ตอนที่ 13 เล่ม 1 ประกาศการจัดการแข่งขันประลองยุทธครั้งใหญ่ในป่ามายา!
เหว่ยเหลียงตัดสินใจเลือกวิชากายหยกเย็นเป็วิชาหลักในการค้นคว้าเพิ่มเติมในวิชานี้มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างร่างกายและพลังภายในโดยวิชานี้ ยังคงตั้งอยู่ในขอบเขตของปรานก่อนเกิดขอบเขตฝึกที่เหว่ยเหลียงกำลังดำรงอยู่
“ ข้าจะเลือกวิชากายหยกเย็น” เหว่ยเหลียงกล่าวกับบรรณารักษ์ “ ข้ารับใช้วิชานี้จะช่วยให้ข้าได้แข็งแกร่งขึ้นขอบคุณท่านบรรณารักษ์”
บรรณารักษ์ยิ้มและไม่จำเป็ต้องมากพิธี “ดีมากวิชากายหยกเย็นเป็วิชาที่จะช่วยให้คุณเรียนรู้ได้สำเร็จและเติบโตในการฝึกตนในครั้งต่อไป”
เหว่ยเหลียงรับเนื้อหาวิชากายหยกเย็น
กลับมาถึงเกาะจำลองลอยฟ้า เหว่ยเหลียงเริ่มต้นการฝึกฝนวิชากายหยกเย็นเขาใช้การศึกษาและฝึกฝนตามขั้นตอนการการฝึกซ้อม... สิ่งและพลังภายใน
ร่างกายหยกเย็นอย่างมีประสิทธิภาพแต่เสริมสร้างร่างกายของร่างกายอย่างเห็นได้ชัดช่วยให้เหว่ยเหลียงเพ่งมองภายในร่างกายและความเย็นจากวิชาขับเคลื่อนช่วยให้สมาธิวิชาและจิตใจในการฝึกฝน...
เหว่ยเหลียงรู้สึกว่าร่างกายของเขามีความโดดเด่นและประสิทธิภาพภายในเพิ่มขึ้นเขาจะเน้นย้ำถึงมันในการต่อสู้และฝึกฝนวิชาอื่นๆ
เช้าวันหนึ่งในนิกายเลิศภพใต้ ประกาศเสียงก้องกังวานไปทั่วสนามประลอง นักรบและผู้ฝึกตนจากทั่วทุกมุมต่างพากันมารวมตัวกันเพื่อรับฟังข่าวสารจากผู้ประกาศ ซึ่งยืนอยู่บนแท่นสูงด้านหน้าปราสาทลอยฟ้าของนิกาย
“สหายผู้ฝึกตนทุกท่าน! ข้าขอประกาศการจัดการแข่งขันประลองยุทธครั้งใหญ่ในป่ามายา! ผู้ที่สามารถผ่านด่านและเอาชนะอุปสรรคทั้งหมดในป่านี้ได้ จะได้รับรางวัลล้ำค่าที่เป็ตำนานของนิกาย!”
เสียงฮือฮาและความตื่นเต้นเกิดขึ้นในกลุ่มผู้ฝึกตนที่มารวมตัวกัน เหว่ยเหลียงที่ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนรู้สึกตื่นเต้นและท้าทาย เขาตัดสินใจเข้าร่วมการแข่งขันเพื่อพิสูจน์ความสามารถของตนเองและคว้ารางวัลอันล้ำค่า
เหว่ยเหลียงกลับไปยังเกาะจำลองลอยฟ้าของตนเองเพื่อเตรียมตัวสำหรับการแข่งขัน เขานั่งสมาธิและตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ ที่จำเป็สำหรับการเดินทางในป่ามายา เช่น กระบี่กิเลนอัสนี และสมุนไพรที่เขาเก็บรวบรวมไว้
“ข้าจะต้องพร้อมสำหรับทุกอุปสรรคที่จะเกิดขึ้นในป่ามายา” เหว่ยเหลียงกล่าวกับตนเองด้วยความมุ่งมั่น
หลังจากเตรียมตัวเสร็จสิ้น เขาออกเดินทางไปยังป่ามายาพร้อมกับกลุ่มผู้แข่งขันคนอื่นๆ การเดินทางไปยังป่ามายาเป็การท้าทายที่น่าตื่นเต้นและเต็มไปด้วยความคาดหวัง
เมื่อถึงปากทางเข้าป่ามายา เหว่ยเหลียงและผู้แข่งขันคนอื่นๆ ได้พบกับผู้คุ้มกฎการแข่งขันซึ่งยืนรอต้อนรับพวกเขา ผู้คุ้มกฎอธิบายกฎกติกาของการแข่งขันและเตือนผู้เข้าแข่งขันถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นในป่ามายา
“ป่ามายาเป็สถานที่ที่เต็มไปด้วยภาพลวงตาและกับดัก หากเ้า้าเอาชนะ เ้าต้องใช้สติและความมุ่งมั่นในการหาทางออกและต่อสู้กับศัตรูที่พบเจอ” ผู้คุ้มกฎกล่าว
เหว่ยเหลียงรู้สึกตื่นเต้นและพร้อมที่จะเผชิญกับความท้าทาย เขาก้าวเข้าสู่ป่ามายาพร้อมกับผู้แข่งขันคนอื่นๆ ทันทีที่พวกเขาเข้าไปในป่า พวกเขารู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไป ทิวทัศน์ที่มองเห็นเต็มไปด้วยต้นไม้สูงและหมอกที่ลอยอยู่รอบๆ ทำให้การมองเห็นลดลง
เหว่ยเหลียงเดินตามเส้นทางในป่าอย่างระมัดระวัง ขณะที่เขากำลังสำรวจพื้นที่ เขาเริ่มเห็นภาพลวงตาของศัตรูเก่าที่เขาเคยต่อสู้ ภาพลวงตานี้มีความสมจริงมากจนทำให้เหว่ยเหลียงต้องใช้สติและความมุ่งมั่นในการแยกแยะว่าอะไรคือความจริงและอะไรคือภาพลวงตา
“ข้าต้องมีสมาธิและไม่ให้ภาพลวงตาเหล่านี้หลอกลวงข้า” เหว่ยเหลียงพูดกับตนเอง
เขาใช้วิชากายหยกเย็นในการควบคุมพลังปราณและสร้างสมาธิในการต่อสู้กับภาพลวงตา หลังจากต่อสู้และผ่านอุปสรรคนี้ไปได้ เหว่ยเหลียงรู้สึกถึงความเข้มแข็งและความมั่นใจที่เพิ่มขึ้น
ขณะที่เหว่ยเหลียงเดินทางต่อไปในป่ามายา เขาได้พบกับผู้แข่งขันคนอื่นๆ ที่กำลังเผชิญหน้ากับภาพลวงตาและกับดักในป่า เขาเห็นบางคนตกอยู่ในภาพลวงตาและหลงทาง ขณะที่บางคนสามารถเอาชนะอุปสรรคได้
เหว่ยเหลียงได้พบกับลู่หวัง นักรบหญิงที่มีความสามารถสูง ทั้งสองคนต้องเผชิญหน้ากันในภาพลวงตาที่ทำให้พวกเขาต้องต่อสู้กันอย่างดุเดือด แต่เมื่อพวกเขาตระหนักได้ว่ากำลังตกอยู่ในภาพลวงตาเดียวกัน พวกเขาจึงตัดสินใจร่วมมือกันเพื่อหาทางออก
“พวกเราควรร่วมมือกันเพื่อหาทางออกจากป่ามายานี้” ลู่หวังกล่าว
“ใช่ เราต้องใช้สติและความสามารถของเราในการเอาชนะอุปสรรคเหล่านี้” เหว่ยเหลียงตอบ
เมื่อเหว่ยเหลียงและลู่หวังร่วมมือกันเดินทางต่อไปในป่ามายา พวกเขาพบกับอุปสรรคที่ยากขึ้น ทั้งการต่อสู้กับสัตว์อสูรที่เกิดจากภาพลวงตาและการหลีกเลี่ยงกับดักที่ซ่อนอยู่ในป่า
พวกเขาใช้วิชากายหยกเย็นและพลังปราณในการต่อสู้และป้องกันตนเอง ความร่วมมือและความเข้าใจในกันและกันทำให้พวกเขาสามารถเอาชนะอุปสรรคเหล่านี้ได้
เหว่ยเหลียงและลู่หวังมาถึงใจกลางของป่ามายา ที่นี่พวกเขาเตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้ากับศัตรูที่แท้จริงของการแข่งขัน
การเดินทางในป่ามายาเป็การทดสอบสติและความมุ่งมั่นของพวกเขา ทั้งสองคนรู้สึกถึงความเข้มแข็งและความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นจากการผ่านอุปสรรคและภาพลวงตาที่หลอกลวง
หลังจากที่เหว่ยเหลียงและลู่หวังร่วมมือกันในการเดินทางผ่านป่ามายา พวกเขายังคงเดินทางต่อไปอย่างระมัดระวัง ป่ามายานี้มีความลึกลับและมีพลังงานลึกลับที่สร้างภาพลวงตาและอุปสรรคมากมายให้กับผู้ที่เข้ามาในพื้นที่
ขณะที่พวกเขากำลังเดินผ่านต้นไม้หนาทึบและหมอกที่ปกคลุม เหว่ยเหลียงรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในบรรยากาศรอบตัว ทันใดนั้นภาพของอดีตที่เขาเคยเผชิญหน้ากับศัตรูที่ทรงพลังกลับมาปรากฏต่อหน้าเขา ศัตรูนั้นคือ จางซิ่วหลง ผู้มีพลังที่แข็งแกร่งและเคยเป็คู่ต่อสู้ที่เขาแทบไม่สามารถเอาชนะได้
“ไม่จริง นี่ต้องเป็ภาพลวงตาอีกแล้ว” เหว่ยเหลียงพูดกับตัวเองพร้อมกับตั้งสติ
ลู่หวังที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็เริ่มเห็นภาพลวงตาของศัตรูที่เคยทำให้เธอต้องตกอยู่ในสภาพที่ยากลำบากในอดีต ทั้งสองคนต้องใช้สติและความมุ่งมั่นในการแยกแยะว่าอะไรคือความจริงและอะไรคือภาพลวงตา
เหว่ยเหลียงใช้วิชากายหยกเย็นในการควบคุมพลังปราณและสร้างสมาธิในการต่อสู้กับภาพลวงตาของจางซิ่วหลง เขาต้องใช้ทักษะในการหลบหลีกและการโจมตีที่แม่นยำเพื่อต่อสู้กับศัตรูที่ไม่ใช่ของจริง
ลู่หวังเองก็ใช้วิชากระบี่บินของเธอในการต่อสู้กับภาพลวงตาของศัตรู ความเร็วและความคล่องตัวของเธอช่วยให้เธอสามารถหลบหลีกการโจมตีและตอบโต้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งสองคนสามารถเอาชนะภาพลวงตาได้ด้วยความร่วมมือและการใช้ทักษะที่ได้รับการฝึกฝน พวกเขาตระหนักว่าการผ่านอุปสรรคนี้ทำให้พวกเขามีความเข้มแข็งและมั่นใจมากขึ้นในการเผชิญกับอุปสรรคที่ยากขึ้นในอนาคต
ขณะที่เหว่ยเหลียงและลู่หวังเดินทางต่อไปในป่ามายา พวกเขาเริ่มเห็นสัญญาณของกับดักที่ซ่อนอยู่ในป่า พื้นดินที่ดูปกติกลับซ่อนหลุมลึกและเหล็กแหลมที่พร้อมจะโจมตีผู้ที่เดินผ่าน
“ระวัง! ที่นี่มีกับดักซ่อนอยู่” ลู่หวังเตือนเหว่ยเหลียง
เหว่ยเหลียงใช้พลังปราณของเขาในการตรวจสอบพื้นที่รอบๆ และหาทางหลีกเลี่ยงกับดักที่ซ่อนอยู่ พวกเขาต้องเดินอย่างระมัดระวังและใช้ทักษะในการหลบหลีกเพื่อไม่ให้ตกลงไปในกับดัก
การร่วมมือกันทำให้พวกเขาสามารถผ่านกับดักเหล่านี้ไปได้อย่างปลอดภัย ความเข้าใจและความไว้วางใจที่พวกเขามีต่อกันทำให้การเดินทางในป่ามายากลายเป็ประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยการเรียนรู้และการพัฒนาตนเอง
ในขณะที่พวกเขาเดินทางลึกเข้าไปในป่ามายา พวกเขาได้ยินเสียงคำรามของสัตว์อสูรที่ดังก้องไปทั่วป่า เสียงนั้นมาจาก ัเงา ซึ่งเป็สัตว์อสูรที่ทรงพลังและน่ากลัว ัเงานี้สามารถหายตัวและปรากฏตัวได้อย่างรวดเร็ว ทำให้การต่อสู้กับมันเป็เื่ที่ยากลำบาก
เหว่ยเหลียงและลู่หวังต้องใช้ความสามารถและทักษะที่ดีที่สุดของพวกเขาในการต่อสู้กับัเงา เหว่ยเหลียงใช้วิชากายหยกเย็นในการสร้างเกราะพลังปราณเพื่อป้องกันการโจมตีของั ขณะที่ลู่หวังใช้วิชากระบี่บินในการโจมตีอย่างรวดเร็วและแม่นยำ