รุ่งเช้าวันใหม่ ลู ฉางชิงลืมตาตื่นขึ้น เดินไปล้างหน้าที่บ่อน้ำ เจอเงาสะท้อนแทบผงะ
‘หล่อเหลาอะไรอย่างนี้ เกือบเท่าข้าในชีวิตก่อน ไม่เลวๆ’
ใช่แล้วเขาเพิ่งได้มองตัวเองเป็ครั้งแรก และเริ่มคิดอีกครั้ง
‘หล่อเหลา เมื่อเริ่มต้นมีผู้ติดตามไร้เทียมทาน! อยู่กลางป่ามีาาอสูร มารดาเถอะ ข้าได้บทจอมมาร หรือวายร้ายหรือไม่’
เขายกมือปิดใบหน้าและยิ้มอย่างมีเลศนัย
“หึหึหึ บุตรแห่ง์ชีวิตพวกเ้าจบลงแล้ว”
เสียงไม่ดังมากแต่คนในนิกายที่พอมีพลังยุทธอยู่บ้างก็สามารถได้ยินเช่นกัน
‘ข้าร่วมหัวจมท้ายกับพรรคมารหรือ?’
‘เขาไม่ใช่ฝ่ายธรรมมะ!’
ได้ยินดังนั้นสาวกและกุนซือสุมหัวกันในทันที นักพรตที่มีใบหน้าจริงจังก็พูดออกมา
“ใจเย็น เขาดูแลเราอย่างดีและเขาเป็เพื่อนกับเต๋า์ เขาย่อมทำในสิ่งที่ถูกต้อง!”
“ถ้าเขาทำเื่ที่ไม่ดี ท่านจะทำอย่างไรยอมตายหรือไม่”
ศิษย์หญิงใหญ่ถามพรางขมวดคิ้วแน่น
“ถ้าเขาทำอย่างนั้นเราก็ทำตามคำสั่งเขา อย่างน้อยเราก็รอด คนตายจะไปรู้อะไร”
นักพรตยิ้มฝืนๆ แต่เขายังเชื่อมั่นว่านี่คือสิ่งมงคล ไม่สามารถหลอกลวง์ให้เกิดนิมิตมงคลได้
“เอาล่ะ ข้าหักเหรียญให้พวกเ้าทุกคนในแล้ววันนี้รวมถึงข้าด้วย เหรียญออกกลาง ์บอกว่าโชคใหญ่!
ศิษย์ทุกคน ???
์ ???
“โชคดีที่พวกเราคุณสมบัติระดับเศษไม้ ไม่ใช่บุตรแห่ง์แน่นอน”
“ข้า เชื่อท่านอาจารย์”
ขณะเดียวกัน หุบเขาะร่วงหล่น เผ่าจิ้งจอก์ ในคฤหาสน์ ตระกูลจิ้งจอก
“ทุกคนฟังคำสั่งข้าาา ห้ามยั่วยุมนุษย์ในส่วนกลางหุบเขาเด็ดขาด ไม่งั้นเราจะตาย!”
“เกิดอะไรขึ้น เหตุใดเราจำต้องให้มันเดินเข้าออกราวกับสวนหลังบ้านด้วย”
ชายหนุ่ม แม่ทัพเผ่าสงสัย ั้แ่าากลับมา นางกระวนกระวายราวไปเจอปีศาจมหายานเข้า หรือความลับในส่วนกลางหุบเขาปรากฎขึ้นมาแล้ว
“เื่เป็เช่นนี้ …”
เหม่ย ชุนชิวได้เล่าถึงประสบการณ์เมื่อคืน หลังจากรีบกลับมา นางคิดว่าจะต้องพบเจอทัณฑ์์แล้วทะลวงเข้าสู่ขั้นจักรพรรดิยุทธ แต่น่าเสียดายยังต้องใช้เวลา ถ้าหากได้กินผลไม่ของลู่ ฉางชิงอีกครั้งก็คงลดระยะเวลาได้มาก
สูดดดดดด
ฟ่ออออออ
“จริงหรือ มีะอยู่ในหุบเขา ปรากฎตัวหนึ่งครั้งนิมิตกลืนฟ้าหมื่นลี้”
ทุกคนในเผ่าพึมพำต่างพูดกันไปต่างๆนาๆ
“เป็ความจริง ข้าได้รับโอกาสมาด้วย ในไม่ช้าข้าจะทะลวงสู่ระดับจักรพรรดิแล้ว”
เหม่ย ชุนชิว พูดด้วยความมั่นใจ พร้อมกับจากไป
“ข้าจะใช้สิ่งใดไปชดเชยให้ผู้าุโได้บ้าง ร่างกายข้าคงไม่เลวร้ายนัก”
“ไม่ ไม่ ไม่ ผู้าุโเป็เซียนจะขาดสตรีหรือ โง่เขลาจริงๆ”
คิดได้ดังนั้นนางจึงไปหาสมบัติที่เก็บไว้มานานของเผ่าเพื่อจะมีโอกาสมีพบฉางชิงอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน าาอสูรอีก3ตน เริ่มประชุมเื่ผู้บุกรุกและสมบัติใดที่ทำให้เกิดนิมิต
“สองวันแล้ว มันยังไม่ออกมา ถ้าเราบุกไปฆ่ามันเสียแล้วค้นหาสมบัติจะไม่ดีหรือ”
หลงอ้าว าาเผ่าั กล่าวด้วยอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก อสูรยึดครองหุบเขานี้มานับพันๆปี แต่ไม่เคยมีใครกล้ารุกล้ำส่วนกลาง
จึงทำให้ทุกคนเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“เ้าต้องคิดให้ดี หากด้านในมีอันตรายร้ายแรงเ้าจะทำอย่างไร”
าาพยัคฆ์พูดด้วยความกังวล เขารู้ดีผู้บุกรุกราวกับปรากฎตัวจากอากาศแล้วไปอยู่ส่วนกลางของหุบเขา ถ้าผ่าวิธีปกติเขาจะไม่รู้ได้อย่างไร ค่ายกลมากมายจักพรรดิก็ต้องตกตายหากเดินสุ่มสี่สุ่มห้า
“ขยะ ขยะทั้งหมด เราผู้ฝึกตน ฝืนลิขิตชะตา ข้าจะนำสมบัติสูงสุดของเผ่าข้าบุกเข้าไป หากมีอันตรายคงไม่อาจทำให้ข้าตาย”
หลงอ้าวกล่าวด้วยความโกรธอีกครั้ง
“ดี สมบัติสูงสุดของข้าเกี่ยวกับค่ายกล สามารถค้นหาตาค่ายกลและเรียนรู้การสร้างค่ายกลนั้นๆได้ น่าเสียดายที่มันยังไม่สามารถทำลายค่ายกลโบราณส่วนกลางได้ แต่ก็พอช่วยได้บ้างในรอบนอก”
าาอสูรเต่าดำ เว่ย บูเหว่ยกล่าวสนับสนุน เขาเก่งในการป้องกัน และเชี่ยวชาญค่ายกลพอสมควร
“ดี พรุ่งนี้เราจะลองเข้าไปดู ขอให้ทุกท่านเตรียมตัวให้ดีอย่าซ่อนพลัง ไม่งั้นพวกเราจะตาย”
หวัง เต็งหลงกล่าวปิดการพูดคุย
นิกายเหนือเต๋า
ลู่ ฉางชิงกำลังคิดวิธีการให้เขาได้ตำราฝึกฝน แต่คิดอย่างไรก็คิดไม่ออก
‘สหายของเต๋า์ ยังต้องฝึกหรือไม่? ข้ากลัวจะโดนของขวัญทุบตีจนตาย หากข้าไปถามหาตำราระดับต่ำ’
‘โอ้ ข้าลืมไปเลย ของขวัญทั้ง6ควรสามารถไปส่งเสียงบี๊บต่อหน้าสำนัก และนิกายได้’
คิดได้ดังนั้นเขาเลยเรียกของขวัญทั้ง6มา
เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งเค่อ ทั้ง6ก็มายืนเรียงกันด้วยความกลัว
“ในเมื่อพวกเ้ามาแล้ว พวกเ้ามีตำราที่ฝึกแล้วตายบ้างหรือไม่ ตำราที่ฝึกแล้วไม่สามารถสำเร็จได้ ตำราแสนปีที่ถูกปิดผนึก วิชาต้องห้ามที่ใช้แล้วจะแลกด้วยอายุขัย”
‘หึหึหึ ไม่เลว ตำราเหล่านี้เหมาะสำหรับตัวเอกเท่านั้น ข้าเป็วายร้ายควรจะฝึกได้เช่นกัน ไม่งั้นเนื้อเื่จะจบเร็วเกินไป ข้าไม่รู้ว่าวันใดจะมีคนบุกมาที่นี่’
ได้ยินดังนั้นทั้งหกคนสับสนอย่างหนัก เดิมพวกเขาเป็สำนักระดับต่ำมากและไม่รู้เื่ภายนอกเลย จะมีตำราแบบนี้ได้อย่างไร พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่านิกายอันดับหนึ่งอันศักดิ์สิทธิ์ชื่ออะไร
“ท่านเ้านิกาย เราทุกคนล้วนมีตำราวิชาเต๋าอันยิ่งใหญ่ แม้แต่พื้นฐานของเราก็เทียบฟ้า ท่านอยากเรียนรู้หรือไม่”
สาวกทุกคนหน้าขึ้นเงา มุมปากกระตุก
‘อาจารย์มีปัญหาทางสมองหรือไม่ จะให้เราสอนเซียนหรือ ข้าต้องพูดวิชาไร้สาระขนาดไหนให้เขาสนใจ’
นักพรตเสวี่ย ชิงไท่เริ่มส่งเสียงบี๊บใส่ลู่ ฉางชิงอีกครั้ง เขากลัวจริงๆถ้าหากเขากล่าวว่าไม่มีแล้วจะโดนส่งออกไปปล้นตำรามา
เมื่อเขาออกนอกค่ายกลป้องกันนี้ก็สามารถตายได้ทุกเมื่อภายใต้หุบเขา
จะมีปัญญาเดินออกไปในเมืองได้หรือไม่ นั่นมันคำถามไร้สาระ
“ท่านสามารถเรียนรู้ทักษะของเราเล่นๆไปก่อนได้ เมื่อาาเหม่ย ชุนชิวมาอีกครั้งเราจะออกนอกหุบเขากันท่านคิดเห็นอย่างไร”
“ดี ดีมาก ข้าจะรอพวกเ้าอยู่ที่ลานด้านใน”
ลู่ ฉางชิงดีใจมาก ไม่คิดเลยจะได้เรียนวิชาจากของขวัญง่ายๆเช่นนี้ มันคงจะยอดเยี่ยมที่สุดแล้ว
หลังลู่ฉางชิงหายตัวไปจากสายตาแล้ว นักพรตเฒ่าก็เอ่ยขึ้น
“ถ่วงเวลา ถ่วงเวลาเอาไว้ สอนวิชาไร้สาระให้เขา วิชาที่ไม่สามารถฝึกฝนได้ ไม่งั้นพวกเราจะถูกส่งไปตาย เริ่มต้นจากศิษย์คนแรก และเปลี่ยนกันไปจนถึงคนสุดท้าย”
“ศิษย์เชื่อฟังท่านอาจารย์”
ทุกคนตอบรับด้วยใบหน้าเคร่งเครียด ยกเว้นเย่ชิงเฉิน เนื่องจากเขาเป็โรคประหลาด
หลังจากนั้นสองชั่วยาม ชิงเฉินรวบรวมความกล้าเข้าลานด้านใน
“ท่านเ้านิกาย ข้ามาพบท่านแล้ว”
“ดีมาก เชิญกล่าวได้ ข้าจะตั้งใจฟัง”
ลู่ ฉางเชิงอารมณ์ดีมาก เขาพร้อมจะเรียนรู้บทพูดจากนิยายกำลังภายในอยู่แล้ว เขาจึงจริงจังเป็พิเศษ
‘ฉางชิงเอ๋ย ฉางชิง เ้าโง่จริงๆ พูดแบบนี้มันธรรมดาเกินไป ต้องมีเหตุผลที่จะศึกษาวิชาของพวกเขามาประกอบด้วย’
คิดได้ดังนั้นเขาก็เริ่มพ่นคำพูดไร้สาระอีกครั้ง
“ที่ข้าอยากเรียนวิชาของโลกนี้ก็ไม่ใช่เื่มากมายอะไร เต๋า์ในโลกใบนี้มิอาจรับกำลังของข้าไหว เลยต้องเรียนรู้วิชาระดับต่ำ”
“เดี๋ยวข้าจะสอนทักษะระดับต่ำของข้าให้เ้าก่อนเป็การตอบแทนเป็อย่างไร”
ฉางชิงคิด อยากจะหาบทฝึกจากนิยายมาโอ้อวดให้อีกฝ่ายไปศึกษาเพื่อที่อีกฝ่ายจะไม่จับตามองเขามาจนเกินไปถ้าเขาเป็ขยะจะไม่ถูกหัวเราะเยาะหรือ
คิดได้ดังนั้นเขาก็อดเชื่อชมในความฉลาดของเขาไม่ได้
เงียบ
เงียบมาก
“เป็วาสนาของข้าแล้วที่จะได้ชี้แนะท่าน และเรียนรู้จากท่าน”
ชิงเฉินกลัวแทบตาย แต่ยิ่งตื่นตระหนกมากเท่าไรใบหน้าเขายิ่งนิ่งขึ้นเท่านั้น
“เอาล่ะ ชิงเฉิน ข้าจะสอนกระบี่ให้เ้า แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะเรียนวิถีกระบี่ของข้าได้ แม้ว่าข้าจะสอนมันให้เ้า”
ลู่ ฉางชิงหันหลังอีกครั้งพร้อมกับลูบเคราที่ไม่มีอยู่จริง คิดวิชาไร้สาระให้เย่ ชิงเฉิน
“วิชานี้ตีความว่าเมื่อกระบี่อยู่ที่ใจแล้ว เหตุใดยังต้องชักกระบี่ เ้าจงต่อสู้กับทุกคนในความคิดของเ้าส่งความรู้สึกเข้าสู่กระบี่ แพ้ก็ไม่เป็ไร แต่หากชนะก็ยิ่งดี ทำซ้ำๆยิ่งสะสมการชนะได้มากเท่าไร เมื่อเ้าปลดปล่อยก็ยิ่งทรงพลังเท่านั้น ต่อสู้กับคนที่แข็งแกร่ง! ต่อสู้กับทุกคนที่ผ่านสายตา จำไว้นี่คิอวิชา “หนึ่งกระบี่ความคิดเดียว””
ฉางชิงยืนรอลมพัดอยู่สักพักเพื่อเพิ่มความหน้าเชื่อถือ เมื่อหันกลับมาเขาเจอชิงเฉินใบหน้าที่นิ่งสงบมาก ‘วิชาข้าธรรมดาเกินไปหรือ’ จึงต้องกัดะุพูดต่อไป
“เมื่อเ้าปล่อยกระบี่มันก็ไม่เป็ไร แต่เมื่อเ้าจับกระบี่แล้วใต้หล้าจะลุกเป็ไฟ!”
เงียบ
เงียบมาก ได้ยินแค่เสียงแมลง
เห็นดังนั้นฉางชิงก็เลิกพยายามต่อไป เขาไม่คาดหวังว่าอีกฝ่ายจะนิ่งขนาดนี้
“เอาล่ะ เ้าสอนข้าได้แล้ว ขอระดับสูงสุดของโลกนี้พื้นฐานที่แข็งแกร่งที่สุดของเ้า”
ฉางชิงเข้าใจดีกว่าหากขอวิชาสูงสุดของชิงเฉินบางทีแสนปีเขาไม่สามารถเรียนรู้ได้ จึงขอวิชาสูงสุดของโลกนี้เท่านั้น
ถ้าเขาสามารถเรียนรู้ได้สักหนึ่งส่วน เขาจะสามารถปกป้องตัวเองได้เมื่อลงจากูเาไปหาเื่คน
“เริ่มเลย”
ชิงเฉินตอนนี้กำลังย่อยทักษะที่ได้เรียนรู้มาอย่างบ้าคลั่ง เขาฐานการฝึกฝนต่ำ คุณสมบัติในการฝึกฝนก็ระดับปานกลางการได้ทักษะที่สามารถปลดปล่อยพลังที่เหนือจินตนาการได้จะไม่ให้ตื่นเต้นได้อย่างไร แต่เมื่อได้ยินเสียงเขาก็ตื่นจากการรู้แจ้ง