี่ก็ไม่รอช้ารีบไปช่วยแฝดน้องแต่ทั้งสองก็ยกขึ้นได้เพียงไม่นานก็ต้องวางเพราะหนัก
“เดี๋ยวอายกเองนะคะ” รักยิ้มให้กับเด็กชายทั้งสองนึกชอบใจที่เห็นทั้งขุนอินทร์และขุนจัทร์ตั้งอกตั้งใจช่วยแม้ตัวจะเล็กรักยิ่งรู้สึกรักเด็กทั้งสองเพิ่มขึ้นไปอีก
“ไม่เอาอารักเหนื่อย เดี๋ยวน้องจันทร์กับอินทร์ยกให้” ขุนจันทร์บอก เด็กน้อยพูดตามที่คิด ก็อารักเดินทางมาตั้งไกลคงจะเหนื่อยมากๆ จงไม่อยากให้ออกแรงเพราะกลัวอารักจะยิ่งเหนื่อย
รักมองผู้ใหญ่สองคนอย่าง้าความช่วยเหลือแต่ทั้งลมเล และญาดาแม่กลับส่งสายตามาว่าปล่อยไป รักเลยคอยมองสองแฝดที่พยายามยกกระเป๋าเขาไปทีละนิดๆ จนถึงตีนบันได ก่อนจะนั่งลงพักเอาแรงที่ขั้นบันได ทั้งสองหอบน้อยๆ มีเหงื่อเม็ดเล็กพุดขึ้นตามใบหน้า แต่ไม่ได้แสดงสีหน้าเหนื่อยหน่ายอะไร
“หมดแรงกันแล้วหรือไงไอ้เปี๊ยก” ลมเลที่เดินตามมาเอ่ยแซ่วแกล้งลูกชาย สองแฝดพอได้ยินรีบหันหน้ามามองทันที
“พี่อินทร์ยังไหว”
“น้องจันทร์ก็ยังไหว”
เสียงเล็กตอบกลับพ่อตัวเองทันทีทั้งยังหอบอยู่ ลมเลนึกชอบใจที่ได้แหย่ลูกชายทั้งสอง
“เหรอวะ ก็เห็นนั่งหมดสภาพเลย” ยังคงแซ่วลูกชายต่ออย่างนึกสนุก
“ใครบอกพี่อินทร์กับจันทร์กำลังนั่งปรึกษากันเฉยๆ” แฝดพี่บอกทั้งที่จริงแล้วเหนื่อย แต่ใครจะยอมรับเดี๋ยวพ่อก็ล้อพอดี รักยิ้มให้กับความไม่ยอมใครของทั้งสอง
“ไม่ไหวก็บอก” ลมเลยังแกล้งยี่ยวนลูก สองแฝดพอได้ยินพ่อพูดก็รีบลุกขึ้นจับหูกระเป๋าคนละข้างพากันขึ้นบันไดกันอย่างทุลักทุเล ลมเลกับรักคอยมองอย่างระวัง ลมเลอยากให้ลูกรู้จักทำอะไรบ้างถึงไม่ได้ห้าม ขนาดให้จับจอมขุดดินในสวนยังใช้มาแล้ว และยังมีงานอื่นๆอีก เขาอยากให้เด็กๆ รู้ว่าการทำอะไรมันไม่ได้ง่ายและการให้ทั้งสองเรียนรู้ถึงความเหน็ดเหนื่อยั้แ่เด็กมันจะได้เป็ภูมิคุ้มกันในวัยโตเจอกับเื่อะไรจะได้ผ่านมันไปได้
ขุนอินทร์และขุนจันทร์เป็เด็กสอนง่ายถึงจะดื้อจะซนชอบเถียงก็เถอะแต่ก็ทำตามที่บอกแต่ขอให้ได้ขัดใจพ่อมันก่อน และที่สำคัญเด็กสองคนนี้นิสัยเหมือนลมเลมากฆ่าได้แต่หยามไม่ได้
“ไอ้แสบเลยห้อง” ร้องบอกสองแสบที่เดินผ่านห้องที่เตรียมไว้ แต่มีหรือที่ลูกชายตัวดีทั้งสองจะสนใจเดินไปเปิดห้องตัวเองเฉย “มาทำไมห้องพวกเอ็งวะ”
“อารักไปนอนกัน” ขุนจันทร์เดินมาจับมือรักที่ยืนอยู่หน้าประตู ส่วนขุนอินทร์เอาหมอนจัดวางบนเตียงนอนแล้วตบเตียงแปะๆ อย่างบอกว่ามานอนตรงนี้ ลมเลมองการกระทำของลูกชายแล้วยกมือกุมขมับ ‘ไอ้แสบ'
“อะไรของพวกเอ็ง จะให้อยู่ห้องนี้ได้ไง” ลมเเลบอก
“น้องจันทร์จะให้อารักอยู่นี้” ขุนจันทร์เถียงทั้งยังไม่ปล่อยมือรักซึ่งข้างๆมีลมเลยืนอยู่
“จะอยู่ได้ไงแค่พวกเอ็งสองคนก็เต็มแล้ว”
“พี่อินทร์กับจันทร์ตัวเล็กนิดเดียวไม่เต็มหรอก” ขุนอินทร์บอกพ่อแต่คำพูดของเด็กน้อยทำให้คนเป็พ่อยกยิ้มทันที
“ไหนโตแล้ว” ยืนกอดอกมองลูกสองคนอย่างเหนือกว่า
“…” เด็กน้อยทั้งสองเงียบไม่รู้จะเถียงพ่อยังไงเพราะบอกไปเองว่าตัวเองโตแล้วแต่ตอนนี้บอกตัวเล็ก ขุนอินทร์วิ่งมาเกาะขาลมเลที่ยืนกอดอกทันทีก่อนจะยิ้มกว้าง ขุนจันทร์ก็ไม่รอช้าวิ่งไปเกาะขาพ่ออีกข้าง
“พ่อครับให้อารักนอนกับพี่อินทร์นะครับ”
“กับน้องจันทร์ด้วยนะครับ”
เด็กชายทั้งสองเอ่ยขอพ่อทำตาปริบๆ ลมเลรู้ทันว่าลูกนะกำลังทำดีอ้อนเขาแบบนี้ทุกทีพอเถียงไม่ได้ใช้ไม้นี้ตลอดแต่มีหรือที่ลมเลจะหลงกล เขาไม่ใช่พ่อกับแม่ที่หลานอ้อนทีแถบถวายทุกอย่างให้
“ให้นอนแล้วพ่อได้ไร” ลมเลถามลูกอย่างเ้าเล่ห์ ขุนอินทร์ ขุนจันทร์มองหน้ากันก่อนจะตอบ
“แล้วแต่พ่อครับ” เสียงเล็กบอกพร้อมกัน ลมเลยิ้มร่าทันที เสร็จแน่ไอ้สองแสบ
“ไปขุดแปลงผักคนสองแปลงดิ” ลมเลว่าทั้งยิ้มชอบใจ
“ง่า” เด็กชายทั้งสองโอดครวญทันที แต่รักนี้ใมากที่ลมเลบอกแบบนั้นขุนอินทร์ขุนจันทร์ยังเด็กมากให้ขุดแปลงผักเนี้ยนะ
“ว่าไง ไม่ตกลงก็อด” ลมเลเร่งลูกชาย
“แปลงเดียวไม่ได้เหรอ” ขุนจันทร์ต่อรอง ก็ขุดแปลกผักเหนื่อยจะตายเจ็บมือด้วยตั้งหลายวันกว่าจะเสร็จ
เด็กน้อยนึกถึงวันที่เขาทำผิดเพราะทะเลาะกับเพื่อนที่โรงเรียนทั้งสองเลยถูกทำโทษให้ขุดแปลงผักข้างบ้านแปลงหนึ่งซึ่งจำได้ดีว่ามันเหนื่อยมากแค่ไหนแต่คราวนี้คนหนึ่งตั้งสองแปลงตายก่อนพอดี
“ไม่ได้ พวกเอ็งไม่ยอมก็ให้อาเขาไปอยู่อีกห้อง” ลมเลว่าเชื่อเถอะไอ้สองแสบไม่ตกลงแน่
“เก็บปาล์มร่วงแทนได้ไหมครับ” เห็นแฝดน้องต่อรองไม่ได้ผลแฝดพี่เลยเสนอวิธีอื่นแทน
“พวกเอ็งก็ให้คนอื่นเก็บอยู่ดี พ่อไม่หลงกลพวกเอ็งหรอกนะ” ลมเลว่าอย่างรู้ทันก็พาไปทีไรเคยเก็บที่ไหน
“งืออออ” สองแฝดทำหน้าสิ้นหวังอยากให้อารักอยู่ห้องนี้ด้วยแต่ทั้งสองไม่อยากขุดแปลงผักในหัวน้อยคิดไม่ตกว่าจะเอายังไงดี
“อาว่าไม่เป็ไรหรอกห้องเราอยู่ใกล้กันแค่นี้เอง อีกอย่างอาก็อยู่กับเราทุกวันอยู่แล้วนะคะ” รักนั่งลงตรงหน้าเด็กทั้งสองที่กอดขาพ่อตัวเอง
“แต่…” ขุนจันทร์จะขัดแต่พอเห็นหน้ารักก็พูดไม่ออก หันขอความช่วยเหลือจากแฝดพี่ก็เห็นอีกคนยิ้มร่าขุนจันทร์งงทันทีไหนอยากให้อารักอยู่ห้องนี้ แต่พอเห็นขุนอินทร์พยักหน้าให้ตกลงขุนจันทร์ก็ทำอะไรไม่ได้ได้แต่ยอมแพ้ไป
“ก็ได้” ขุนจันทร์ว่าก่อนจะแหงนหน้ามองพ่อตัวเองที่ยิ้มอย่างผู้ชนะ
“อ่อน” เสียงลมเลพูดขึ้นลอยๆ อีกสามคนรีบมองหน้าคนพูดทันทีรักมองอีกคนอย่างงงอะไรคืออ่อน แต่สำหรับขุนอินทร์ ขุนจันทร์นี้เข้าใจดีและนั้นก็ทำให้นึกเคืองคนเป็พ่อมาว่าพวกเขาอ่อน
“อาว่าเราไปอีกห้องกันดีกว่า” รักบอกก่อนจะก้าวไปหยิบกระเป้าเป๋ของตนที่วางอยู่ข้างเตียง
ลมเลพารักมายังอีกห้องที่อยู่ข้างกันโดยสองแฝดไม่ได้ตามมาก็นึกแปลกใจไม่ใช่ว่านอนร้องไห้อยู่ในห้องนะไอ้แสบ
“อยู่ได้ไหม” ลมเลเอ่ยถามเมื่อเดินเข้ามาในห้อง
“เกินกว่าได้อีกค่ะ” รักตอบทั้งสำรวจรอบบริเวณห้องที่ถูกสร้างจากไม้อุปกรณ์ทุกอย่างในห้องก็ทำจากไม้ทั้งตู้ โต๊ะเครื่องแป้ง เตียงนอนที่ปูด้วยผ้าพื้นสีเขียวขาวอ่อนๆ หน้าต่างที่ปกปิดไปด้วยม่านสีเขียวอ่อนเช่นกันทำในห้องดูสบายตา
“ขาดเหลืออะไรก็บอกนะ”
“ขอบคุณมากเลยนะคะ” รักนึกขอบคุณจากใจจริงก็ไม่ได้คิดว่าจะมาอยู่ในที่สบายแบบนี้นึกว่าจะมีห้องคนงานแยกไปต่างหาก
“ฉันขอตัวก่อน”
“ค่ะ”
เมื่อบอกลาเรียบร้อยลมเลก็เดินออกจากห้องแต่เมื่อถึงประตูก็ต้องชะงักเมื่อเห็นเด็กชายทั้งสองเดินมาพอดีและที่ทำให้ใคือไอ้แสบทั้งสองสะพายกระเป๋าคนละใบและถือข้าวของพะรุงพะรังไปหมด
“อะไรของพวกเอ็ง” ลมเลถามลูกเสียงดังแต่ก็ไม่ได้มากอะไรแต่มันดังพอที่รักได้ยินแล้วเดินมาดูตรงประตูที่สามพ่อลูกยืนอยู่ เด็กทั้งสองพอเห็นรักก็ยิ้มแป้นแต่รักนี้งงกับข้าวของที่แฝดถือมากันเต็มไปหมด
“มาอยู่กับอารักครับ” ขุนจันทร์ตอบเสียงเพราะพร้อมร้อยยิ้ม แต่ลมเลนี้ยกมือกุมขมับ
“เล่นไรของพวกเอ็ง” ลมเลถามลูกเสียงเครียด
“ก็พ่อไม่ให้อารักอยู่กับพวกเรา เราเลยมาอยู่กับอารักแทน” แฝดพี่บอก เล่นเอาลมเลไปไม่เป็ ‘ไอ้ลูกแสบ ใครสอนให้พวกเอ็งเป็คนแบบนี้วะ’
#ลูกคู่ ตอนที่ 3 มาแล้วนะคะ ฝากลูกคู่กันด้วยนะคะ ความแสบที่แสนจะน่ารักกกกกกก