ทางด้านอี้เหนียงฮูหยินกลับมาถึงจวนก็ตรงไปหาอี้หลุนในห้องทำงานทันทีและบอกเล่าเื่ที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้ฟังว่าครอบครัวหลิวฟงฉีมีเงินทองมากมายไม่รู้ไปร่ำรวยมาจากที่ใด
นายท่านอี้หลุนเมื่อได้ฟังอี้เหนียงฮูหยินกล่าวก็ให้สงสัยจะว่าขโมยเงินจากตนก็ไม่น่าจะใช่เพราะตอนออกจากตระกูลคนของตนก็ได้ตรวจสอบค้นข้าวของทุกอย่างเป็อย่างดี
"นายท่านขอรับน่าจือมาขอพบขอรับ"พ่อบ้านกล่าวขออนุญาต น่าจือคือบ่าวชายที่อี้เหนียงฮูหยินให้ไปสืบข่าวเื่ครอบครัวของฟงฉีนั้นเอง
"ให้เข้ามา"อี้หลุน
"มีอะไรก็ว่ามา" อี้หลุน ส่วนน่าจือนั้นตอนแรกกลับมาจากการสืบข่าวก็ตรงไปหาอี้เหนียงฮูหยินที่เรือนแต่นางไม่อยู่บ่าวที่เรือนบอกว่านางมาหานายท่านอี้หลุนที่ห้องทำงาน
"ข่าวที่ให้ไปสืบได้ความว่า ท่านฟงฉีหรือตอนนี้ใช้แซ่หลิวไปยื่นเอกสารที่ศาลาว่าการขอตั้งตระกูลใหม่และได้ซื้อที่ดินในหมู่บ้านอาบแสงจำนวนสองร้อยหมู่และสร้างจวน4หลังขอรับ"น่าจือรายงาน
"ท่านพี่คิดเห็นอย่างไรเ้าคะ"อี้เหนียงฮูหยิน
"อืมมม จะร่ำรวยมาจากไหนก็ช่างเถอะยังไงก็ออกจากตระกูลไปแล้วอย่าไปสนใจเลย ตอนนี้กิจการของกำลังแย่ ออกไปได้แล้วข้าจะทำงาน"อี้หลุนเอ่ยไล่อี้เหนียงฮูหยิน
อี้เหนียงฮูหยินแม้จะขัดใจแต่ก็ทำอะไรมากไม่ได้เนื่องจากกิจการร้านค้ากำลังเกิดปัญหาจึงปล่อยผ่านไปก่อน
ทางด้านตระกูลหลิววันรุ่งขึ้นครอบครัวหลิวออกจากจวนั้แ่เช้าเพื่อเริ่มการฝึก
ต้องบอกก่อนว่าโลกคู่ขนานนี้มี4ดินแดนแต่ละดินแดนมีทรัพยากรแตกต่างกันไปทรัพยากรที่ว่าก็คือป่าในแต่ละดินแดนที่จะมีของวิเศษอยู่ในนั้นแต่ว่าก็ใช่ว่าใครจะเข้าไปหาของวิเศษกันได้ทุกคนเพราะป่าแต่ละที่มีความอันตรายรอบด้านแต่ละดินแดนมีดังนี้
ดินแดนมายา มีป่าหวนกลับ
ดินแดนไร้ลักษณ์ มีป่าแสงจันทร์
ดินแดนอ้างว้าง มีป่ากลืนกิน
ดินแดนเทพารักษ์ มีป่าหมอกพิษ
ดินแดนที่เฟยเซียนอยู่ตอนนี้คือดินแดนไร้ลักษณ์และมีป่าแสงจันทร์อยู่นั้นเอง ทุกคนมุ่งหน้าเข้าไปในป่าชั้นกลางยังไม่เข้าไปชั้นในเพราะตอนนี้ยังไม่พร้อมใช้เวลาครึ่งวันก็เข้ามาถึงป่าชั้นกลางซึ่งตอนนี้เฟยเซียนได้บอกให้เหล่าสัตว์เทพเก็บกลิ่นกันให้หมดเพราะถ้ามีกลิ่นสัตว์เทพ สัตว์อสูรในนี้คงไม่มีตัวไหนกล้าเข้ามาให้ลองฝีมือแน่
พวกเขาทั้งหมดค่อยๆเดินอย่างเงียบเชียบจนเกือบจะไม่ได้ยินลมหายใจจิตสังหารของสิ่งมีชีวิตที่ดุร้ายอบอวลไปทั่ว
บรรยากาศภายในป่าแสงจันทร์ชั้นกลางที่เต็มไปด้วยจิตสังหารของเหล่าอสูร ทุกคนระวังตัวกันมากหลิวเฟยเซียนกวาดสายตาไปรอบด้าน และแล้วเวลาที่ทุกคนรอค่อยก็มาถึงมีสัตว์อสูรขั้นกลาง2ตัวและขั้นสูง1ตัวดาหน้าเข้ามา
ส่วนสัตว์เทพนั้นดีดตัวขึ้นไม่เกาะบนกิ่งไม้นั่งรอชมเป็ที่เรียบร้อยปล่อยให้นายท่านทั้งหลายจัดการกันไป
พลั่ว! ฉึก!
ตู้มมมม!
ปัง ปัง!
เสียงการต่อสู้ของทุกคนดังขึ้นอย่าต่อเนื่องไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงจริงอยู่ที่ทุกคนมีพลังปราณที่สูงแต่ว่าด้านแข็งแกร่งของร่างกายนั้นยังอ่อนหัดนักแต่ละคนจึงรู้สึกตึงมือเป็อย่างมาก
เฟยเซียนฟาดกระบี่ที่แฝงพลังธาตุไฟเข้าใส่สัตว์อสูรขั้นสูงตนหนึ่งจนมันร้องออกมาอย่างเ็ปเสียงคำรามของสัตว์อสูรร้องดังกล้องป่า
ภาพที่เหล่าสัตว์เทพเห็นในตอนนี้เป็ภาพที่น่าหวาดเสียวมากเือาบกันแทบทุกคนเป็การฝึกฝนที่ทรหดอย่างแท้จริง
หลิวเฟยเซียนนั้นเหมือนได้ออกรบเหมือนชาติก่อนทำให้เืในกายพลุ่งพล่านฉูบฉีดขึ้นมาหลิวเฟยเซียนสังหารอย่างโเี้เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและดุดัน วาดกระบี่ฆ่าฟันสัตว์อสูรอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
กระบี่ที่แฝงไปด้วยพลังปราณธาตุตัดผ่าอสูรตัวใหญ่ขาดเป็สองซีกในพริบตา ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าผู้ใช้เชี่ยวชาญขนาดไหนกับการใช้อาวุธ
ทางด้านพี่ชายทั้งสองก็ไม่ได้น้อยหน้าถึงร่างกายจะโชกเืกันมากกว่าแต่ก็จัดการกับสัตว์อสูรขั้นกลางได้สำเร็จ
หลิวฟงฉีและหลิวหวงหลานก็เช่นกันถึงส่วนมากจะเป็หลิวฟงฉีมากกว่าที่เข้าปะทะออกหน้าให้ภรรยาก็เถอะเมื่อร่วมมือกันก็สามารถจัดการได้ไม่ยาก
ครอบครัวหลิวอยู่ฝึกฝนในป่าแสงจันทร์ขั้นกลางฝึกอยู่อย่างนั้นในป่าซ้ำไปซ้ำมาเป็เวลาหนึ่งเดือนจนตอนนี้ทุกคนชำนาญการและคล่องแคล่วว่างไวกว่าแต่ก่อนมากขึ้นไปอีก
ระดับพลังปราณของทุกคนเพิ่มขึ้นอีกขั้นตลอดเวลาหนึ่งเดือนทุกคนในครอบครัวพยายามกันอย่าหนัก กินไม่เคยอิ่มนอนก็ไม่ค่อยหลับต้องระวังตัวตลอดเวลาที่อยู่ในป่า
เหล่าสัตว์เทพนั้นไม่ได้ช่วยอะไรเลยแค่ระวังให้เหล่าเ้านายห่างๆไม่ให้เกิดอันตรายเกินไปเพราะถือเป็การฝึก
และหลิวเฟยเซียนก็ไม่เข้าไปในมิติจิตเลยตลอดในการฝึกฝนครั้งนี้ ตลอดการฝึกเรียกได้ว่าเป็การสังหารแบบเืเจิ่งนองเต็มพื้นป่าขั้นกลางเลยก็ว่าได้ วันนี้เป็วันสุดท้ายที่จะฝึกฝนกันในป่าแสงจันทร์จึงตกลงกันมาจะพักกันในมิติจิตให้สบายกันในคืนนี้เช้าแล้วค่อยเดินทางกลับจวน