
ยามเหม่า (๐๕.๐๐ - ๐๗.๐๐ น.)
รุ่งอรุณแห่งเฉวียนโจวมาเยือนพร้อมกับกลิ่นไอเค็มของทะเลและเสียงระฆังท่าเรือที่แว่วมาตามสายลม
ณ ชั้นบนสุดของ "โรงเตี๊ยมสกุลจิน" ที่ได้รับการบูรณะใหม่จนหรูหราผิดหูผิดตา พื้นไม้สักถูกขัดจนเงาวับ ปูทับด้วยพรมขนสัตว์ราคาแพง เครื่องเรือนทุกชิ้นทำจากไม้พะยูงแกะสลัก แสดงถึงฐานะอันมั่งคั่งของเ้าของ
เฉินมู่ ในชุดนอนผ้าไหมสีขาวบางเบา นั่งจิบชาอยู่ที่โต๊ะทำงาน ริมระเบียงที่เปิดรับลมทะเล เส้นผมสีดำขลับปล่อยสยายลงมาปรกใบหน้าขาวซีด ดูเ้าสำราญและผ่อนคลายต่างจากภาพลักษณ์พ่อค้าหน้าเืในยามกลางวัน
ทว่า... ความสงบยามเช้าก็ถูกทำลายลง
"ข้าไม่ใส่! มันคัน!"
เสียงโวยวายด้วยภาษาจีนกระท่อนกระแท่นดังมาจากห้องแต่งตัว ตามมาด้วยเสียงฉีกขาดของผ้า แคว่ก!
จางเหว่ย เดินหน้านิ่วคิ้วขมวดออกมา พร้อมกับซากเศษผ้าในมือ
"นายน้อย... แม่เสือของท่านอาละวาดอีกแล้ว นางฉีกชุดสาวใช้ไปสามชุดแล้วนะขอรับ"
เฉินมู่เลิกคิ้ว วางถ้วยชาลง "นางเป็อะไร?"
"นางบอกว่า... มันรัดหน้าอก หายใจไม่ออก" จางเหว่ยตอบหน้าตาย สายตาเหลือบมองไปทางประตูห้องแต่งตัว "และนางบอกว่ากางเกงขายาวมันเกะกะเวลาเตะคน"
ยังไม่ทันขาดคำ ร่างของ ยาสะ ก็เดินกระแทกเท้าออกมา
ภาพที่เห็นทำเอาเฉินมู่ต้องยกพัดขึ้นมาปิดปากเพื่อซ่อนรอยยิ้ม
ยาสะสวมชุดผู้ติดตามชายสีน้ำเงินเข้ม (แบบเดียวกับที่จางเหว่ยใส่) แต่ด้วยสรีระที่ "เกินมาตรฐาน" ของนาง ทำให้นางต้องดัดแปลงมันในแบบฉบับของชาวทะเลทราย
แขนเสื้อถูกฉีกทิ้งจนกุด เผยให้เห็นต้นแขนกลมกลึงและวงแขนเนียนเรียบไร้ขน (ตามที่จางเหว่ยเคยวิจารณ์) สาบเสื้อด้านหน้าแหวกกว้างลึกจนเกือบถึงสะดือ โชว์เนินอกสีน้ำผึ้งอวบอัดที่เบียดชิดกันแน่นขนัดเป็ร่องลึก ยอดอกดันเนื้อผ้าขึ้นมาเป็ทรงสวยโดยไม่ต้องรัดผ้าแถบ
ส่วนกางเกงขายาวถูกนางใช้มีดตัดจนสั้นเหนือเข่า เผยให้เห็นท่อนขาเรียวยาวที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อแข็งแกร่ง ผิวสีแทนเข้มตัดกับสีน้ำเงินของชุดดูโดดเด่นสะดุดตา
"ชุดพวกเ้ามันสร้างมาเพื่อฆ่าคนรึไง?" ยาสะบ่นอุบ พลางขยับไหล่ไล่ความเมื่อยขบ "อึดอัดชะมัด"
นางเดินอาดๆ มาที่โต๊ะ หยิบกาน้ำชาของเฉินมู่ขึ้นมากระดกกรอกปากโดยไม่ใช้ถ้วย น้ำชาหกเลอะมุมปากไหลย้อยลงมาตามลำคอระหง ผ่านไหปลาร้า และหายวูบลงไปในร่องอกลึก
เฉินมู่มองภาพนั้นด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์... ดิบ เถื่อน แต่ยั่วยวนอย่างเป็ธรรมชาติ
"อาเหว่ย..." เฉินมู่เอ่ยขึ้น "เ้าเลิกบังคับให้นางใส่ชุดสตรีชาวฮั่นเถอะ... ให้ใส่แบบนี้แหละ คล่องตัวดี"
"แต่ว่านายน้อย..." จางเหว่ยแย้ง "มันดู... เปิดเผยเกินไปหน่อย เวลาเดินตลาด คนได้มองกันตาถลนแน่"
"ช่างหัวคนมองสิ" ยาสะวางกาน้ำชาลงดังปัง เช็ดปากด้วยหลังมือ "ใครมองด้วยสายตาลามปาม ข้าจะควักลูกตามันออกมาเอง"
เฉินมู่หัวเราะเบาๆ โยนถุงเงินถุงเล็กให้ยาสะ
"ดี... รักษาความดุร้ายนี้ไว้ ยาสะ"
เขาเปลี่ยนสีหน้าเป็จริงจัง กางแผนที่หนังสัตว์แผ่นใหญ่ออกบนโต๊ะ
"มาดูนี่... วันนี้เรามีงานสำคัญ"
ยาสะและจางเหว่ยขยับเข้ามาใกล้ ยาสะเท้าแขนลงกับโต๊ะ ทำให้หน้าอกของนางโน้มลงมาแทบจะเกยอยู่บนแผนที่ กลิ่นกายสาวผสมกลิ่นแป้งหอมจางๆ ลอยเตะจมูกเฉินมู่ แต่เขายังคงจดจ่ออยู่กับงาน
"นี่คือเส้นทางเดินเรือค้าเกลือของทางการ..." เฉินมู่ลากนิ้วไปตามเส้นสีแดงบนแผนที่ "ภาษีแปดส่วน กำไรสองส่วน... ทำไปก็เหมือนหาเงินให้ขุนนางรับใช้ พวกนั้นใช้ฟรี"
"เราจะเดินเส้นนี้"
นิ้วเรียวยาวเลื่อนไปชี้ที่เส้นประสีดำที่ลัดเลาะไปตามเกาะแก่งอันตราย
"เส้นทางลับของ 'เจ๊ใหญ่เจียว' (เจียวเจ๊) ... ราชินีโจรสลัดแห่งน่านน้ำตงไห่"
"โจรสลัด?" ยาสะเลิกคิ้ว "เ้าจะไปปล้นรึ?"
"เปล่า... ข้าจะไปเจรจา" เฉินมู่แสยะยิ้ม "ข้า้าให้เจ๊ใหญ่เจียว เปิดทางให้เรือขนเกลือของเรา โดยไม่เก็บค่าผ่านทางโหดๆ เหมือนที่เก็บคนอื่น"
"เ้าบ้าไปแล้ว" ยาสะแค่นหัวเราะ "ข้าเคยได้ยินกิตติศัพท์นางตอนอยู่บนเรือทาส... นางโเี้ยิ่งกว่าฉลาม ว่ากันว่านางชอบจับผู้ชายที่ต่อรองราคาโยนลงบ่อจระเข้"
"น่าสนใจ..." เฉินมู่ไม่สะทกสะท้าน "ข้าชอบผู้หญิงเก่ง... และข้าเตรียม 'ของกำนัล' ที่นางไม่อาจปฏิเสธไว้แล้ว"
"ของกำนัล?" จางเหว่ยถาม "ทองคำรึ?"
"ไม่ใช่..." เฉินมู่ส่ายหน้า สายตาเป็ประกายเ้าเล่ห์
"สิ่งที่นาง้าที่สุดตอนนี้ ไม่ใช่ทองคำ... แต่เป็ 'ดินประสิว' สำหรับทำะเิ"
เฉินมู่ลุกขึ้นยืน เดินไปหยุดที่ข้างกายยาสะ วางมือลงบนไหล่เปลือยเปล่าที่เนียนลื่นของนาง
"ยาสะ... เ้าพูดภาษาอาหรับได้ และเ้าคุ้นเคยกับคนเถื่อน... วันนี้เ้าต้องเป็ล่ามให้ข้า"
"ส่วนอาเหว่ย... ขัดมีดเ้าให้เงา"
เฉินมู่มองออกไปที่ท้องทะเลสีคราม
"วันนี้เราจะไปเยือนถ้ำเสือ... ไปดูกันว่า ราชินีโจรสลัดจะงดงามและดุร้ายสมคำร่ำลือหรือไม่"
ยาสะปัดมือเฉินมู่ออกเบาๆ แต่มุมปากกลับยกยิ้มท้าทาย
"ถ้าข้าช่วยเ้าเจรจาสำเร็จ... ข้าขอส่วนแบ่งเป็เหล้าองุ่นสามไห"
"ตกลง" เฉินมู่ตอบทันที "แถมไก่ย่างให้อีกสองตัว"
"ดี!" ยาสะตาเป็ประกาย
จางเหว่ยถอนหายใจยาว มองดูเ้านายจอมเ้าเล่ห์กับทาสสาวจะกละ
"ข้าสังหรณ์ใจว่า... วันนี้ข้าคงต้องได้ออกแรงฟันคนอีกแน่ๆ"