เรือนหลานฮวาหรือเรือนกล้วยไม้ เป็เรือนพักเดิมของฮูหยินใหญ่และลู่อวิ๋นชย่าที่ใช้อาศัย อย่าคิดว่าเรือนพักของฮูหยินใหญ่จะโอ่อ่าหรูหราเหมือนกับฮูหยินใหญ่ที่จวนอื่น เพราะเรือนหลานฮวาแห่งนี้เป็เพียงเรือนพักหลังเล็กที่ตั้งอยู่ท้ายสุดของจวนเท่านั้น
ลู่อวิ๋นชย่ารู้ดีอยู่แล้วว่าสภาพที่พักของตนเองเป็อย่างไร และนางก็คาดเดาไว้ไม่ผิดว่าเจินอี๋เหนียงมีหรือจะส่งคนเข้ามาทำความสะอาดและซ่อมแซมเรือนพักของตนให้อยู่ในสภาพที่ดี นี่คือเื่แรกที่นางอยากให้บิดาได้เห็นว่าลับหลัง เจินอี๋เหนียงผู้แสนอ่อนหวานและจิตใจดีปฏิบัติกับตนและมารดาเช่นไร
“นี่...นี่มันเรือนพักของเ้าหรือชย่าเอ๋อ ไม่ใช่บ้านผีสิงใช่ไหม” หลุนหยุนฮวาถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ “ท่านพ่อ ข้าคิดว่าบ่าวรับใช้ที่จวนสกุลหลุนของเรายังอยู่ในที่ที่ดีกว่านี้อีกนะเ้าคะ”
“เมื่อตอนที่ข้ายังออกรบที่ชายแดน แม้ว่ากระโจมจะดูเก่าและทรุดโทรมไปบ้าง แต่ไม่คิดว่าน้องสาวที่เป็ถึงบุตรสาวของเสนาบดีกรมพระคลังจะได้พักอยู่ในสถานที่เช่นนี้ พี่ใหญ่รู้สึกผิดต่อเ้าจริงๆ” หลุนหยุนเปียวถอนหายใจ
“ข้าก็เคยแปลกใจอยู่เหมือนกันว่าตอนที่ชย่าเอ๋อถูกส่งไปไว้ทุกข์ให้กับมารดาที่หมู่บ้านเกษตรกรเซิ่งไห่ บ้านที่ไม่แม้แต่จะกันลมกันฝนได้หลังนั้นนางนอนหลับลงไปได้ยังไง พอได้มาเห็นเรือนพักของนางในจวนของท่านเสนาบดีลู่เช่นนี้แล้ว ข้าไม่แปลกใจอะไรทั้งสิ้นแล้วขอรับ” หลุนหยุนซีพูดเื่ที่หมู่บ้านเกษตรกรเซิ่งไห่ขึ้นมาเหมือนไม่ได้ตั้งใจ
“ที่พักที่นั่นยังดูดีกว่าที่นี่อีกหรือเ้าคะ” หลุนหยุนฮวาแสร้งถามขึ้นอย่างใก่อนที่จะร้องไห้และกอดลู่อวิ๋นชย่าไว้แน่น “ต่อไปนี้ข้าจะให้ท่านพ่อสร้างเรือนพักหลังใหม่ไว้ให้เ้าที่จวนสกุลหลุนของเรา เ้าอยากได้สิ่งใดจงบอกพี่สาว จวนสกุลหลุนของเราพร้อมจะหามาให้เ้าทุกอย่าง หวังเพียงให้เ้าได้อยู่อย่างสุขสบาย”
เสนาบดีลู่ที่เดินตามมาก็เก็บความโกรธเอาไว้ไม่ไหวอีกต่อไป “เจินอี๋เหนียง!”
“ไม่ใช่ความผิดของข้านะเ้าคะนายท่าน” เจินอี๋เหนียงคุกเข่าลงทันที “เป็...เป็แม่นมจางที่ฝืนคำสั่งเ้าค่ะ ข้าไม่รู้จริงๆ ว่านางจะแอบทำการลับหลังและไม่เชื่อฟังคำสั่งของข้า นายท่านโปรดพิจารณาด้วยเ้าค่ะ”
“พ่อบ้าน! โบยแม่นมจางยี่สิบไม้แล้วขายนางออกไปยังหอนางโลมที่เสื่อมโทรมที่สุด”
“ท่านพ่ออย่าทำเช่นนั้นเลยเ้าค่ะ” ลู่อวิ๋นชย่าพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ “แม่นมจางเป็บ่าวรับใช้ที่ติดมากับสินเดิมของเจินอี๋เหนียง ท่านพ่ออย่าขายนางไปที่หอนางโลมเลยนะเ้าคะ”
“เ้าอยากยกโทษให้นางจริงหรือ” เสนาบดีลู่หรี่ตาถาม
“ข้า...ข้าแค่ไม่อยากทำให้เจินอี๋เหนียงกับน้องรองไม่พอใจเท่านั้นเ้าค่ะ”
เสนาบดีลู่ได้ฟังคำอธิบายก็ยิ่งโกรธเจินอี๋เหนียงขึ้นอีกหลายเท่า แม่นมจางเป็เพียงบ่าวรับใช้ หากเ้านายไม่สั่งแล้วนางจะกล้าปฏิบัติกับบุตรสาวของตนเช่นนี้ได้อย่างไร แม้ตนจะไม่รักบุตรสาวคนโตเท่ากับบุตรสาวคนรอง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าตนจะอนุญาตให้ใครมากลั่นแกล้งนาง หรือว่าลับหลังตน อนุและบุตรสาวสุดที่รักได้ทำเื่เลวร้ายอะไรไว้อีก
เสนาบดีลู่้าแสดงให้เจินอี๋เหนียงเห็นว่าอย่าได้ทำสิ่งใดลับหลัง หากเขามารู้ภายหลัง แม้แต่คนใกล้ชิดของนาง เขาก็จะไม่ละเว้น แต่พอมานึกว่าแม่นมจางเป็แม่นมของอนุและบุตรสาวสุดที่รัก เขาก็อยากจะเรียกคืนคำพูดนั้นกลับมา อย่างไรเขาก็ไม่อยากทำร้ายจิตใจพวกนางมากจนเกินไป ติดก็แต่นายท่านหลุนกับบุตรธิดาก็ตามมาเห็นเหตุการณ์ด้วยนี่สิ
“แล้วเ้าจะให้พ่อลงโทษนางอย่างไร”
“โบยนางแค่ห้าสิบไม้ก็พอเ้าค่ะ” ลู่อวิ๋นชย่ากลั้นสะอื้น แต่สายตาของนางที่มองไปทางแม่นมจางนั้นช่างเยือกเย็น “ข้าแค่อยากให้นางจดจำความผิดของตัวเองได้เท่านั้นเ้าค่ะ”
เสนาบดีลู่ยังคิดว่าบุตรสาวคนโตเป็เพียงเด็กสาวขี้กลัวและไม่รู้ความ นางจึงไม่รู้ว่าการโบยห้าสิบไม้นั้นสามารถเอาชีวิตแม่นางจางได้เลย แต่หลุนเกาและบุตรต่างก็เข้าใจและคิดว่าสมควรแล้วที่ลู่อวิ๋นชย่าสั่งลงโทษไปเช่นนั้น ไม่ว่าแม่นมจางจะได้รับคำสั่งจากใครหรือเป็นางที่ตัดสินใจทำเื่ทั้งหมดด้วยตัวเอง ความผิดที่บังอาจกลั่นแกล้งและไม่เคารพเ้านายก็จำเป็ต้องถูกลงโทษ
ส่วนแม่นมจางเมื่อได้ฟังก็นั่งลงกับพื้นอย่างสิ้นหวัง แม้แต่ชายฉกรรจ์ร่างกายแข็งแรง หากโดนโบยถึงห้าสิบไม้ยังต้องนอนรักษาตัวเป็เดือนๆ แล้วนางที่อายุมากเพียงนี้ หากไม่สิ้นใจไปก่อน แม้จะถูกโบยจนครบ ลมหายใจที่เหลือก็คงเพียงพอแค่เอาไว้สั่งเสียบุตรหลานเท่านั้น
เจินอี๋เหนียงและลู่เยี่ยนฟางต่างก็ยืนกำมือแน่น แม่นมจางเป็แม่นมของพวกนาง เลี้ยงดูและอยู่ข้างกายพวกนางมาหลายสิบปี เปรียบเสมือนญาติคนหนึ่งของพวกนางไปแล้ว แต่คราวนี้เป็เพราะลู่อวิ๋นชย่าที่ทำให้แม่นมจางต้องถูกโบย และพวกนางต่างก็รู้ว่าร่างกายของแม่นมจางคงจะรับกับการลงโทษนี้ไม่ไหวแน่ เจินอี๋เหนียงหันไปมองลู่อวิ๋นชย่าด้วยสายตาเคียดแค้น และหวังว่าสักวันจะต้องแก้แค้นให้แม่นมจางให้ได้
การแสดงออกของสองแม่ลูกอยู่ในสายตาของลู่อวิ๋นชย่ามาตลอด นางมองเจินอี๋เหนียงกลับและยกยิ้มที่มุมปากอย่างท้าท้าย
“พาตัวแม่นมจางออกไปโบย” เสนาบดีลู่สั่งออกมาในที่สุด
“คุณหนูใหญ่เ้าขา บ่าว...บ่าวผิดไปแล้ว” แม่นมจางใช้กำลัง่สุดท้ายวิ่งไปเกาะที่ชายกระโปรงของลู่อวิ๋นชย่าพร้อมกับก้มหน้าพูดเสียงเบา “อย่างไรบ่าวก็ต้องตาย แต่บ่าวอยากให้ท่านละเว้นคนในบ้านของบ่าวด้วยเ้าค่ะ”
ลู่อวิ๋นชย่าแสร้งก้มลงไปประคองแม่นมจาง “เ้ามีสิ่งใดมาแลกเปลี่ยนเล่า”
แม่นมจางลุกขึ้นตามแรงฉุดนั้น และพูดกับลู่อวิ๋นชย่าด้วยเสียงกระซิบเหมือนเดิม เป็เพราะลู่อวิ๋นชย่าตั้งใจหันหลังให้กับทุกคนและ้าบังตัวแม่นมจางไว้ จึงไม่มีใครรู้ว่าทั้งสองคนกำลังตกลงเื่อะไรกันอยู่ จนกระทั่งลู่อวิ๋นชย่าประคองแม่นมจางให้ยืนขึ้นสำเร็จ จากนั้นแม่นมจางก็เดินไปยังจุดที่ตนเองต้องถูกลงโทษ โดยที่นางหันมามองเจินอี๋เหนียงด้วยสายตาเ็า ‘เป็เพราะท่านที่โยนความผิดมาให้ข้า เช่นนั้นก็อย่าหาว่าข้าใจร้ายเลยนะเ้าคะ”
เจินอี๋เหนียงใกับสายตาของแม่นมจางยิ่งนัก แต่เวลานี้ความโกรธที่นางมีต่อลู่อวิ๋นชย่านั้นมันมากกว่า นางจึงไม่ได้สนใจแม้กระทั่งจะวิ่งเข้าไปห้ามหรือช่วยเหลือแม่นมของตน การกระทำนี้ยิ่งทำให้แม่นมจางรู้สึกผิดหวังในตัวเ้านายเป็อย่างมาก ทั้งยังรู้สึกดีใจที่ตนได้บอกเื่สำคัญกับลู่อวิ๋นชย่าไป
“เสนาบดีลู่ เื่เรือนพักของชย่าเอ๋อท่านคิดว่าอย่างไร”
“ข้าจะจัดเรือนพักหลังใหม่ให้นางเอง ท่านไม่ต้องยื่นมือเข้ามายุ่งกับเื่ในจวนของข้า” เสนาบดีลู่ตอบกลับหลุนเกาอย่างไม่พอใจ
“หากเป็ข้าเล่า จะยื่นมาเข้ามายุ่งได้หรือไม่” เซียวิเฉินที่นั่งอยู่บนรถเข็นโดยมีหวังเทียนยี่เป็ผู้เข็นอยู่ด้านหลังก็เข้ามาถึงเรือนพักของลู่อวิ๋นชย่าแล้ว
“พี่ิเฉิน! ท่านมาได้อย่างไรเ้าคะ” ลู่อวิ๋นชย่าเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายและเปลี่ยนมาเข็นรถให้ชายหนุ่มด้วยตนเอง
“เ้ากลับมาถึงเมืองหลวงแล้วหลายวัน แต่ก็ยังไม่เห็นว่าเ้าจะส่งใครไปบอกกับข้า หากข้าไม่มาหาเ้าด้วยตัวเองคงไม่รู้ว่าหลายวันที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นกับเ้าบ้าง” คำตอบของเซียวิเฉินทำให้พ่อลูกสกุลหลุนต้องแอบถอนหายใจ ซื่อจื่อ...ท่านช่างพูดโกหกได้อย่างหน้าตาย ท่านใช่เซียวซื่อจื่อตัวจริงหรือไม่ขอรับ
“ข้ากลับมาถึงเมืองหลวงหลายวันแล้วก็จริง แต่นี่ก็เป็วันแรกที่ข้ากลับมาถึงจวนเช่นกันเ้าค่ะ”
“พูดถึงเื่นี้ต้องขอบใจนายท่านหลุนที่ช่วยเหลือคู่หมั้นของข้า” เซียวิเฉินหันไปพูดกับหลุนเกา
“ซื่อจื่ออย่าได้กล่าวเช่นนั้นเลยขอรับ การรับชย่าเอ๋อเข้ามาเป็บุตรบุญธรรมก็นับว่าเป็วาสนาของสกุลหลุนเช่นกัน”
“ว่าแต่เ้ามาทำอะไรที่เรือนเก่าแห่งนี้หรือชย่าเอ๋อ ก่อนที่เ้าจะออกจากเมืองหลวง เจินอี๋เหนียงรับปากว่าจะปรับปรุงเรือนพักให้เ้าแล้วไม่ใช่หรือ” เซียวิเฉินหันไปถามเจินอี๋เหนียงเสียงเรียบ “เหตุใดเรือนพักของว่าที่พระชายาของข้าถึงยังอยู่ในสภาพเดิม ไม่สิ...ถึงอยู่ในสภาพที่แย่กว่าเดิมเช่นนี้เล่าเจินอี๋เหนียง”
เจินอี๋เหนียงได้แต่กัดฟันเพื่อระงับอารมณ์โกรธ ถึงแม้นางจะดูถูกเซียวิเฉินว่าได้กลายเป็คนพิการไร้ประโยชน์ไปแล้ว แต่ในบริเวณนี้ฐานะของนางไม่อาจเทียบใครได้จริงๆ นางฝืนตอบออกไปอย่างใจเย็น “เป็ความผิดของข้าที่ไม่สั่งสอนบ่าวรับใช้ให้ดี แต่เวลานี้แม่นมจางก็ได้ถูกลงโทษไปแล้ว คิดว่าเซียวซื่อจื่อคงไม่ถือสาและได้โปรดอภัยให้ข้าด้วยเ้าค่ะ”
ลู่อวิ๋นชย่าบอกกับเซียวิเฉินเสียงเบาด้วยท่าทางรู้สึกผิด “ข้าห้ามไม่ให้ท่านพ่อขายแม่นมจางไปที่หอนางโลม โดยเปลี่ยนเป็โทษโบยไปห้าสิบไม้แทน แต่นางสิ้นใจไปก่อนที่จะโบยครบเ้าค่ะ”
“เ้าอย่าได้เสียใจ หากมีใครมาทำให้เ้าขุ่นเคือง มาหนึ่งก็ทำลายหนึ่ง มาสองก็ทำลายสอง มาทั้งตระกูลก็ทำลายทั้งตระกูล เ้าเป็ถึงว่าที่พระชายาของเซียวซื่อจื่อจะปล่อยให้มีคนมากำเริบกับเ้าได้ยังไงกัน” เซียวิเฉินตอบพร้อมกับตบหลังมือลู่อวิ๋นชย่าอย่างปลอบใจ