เมื่อถึงยามพลบค่ำ ผมก็เดินเข้าห้องนอน ใจหนึ่งผมก็ไม่อยากเจอเซอร์ไพรส์ติด ๆ กันหรอกนะครับ แต่ทำไงได้ ชะตาชีวิตผมก็ถูกเลือกให้มาเจอกับอะไรแบบนี้บ่อย ๆ แล้วนี่ ผมก็เลยยังไม่รีบดับไฟเผื่อจะมีใครเข้ามาทักทายซะก่อน และผมก็ตัดสินใจถูกจริง ๆ เมื่อมีเทพธิดาเอลซ่า กับแฟร์รี่เนสเซียมาปรากฏตัว
“สวัสดี ออสเทร็ธ” เนสเซียทักทาย
“สวัสดีครับ” ผมบอก
“ข้าได้ข่าวว่าตอนนี้เ้าสามารถโค่นบอสรองได้อีกตัวหนึ่งแล้วสินะ” เทพธิดาเอลซ่าทักทาย
“ครับผม” ผมตอบ “จอมมารโรสโตรม จอมมารชั้นเดลต้า ที่ถูกส่งมาแทนที่รอลว็อคที่ถูกฆ่าตาย และผมเองก็สามารถเอาชนะไปได้แบบขาดลอยจริง ๆ ครับ”
“ว่าแต่ เคลลีนภรรยาเ้าอยากจะตั้งท้องตามเ้ามั่งเลยเหรอ?” เทพธิดาเอลซ่าถามต่อ
“ครับ” ผมตอบและพยักหน้า “เธอกังวลว่าเดสเตรียนจะลำบากเมื่อต้องปกครองสองแคว้นควบไป ก็เลยอยากตั้งท้องตามผมไปด้วยน่ะครับ”
“เข้าใจแล้วล่ะ” เทพธิดาเอลซ่าบอก “เอาเป็ว่า ข้ามีข่าวคราวจากฝั่งของทวยเทพมาบอกเ้าล่ะ”
“ว่ายังไงเหรอครับ?”
“พระผู้สร้างท่านสนใจเ้าเป็พิเศษ” เทพธิดาเอลซ่าบอก “ถึงเ้าจะเป็หนึ่งในผู้กลับชาติมาเกิดที่สามารถตั้งครรภ์ได้ เ้าพิเศษตรงที่เ้ามีคุณสมบัติคล้ายกับผู้กล้าตั้งครรภ์ในตำนานมากที่สุด ถึงเ้าจะไม่ได้มีสายเืของตระกูลผู้กล้าตั้งครรภ์แม้เพียงเสี้ยวเดียวก็ตาม”
“ผมก็ว่างั้นแหละ” ผมบอก “แบ็กซ์เทอรัสเอย ดรอว์มอธเอย ชอบดึงจิตผมเข้าภวังค์ของพวกมันตลอด แล้วผมก็รู้สึกว่าผมเหมือนเป็คนสำคัญต่อโลกนี้มากจังเลยแฮะ”
“เอาน่า ๆ” เทพธิดาเอลซ่ากล่าว “อย่างน้อยเ้าก็เป็ประโยชน์ต่ออาณาจักรมากขึ้นล่ะนะ และด้วยความที่พระผู้สร้างสนใจเ้ามากกว่าใคร จนเหมือนเ้าจะกลายเป็หนึ่งในบุคคลสำคัญประจำฝั่งทวยเทพแล้ว ข้าน่าจะขอนำเสนอความเป็ไปบางส่วนของเหล่าผู้กลับชาติมาเกิดบางคนแล้วกันนะ”
ว่าแล้วเทพธิดาเอลซ่าก็สร้างวงเวทย์มอนิเตอร์แสดงให้เห็นมุมมองของเหล่าผู้กลับชาติมาเกิดทั้งหลาย ไม่ว่าจะชายหรือหญิง ที่ใช้ชีวิตที่แตกต่างกันออกไป บ้างก็ใช้ชีวิตปกติเหมือนปุถุชน บ้างก็ไปมีบทบาทสำคัญต่ออาณาจักร บ้างก็อยู่ฝั่งของเทพสีเทา แต่บ้างก็ไปเข้าฝั่งจอมมารและเทพอสูรซึ่งอย่างหลังส่วนใหญ่ชอบมีตรรกะบูลชิทนั่นแหละ จนกระทั่งท่านเทพธิดาเอลซ่าให้ผมรู้จักกับชายหนุ่มวัยรุ่นผู้กลับชาติมาเกิดคนหนึ่ง ที่ดูเผิน ๆ เ้าหนุ่มนี่ก็เหมือนกับพระเอกต่างโลกทั่วไปอยู่นะ ก็แค่เป็ชายผมสั้นสีดำ สวมชุดสีดำเอวลอยโชว์กล้ามท้องเน้น ๆ (ผมเจอมาจนบ่อยละ ชายหนุ่มบนโลกนี้ที่ชอบใส่ชุดเอวลอย ซึ่งก็น่าจะเป็อะไรที่สอดคล้องกับเครื่องแต่งกายของผู้หญิงที่บางชุดก็เอวลอยเหมือนกัน) แต่ว่า ความพิเศษของเขาก็คือ…
“นี่คือ แอรอนนิกซ์ เซ็นเทรียส มนุษย์เพศชายอายุสิบแปดปี” ท่านเทพธิดาเอลซ่าอธิบายให้ผมฟัง “เขามีวงจรเวทย์ที่เข้ากันได้ระดับ EX+ แบบเ้า อยู่สายมัลติคลาสยี่สิบคลาส มีทัศนคติเชิงบวกต่อโลกใบนี้ ปัจจุบันทำอาชีพเป็นักผจญภัยที่เน้นหมาป่าเดียวดายเป็หลัก และจะมีบ้างที่เขาจะไปร่วมทำเควสต์กับตี้ต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม ถึงเขาจะดูปกติค่อนไปทางสมบูรณ์แบบมากแค่ไหน เขากลับมีนิสัยประหลาดเพียงอย่างเดียว เขาอยากจะตั้งท้องด้วยตัวเอง โดยที่ไม่จำเป็ต้องมีคู่ครอง พระผู้สร้างที่รู้เื่นี้เลยให้เทพธิดาประจำตัวแอรอนนิกซ์ มอบสิทธิ์ให้เขาสามารถตั้งครรภ์ด้วยตัวเองแบบรวดเร็ว โดยที่ดีเอ็นเอของลูกในท้องไม่จำเป็ต้องตรงกับเขาเสมอไป และเมื่อคลอดลูกเสร็จก็เปิดประตูมิติส่งลูกที่แอรอนนิกซ์ให้กำเนิดส่งไปให้ผู้อื่นรับเลี้ยงดู แน่นอนว่าเขาเองก็พิจารณาเลือกผู้รับเลี้ยงที่เหมาะสมกับลูก ๆ ที่เขาคลอดมาเหมือนกัน ว่าแต่ละคนคู่ควรพอที่จะเลี้ยงดูลูก ๆ ของเขาได้หรือไม่ และแน่นอนว่าลูก ๆ ที่แอรอนนิกซ์คลอดมานั้นต่างล้วนเจริญเติบโตจนอายุเท่าเขาอย่างรวดเร็ว เป็แบบนี้ประจำ จนพวกเราเองก็ไม่รู้ว่าลูกของแอรอนนิกซ์จะรู้ไหมนะว่าแท้จริงแล้วเขานี่แหละเป็พ่อบังเกิดเกล้าของลูก ๆ เ่าั้ และอีกอย่างคือ เมื่อไหร่กันนะที่แอรอนนิกซ์ตัดสินใจจะเก็บเลี้ยงดูลูกด้วยตัวเอง ให้ลูกสักคนมีดีเอ็นเอตรงกับเขาเป๊ะ ๆ หน่อย”
“ผมเองก็อยากรู้เหมือนกันครับ” ผมบอกและถอนหายใจไปหนึ่งที
“เอาเถอะ ยังมีผู้กลับชาติมาเกิดอีกหนึ่งคน เป็มนุษย์เพศชายอายุสิบแปดปีเหมือนกัน อยู่มัลติคลาสเหมือนกัน มีวงจรเวทย์ที่เข้ากันได้ระดับ S แต่มีนิสัยประหลาดกว่าแอรอนนิกซ์อีก” ท่านเทพธิดาเอลซ่าตอบ และเปลี่ยนภาพในวงเวทย์มอนิเตอร์ไปยังชายหนุ่มผมสั้นสีดำเหมือนกัน แต่ดันสวมเครื่องแต่งกายประเภทที่ผมเรียกได้ว่า พวกเกมอาร์พีจีแฟนตาซีส่วนใหญ่ชอบสวมใส่โดยไม่จำเป็ต้องอยู่สายคนคลั่งและอนารยชนเลย มันคือชุดเกราะชั้นในดี ๆ นี่แหละครับ แต่ขนาดเอวกางเกงจะรองรับกับเอวผู้ชาย และยกทรงแบนราบมากขึ้น แต่บางครั้งชุดของเ้าหนุ่มนี่จะแปลงสรีระร่างกายของเขาให้เหมือนผู้หญิง แต่ต้นคอขึ้นไปไม่เปลี่ยนเพศเลย – ใช่ครับ โหมดสลับหัวก็มาฮะ
“คนนี้คือ เซเรส เอเร็ตโต้” ท่านเทพธิดาเอลซ่าอธิบาย “เขาชอบสะสมเครื่องแต่งกายประเภทชุดชั้นใน ข้าว่าคนจากโลกเก่าน่าจะพอรู้แหละว่า เครื่องแต่งกายของสตรีบางอันก็น้อยชิ้นเกิน แม้จะไม่ได้อยู่ในสายของคนคลั่งและอนารยชนก็ตาม แต่เชื่อไหม โลกใบนี้ก็มีเครื่องแต่งกายประเภทชุดชั้นในให้บุรุษสวมใส่ด้วย คือมันเหมือนกับเครื่องแต่งกายของผู้หญิงแบบเป๊ะ ๆ เลย เพียงแต่ว่าปรับขนาดให้เหมาะกับผู้ชายมากขึ้น และยกทรงจะแบนราบมากกว่า ไม่มีการโค้งมนตามหน้าอกสตรี – เ้าฟังดูก็เหมือนเปิดโลกมากขึ้นเลยใช่ไหมล่ะ – แต่ที่ยิ่งไปมากกว่านี้ก็คือ เครื่องแต่งกายประเภทชุดชั้นในบุรุษ บางชุดก็ลงคาถาให้สามารถปรับสรีระของร่างกายผู้สวมใส่ให้มีลักษณะเหมือนสตรีมากขึ้น แต่จากต้นคอขึ้นไปยังคงเป็บุรุษเช่นเดิม – ใช่ คาถาสลับศีรษะนั่นแหละ เซเรสนี่ช่างเป็คนที่มีรสนิยมพิสดารใช้ได้เลยแฮะ”
ผมนี่ถึงกับกุมขมับเลย ไม่นึกว่าที่โลกนี้ก็จะมีคนรสนิยมแบบนี้อยู่จริงด้วยแฮะ
“เอาเถอะ ถึงจะมีรสนิยมประหลาดขนาดไหน แต่เขารู้จักเลือกเข้าสังคมได้ดี และชำนาญในการป้องกันตัวเองเวลามีผู้ไม่หวังดีเข้ามาปองร้าย” ท่านเทพธิดาเอลซ่ากล่าวต่อ “มีผู้กลับชาติมาเกิดสายนีทขี้แพ้จอมหื่นคนหนึ่งที่มาพร้อมกับตี้ฮาเร็มสาว แล้วมาพบกับเซเรสที่อยู่ในเครื่องแบบชุดเกราะชั้นในบุรุษที่อยู่ในโหมดสลับศีรษะอีก อารามเข้าใจผิดเ้าหมอนั่นก็เลยไป… ขอความร่วมมือ …โดยที่เซเรสไม่ไว้ใจเ้าผู้กลับชาติมาเกิดคนนั้นเลย ก็แหงล่ะเจตนาเ้าหมอนั่นชัดเจนขนาดนั้น เซเรสเลยตอบแทนด้วยกำปั้นจากคลาสเบอร์เซิร์กเกอร์ซะเลย และก็โชคดีที่เขาได้เข้าร่วมตี้นักผจญภัยที่พอรับได้กับผู้สวมชุดเกราะชั้นในแบบนั้น และก็สนใจเื่คาถาสลับศีรษะที่ติดมากับชุดเกราะชั้นในสำหรับผู้ชายที่เซเรสสะสมไว้เหมือนกัน แน่นอนว่าเซเรสค่อนข้างมีประโยชน์ในหลายด้านในตี้ ด้วยความที่เซเรสอยู่สายมัลติคลาส และใช้คลาสหลากหลายควบคู่กันได้
“แต่อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าเซเรสจะไม่เคยตั้งครรภ์นะ เขาก็เคยแหละ โดยเฉพาะ่ที่พระผู้สร้างตัดสินใจให้ผู้กลับชาติมาเกิดทุกคนที่อยู่โลกนี้อยู่แล้วตั้งครรภ์และคลอดผู้กลับชาติมาเกิดคนใหม่ที่กำลังจะถูกอัญเชิญมา เซเรสก็ได้อานิสงส์นี้ไปหลายคน โดยที่เขาก็ยังไม่มีคู่ครองเป็ของตัวเองอีกนั่นแหละ ฉะนั้นเขาก็เลยเปิดประตูมิติส่งลูกที่เขาคลอดไปให้ผู้ที่เหมาะสมรับเลี้ยงดู และมันพีคตรงที่บางครั้ง เซเรสก็ตั้งครรภ์ในตอนที่เขาอยู่ในหุ่นสตรีในชุดเกราะชั้นในพอดีอีก ไม่รู้ละว่าเขาจะใช้สรรพนามว่าเป็พ่อหรือเป็แม่ผู้ชายกันแน่นะเมื่อเขาตั้งครรภ์ในหุ่นแบบนั้น”
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ” ผมตอบ
“เอาเถอะ ว่าแต่เ้ามีเป้าหมายเพื่อที่จะตามหาขุมทรัพย์ที่ใช้เป็เครื่องมือในการกำจัดจอมมารใช่ไหม?” ท่านเทพธิดาเอลซ่าถาม
“ใช่ครับ” ผมตอบ “ผมวางแผนว่าจะทำอย่างนั้น หลังจากที่เคลลีนเริ่มตั้งท้องเป็ที่เรียบร้อยแล้วน่ะครับ”
“โอเค” ท่านเทพธิดาเอลซ่าบอก “งั้นข้าก็คงไม่รบกวนเ้าในตอนนี้แล้วล่ะ ไว้เจอกันใหม่หากมีเื่สำคัญที่จะแบ่งปันล่ะนะ”
“ครับผม” ผมตอบ
เช้าวันต่อมา ผมได้เดินทางไปยังคฤหาสน์ตระกูลอัสเทรียที่แคว้นเกเบรียสอีกครั้ง คราวนี้ผมตัดสินใจพูดคุยกับเคลลีน ท่านพ่อตาคอนเนอร์ และท่านแม่ยายวิเวียนทันที
“โอเค นายมาที่นี่เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับเื่ที่ลูกสาวเรา้าจะตั้งท้องใช่ไหม?” ท่านพ่อตาคอนเนอร์ถาม
“ใช่ครับ” ผมตอบ และเคลลีนก็พยักหน้าตาม
“ก็ดีเหมือนกันนะ” ท่านแม่ยายวิเวียนกล่าว “ฉันจินตนาการไม่ออกเลยว่าเดสเตรียนคนเดียวจะปกครองสองแคว้นควบได้ยังไงกัน”
ท่านพ่อตาคอนเนอร์ครุ่นคิด ก่อนจะส่งรอยยิ้มให้กับทุกคน
“ถ้างั้น ออสเทร็ธ นายเจอคาถาทำครรภ์ที่ลูกสาวฉันถูกใจที่สุดบ้างหรือยัง?”
“มีครับ” ผมตอบ แล้วจากนั้นก็เปิดตำราคาถาที่ผมได้มาจากห้องสมุดในวังขุนนางโมรันนัสมาเปิดหน้าให้ดู “มันมีคาถาที่ให้ผลลัพธ์คล้ายกับคาถาครรภ์ด่วน กับคาถาเร่งอายุ ซึ่งจะมีผลทำให้ลูกสาวในท้องของเคลลีนอายุเท่ากับเดสเตรียนในท้องผมน่ะครับ”
“โอเค แล้วจะให้หลานสาวชื่อว่าอะไรล่ะ?” ท่านพ่อตาคอนเนอร์ถาม
“แนนซี่ ทาเลียน่า อัสเทรียค่ะ” เคลลีนตอบ
“อืม… ถ้าอย่างนั้นก็ ลงมือทำได้เลย” ท่านพ่อตาคอนเนอร์กล่าว
จากนั้น ผมก็ทำพิธีแบบว่า… มือขวาผมถือหนังสือ มือซ้ายลูบหน้าท้องเคลลีนแบบช้า ๆ และก็ร่ายคาถาที่ผมอธิบายให้ตระกูลอัสเทรียฟังแบบตั้งใจ – แบบว่าสมาธิผมแทบไม่หลุดเลยระหว่างการร่าย – เพื่อให้การร่ายคาถาบรรลุผลเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์
และในที่สุด หลังจากที่รู้สึกเหมือนผ่านเวลาไปเป็ชาติในการร่ายคาถา ผมก็เห็นท้องของเคลลีน ขยายใหญ่จนเท่ากับท้องของผมแล้วครับ และที่ขาดไม่ได้ก็คือ…
“สวัสดีค่ะท่านแม่”
เสียงของลูกสาว แนนซี่ ทาเลียน่า อัสเทรีย ดังขึ้นจากในท้องของเคลลีน
“สวัสดีจ้ะแนนซี่” เคลลีนทักทายพร้อมลูบท้องกลมโตของเธอ “ยินดีต้อนรับนะลูก”
“ค่า” แนนซี่ร้องเสียงใส
“ท่านพ่อครับ นั่นใครเหรอ?” เสียงของเดสเตรียนดังขึ้น และผมเห็นมือเล็ก ๆ ยื่นออกมาจากท้องผมด้วย
“อ๋อ นั่นแนนซี่ ทาเลียน่า อัสเทรีย น้องสาวของลูกน่ะ” ผมตอบลูกในท้องผม จากนั้นผมก็หันไปบอกแนนซี่ในท้องเคลลีนว่า “แนนซี่ นี่ดยุกออสเทร็ธ นอฟเลส โมรันนัส พ่อของลูกเอง ตอนนี้พ่อกำลังอุ้มพี่ชาย เดสเตรียน แม้ดเดิ้ล โมรันนัส อยู่ในท้องของพ่ออยู่นะ”
“สวัสดีค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” แนนซี่ทักทายจากในท้องเคลลีน
“ยินดีที่ได้รู้จักเหมือนกัน น้องสาว” เดสเตรียนตอบจากในท้องของผม
“ว่าแต่ พวกเราอยู่ที่ไหนคะท่านแม่?” เสียงแนนซี่ดังขึ้นจากในท้องเคลลีน นั่นทำให้เธอหัวเราะและตอบว่า
“ที่นี่คือคฤหาสน์ตระกูลอัสเทรียจ้ะลูก อยู่ในแคว้นกาเบรียสแห่งอาณาจักรมัสโทรนั่ม ส่วนท่านพ่อกับพี่ชายของลูกน่ะมาจากตระกูลโมรันนัส มาจากแคว้นออฟเทร็มที่เป็แคว้นใกล้เคียงในอาณาจักรเดียวกับแคว้นกาเบรียสเลยลูก”
“เข้าใจแล้วค่ะท่านแม่” แนนซี่บอกจากในท้องเคลลีน
“ส่วนสองท่านนี้คือท่านตากับท่านยายของลูกเอง ดยุกคอนเนอร์ เซอร์เร็ต อัสเทรีย กับดัชเชสวิเวียน ราเอลลีน อัสเทรีย” เคลลีนผายมือไปยังท่านพ่อตากับท่านแม่ยายของผม
“ยินดีที่ได้รู้จักนะ” ท่านพ่อตาคอนเนอร์กล่าว
“ลูกมีท่านปู่กับท่านย่าด้วยนะ” ผมเสริม “พวกท่านคือ ดยุกเอ็นทรัม อัสเตร็ด โมรันนัส กับ ดัชเชสเจย์น่า นาสตร้า โมรันนัส ตอนนี้พวกเขากำลังประจำการอยู่ที่ปราสาทแห่งแคว้นออฟเทร็ม ที่ที่พี่ชายลูกที่อยู่ในท้องพ่อจะได้ปกครองน่ะ”
“เข้าใจแล้วค่ะ” แนนซี่ตอบจากในท้องเคลลีน “เอาเป็ว่า พี่เดสเตรียนคะ? หนูอยู่ในท้องท่านแม่ของพวกเรา พี่ก็อยู่ในท้องท่านพ่อของพวกเรา ก็น่าจะเท่าเทียมกันแล้วนะคะ”
“ดีไม่ดี พวกเราอาจจะได้ลืมตาดูโลกในวันเดียวกันก็ได้” เดสเตรียนเสริมจากในท้องผม ทำให้ผมกับเคลลีนหัวเราะรับลูกไปด้วย
“โอเค ขอบใจนะที่สร้างทายาทให้อยู่ในท้องลูกสาวฉัน” ท่านพ่อตาคอนเนอร์บอกผม
“ไม่เป็ไรครับ” ผมบอก “โลกนี้สามารถทำให้มนุษย์หรืออะไรที่คล้าย ๆ กันสามารถตั้งท้องได้ทุกเพศด้วยเวทมนตร์คาถาอยู่แล้วครับ”
เวลาผ่านไป ผมก็อยู่ในปราสาทแห่งแคว้นออฟเทร็ม และไล่ดูหนังสือที่เล่าประวัติและเื่เล่าตามตำนานของโลกนี้ มีอะไรบ้างที่ผมชาติเก่าต้องรู้กันนะ…
และผมก็ไปสะดุดตากับหนังสือเล่มหนึ่งที่เรียกว่า นคระ แวบแรกที่ผมเห็นชื่อนี้ ผมหวนไปนึกถึงอาณาจักรเอลฟ์แบบแคสตรานามัส เพราะอย่างที่บอกครับ พวกเอลฟ์โลกนี้ หรือแม้กระทั่งพวกเื่แต่งแฟนตาซีตะวันตกส่วนใหญ่มองว่าเอลฟ์เป็เผ่าพันธุ์ที่อายุยืนกว่ามนุษย์อยู่แล้ว แต่กลายเป็ว่าไม่ใช่เลย มันเป็ดินแดนของมนุษย์อีกชนเผ่าหนึ่งที่เรียกว่า ปฐมอารยชน (First Civilized) เป็ขั้นสูงสุดของมวลมนุษย์ที่ทั้งแข็งแกร่ง ทรงพลัง อายุยืน แถมสามารถตั้งท้องได้ทั้งสองเพศ ฟังดูคล้ายกับเอลฟ์นะ แต่ว่าประเด็นก็คือ พวกปฐมอารยชนเป็สัตว์สังคมจำพวกแรกที่มาอาศัยอยู่บนโลก โดยเริ่มต้นจากมนุษย์เพศชายคนแรกอย่างอดัม และเพศหญิงอย่างอีฟ… ฟังดูคุ้น ๆ แฮะ เหมือนตำนานกำเนิดโลกตามความเชื่อของศาสนาเลย …เอาเถอะ ทั้งสองนั้นอยู่ในยุคถือกำเนิดของโลก ในยุคที่มีแต่พืชและต้นไม้เต็มไปหมด ไม่มีสิงสาราสัตว์ใด ๆ อาศัยอยู่เลย และจากนั้น ทั้งสองก็เริ่มตั้งท้องและให้กำเนิดลูกไปเรื่อย ๆ และนั่นทำให้พระผู้สร้างตัดสินใจสร้างสัตว์อื่น ๆ ลงไปอาศัยบนโลกมากขึ้น และนั่นก็รวมถึงพวกเอลฟ์ คนแคระ และพวกหูหางสัตว์ด้วย (พวกหูหางสัตว์เนี่ยจะมีความสามารถเหมือนสัตว์ด้วยเหมือนกันนะ ถึงจะใช้ชีวิตแบบมนุษย์ก็ตาม) จนสุดท้ายก็มีมนุษย์สายพันธุ์ปัจจุบันที่อ่อนแอกว่าปรากฏกาย เมื่อนั้นแหละจึงเกิดากับจอมมารดรอว์มอธเป็ครั้งแรก และทำให้ปฐมอารยชนถูกกำจัดไปมากมาย จนสุดท้ายก็ต้องย้ายถิ่นฐานไปยังนคระ ซึ่งอยู่บนทวีปอื่นที่ไม่ปรากฏบนแผนที่เลย จนมีข่าวลือว่า พวกปฐมอารยชนอาจไม่มีอยู่บนทวีปหลักที่พวกเราพักอาศัยอยู่เลยก็ได้ครับ
จะว่าไปแล้ว ผู้กล้าตั้งครรภ์ในตำนานและตระกูลนาร์เซ็นเอง ก็เป็ปฐมอารยชนนี่นา เพราะเท่าที่ผมศึกษาดู ตระกูลนาร์เซ็นสืบเชื้อสายมาจากอดัมและอีฟด้วย เป็เชื้อสายที่หลงเหลือเพื่อจัดการกับความชั่วร้ายที่ดรอว์มอธก่อไว้ทั่วโลก ผมว่ามันก็เข้าเค้าดีเหมือนกันแฮะ
ว่ากันว่าปฐมอารยชนเป็เผ่าพันธุ์ที่อายุยืนแบบว่า แทบจะเท่ากับไฮเอลฟ์โดยเฉลี่ยเลยก็ว่าได้ และศักยภาพของเอลฟ์ที่เหนือกว่ามนุษย์สายพันธุ์ปัจจุบัน ว่ากันว่ามีต้นแบบมาจากมนุษย์พันธุ์ปฐมอารยชนนี่แหละครับ แค่เพิ่มหูชี้แหลมให้ดูแตกต่างกันนิดหน่อยเท่านั้นเอง จะว่าไปแล้ว ข้อเสียของการมีอายุยืนก็คือ หากผูกพันกับมนุษย์ธรรมดาที่ไม่ใช่ปฐมอารยชน ซึ่งอายุสั้นกว่า แล้วพวกเขามาด่วนจากไปก่อนตัวเองนี่น่าจะเป็ความทุกข์ติดตัวไปตลอดชีวิตเลยแฮะ
และแน่นอน พวกคนที่เคยได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของแดนะ โดยเฉพาะเหล่ามวลมนุษย์ที่ไม่ใช่พวกปฐมอารยชน มักจะมีกิเลสอยากค้นหาทวีปที่ปฐมอารยชนอาศัยอยู่ แต่เพราะมนุษย์เป็พวกที่อายุสั้นกว่า อ่อนแอกว่า แถมชีวิตหลังความตายของมนุษย์เป็อะไรที่ไม่แน่นอน ไม่เหมือนพวกเอลฟ์หรือปฐมอารยชนที่ตายแล้วกลับมาเป็ตัวตนเดิมได้ เหมือนนกฟินิกซ์อะไรประมาณนั้นครับ ฉะนั้นการที่พวกมนุษย์ที่ไม่ใช่ปฐมอารยชนตั้งใจจะเดินทางไปยังทวีปะ มันเหมือนการเอาชีวิตไปตายดาบหน้าชัด ๆ และยิ่งทำให้ผมตั้งคำถามว่า แล้วผมล่ะ? ผมที่เกิดมาเป็มนุษย์ธรรมดาในตระกูลโมรันนัส จะมีสิทธิ์ไปเยือนแดนะได้หรือเปล่า คือแค่เป็ที่สนใจจากพระผู้สร้างแค่นี้มันเพียงพอที่ผมจะสามารถไปเยือนแดนะไหมนะ
เอาเถอะ ยังไงผมก็คิดว่าแค่การเป็ที่สนใจจากพระผู้สร้างมันไม่เพียงพอที่จะให้ผมมีสิทธิ์ที่จะไปเที่ยวนคระได้แหง ๆ ผมเลยเลิกคิดเื่นี้ และหันมาใส่ใจกับขุมทรัพย์ที่ใช้เป็เครื่องมือปราบจอมมารดีกว่า
เท่าที่ผมเคยศึกษาในหนังสือตำราต่าง ๆ ในห้องสมุดส่วนตัวของทั้งคฤหาสน์ของผมและปราสาทแคว้นออฟเทร็มแล้ว สมบัติที่เป็อาวุธฆ่าจอมมารในโลกนี้ ส่วนใหญ่ถูกสร้างขึ้นโดยคนในตระกูลใหญ่โตจากยุคกำเนิดโลก และถูกซ่อนไว้ตามโบราณสถานต่าง ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้พวกจอมมารร้ายได้เข้าใช้งานจนเกิดความเสียหาย ว่ากันว่าตระกูลเ่าั้หายสาบสูญไปใน่ากับดรอว์มอธ แต่ส่วนใหญ่ยังคงมีลูกหลานอยู่ในปัจจุบัน นั่นแสดงว่า หลายตระกูลที่ปรากฏชื่อในหนังสือที่ผมอ่านมา ตระกูลหลักจบสิ้นไปแล้ว แต่สายตระกูลรองทั้งหมดยังคงรอดอยู่ได้และออกลูกหลานต่อไปเรื่อย ๆ เหมือนกับตระกูลเวเนลิซอร์ดนี่แหละครับ
และประเด็นก็คือ สุดยอดตระกูลจอมเวทย์ชั้นสูงอีกหกคน นอกจากตระกูลเวเนลิซอร์ดแล้ว ผมได้ไปค้นพบชื่ออีกหกตระกูลสำคัญด้วย นั่นก็คือ ตระกูลโกธิสเตรียส ตระกูลเจธิฟ ตระกูลนาสมาเดฟ ตระกูลแคฟยาร์ด ตระกูลแดนเฟรีย และตระกูลยอร์แคน ซึ่งจากที่ได้ฟังจากเพอร์เทคริส ก็พบว่า ตอนนี้ตระกูลของเขากับอีกหกตระกูล กำลังเตรียมการโต้กลับแบ็กซ์เทอรัสอยู่เหมือนกัน แต่ว่า การโจมตีโดล-มานเทรีย ทำให้เจ็ดตระกูลจอมเวทย์ต้องมาระดมสมองละว่า ถ้าแบ็กซ์เทอรัสมันทำแบบนี้ได้ เดี๋ยวจอมมารตนอื่น ๆ จะได้ใจแย่งแต้มแบ็กซ์เทอรัสพอดี ฉะนั้น ระหว่างที่พวกเขากำลังพยายามทำทุกวิถีทางที่จะไม่ให้ดรอว์มอธกลับมา ก็ทำให้จอมมารที่เหลือ ๆ ไม่มีโอกาสได้ปรับชั้นให้สูงขึ้นด้วยเหมือนกัน (ใช่ครับ มันอาจจะมีโอกาสที่แบ็กซ์เทอรัสจะเลื่อนขั้นไปเป็ชั้นเบต้าได้ทุกเมื่อ โดยที่ฝ่ายตรงข้ามก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่และจะเกิดขึ้นได้ยังไงกันแน่)
และนั่นทำให้ผมต้องมานั่งแกร่วหาวิธีรับมือกับพวกจอมมารที่ไม่รู้ว่ามันจะปรับหนีพวกผู้กลับชาติมาเกิดกี่โมงดี และโชคดีนาทีทองครับ…
“สวัสดีออสเทร็ธ” ดยุกยูจีนทักทาย เขามาพร้อมกับดัชเชสลินด์เซีย ซาร์ก้า ดีลักแซนเดอร์ ภรรยาของเขาจากแคว้นโฟทราแห่งอาณาจักรโอคอนเนีย พร้อมกับลูกชายอย่างเอเด็นที่ผ่านไม่ไม่กี่วัน โตไวเป็วัยรุ่นอายุราว ๆ สิบห้าปีซะแล้ว
“ไงยูจีน” ผมทักทาย “ลูกนายโตขึ้นมาหล่อจังเลยแฮะ”
“สวัสดีครับท่านลุงออสเทร็ธ” เอเด็นทักทาย “ท่านยังไม่คลอดอีกเหรอครับ?”
“ยังจ้ะ” ผมตอบ
เอเด็นตัดสินใจยื่นมือไปวางท้องกลมโตของผมราวกับจะสนใจเดสเตรียนที่อยู่ข้างใน
“แล้วนายได้ทำอะไรหรือยัง?” ผมถามยูจีน
“พอดีว่ายูจีนเขามีการคุยกับพวกขุนนางชั้นเดียวกันในอาณาจักร แล้วพบว่ามีโบราณสถานที่หนึ่งใกล้บ้านเรา ที่เก็บดาบวิเศษเล่มหนึ่งไว้พอดีน่ะค่ะ” ลินด์เซียบอก “ที่นั่นน่าจะเป็หนึ่งในผลงานของตระกูลขุนนางในตำนานที่เก็บดาบวิเศษไว้ไม่ให้จอมมารเอาไปใช้ด้วย”
เท่านั้นแหละ ผมตาค้างทันที ไม่นึกว่าจะได้เจอไอเท็มที่เป็ขุมทรัพย์ใกล้บ้านของจริงแฮะ
“แล้วโบราณสถานนั้นอยู่ที่-”
“ก็อยู่ในป่าดึกดำบรรพ์มารีนฟอเรสต์น่ะ” ยูจีนตอบ “ฉันไม่รู้ว่า ผู้สร้างดาบเล่มนี้คิดอะไรถึงเอาดาบที่สร้างมาไปซ่อนไว้ในที่ที่ใกล้ประตูบ้านเราขนาดนั้น และเราไม่เคยรับรู้เื่นี้จนถึงตอนนี้ ก็เพราะตามประสาขุมทรัพย์าต่าง ๆ ทั้งในโลกนี้ – หรือแม้กระทั่งในเื่แต่งจากโลกเรานี่แหละ” ประโยคหลังเขายื่นหน้าไปกระซิบใส่หูผม ซึ่งผมเข้าใจได้นะเพราะคนที่นี่ไม่รู้เื่โลกต่างมิตินอกจักรวาล จากนั้นยูจีนก็กลับมาคุยตามปกติ “ใครที่พยายามเข้ามาได้ โดยไม่ดูเลยว่าใครคู่ควรกับขุมทรัพย์ชิ้นนี้ จะต้องมีอันเป็ไปตลอดเวลาในแบบที่ว่าบางทีก็ร้ายแรงถึงตายเลยก็มี แต่กับดาบในโบราณสถานในป่ามารีนฟอเรสต์น่ะ อย่างน้อยมันก็ยังใจดีต่อพวกที่ไม่มีเจตนาร้ายต่อดาบ ต่อให้พวกเขาจะเอาดาบออกมาไม่ได้ อย่างน้อยก็รอดครบสามสิบสอง แลกกับการที่ไม่บอกให้พวกเจตนาร้ายต่อดาบรับรู้ถึงการมีอยู่ของมัน หรือไม่ก็ หาสมาชิกตระกูลเ้าของดาบให้เจอเร็วที่สุด”
“แล้วได้เก็บรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับดาบวิเศษเล่มนี้หรือยัง?” ผมถามกลับ
“ตอนนี้เราได้พบตระกูลขุนนางผู้สร้างดาบแล้วล่ะ” ลินด์เซียตอบ “ตระกูลนี้เคยมีการทำากับจอมมารในยุคาศักดิ์สิทธิ์ครั้งแรก และก็สูญหายหลังจากจบยุคนั้น แต่ก็เหมือนกับตระกูลเวเนลิซอร์ดที่หายสาบสูญเฉพาะสายเืหลัก แต่สายเืรองยังคงอยู่ต่อไปยาว ๆ แบบลับ ๆ เพื่อไม่ให้จอมมารที่เคยบาดหมางกับขุนนางตระกูลนี้กลับมาเอาคืนได้นี่แหละ”
“เอาเป็ว่า จะให้ใครไปเก็บดีล่ะ?” ยูจีนถาม
“เชื่อมือแจสเตร็ดได้เลย” ผมตอบ “เขาน่าจะไขปริศนาได้ว่า ใครเป็ผู้สร้างดาบเล่มนี้”