“บ้าจริง! จะรีบไปตายที่ไหนยะ”สายน้ำผึ้งสบถเสียงขุ่น สองมือจับพวงมาลัยรถเอาไว้แน่นจนเส้นเอ็นปูดโปนเมื่อเลี้ยวรถเข้าที่จอดซึ่งหมายตาเอาไว้กลับต้องเหยียบเบรกอย่างแรงด้วยมีรถอีกคันพุ่งเสียบเข้ามาแย่งที่อย่างไม่มีมารยาท เธอเลยจำเป็ต้องเลี้ยววนหาที่จอดรถใหม่อีกครั้งกว่าจะได้ก็จวนเจียนเวลานัดหมายเต็มที
สายน้ำผึ้งคว้าแฟ้มเอกสารที่กองสุมไว้หลังรถขึ้นมากอดอกไว้ก่อนล็อกรถจนเรียบร้อยแล้วสาวเท้าวิ่งกระหืดกระหอบเข้าไปในร้านจำหน่ายจิลเวอร์รี่กึ่งบริษัทนำเข้าและส่งออกทางด้านข้างซึ่งใช้สำหรับผู้มาติดต่อเื่อื่นใดที่ไม่ใช่การซื้อเครื่องประดับอย่างรีบเร่ง
“ขอโทษนะคะ ดิฉันมาพบคุณประพันธ์ชลรักษ์ค่ะ”
“คุณประพันธ์ไม่อยู่ค่ะ”
“อ้าว...ก็ไหนท่านนัดดิฉันให้มาพบเองนี่คะ”เอ่ยถามเสียงแหลมเล็ก ด้วยอารมณ์หงุดหงิดที่พุ่งลิ่วขึ้นมาแต่จำต้องข่มกลั้นใจไว้ด้วยถือคติลูกค้าถูกเสมอ
‘บ้าจริง!ไหนว่าเป็นักธุรกิจมือทอง เวลาเป็เงินเป็ทองไง แล้วทำไมถึงได้ผิดนัดอย่างนี้’
“แล้ว...ท่านไปไหนคะจะกลับเมื่อไหร่ ท่านสั่งอะไรไว้ถึงฉันบ้างหรือเปล่าคะ ฉันสายน้ำผึ้ง รงรอง”แม้จะระงับความโกรธเอาไว้อย่างที่สุดแล้ว ทว่าดวงตากลมโตก็ยังเปล่งประกายวาวเจิดจ้าอยู่ดีก็เธอยอมไม่หยุดงานเพื่อมาพบอีกฝ่ายโดยเฉพาะ ทำกับเธออย่างนี้ได้ยังไงไม่ว่างหรือติดธุระอะไรก็โทรบอกกันหน่อยซิ จะได้ไม่เสียเวลาพักผ่อน
“รอสักครู่นะคะ”พนักงานสาวตอบกลับเสียงหวานนุ่มและเย็นใจ ดวงหน้านวลเนียนเรียบยังคงผ่องใสขณะเปิดค้นเอกสารไล่สายตาหาชื่อสายน้ำผึ้งปากอิ่มนุ่มคลี่ยิ้มหวานละมุนส่งยิ้มให้คนอารมณ์ไม่ดี
“ท่านสั่งงานไว้เรียบร้อยแล้วค่ะเชิญคุณน้ำผึ้งทางนี้” เอ่ยบอกเสียงหวานลุกจากเก้าอี้ที่นั่งพาสายน้ำผึ้งเดินผ่านพนักงานสาวอีกสามสี่คนซึ่งนั่งก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างขะมักเขม้นไปที่ประตูกระจกใส“คุณเดินตามเส้นทางนี้ไป สุดปลายทางก็ให้เดินขึ้นบันไดไปชั้นสองห้องแรกห้องประชุมเล็กนะคะ”
สายน้ำผึ้งมองตามร่างโปร่งที่สะบัดหน้าเชิดเดินกลับไปทางเดิมไหล่กว้างเลิกขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่ใส่ใจกับความไม่ชอบใจที่อีกฝ่ายส่งมาให้รีบก้าวเดินฉับๆ ไปตามเส้นทางที่ได้รู้ ทว่า...
“บ้าจริง! ยิ่งรีบก็ยิ่งช้าวันนี้มันวันซวยอะไรของเธอนะ ถึงได้เจอแต่อุปสรรคตลอดเลย”บ่นพึมพำขณะก้มลงเก็บเอกสารที่หลุดร่วงออกจากอ้อมแขนและรีบเดินไปยังห้องประชุมเล็กอย่างเร็ว
“เชิญ” เอ่ยอนุญาตเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูโดยที่ยังก้มหน้ามองดูเอกสารในมืออย่างขะมักเขม้นคิ้วเข้มขมวดมุ่นเข้าหากันมือแกร่งยื่นไปคว้าปากกามากดและทำเครื่องหมายในเอกสารที่เขาเห็นรายละเอียดปลีกย่อยไม่ชัดเจนพร้อมเขียนซ้ำด้วยว่า้าให้เป็ยังไง
“ช่วยล็อกห้องให้ด้วย”เอ่ยสั่งโดยไม่หันไปมองคนที่เข้ามา ด้วยเขา้าความเป็ส่วนตัวไม่อยากให้มีใครเข้ามาขัดจังหวะระหว่างการคุยงาน
“ขอโทษนะคะ ฉันทำให้คุณต้องรอ”เอ่ยปากขอโทษตามมารยาททั้งที่เธอก็ไม่ได้มาสายเพียงแค่จวนเจียนไปเล็กน้อย
“ไม่เป็ไร ยังไม่ถึงเวลานัด”ตอบกลับโดยไม่ยอมเงยหน้าจากเอกสาร มือจดรายละเอียดเพิ่มลงไปในสัญญาอีกเล็กน้อยเพื่อให้อีกฝ่ายได้นำกลับไปอ่านและแก้ไขให้เป็ไปตามความ้าของเขา
‘เสียงนี้!! คุ้นหูจัง’ คิ้วโก่งได้รูปขมวดมุ่นเข้าหากันรีบลดแฟ้มเอกสารในมือที่ทำให้เธอมองคนพูดไม่ชัดเจนลง
ผมสีดำสนิทราวกับนิลหวีจนเรียบแทบไม่มีเส้นใดปลายกระดิกออกมาให้เห็นลำคอแกร่งและแผ่นหลังกว้าง...คุ้นตามาก คิ้วโก่งได้รูปขมวดมุ่นเข้าหากันฟันซี่เล็กขาวสะอาดขบกัดกลีบปากอิ่ม คุ้นอย่างกับเธอเพิ่งเคยเจอคนลักษณะอย่างนี้เมื่อไม่นานนี่เอง
ั์ตากลมใสแจ๋วไล่มองทั่วร่างใหญ่อย่างไม่รักษามารยาทเอาเสียเลยด้วยสมองไพล่คิดถึงคนบางคนที่ด่าว่าเธอเสียๆ หายๆ เมื่อวันก่อน แล้วเดินจากไปอย่างไม่ยอมเคลียร์เื่ราวให้มันจบเฝ้าภาวนาขออย่าให้คนตรงหน้าใช่คนที่เธอคิดอยู่เลยเพราะไม่อยากมีปัญหาต่อปากต่อคำกับลูกค้า อันจะกลายเป็ประวัติด่างพร้อยที่เธอไม่อยากให้มี
“อ้าว...จะยืนค้ำหัวมองอย่างกับไม่เคยเห็นคนอยู่อีกนานไหม” เอ่ยถามด้วยหงุดหงิด งานนี้เขาไม่ได้อยากรับมาทำแต่มันมีเหตุให้ต้องลงมาจัดการเอง
สายน้ำผึ้งถึงกับอ้าปากค้างอย่างกับคนถูกผีหลอกกลางวันแสกๆเมื่อเห็นคู่กรณีชัดเจนเต็มสองตา
“คุณ!! คุณมาทำอะไรที่นี่!!”เอ่ยถามเสียงเข้มออกเค้าดุแข็งอย่างลืมตัวเพลิงอารมณ์เริ่มคุกรุ่นพร้อมควันไฟที่พวยพุ่งขึ้นมาราวกับมีใครเอาถ่านไฟร้อนๆไปโยนใส่ฟางแห้งเมื่อเจอคู่ปรับที่ทำให้เธอแพ้ยับเยินมาแล้วครั้งหนึ่ง
“เผอิญได้ยินข่าวมา...”
กวาดสายตามองไล่ั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าวันนี้ของเธอไม่ต่างจากวันนั้นเลยสักนิดเสื้อเชิ้ตสีน้ำตาลอ่อนสวมทับเสื้อเชิ้ตคอปกสีมะปรางอ่อนปลดกระดุมสองเม็ดบนให้เห็นร่องอกอวบอิ่มรำไร ตัวกระโปรงรัดรูปยาวลงมาปิดแก้มก้นเล็กน้อยตัวชายกระโปรงจับกลีบสั้นๆ รายรอบ อวดลำขาเสลายาวเรียวยามก้าวเดินเรียกทุกสายตาให้ต้องเหลียวมองจนต้องเหลียวหลังได้ชะงัด
“มีผู้หญิงบางคนอารมณ์เปลี่ยวเหงาหนังหน้าหนา ยางอายไม่มีสนุกกับการที่ได้เห็นคนอื่นเป็ทุกข์จากการถูกแย่งของรักของหวงชอบลดแลกแจกให้คนอื่นกินฟรี” รอยยิ้มแต้มบนมุมปากหยักของดวงหน้าเข้มดุไม่สนใจเพลิงโทสะจากสาวร่างโปร่งเพรียวที่แผ่กระจายมา
“ตอนแรกก็คิดว่าคงสวยเลิศเลอสักแค่ไหนถึงทำให้ผู้ชายแก่ๆ บางคนทุรนทุรายร้อนใจด้วยความอยาก...กินของคาวๆแต่เห็นหน้าแล้ว...”
ตอนได้ฟังคนเป็ป้าร้องห่มร้องไห้ฟูมฟายพาลูกพี่ลูกน้องสาวอย่างเนตรนพิศมาปรับทุกข์เื่สามีไปติดพันผู้หญิงคนใหม่จนถึงขั้นเอ่ยปากยกเลิกการไปทัวร์ต่างประเทศจนเขาชักอยากเห็นแม่ผู้หญิงหน้าด้านคนนั้น จะสวยเลิศแจ่มเลิศราวกับนางฟ้านาง์มาจากไหนถึงได้ทำให้ผู้ชายวัยคราวพ่อร้อนรุ่มทุรนทุรายจนแทบเป็บ้า แต่ได้เห็นแล้วศีรษะทุยสะบัดแรงๆ ปากหนาเบะออก...
“ผิดหวังเป็อย่างแรง!!”
แค่ได้เจอคนตรงหน้าอย่างไม่คาดฝันสายน้ำผึ้งก็หน้าหงิกงอบูดบึ้งแล้วได้เจอกับคำพูดและสายตาหยามเหยียดเย้ยหยันยัดเยียดในสิ่งไม่ได้เป็อีกเื่เก่ายังไม่ได้เคลียร์ ก็มีเื่ใหม่มาอีกเพลิงโทสะในกายถึงพุ่งปรี๊ดราวกับน้ำในกาที่ถูกต้มจนเดือดพล่าน ไอสีขาวพวยพุ่งออกทางใบหูซึ่งแดงเถือกราวกับถูกหยิกขยี้อย่างรุนแรง
ปัง!! หญิงสาวทิ้งแฟ้มเอกสารในมืออย่างไม่ยี่หระว่าข้าวของภายในจะร่วงปลิวหล่นออกมาทาบสองฝ่ามือเท้าบนโต๊ะตัวยาว
“หุบปากเน่าๆ ของคุณได้แล้วไอ้...”อุ้ย!! ั์ตากลมโตเบิกกว้าง ยกมือปิดปากตัวเองแทบไม่ทัน เมื่อรู้ว่าทำอะไรลงไปรีบข่มเพลิงโทสะในกายด้วยการท่องคำว่าอดทนเอาไว้ งาน...งาน แต่ก็ยากเหลือเกินเมื่อในใจร้อนรุ่มราวกับถูกไฟเผาอยู่อย่างนี้
แต่...เจอคนเกลียดมาก็เยอะแยะแล้วมีเพิ่มอีกคนก็ไม่เห็นทำให้โลกที่ยืนอยู่เปลี่ยนแปลงไปเลยนี่น่าอีกอย่างเธอก็มีวิธีการรับมือพวกปากไม่มีหูรูดเหล่านี้นี่น่า ไหล่กว้างเลิกขึ้นกลีบปากอิ่มสีชมพูระเรื่อคลี่ยิ้ม ั์ตาใสแจ๋ววาววับ
“คุณนี่นะ” ทรุดตัวลงนั่งแผ่นหลังและลำคอตรงดิ่ง มือเรียวยาวยื่นไปด้านหน้าเล็กน้อยตวัดลำขาเสลาพาดบนขาอีกข้างอวดต้นขากลมกลึงนวลเนียนน่าจับต้องอย่างไม่สนใจสายตาเข้มดุที่มองมาอย่างกล่าวหา
“หน้าตาก็ดีอยู่แต่ทำไมถึงได้หูเบาจังเลย มากล่าวหาคนอื่นลอยไม่มีหลักฐานอย่างนี้ได้ยังไงกันแต่อืม...ฉันจะไปหวังอะไรจากผู้ชายปากเหม็นอย่างกับกินพวกเพ็ดดีกรีเป็อาหารล่ะจริงไหม”
แม้รู้ว่าถูกแขวะกัด ทว่าคนถูกประชดประชันยังตีหน้าเฉยชาไม่สะทกสะท้าน
“เขาบอกว่าไม่มีมูลหมามันก็ไม่เห่าไม่ใช่หรือไงแล้วเธอเองก็ทำให้ใครหลายๆ คิดอย่างนั้น หรือจะเถียงว่าไม่จริง”
เบื่อเหมือนกันที่ถูกตัดสินใจจากภายนอกเพียงแค่ได้เห็นเสื้อผ้าที่ใส่ ทำไมถึงไม่คิดมองให้ลึกถึงจิตใจกันบ้าง สายน้ำผึ้งเกือบเอ่ยปากปฏิเสธไปแล้วว่าไม่จริงทว่ารู้ตัวก่อนว่ากำลังทำอะไรอยู่เลยหยุดปากได้ทัน นิ้วยาวเคาะโต๊ะเบาๆเธอจะไปแก้ตัวให้ไอ้ผู้ชายปากเสียนี่ฟังทำไมกัน พูดไปก็ไม่เชื่ออีกอย่างก็ไม่เห็นเกี่ยวกันสักหน่อย เธออยากทำอะไรก็เื่ของเธอไม่เห็นจะหนักหัวใครนี่น่า
“แล้วไง...ฉันเป็ยังไงมันก็เื่ส่วนตัวของฉันใช่ไหมล่ะก็เหมือนกับที่คุณคิดยังไงมันก็เป็สิทธิ์ของคุณ ฉันไปกำหนดให้คุณคิดดีๆไม่ได้ด้วยซิ”
ช่างซิ เขาจะคิดยังไง สนใจไปก็หนักหัวเธอเปล่าอีกอย่างไม่ได้แบมือขอเงินเขามาซื้อข้าวกินสักหน่อย แต่...เจอคนอื่นไม่ชอบหน้าเธอก็เฉยๆ ไม่อยากสนใจนะ แต่กับผู้ชายตรงหน้ายิ่งแสดงท่าทีหยามเหยียดเกลียดชังมากเท่าไหร่ต่อมความอยากเอาชนะก็กำเริบและเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนระงับเอาไว้ไม่อยู่
เมื่อกี้เขาว่าเธอให้ยั่วยวนให้ท่าผู้ชายแก่ๆจนร้อนรุ่มทุรนทุรายด้วยความอยากได้ใช่ไหม แล้วถ้ากลับกันล่ะ“ความจริงฉันก็เริ่มเบื่อผู้ชายแก่ๆ ไม่ค่อยมีกำลังวังชา ลีลาก็...”ไหล่กว้างเลิกขึ้นเล็กน้อย พร้อมวงหน้าเบะออกอย่างหยามหยัน “ไม่เห็นจะเด็ดดวงถึงพริกถึงขิงฉันไม่เห็นจะสำเริงสำราญแตะวิมานฉิมพลีเลยสักกระติ๊ด”เอ่ยพูดวกวนไปมาพาให้เวียนศีรษะเล่น
“แต่ถ้าเป็คุณ...อืม”ศีรษะทุยเอียงเล็กน้อย ปากอิ่มขยับขยุกขยิกโย้ไปเย้มาซ้ายขวาก่อนร่างอรชรอ้อนแอ้นผุดลุกจากเก้าอี้ที่นั่งเดินเยื้องย่างด้วยมาดนางพญา โบกสะบัดสะโพกโยกย้ายซ้ายขวาอย่างก่อกวนอารมณ์ลึกๆภายในที่เธอค่อนข้างมั่นใจ ผู้ชายมันก็อีหรอบเดียวกันทุกคนนั่นแหละปากแข็งไม่เอาไว้ก่อน แต่ภายในนะ แม่ง...เฮงซวยและชอบเอารัดเอาเปรียบผู้หญิงตลอด
แม้สีหน้าเรียบเฉยไม่ใส่ใจ ทว่าสมองกลับประมวลผลเพื่อไล่ตามความคิดของผู้หญิงตรงหน้าให้ทัน ยิ่งได้เห็นั์ตากลมโตวามวาวคล้ายมีเลศนัยอยู่ก็ยิ่งเชื่อว่าคิดไม่ผิดผู้หญิงหน้าสวยแต่ใจโสมม สิ่งที่คิดและทำอยู่ต้องเป็ไปในทางไม่ดีแน่
คิดแล้วก็เหนื่อยหน่ายใจเขาไม่ได้อยากเอาตัวเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเื่นี้เลยสักนิด แต่ทนเสียงด่าทอแกมบ่นน้อยใจจากคุณป้ารุจาไม่ไหวมันรำคาญชวนปวดหัวด้วย
ไหนจะหลานๆ อีกสองคนที่นั่งหน้าหมองเศร้าไร้สุขเมื่อต้องมาเห็นพ่อกับแม่มีเื่ทะเลาะเบาะแว้งกันไม่เว้นแต่ละวันสาเหตุมาจากผู้หญิงมักมาก เห็นแก่ความสุขของตัวเองจนมองไม่เห็นไม่รู้ว่าสิ่งที่กระทำอยู่นั้นทำให้คนอื่นเขาทุกข์แค่ไหนอย่างนี้เขาเลยต้องพาตัวเองเข้ามายุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงสกปรกโสโครก เธอต้องได้รับบทเรียนอย่างสาสมที่สุด!
กลีบปากอิ่มคลี่ยิ้มเป็แสยะจากตอนแรกคิดแค่ทาบมือบนโต๊ะแล้วโน้มหน้าลงไปคุยกับอีกฝ่ายพอให้เห็นร่องอกอิ่มรำไร แต่...เปลี่ยนใจดีกว่ายั่วยวนแค่นั้นกับผู้ชายปากจัดดูเหมือนมีอคติกับผู้หญิง ติไปหมดอย่างนี้คงต้องทุ่มเยอะกว่าที่เคยเสียหน่อย
มือเรียวดึงเอาเก้าอี้ซึ่งมีคนตัวใหญ่นั่นอยู่โชคดีว่ามีล้อเลื่อนเลยทำให้เธอไม่ต้องออกแรงมากในการขยับให้เขาหันมาประจันหน้าด้วยและทรุดร่างอรชรนุ่มนิ่มหอมละมุนด้วยเครื่องประทินผิวแบบเด็กๆบวกน้ำหอมเล็กน้อยพอเย้ายวนใจคนได้กลิ่นให้ถวิลหา
“คุณว่าฉันหน้าด้าน ชอบให้ฟรี...”ก็คนมันตรง ชอบพูดอะไรตรงๆ นี่น่า อยากมาบ้ากับเธอก่อนทำไมละหน็อย...นัดมาคุยเื่งาน ดันปากเสียหาเื่ด่าว่าเธอซะได้ “สนใจรับของฟรีไปทดลองใช้สักครั้งสองครั้งไหมละคะ”ปลายนิ้วยาวเรียวยกขึ้นไล้บนแก้มหนาแกร่ง
“เดี๋ยวจะหาว่าฉันมีของดี แล้วไม่ยอมบอก”
กลีบปากหนาหยักยกขึ้นเล็กน้อยหลุบสายตาลงมองร่องอกอิ่มสลับมองปากอิ่มสีชมพูระเรื่อยื่นแย้มเชิญชวนให้ลองลิ้มนิ้วยาวลากไล้จากปลายแขนขึ้นไปทีละน้อยจวบจนถึงลาดไหล่กลมกลึง จึงค่อยๆตวัดไกล่เกลี่ยชายเสื้อให้เคลื่อนหลุดออกโดยที่คนบนตักก็ไม่ได้ขัดขืน มิหนำซ้ำยังให้ความร่วมมือเป็อย่างดีจนสาบเสื้อสูทหลุดออกจากบ่า
วงหน้าคร้ามแกร่งโน้มไปคล้ายประทับปากหนาบนซอกคอนวลระหงทว่ากลับหยุดใกล้ใบหูเล็ก “ของฟรีใครก็อยากได้แต่ไอ้ของเน่าเฟะมีหนอนตัวใหญ่ชอนไชบ่อยครั้งนี่ กลัวไม่ทันอ้าปากกินกลิ่นเหม็นเน่าก็แตะจมูก ชวนให้คลื่นไส้อาเจียนเสียก่อนแล้ว”วางมือบนไหล่กว้างผลักร่างเพรียวนุ่มนิ่มออกจากตักอย่างรังเกียจและสะอิดสะเอียน
เหมือนถูกตีแสกหน้า เคยมีแต่คนรุมล้อมหน้าล้อมหลังคอยถามไถ่เอาใจแต่ผู้ชายตรงหน้ากลับทำราวกับว่าเธอเป็หนอนที่ชอนไชบนซากสัตว์ที่ตายแล้วสายน้ำผึ้งกำหมัดจนปลายเล็บแหลมคมทิ่มแทงไปบนเนื้อนิ่มๆประกายในดวงตากระจ่างวาบด้วยเพลิงโทสะที่ห่อหุ้มจนร้อนราวไปนั่งอยู่กลางกองไฟแต่ดวงหน้านวลผ่องก็สดชื่นแจ่มใส กลีบปากอิ่มสีชมพูระเรื่อยังคลี่ยิ้มอยู่ราวไม่สะทกสะท้านกับคำพูดที่ต่อว่ามา
“อุ้ย!! คุณนี่ปากหมา...เฮ้ย!ไม่ใช่ๆ ปากหวานจริงๆ ยังไม่ทันได้ชิมเลย มาพูดอย่างนี้ได้ยังไงละคะคุณขาใครจะไปรู้ล่ะ เกิดคุณได้...” ยกนิ้วยาวเรียวทาบบนปากอิ่มนุ่ม
“จูบฉันแล้วอาจเปลี่ยนใจ รีบจับมัดพาขึ้นเตียงก็ได้ไม่มีใครรู้อนาคตนี่น่า จริงไหม” อยากรู้นัก จะทนเธอยั่วยวนได้สักกี่น้ำแต่เชอะ...ผู้ชายปากเสียอย่างนี้ เธอไม่ยอมพลาดท่าเสียทีให้แอ้มฟรีๆ หรอกยะหนังหน้าเธอยังไม่หนาและด้านพอ
ปากหนาคลี่ยิ้ม มีความมั่นใจในตัวเองนะดีแต่มากมายเกินอย่างนี้มันน่าสมเพช ยิ่งเกี่ยวกับเสนอตัวให้ผู้ชายนี่...ติดน่ารังเกียจและชวนสะอิดสะเอียนเชียวล่ะอีกอย่างถ้าเป็คนอื่นเขาอาจเปลี่ยนใจลิ้มลองดูมีดีแค่ไหนถึงได้ทำให้ผู้ชายคนหนึ่งถึงกับแทบเป็บ้าแต่กับผู้หญิงตรงหน้านี่...เขาว่า ได้ไม่คุ้มเสีย
“ไม่ล่ะ ฉันไม่อยากถูกหนอนเกาะและชอนไชไปในร่าง”
“แหม...เสียดายจัง”ยิ้มทั้งที่หัวใจเจ็บจี๊ดและใบหน้าถึงกับชาไปเป็แถบๆ กับคำด่าเนิบนาบเยือกเย็นจากชายหนุ่มไม่รู้จักมักจี่กันมาก่อนไหล่กว้างเลิกขึ้นอย่างไม่แคร์ หนังตาอ่อนๆหลุบลงปกปิดดวงตาที่ฉายความเ็ปและหนังหน้าที่มันชา ก็เคยถูกสับเละแทบเป็เลาะหน้าอย่างนี้เสียที่ไหนกันละ
“คิดว่าจะได้เก็บผู้ชายลงสต๊อกอีกสักคนเป็แบบนี้เห็นทีต้องกลับไปหาของเก่า ทุ่มหนักอย่างเดิมอีกแล้ว อ่า...เสียดายจัง”สายน้ำผึ้งทาบมือบนไหล่กว้าง ดันร่างหนาให้ถอยห่าง พร้อมลุกขึ้นยืนทว่ารวดเร็วอย่างที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัวเลยด้วยซ้ำแขนแกร่งก็สอดเข้ามารัดรอบเอวคอดกิ่ว
“ในเมื่อเธออยากลอง เดี๋ยวฉันจัดให้แต่...ไม่ถึงใจหรือเกินเลยไปก็อย่าว่ากันนะ”
สายน้ำผึ้งได้แต่อ้าปากค้าง ั์ตาเบิกกว้างไหนว่าไม่สนใจและรังเกียจเธอไง แล้วมาทำอย่างนี้กับเธอได้ยังไง อารามใไม่ทันได้ระวังตัวเปิดโอกาสให้คนตัวใหญ่ดึงเอาชายเสื้อเชิ้ตออกจากกระโปรงพร้อมนิ้วสะกิดกระดุมหลุดออกจากรัง
กว่าสายน้ำผึ้งจะดึงสติกลับมาได้ก็เมื่อเสื้อเชิ้ตร่วงหล่นออกจากกายและสายตาเข้มดุที่กวาดมองไปทั่วก่อนแบะปากบอกถึงความผิดหวังหึหึ...คิดว่าตัวเองจะได้เห็นเนื้อนวลเนียนของเธอใช่ไหมกลีบปากอิ่มคลี่ยิ้มอย่างสะใจ เมื่ออีกฝ่ายไม่ได้อย่าง้าด้วยเมื่อสวมใส่ชุดทำงานค่อนข้างสั้นรัดรูปเธอชอบใส่สลิปป้องกันตัวเองไว้อีกชั้นหนึ่ง
“แหม...เป็ประเภทอยากให้แปลกใจก็ไม่บอกอยากได้แบบไหนละคะ ฉันพร้อมจัดให้นะเออ แต่ว่า...”ไม่ใช่ไม่อายกับการเกือบเปลือยต่อหน้าผู้ชาย! แต่...ใครจะยอมให้เล่นงานอยู่ฝ่ายเดียวเล่ามันต้องเล่นกลับซิ นิ้วยาวเรียวยกขึ้นลากไล้บนสันแก้มบึกบึน
“อยากได้...ก็ต้องแลกกันฉันไม่ยินดีให้ฟรีๆ อย่างที่คุณกล่าวหาหรอกนะ”
“ถ้าฉันจะเอาฟรีๆ โดยไม่แลก”นอกจากรูปร่างอ้อนแอ้นอรชร ทรวงอกอวบอิ่มกลมกลึง รับกับเอวเล็กคอดและลำขาเสลายาวเรียวแล้วก็ยังมีถ้อยวาจาหวานนุ่มและลูกล่อลูกชนแพรวพราว รู้จักหลบหลีกอย่างนี้จะไม่ให้ผู้ชายโง่ๆ หลงติดกับและหลงเธอจนโงหัวไม่ขึ้นได้ยังไงกันเล่า
“งั้นคุณก็คงต้องเสี่ยงกันหน่อยล่ะคุ้มหรือเปล่ากับการต้องไปขึ้นโรงขึ้นศาล ข้อหาทำอนาจารลวนลามผู้หญิง”
“กับผู้หญิงอย่างเธอนี่นะ...คงไม่มีใครเชื่อหรอกแต่งตัวยั่วฉันจนเกือบอนาจารอยู่แล้ว ใส่อย่างนี้...”ตวัดสายตาไล่มองตามเรือนกายอรชรน่าัั
“ไม่ใส่ดีกว่ามั้งแล้วอีกอย่างที่นี่มันที่ไหน...จำได้ไหมล่ะเธอต้องมาพบเพื่ออ้อนวอนขอให้ฉันเซ็นเอกสารให้ แต่เผอิญฉันไม่ยอมเซ็นเอกสารที่มีข้อผิดพลาดผลประโยชน์ที่ได้รับก็น้อย เธอเลยต้องหาข้ออ้างข่มขู่บีบบังคับให้เซ็นด้วยการยอมเปลื้องเนื้อตัวเอง”
เออ...ลืมไปว่าเธออยู่ในถิ่นเขาฟันขาวขบกัดกลีบปากอิ่ม “แล้วคุณผู้ชายหูเบา้าอะไร...คะ”ทิ้งคำลงท้ายด้วยให้อ่อนลงเล็กน้อย คนเราต้องหัดฉลาด ก็เพลี่ยงพล้ำอยู่ไม่ควรดึงดันถามหาชัยชนะที่เส้นทางมีแค่น้อยนิด
“เลิกยุ่งเกี่ยวกับคุณประพันธ์ซะแล้วฉันจะเซ็นสัญญาให้และไม่ยุ่งเกี่ยวกับเธอแต่ถ้าไม่...ฉันไม่รับประกันว่านับจากนี้เธอจะโดนอะไรบ้าง”ไม่ได้อยากรังแกผู้หญิง...แต่บางคนสมควรโดนสั่งสอน!
“ยุ่งเกี่ยวที่คุณว่านี่ เป็ยังไงแบบไหน” ไม่ได้ฉลาดไปซะทุกเื่หรอกนะ บางเื่ก็โง่เง่าเต่าตุ่นเชียวล่ะแล้วอีกอย่าง เธอเพิ่งได้นัดเจอกับนายประพันธ์นี่ครั้งแรกด้วย แล้วมาเจอกับการยัดเยียดข้อกล่าวหาที่ห่วยแตกเธอยังจับต้นชนปลายไม่ถูก แบบนี้ก็...มึนงงซิคุณ!
“ต้องให้ฉันสาธยายให้ฟังด้วยหรือแม่คุณไปทำระยำตำบอนอะไรไว้น่ะ”
“อืม...มั้ง แต่ก่อนอื่นช่วยบอกอะไรฉันสักอย่างสองอย่างก่อนได้ไหม คุณเป็ใครเกี่ยวข้องอะไรกับคุณประพันธ์ และคุณ...คุยกันตั้งนานสองนานยังไม่แนะนำตัวให้ฉันรู้จักเลยนะ” ความจริงก็รู้ชื่ออีกฝ่ายแล้วนะจากเฌอเอมถึงจำได้แต่ก็ไม่อยากเอ่ยทักเขาด้วยชื่อที่รู้จากปากคนอื่นแบบว่า...กลัวเขาตอกใส่หน้า ‘ผมไม่ยินดีที่ได้รู้จักคุณ’อย่างนี้ก็แย่น่ะซิ ไม่อยากหน้าแตกซ้ำสองซ้ำสาม