“ยอมบยองฮัน...ไม่ได้ยินชื่อนี้มานานแล้ว”
เกือบสิบปีได้ไหมนะ
พอได้เริ่มเรียนเป็โปรกอล์ฟอย่างจริงจัง ผมก็เปลี่ยนชื่อเป็ยอมซอกฮุน
“คุณเป็ใครครับ”
“โฮ่ ๆ จำฉันไม่ได้เหรอคะ”
เรารู้จักกันหรอกเหรอ
ผมนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก แต่งหน้าจัด ใส่เสื้อเชิ้ตมีประกายและสวมกระโปรงสั้นเหนือเข่าถ้าน่าจดจำขนาดนี้ก็ไม่น่าจะลืม
“เดี๋ยวก่อนนะ หรือว่า...”
ผมมองเธอให้ชัด ๆ อีกที ถึงขั้นรู้ชื่อเก่าของผมได้
“พี่มียอน...?”
เธอแต่งหน้าจัดจนเหมือนปลอมตัวมา แต่ก็พอจะมองเห็นภาพของชเวมียอนที่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าบ้านรอยยิ้มในตอนนั้นได้เธอยิ้มออกมา
“จำได้แล้วเหรอ บยองฮันของพวกเรา ยังฉลาดเหมือนเดิมเลยนะ ฮิฮิ”
“รู้จักที่นี่ได้ยังไงครับ”
“เสียใจนะเนี่ย ไม่ได้เจอกันตั้งสิบห้าปี ถึงจะไม่ดีใจที่เจอ แต่จำเป็ต้องมองกันด้วยสายตาแบบนั้นเลยหรือไง”
ชเวมียอนทำหน้าตาบอกบุญไม่รับ แต่ก็เห็นตายิ้มอันเป็เอกลักษณ์ของเธอ เวลาเปลี่ยนคนเปลี่ยนสินะ
“สิบห้าปี จู่ ๆ ก็โผล่มา มันไม่แปลกไปหน่อยเหรอครับ”
“ก็นะ จะว่ายังงั้นก็ได้”
“รู้ได้ยังไงครับว่าผมอยู่ที่นี่”
“ทำไม คิดว่าย้ายบ้านบ่อยแล้วจะไม่มีใครรู้เหรอ”
“นี่ตามสืบผมเหรอครับ...”
“ฉันไปจ้างนักสืบมา”
“นักสืบ?”
ผมรู้สึกอารมณ์ไม่ดี
ถึงจะเปลี่ยนชื่อแล้ว แต่ยังไม่ได้เปลี่ยนข้อมูลตัวตนเลย ถ้าเป็ชเวมียอนแค่ไปติดต่อที่ศูนย์รับเลี้ยงเด็กที่ผมเคยอยู่ก็ได้ข้อมูลมาแล้วแต่มาบอกว่าจ้างนักสืบ มันก็น่าสงสัยอยู่
“ฉันไม่ได้ตามหาแค่นายนี่ ไม่มีเวลาแล้ว”
เธอทำหน้าเหมือนมีเื่ลำบากใจ แต่ท่าทีของเธอก็ยังคงดูปกติเหมือนไม่มีเื่อะไรเกิดขึ้น แต่ผมไม่เชื่อหรอกนะ ว่ามันจะไม่มีเื่อะไร พวกเด็กที่ออกมาจากบ้านรอยยิ้มคุ้นเคยกับการยิ้มแบบเสแสร้ง แม้จะโดนทารุณ แต่ก็ต้องเก็บสีหน้าให้ได้นั่นคือพวกเรา
“เข้าไปคุยกันก่อนเถอะครับ”
ผมกดรหัสและประตูก็เปิดออก
“เอางั้นเหรอ”
เธอเข้ามาในห้องอย่างไม่รู้สึกเขินอาย และมองสำรวจภายในบ้าน
“นี่บ้านอะไรเนี่ย จะย้ายอีกแล้วเหรอ ทำไมไม่มีของอะไรเลย”
“ปกติก็อยู่แบบนี้แหละครับ เอาไว้นอนอย่างเดียว จะต้องมีอะไรอีกล่ะครับ”
ผมชี้ไปที่โต๊ะทานข้าวแล้วพูดต่อ
“มานั่งตรงนี้สิครับ”
“ไม่มีอะไรให้ดื่มเลยเหรอ”
“ดื่มอันที่วางอยู่ตรงนั้นได้ครับ”
น้ำ 500 มิลลิลิตร ห้าขวดวางอยู่บนโต๊ะทานข้าว นอกจากสิ่งนั้นก็ไม่มีอะไรที่กินได้เลย
“เคว้งคว้างมาก เคว้งไม่ไหว ได้ข่าวว่าเป็โปรกอล์ฟ แต่ไหงมาใช้ชีวิตงี้เนี่ย”
เธอหยิบขวดน้ำขึ้นมาถือ แล้ววางมันกลับไปที่เดิม
“พูดเื่ที่ค้างไว้ต่อสิครับ ไม่ได้ตามหาผมแค่คนเดียวหมายความว่ายังไงครับ”
“ตามนั้นแหละ ก็ไปจ้างนักสืบให้เขาช่วยตามหาเด็กจากบ้านรอยยิ้มส่วนใหญ่ก็หาเด็กที่ชีวิตไปได้ดี หนึ่งในนั้นก็คือนาย”
“ทำไมครับ”
“้าเงินน่ะสิ ฉันไม่มีใครให้พึ่งนอกจากพวกเด็ก ๆ บ้านรอยยิ้มหรอกนะ”
ไม่น่าเป็ไปได้ ้าเงินเลยมาหาเด็ก ๆ บ้านรอยยิ้มน่ะเหรอ
“กู้เงินมาเหรอครับ”
“ไม่ใช่แบบนั้นซะหน่อย”
“ถึงจะใช่หรือไม่ใช่ ผมไม่ให้ยืมเงินหรอกนะครับ รู้ไว้ด้วย”
“เ็าจังน้าบยองฮัน ยังไม่ทันจะฟังพี่เลย”
สีหน้าของชเวมียอนไม่ได้มีคำว่าน้อยใจอยู่บนใบหน้าเลยแม้แต่น้อย ราวกับเดาได้อยู่แล้วว่าผมจะต้องตอบแบบนี้
“ไหนบอกว่าสืบประวัติเพราะเื่เงินไงครับแล้วคาดหวังกับคำตอบแบบไหนอยู่ครับ”
“จะบอกความจริงแล้วเนี่ย เื่เงินเื่ทองยังไงก็ต้องพูดความจริงนี่นา”
“พูดมาเลยครับ เหมือนยังบอกผมไม่หมดเลยนะครับ”
“โฮ่ ๆ เซนส์ดีเหมือนกันนะเรา”
เธออมยิ้มและควงแขนผม ถึงจะเริ่มพูดได้
“จำพี่ซอลอาได้ใช่ไหม”
“ครับ”
จะจำไม่ได้ได้ยังไง
“ความจริงแล้วที่้าเงิน ก็เพราะพี่ซอลอาเนี่ยแหละ”
“พี่เขา ทำไมเหรอครับ”
“พี่ซอลอา เขาได้งานมาน่ะ”
“......!”
คำว่า ได้งาน นี่มันให้ความรู้สึกแปลก ๆ
เหมือนจะเจอเื่ไม่ดี
“ฉันเองก็เพิ่งรู้มาเหมือนกัน”
ชเวมียอนบอกว่าเธอทำงานที่สถานบันเทิง ดูจากการแต่งตัวของเธอก็สามารถรู้ได้และมีโอกาสได้บังเอิญเจอกับฮันซอลอาที่ทำงาน
“ฉันไปถามพวกพี่ที่คอยดูแลงานทางฝั่งฉันมาเห็นว่าพี่ซอลอาเขาไปกู้เงินนอกระบบมาเลยโดนลากให้ไปขายตัว พูดให้เข้าใจง่าย ๆก็คือหลังจากที่พี่เขาออกมาจากคุกก็ไปกู้เงินมาแล้วโดนหลอกให้ทำงานใช้หนี้”
“......”
“พอไปสืบมา ฉันก็เพิ่งรู้ว่าพี่ซอลอาทำงานให้คิมชอนซู ลูกไอ้เวรนั่น”
“คิมชอนซูก็...”
“อืม ลูกชายของผู้อำนวยการคิม”
แก้แค้นแทนพ่ออยู่สินะ
“ถ้าเป็คิมชอนซู ก็คงนิสัยแบบนั้น”
เขาถอดแบบจากพ่อ แถมยังอำมหิตไม่น้อยหน้าผู้อำนวยการเลย ถึงจะไม่ได้รู้จักกันในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าบ้านรอยยิ้มแต่ทุกสุดสัปดาห์เวลาที่เขามา เด็ก ๆ ก็ต้องใช้ชีวิตไม่ต่างกับทาส
“สรุปก็คือ พี่ซอลอาเข้าไปทำงานแบบนั้นก็เลยอยากจะขอความช่วยเหลือจากพวกเด็ก ๆ บ้านรอยยิ้มสินะครับ”
“ใช่ ถ้าตอนนั้นพี่ซอลอาไม่ได้ฆ่าผู้อำนวยการพวกเราก็คงไม่ได้หลุดพ้นออกมาจากที่นั่นหรอก”
พอได้ออกมาจากบ้านรอยยิ้ม ก็คงจะต้องมีเื่นั้นที่ติดอยู่ในใจ รู้สึกติดค้างบุญคุณ
หากตอนนั้นเธอไม่ได้โอบกอดพวกเราไว้ พวกเราคงต้องทนทุกข์ทรมานจากการโดนผู้อำนวยการทำร้ายอย่างที่ชเวมียอนพูด พอมันตาย นรกของพวกเราก็ถือว่าจบลงไปด้วย ชเวมียอน้าเงินเพื่ออยากจะตอบแทนบุญนั้น
“แล้ว้าเท่าไหร่ครับ”
“สองพันล้านวอน”
“สองพันล้าน?!”
“ตอนนี้มันคิดดอกเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเงินค่าตัวพี่เขามันไม่พอต่อไปก็คงเพิ่มขึ้นอีก”
จะไปพอได้ยังไง
ดอกเบี้ยเยอะกว่าเงินต้นตั้ง 4 เท่า นี่มันยิ่งกว่าหนี้ท่วมหัว เป็หนี้ท่วมูเาแล้ว
“หาได้เท่าไหร่แล้วครับ”
“สี่ร้อยล้าน”
หาเงินสดได้ตั้งสี่ร้อยล้าน ได้มากกว่าที่คิดอีก
“เด็กที่มีชีวิตดี ดูเหมือนจะมีเยอะเลยนะครับ”
“ไม่อะ มีแค่นายกับ มินซอง นอกนั้นก็ชีวิตพอ ๆ กันหมด”
“มินซอง... จอนมินซอง? พี่มินซองเหรอครับ”
“อือ อย่าใไปนะ ตอนนี้มินซองเป็อัยการล่ะ”
จอนมินซอง เป็พี่ชายที่อายุมากกว่าผมห้าปี คนที่ซื่อบื้อเหมือนควายกลายมาเป็อัยการเนี่ยนะจำได้แค่พี่เขาเป็คนทึ่ม ไม่มีเซนส์อะไรเลย ดูไม่ค่อยเหมาะเลยแฮะ
“แต่ว่าถึงจะเป็อัยการ มีเงินสดถึงสี่ร้อยล้านเลยเหรอครับ ดูจากอายุพี่เขาแล้วเพิ่งเป็อัยการได้ไม่กี่ปีเองนะ”
“ฉันยังไม่ได้ไปเจอมินซองหรอก อย่างที่นายบอกนั่นแหละอัยการธรรมดาจะไปมีเงินอะไร”
“แล้วสี่ร้อยล้านนั่น...”
“เงินฉันเองจ้า เก็บหอมรอมริบมาตั้ง 8 ปี ปีหน้าก็ว่าจะลาออกแล้วมาเปิดร้านเล็กๆ ทำมาหากิน แต่ทำไงได้ ต้องเอามาช่วยพี่ซอลอาก่อนสิ”
ความระแวงในตอนแรกค่อย ๆ จางหายไป ถึงเวลาจะผ่านไปขนาดไหนดูเหมือนว่ายังมีส่วนที่ยังไม่เปลี่ยนไป
“แล้วนายมีเท่าไหร่ล่ะ เป็ถึงโปรกอล์ฟ สักหนึ่งพันหกร้อยล้าน...เกินไปไหม”
ดูจากการที่กังวลเื่เงิน คงรู้สินะว่าผมอยู่ระดับไหนในวงการโปรกอล์ฟเื่เงินมันเล็กน้อย เตรียมให้ได้อยู่แล้ว แต่เงินไม่ใช่เื่สำคัญในตอนนี้
“คิดว่าเอาเงินไปให้เขาสองพันล้านวอนแล้วจะปล่อยพี่ซอลอาอย่างนั้นเหรอครับ”
“อันนั้นเชื่อได้อยู่นะ ถึงจะอยู่ใต้ดินทำธุรกิจการเงินแต่ถ้าไม่มีความน่าเชื่อถือก็คงอยู่ไม่ได้หรอก”
“ความน่าเชื่อถือของธุรกิจก็ส่วนนึง แล้วคิมชอนซูล่ะครับ พี่ติดต่อกับเขาแบบนี้มันจะไม่เป็อะไรจริง ๆ เหรอ”
ไม่สิ
แม้จะมีธุรกิจทางการเงิน แต่ก็เป็องค์กรที่ทำสิ่งผิดกฎหมายอยู่ดี หากว่าได้ผลประโยชน์หรือถือผลประโยชน์ร่วมกัน ก็คงไม่สนใจเื่ความน่าเชื่อถืออะไรนั่นอยู่แล้ว
“ถ้าให้มินซองออกตัวล่ะเป็ไง อัยการก็น่าจะมีจุดยืนในสังคมอยู่นะคิมชอนซูไอ้เวรนั่นคงไปไม่เป็บ้างแหละ”
“ก็ไม่แย่นะครับแต่ถ้าลองคิดถึงนิสัยเดิมของพี่มินซองก็อาจจะเกิดปัญหาได้ครับ หากว่าเขาใช้อำนาจรัฐแต่ไม่มีเครดิตทางการเงินไม่มีความน่าเชื่อถือ จะทำยังไงล่ะครับ”
หากเป็เช่นนี้ ฮันซอลอาอาจจะตกอยู่ในอันตรายได้ เพราะกำปั้นอยู่ใกล้กว่ากฏหมาย
“มันก็ใช่...”
“พี่ลองไปเจอพี่มินซองดูก่อนครับ ว่ายังเหมือนเมื่อก่อนไหมเขาเต็มใจช่วยพี่ซอลอาหรือเปล่า”
“ได้เลย”
จอนมินซองสามารถช่วยได้หลายอย่าง ไม่ใช่แค่เื่นี้ การมีอัยการอยู่ใกล้ๆ ก็ไม่ใช่เื่แย่
“คิมชอนซู มันทำอะไรอยู่ที่ไหนเหรอครับ”
“เปิดผับที่คังนัม กับบริหารธุรกิจสองสามที่”
“ที่คังนัมเหรอครับ”
เท่าที่ผมจำได้ ครอบครัวนั้นไม่ได้รวยขนาดนั้นสักหน่อย
“ได้ยินมาว่า ที่ที่เคยเป็บ้านเด็กกำพร้าบ้านรอยยิ้มอยู่ในเขตพื้นที่พัฒนาพอบ้านเด็กกำพร้าปิด ราคาที่ดินก็แพงขึ้น คงขายเอาเงินมาหมดนั่นแหละ”
“......”
เด็กในบ้านเด็กกำพร้าทุกคนใช้ชีวิตอย่างยากลำบากแต่มันกลับโชคดีแบบนั้นเนี่ยนะ
ทำไมมีแต่คนชั่ว ๆ ที่หาเงินได้
เฮงซวย
“อยู่ตรงไหนบ้าง จดให้หน่อยครับ”
“จะไปเหรอ”
“ครับ”
“อย่าเลย ที่จริงแล้วหมอนั่น มันเป็ผู้บริหารระดับสูงของแก๊งัดำ ที่อยู่ในสามอันดับต้นของประเทศเราถ้าไปยุ่งเป็เื่แน่”
ว่าแล้ว เป็มาเฟียนี่เอง เห็นภาพเมื่อก่อนก็ไม่แปลกใจเลย
“อย่าห่วงเลยครับ ผมแค่จะไปดูเฉย ๆ ว่ามันใช้ชีวิตยังไง”
ถ้าไม่มีโอกาสให้ฆ่าก็คงได้แค่ไปดู กลับกันถ้ามีโอกาสขึ้นมาก็จะไม่ปล่อยให้หลุดมือ
“พี่ซอลอา เขาทำงานที่ที่มันดูแลอยู่เหรอครับ”
“จะไปดูพี่ซอลอาด้วยเหรอ”
ใช่น่ะสิ
ไม่ว่าเื่อะไร ก็ต้องไปเช็กให้เห็นด้วยตาตัวเอง
“ครับ”
โกลด์บาร์
คลับเลานจ์ที่ตั้งอยู่ในคังนัม เป็หนึ่งในสถานที่ที่ชเวมียอนให้มา ตามที่เธอบอกที่นี่เป็ที่ที่คิมชอนซูโผล่มาบ่อยที่สุดและพี่ซอลอาทำงานอยู่ด้วย
-ตื๊ด ตื๊ด
ผมดูประตูทางเข้าจากที่ไกล ๆ ระหว่างที่รอก็ได้ยินเสียงสั่นดังขึ้น หยิบมือถือออกจากกระเป๋าเสื้อเช็กดูผู้ที่ส่งมา คือ เถ้าแก่พัค ดูท่าทางว่าจะไปสืบเื่ที่ขอได้แล้ว
“โปรยอม ฉันเองนะ”
“ครับ เถ้าแก่พัค”
“คุยได้ไหม”
“ครับ ได้ครับ พูดเลยครับ”
“ฉันนึกว่าโปรยอมจะไม่สนใจผู้หญิงแล้วนะเนี่ยที่ไหนได้อยากได้ของเด็ดนี่เอง เด็กที่โกลด์บาร์เด็ดใช้ได้เลยสินะ”
เฮอะ พูดอะไรไร้สาระ
พวกเ้าของธุรกิจเป็แบบนี้กันหมดเลยรึไง
“ไม่ได้ติดต่อมาหาผม เพราะเื่ที่ไปสืบเหรอครับ”
“ฮ่า ๆ ใช่แล้ว เขินเหรอ โอเค ๆ กว่าจะสืบได้มันลำบากมาก ฉันเลยแค่อยากแซวเล่นน่ะเข้าเื่กันดีกว่า...”
เถ้าแก่พัค พูดจาติดขัดในทันที
“มาเรีย หรือชื่อจริงคือ ฮันซอลอา ทำงานให้กับไมดัส พวกปล่อยเงินกู้ ที่น่าแปลกก็คือเธอมีหนี้เยอะมากถ้าหักลบกับเงินที่ได้จากการขายตัวแล้วก็มันควรต้องเหลือเงินบ้าง พวกสาว ๆ ที่ทำงานที่โกลด์บาร์ต่างจากที่อื่นไม่ได้ไปทำเพราะถูกบังคับ แต่ส่วนใหญ่เต็มใจไปเพราะอยากหาเงินเลยต้องขายตัวเนี่ยแหละ บางที...”
“บางทีอะไรเหรอครับ”
“บางทีเธออาจจะขายตัวเล่น ๆ เอาสนุกก็ได้หรือไม่ก็ทางไมดัสไม่ได้คิดจะปล่อยเธอไปแต่แรกอยู่แล้ว”
“แล้วเถ้าแก่พัค คิดว่ายังไงครับ”
“โปรยอม จะแย่งผู้หญิงคนนั้นมาเหรอ”
“......”
ผมหยิบบุหรี่ออกมาจุดไฟโดยไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ถึงจะไม่พูดคนอย่างเถ้าแก่พัคก็น่าจะรู้ได้
“อย่างนี้นี่เอง”
เขาหยุดพูดไปชั่วครู่ ฟังจากเสียงปลายสายแล้วคงจุดบุหรี่สูบเหมือนกันกับผม
“โปรยอม ชอบผู้หญิงคนนั้นเหรอ”
“ทำไมจู่ ๆ ถึงถามแบบนี้ล่ะครับ”
“ฉันเองก็พอมีเส้นสายอยู่ในวงการนั้น มันก็ถูกใจ ชอบพอกันได้แต่กับผู้หญิงอย่างมาเรียน่ะ จากที่ฉันเห็นไม่ใช่แค่เื่เงินหรอกนะ”
“......”
“เื้ัเ้าของโกลด์บาร์กับไมดัส มีแก๊งัดำที่คุมคังนัมอยู่ผู้หญิงคนนั้นมีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกับพวกแก๊งัดำ ชีวิตของเธอน่าจะจบเร็ว ๆนี้ล่ะ”
“เราตรวจสอบไปถึงเื่นั้นไม่ได้เหรอครับ”
“ก็ไม่ได้น่ะสิ ถ้าไปตรวจสอบแก๊งัดำ ฉันได้ตายแน่”
“โอเคครับ ขอบคุณที่ไปสืบมาให้นะครับ เถ้าแก่พัค”
“ไว้มาออกรอบกันสักทีแทนคำขอบคุณแล้วกันนะ”
“ครับ ได้เลยครับ”
“โอเค สัญญาแล้วนะ!”
“ครับ วางแล้วนะครับ”
หลังจากวางสายไป ผมคาบบุหรี่และมองไปที่ประตูทางเข้าของโกลด์บาร์
“เข้าไปดีไหมนะ”
ถ้าตั้งใจจะจับเสือ ก็ต้องเข้าถ้ำเสือสิ