โถงกลางคฤหาสน์ซานเดียร์
บรรยากาศในโถงกลางคฤหาสน์ซานเดียร์โอ่อ่าจนน่าขนลุกเมญ่านั่งตัวลีบอยู่บนโซฟาหนังราคาแพงความเย็นของเครื่องปรับอากาศกระทบผิวจนเธอต้องห่อไหล่ ใจก็นึกเวทนาชะตากรรมตัวเองแค่ออกไปเดินสูดอากาศไม่ถึงชั่วโมงกลับต้องมาแลกกับการถูกเจาะเืตรวจร่างกายราวกับเป็นักโทษแรกรับ
แต่แล้วความสงสัยก็เปลี่ยนเป็ความตระหนกเมื่อบาร์โชว์ก้าวเข้ามาพร้อมกับทีมแพทย์ที่เธอคุ้นหน้าจากหน้าข่าวนวัตกรรมทางการแพทย์...นี่มันทีมหมอระดับโลกที่ขึ้นชื่อเื่การวิจัยที่ล้ำสมัยและอื้อฉาวที่สุดไม่ใช่หรือไง!
“มาดามครับ นี่คือทีมแพทย์ที่จะมาตรวจสุขภาพ”บาร์โชว์เอ่ยแนะนำด้วยใบหน้าตายด้าน
“ตะ-ตรวจอะไรคะ?” เมญ่าถามเสียงสั่นจินตนาการไปไกลว่าอเล็กซ์อาจจะสั่งให้ฝังชิปติดตามตัวหรือใส่อะไรประหลาดๆเข้าไปในร่างกายเธอ
“ตรวจความพร้อม... ก่อนร่วมเตียงกับเ้านายครับ” บาร์โชว์พูดเหมือนหุ่นที่ถูกตั่งโปรแกรมมา
ประโยคนั้นเปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจเมญ่าเธอตัวแข็งทื่อ ลำคอแห้งผากจนกลืนน้ำลายแทบไม่ลง “เดี๋ยว... อะไรนะ?” เธอพึมพำออกไปอย่างไม่อยากเชื่อหู ก่อนจะกระซิบตอบโต้อย่างเสียหน้า“ฉะ-ฉันไม่เคยมีเื่แบบนั้นสักครั้งเลยนะ!”
บาร์โชว์ปรายตาไปทางทีมแพทย์สั่งงานสั้นๆ “งั้นส่วนนั้นไม่ต้องตรวจ... ตรวจแค่เืกับปัสสาวะพอ”
เมื่ออุปกรณ์ถูกกางออกแสงจากปลายเข็มแหลมคมสะท้อนเข้าตา เมญ่าก็สติกระเจิงทันทีสัญชาตญาณความกลัวทำให้เธอโผเข้าหาที่ยึดเหนี่ยวที่ใกล้ที่สุด...ซึ่งก็คือแขนของบาร์โชว์ เธอเกาะเขาไว้แน่นราวกับคนกำลังจะจมน้ำ
“มะ-มีเข็มที่เล็กกว่านี้ไหมคะ?” เธอถามอย่างน่าสงสาร
บาร์โชว์ยืนนิ่งเป็หุ่นหินในใจก่นด่าไปแล้วนับร้อยรอบกับท่าทีเกาะแกะของมาดาม“อย่าเข้ามาใกล้จะได้ไหมครับมาดาม” เขาพยายามดันตัวออกแต่เมญ่ากลับยิ่งบีบแขนเขาแน่นขึ้นไปอีก
“พวกมึงทำอะไรกัน!” เสียงทุ้มต่ำที่ทรงอำนาจและแฝงไปด้วยความโกรธจัดดังก้องมาจากชานบันไดอเล็กซ์ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยสายตาที่ลุกเป็ไฟเมื่อเห็นภรรยาตีทะเบียนของตัวเองกำลังนัวเนียอยู่กับลูกน้องคนสนิทบาร์โชว์รีบดึงแขนออกจากการเกาะกุมของมือน้อย ๆ อย่างยากลำบาก
“อย่าหนีสิ!” เมญ่าหลับหูหลับตาคว้าหาที่ยึดใหม่โดยไม่ได้ดูเลยว่าเ้าของเสียงเมื่อครู่ก้าวลงมาถึงตัวเธอแล้ว
“มึงถอยไป!” อเล็กซ์คำรามใส่บาร์โชว์จนลูกน้องต้องถอยกรูด
เมญ่าที่ตามองแต่เข็มซึ่งกำลังจะจิ้มลงบนเมญ่าหลับตาปี๋ มือเล็กๆ คว้าสะเปะสะปะไปในความมืดที่เต็มไปด้วยความกลัวเธอไม่ได้สนใจว่าแขนแกร่งที่เธอเกาะกุมอยู่นั้นเป็ของลูกน้องหรือเ้านาย...เธอเพียง้าใครสักคนที่แข็งแกร่งพอจะปกป้องเธอจากเข็มปลายแหลมที่เธอเกลียดเข้าไส้ด้วยมือที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อจนเปียกชื้น“อ๊ะ...” เธออุทานออกมาเมื่อรู้สึกถึงความเจ็บแปลบที่ข้อพับแขนมือน้อยบีบแขนของอเล็กซ์แน่นจนเนื้อผ้าสูทหรูยับยู่ยี่ไม่เหลือชิ้นดี
อเล็กซ์ก้มลงมองมือเล็กๆที่บีบแขนเขาไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่พลันชะงักงันไปชั่วขณะแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่แล่นพล่านขึ้นมาเมื่อเขาััได้ถึง ชีพจรที่เต้นระรัวของเธอผ่านแขนเสื้อสูทซึ่งมันปลุกสัญชาตญาณนักล่าในตัวเขาให้เปลี่ยนจากความโกรธเป็ความกระหายอยาก
ความเจ็บแปลบที่ข้อพับแขนค่อยๆ จางหายไปพร้อมกับเข็มที่ถูกถอนออก แต่เมญ่ายังคงหลับตาปี๋ร่างกายสั่นเทาไม่กล้าลืมตาขึ้นมาเผชิญโลกความเป็จริงเธอภาวนาในใจให้ทีมแพทย์พิลึกพวกนี้รีบไสหัวออกไปจากห้องให้หมดเสียที
ทว่า...ััรอบข้างกลับเปลี่ยนไป ลมหายใจอุ่นจัดที่รินรดอยู่เหนือหน้าผากพร้อมกับกลิ่นน้ำหอมหรูหราที่เจือด้วยกลิ่นบุหรี่จาง ๆอันเป็เอกลักษณ์คุกคามประสาทััของเธออย่างรุนแรงเมญ่าลอบกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะค่อย ๆ ปรือตาขึ้น
หัวใจของเธอแทบจะหยุดเต้นเมื่อพบว่าใบหน้าคมคายของอเล็กซ์อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่เิเ!
เขากระตุกแขนข้างที่เธอขยุ้มไว้แน่นขึ้นมาจ่อตรงหน้า“...พอหรือยัง?”
เมญ่าสะดุ้งสุดตัวรีบปล่อยมือออกอย่างลนลานเมื่อเห็นว่าสูทเนื้อดีราคาแพงระยับของเขายับยู่ยี่ด้วยฝีมือของเธอเองแต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยคำขอโทษ มือหนาก็พุ่งเข้ามาบีบกรามเล็กของเธอไว้แน่นบังคับให้เธอต้องสบตาที่วาวโรจน์ด้วยความโกรธจัด
“ขืนมึงไล่จับแขนคนอื่นไปทั่วแบบนี้อีก... กูจะตัดแขนพวกมันทิ้งซะ!”อเล็กซ์พูดด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม
เมญ่าตัวสั่นระริกเหมือนลูกนกถูกขย้ำเธอพยายามส่ายหน้าปฎิเสธพัลวันเพื่อบอกว่าเธอไม่ได้ตั้งใจ
ทว่าอเล็กซ์กลับไม่เปิดโอกาสให้เธอได้อธิบายเขาบดขยี้ริมฝีปากลงมาอย่างรุนแรงและป่าเถื่อน! เขากัดริมฝีปากบางที่เม้มแน่นของเธอจนต้องเผยอออกก่อนจะสอดแทรกลิ้นหนาเข้าไปสำรวจโพรงปากนุ่มอย่างจาบจ้วงวิสาสะรสชาติขมปร่าของบุหรี่จาง ๆติดอยู่ที่ปลายลิ้นสากที่กวาดต้อนความหวานจากเธอจนร่างบางอ่อนระทวยแทบทรงตัวไม่อยู่เมื่อพอใจแล้วเขาจึงผละออกอย่างกะทันหัน
“จำไว้... ว่ามึงเป็ของใคร!” อเล็กซ์สะบัดตัวหนีด้วยท่าทางเย็นเยียบทิ้งให้เมญ่ายืนหอบหายใจถี่จนตัวโยน เธอทรุดลงนั่งบนโซฟาอย่างหมดแรงใบหน้าแดงซ่านลามไปถึงใบหู ไม่ใช่เพราะความเขินอายแต่เป็เพราะความอัปยศที่ถูกตีตราจองต่อหน้าคนงานในบ้าน
เมญ่ากวาดสายตามองซ้ายขวาอย่างหวาดระแวงกลัวว่าใครจะเห็นรอยจูบที่แสนป่าเถื่อนนั่นก่อนจะรีบคว้าสมาร์ทโฟนแล้ววิ่งตื๋อกลับขึ้นห้องไปอย่างรนลานราวกับหนีตายจากปีศาจร้ายที่เพิ่งพรากเอาลมหายใจของเธอไป
ห้องนอนเมญ่าคฤหาสน์ซานเดียร์
ปัง!!!
เมญ่ากระแทกประตูปิดลงอย่างแรงเธอพิงแผ่นหลังกับบานประตูไม้เนื้อหนา หายใจหอบถี่ประหนึ่งคนกำลังจะจมน้ำตายร่างบางถลาเข้าไปในห้องน้ำหวังจะใช้น้ำเย็นชะล้างััอันป่าเถื่อนออกไปแต่เมื่อส่องกระจกดูเธอก็แทบเข่าทรุด บนผิวแก้มเนียนยังมีรอยนิ้วมือสีแดงจางๆ จากการถูกบีบกรามแน่นและริมฝีปากก็บวมเจ่อมีรอยแตกเพิ่มขึ้นมาเป็ที่ระลึก
“ไอ้... ผู้ชายกามกามนี่!” เธอกระซิบด่าเสียงแ่พลางรีบสงบปากสงบคำเมื่อนึกขึ้นได้ว่าทุกซอกมุมของห้องนี้มีหูตาของเขาซ่อนอยู่
เมื่อทำอะไรไม่ได้เธอจึงทำได้เพียงมานั่งจ้องหน้าสมาร์ทโฟนเมญ่ารู้สึกเหมือนโลกกำลังจะตัดขาดเธอออกไปทีละน้อยเธอโหยหาอิสรภาพนอกเขาสามลูกนี้... ที่ที่เธอเคยเป็ตัวเอง สายตามองไปที่บัตรDiamond Platinum แล้วก็ได้แต่ถอนใจพลางคิดประชดในใจว่าในนิยายรักมาเฟียการมีบัตรใบนี้มันต้องตามมาด้วยการเดินช้อปปิ้งหรูหราสิ “เฮ้อ...ทำไมชีวิตจริงมันไม่เหมือนในนิยายเลยนะ”
เธอนั่งไถฟีดข่าวไปเรื่อยๆ พลางค้านในใจว่าอเล็กซ์ซานเดียร์ มีดีตรงไหน ทำไมคนถึงประโคมข่าวกันนัก จนกระทั่งนิ้วไปสะดุดกึก “อ๊ะ...นี่มันคุณปู่ฟรอสนี่” เมญ่ากดเข้าไปอ่านด้วยความไวเท่าความคิดข่าวระบุว่าปู่ฟรอสเดินทางไปทำงานที่ต่างเมืองกับพ่อของเธอและดูเหมือนจะมีการเตรียมย้ายบริษัทอัครบดีไปตั้งฐานที่มั่นใหม่ที่เมืองนั้นอย่างถาวร
“อะไรกัน... ในเมื่อต้องย้ายบริษัทไปอยู่ดีกินดีขนาดนั้นแล้วจะส่งฉันมาขึ้นแท่นสังเวยที่นี่ทำไม!” เมญ่ารู้สึกท้อแท้จนน้ำตาคลอ เธอไม่เข้าใจเลยจริงๆหากการแต่งงานของเธอคือการกู้บริษัทเพื่อให้พ่อยังดำเนินกิจการต่อไปได้แล้วทำไมต้องย้ายหนีไปไกลขนาดนั้น?
แต่สิ่งที่เธอไม่รู้คือ หากเธอไม่ยอมตกลงแต่งงานกับอเล็กซ์บริษัทอัครบดีคงล้มละลายไปแล้วไม่มีความสวยหรูหรือทุนหนาจากเครือซานเดียร์มายื่นมือช่วยให้ย้ายฐานก็คงไม่มีบดีกรุ๊ปอีกต่อไป และไม่สามารถไปได้ไกลกว่าเดิมแบบนี้
แต่สำหรับเมญ่าในตอนนี้...มันเหมือนเธอถูกหลอกให้มาติดกับ เพื่อให้คนอื่นมีชีวิตที่ก้าวหน้าไปไกลกว่าเดิม
เธอกดปิดสมาร์ทโฟนทิ้งอย่างเหลือเชื่อความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา... เธอจะขออเล็กซ์ไปลาพ่อกับปู่ก่อนพวกเขาจะย้ายไปได้ไหมนะ? ทว่าความเพลียจากการนอนน้อยเมื่อคืนบวกกับความเครียดที่รุมเร้าจนสมองขาวโพลนทำให้สุดท้ายเธอก็ไม่อาจต้านทานความง่วงได้ เมญ่าจึงผลอยหลับไปบนโซฟาทั้งที่ความกังวลยังคงเกาะกินใจไม่จางหาย
ห้องนอนเมญ่าคฤหาสน์ซานเดียร์
ความเงียบสงัดภายในห้องถูกแทนที่ด้วยบรรยากาศที่หนักอึ้งจนหายใจลำบากเมญ่าพยายามกะพริบตาถี่ๆ เพื่อสลัดความง่วงงุนออกไป แต่ทันทีที่สายตาปรับโฟกัสได้ร่างกายของเธอก็แข็งทื่อราวกับถูกสาป
อเล็กซ์ซานเดียร์นั่งอยู่ตรงนั้น... ท่ามกลางแสงสลัวของห้องที่เริ่มมืดลงเขาอ่านเอกสารอย่างใจเย็นบนโซฟาฝั่งตรงข้ามโดยมีเพียงโต๊ะตัวเล็กคั่นกลางระหว่างเธอกับเขาไว้
“คะ... คุณ!” เมญ่าอุทาน เสียงที่เปล่งออกมาแห้งผากจนแทบไม่มีลม
อเล็กซ์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองในทันทีเขาเพียงแต่โยนปึกเอกสารในมือลงบนโต๊ะเสียงดังมันคือผลตรวจสุขภาพที่เธอเพิ่งทำไปเมื่อบ่าย
“ยี่สิบสามปี... ไม่เคยผ่านมือผู้ชาย”เขาละสายตาจากกระดาษมาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ มุมปากหยักลึกยกยิ้มหยัน“มาถึงยุคนี้แล้วยังมีผู้หญิงที่คิดจะเก็บความบริสุทธิ์ไว้สำหรับคืนแต่งงานอยู่อีกเหรอ?” เขาหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ พ่นควันสีเทาหม่นใส่หน้าเธออย่างจงใจจน
เมญ่าต้องยกมือขึ้นปัดพัลวัน“แคกๆ...” เธอกระอักกระไอด้วยความสำลักควัน
“วันพรุ่งนี้ฉันต้องไปต่างเมือง... ไปจัดการเื่บริษัทของพ่อตาฉัน”เขาเอ่ยเสียงเรียบพลางใช้ปลายบุหรี่ที่ติดไฟแดงวาบเขี่ยลงบนกระดาษผลตรวจสุขภาพของเธออย่างไม่ใส่ใจราวกับว่าร่างกายของเธอก็เป็แค่เศษกระดาษแผ่นหนึ่ง
เมญ่าเบิกตากว้างหัวใจเต้นแรงด้วยความหวังที่ผุดขึ้นมาท่ามกลางความสิ้นหวัง “ฉะ... ฉันไปด้วย...ได้ไหมคะ?”
อเล็กซ์อัดนิโคตินเข้าปอดอีกครั้งก่อนจะพ่นออกมาจนฟุ้งกระจาย“เอาสิ... แต่มีข้อแม้” เขาใช้มือเท้าโต๊ะโน้มตัวข้ามมาหาจนปลายจมูกแทบจะชนกันกลิ่นบุหรี่และรังสีอำมหิตแผ่ซ่านจนเมญ่าไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ
“อย่าห่างจากกูเกินสิบก้าว...”เขาใช้สายตาหยาบโลนกวาดมองสำรวจร่างกายเธอั้แ่หัวจรดเท้าราวกับกำลังประเมินราคาสินค้าที่เขาเพิ่งซื้อมา “ถ้ามึงยังอยากใช้ร่างกายนี้...เป็เครื่องมือต่อลมหายใจให้อัครบดีต่อไป” เขาถอยกลับไปนั่งพิงพนักตามเดิม
เมญ่าไม่ได้สนใจคำขู่หรือสายตาดูแคลนนั่นเลยแม้แต่น้อยเธอรีบผงกหัวรับคำท้าอย่างแรง ในใจมีเพียงภาพของพ่อกับแม่ที่เธออยากเจอที่สุด
‘ทำไมต้องย้ายบริษัทหนี... ทำไมทุกคนถึงทำเหมือนทิ้งฉันไว้ที่นี่คนเดียว’ คำถามนี้มันดังสะท้อนอยู่ในอกและพรุ่งนี้เธอจะต้องเค้นเอาความจริงออกมาให้ได้ ไม่ว่าราคาที่ต้องจ่าย...จะเป็ศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดของเธอก็ตาม
อเล็กซ์เหยียดยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะแววตาคมกริบที่จ้องมองมานั้นเต็มไปด้วยความสมเพชทว่าโชกโชนไปด้วยตัณหาเขาดับบุหรี่ลงบนแผ่นเอกสารผลตรวจร่างกายอย่างไร้อารมณ์ก่อนจะเอนหลังพิงโซฟาสำรวจเรือนร่างของเมญ่าอย่างถือดีราวกับกำลังตรวจเช็กสินค้าชิ้นใหม่ที่เขาเพิ่งซื้อขาดมา
"มานี่" เขาตบลงบนหน้าขาแกร่งของตัวเองเสียงดัง ปึก เป็คำสั่งที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง
เมญ่ามองตามมือเขาสลับกับใบหน้าคร้ามคมด้วยความรู้สึกใเธอไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะเริ่มเรียกร้องจากเธอตอนนี้ในห้องนอนที่เงียบเชียบและบีบคั้นเช่นนี้
อเล็กซ์เลิกคิ้วขึ้นสูงเป็เชิงคำถาม...มึงกล้าขัดคำสั่งกูเหรอ?
เมญ่าตัวสั่นระริกเธอพยายามสะกดกลั้นอารมณ์รังเกียจที่พุ่งพล่านไว้ในใจ ก่อนจะค่อยๆขยับกายก้าวเดินไปหาเขาเหมือนคนหมดทางเลือกเธอทรุดตัวลงนั่งบนตักกว้างนั้นอย่างประดักประเดิดเพราะั้แ่โตมาเธอก็ไม่เคยนั่งตักผู้ชายคนไหนนอกจากพ่อของเธอ
อเล็กซ์ไม่รอช้าเขาเอื้อมมือหนาเข้ามารวบเอวบางให้ขยับเข้าไปชิดอกแกร่งจนแทบจะหลอมรวมกันก่อนจะยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ เขาโน้มใบหน้าลงไปซุกไซ้ที่ลำคอระหงกลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ ทำเอาเมญ่าขนลุกซู่เขากดฝังริมฝีปากหนาลงไปอย่างแรง ขบเม้มจนเกิดรอยแดงเด่นหราทิ้งไว้เป็ตราประทับ
"รังเกียจผัวตัวเองมากสินะ"เขาเอ่ยเสียงพร่าพลางบีบปลายคางเธอขึ้นมาให้สบตาในระยะประชิด"แต่กูก็คือผัวของมึง... จำใส่หัวไว้!"
พอกล่าวจบเขาก็สะบัดร่างบางให้ร่วงลงไปกองกับพื้นอย่างไม่ใยดี อเล็กซ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก้มมองเมญ่าที่นั่งตัวสั่นอยู่แทบเท้าด้วยสายตาเยาะเย้ยถึงขีดสุดเขาจัดระเบียบเสื้อผ้าเล็กน้อยก่อนจะก้าวเดินไปที่ประตู
"อย่าลืมลงไปแดกข้าว" ทิ้งไว้เพียงคำสั่งห้วนๆก่อนจะหายลับออกไปหลังประตูทิ้งให้ความอึดอัดยังคงวนเวียนอยู่ในอากาศ
เมญ่าค่อยๆพยุงตัวเองลุกขึ้นมาจากพื้นด้วยเรี่ยวแรงที่สั่นเทาเธอเดินตรงไปที่ห้องน้ำหวังจะวิดน้ำล้างหน้าให้ตัวเองรู้สึกสดชื่นและลบล้างความอัปยศนี้ออกไปทว่าเมื่อเงยหน้ามองกระจก เธอกลับต้องหลับตาลงอย่างอดสู...รอยแดงเข้มที่ลำคอตอกย้ำความจริงที่แสนโหดร้าย ว่าต่อให้เธอหนีไปไกลแค่ไหนร่องรอยของเขาก็จะยังคงตามติดเธอไปทุกที่ราวกับโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น
ห้องอาหารคฤหาสน์ซานเดียร์
เมญ่าก้าวเท้าเข้ามาในห้องอาหารด้วยอารมณ์ที่สับสนปนเปจนแทบจะแยกไม่ออกระหว่างความกลัวและความโกรธแค้นวันนี้ชีวิตเธอถูกปั่นหัวจนหมุนคว้างทั้งการถูกตรวจร่างกายราวกับสิ่งของที่จะถูกใช้งานและข่าวคราวการเดินทางไปต่างเมืองในวันของครอบครัวอัครบดี อีกทั้งวันพรุ่งนี้ที่เธอต้องเดินทางไปกับอเล็กซ์เพื่อไปดูบริษัทของพ่อเธอเธอต้องพ่วงตำแหน่ง ‘ของเล่น’ ติดสอยหามตามเขาไปด้วยยิ่งเห็นป้านาขึ้นไปจัดกระเป๋าเตรียมพร้อมไว้ให้ความไม่แน่นอนก็ยิ่งทิ่มแทงใจว่า... แล้วคืนนี้ล่ะ เขาจะทำอะไรกับเธอ?
ในห้องอาหารไร้เงาของปู่ฟรอสจริงๆอย่างที่อเล็กซ์ปรามาสไว้ มีเพียงร่างสูงใหญ่ที่นั่งจดจ่ออยู่กับแท็บเล็ตในมือ
เขาละสายตาขึ้นมามองเพียงครู่ก่อนจะวางมันลง“นั่งลง” คำสั่งสั้นๆพร้อมปลายนิ้วที่ชี้ไปยังเก้าอี้ตัวเดิมที่เธอเคยนั่งเมื่อเช้า
เมญ่าเดินไปนั่งอย่างขลาดเขลาภาพััรุนแรงที่เขาบดขยี้ริมฝีปากและซอกคอเธอยังคงหลอนอยู่ในมโนสำนึกไม่จางหายแม้เธอจะใช้รองพื้นโบกทับรอยขบเม้มสีแดงจัดนั่นไว้หนาเพียงใดแต่ความรู้สึกแสบพล่านยังคงย้ำเตือนถึงความป่าเถื่อนของเขาได้ดี
แม่บ้านเดินเข้ามาวางจานอาหารลงตรงหน้าเมญ่าทว่ามันกลับไม่ใช่สเต็กหรือพาสต้าเหมือนคนตัวโตฝั่งตรงข้าม“คุณท่านฟรอสโทรมาสั่งไว้ค่ะ ว่านี่คือมื้อเย็นของมาดาม...ท่านฝากบอกว่าไม่ต้องห่วงเื่ครอบครัวนะคะ ท่านจะจัดการดูแลให้เองทุกอย่าง”
สิ้นคำพูดของแม่บ้านหัวใจของเมญ่าก็กระตุกวูบ มือน้อยๆ สั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ข่าวการย้ายบริษัทที่เธอเพิ่งอ่านมาทำให้คำพูดนั้นฟังดูเหมือนคำขู่มากกว่าความหวังดีอารมณ์เดือดดาลและเกลียดชังพุ่งพล่านจนท่วมท้น เธอเบือนสายตาลงมองจานราดหน้าทะเลเมนูโปรดที่เธอเคยชอบนักหนาแต่วินาทีนี้กุ้งหอยปูปลามันกลับดูเหมือนเศษเสี้ยวเนื้อตัวของคนในครอบครัวเธอที่ถูกเฉือนมาสังเวยบนจานอาหารใบนี้
อเล็กซ์นั่งจ้องมองอาการนั้นอย่างสะใจั์ตาสีน้ำเขียวทะเลลึกวาวโรจน์ด้วยความสมน้ำหน้าเขาชื่นชอบเหลือเกินที่เห็นเมญ่าจมอยู่กับความสับสน โดยที่เธอไม่รู้เลยว่า...ชายชราท่าทางใจดีอย่างปู่ฟรอสนั่นแหละคือสถาปนิกผู้กักขังเธอไว้ในกรงทองแห่งนี้ั้แ่ต้นจนจบ
“รีบกินซะ... พรุ่งนี้ต้องเดินทางแต่เช้าฉันไม่มีเวลาให้เธอมานั่งละเลียดมื้อเช้าหรอกนะ”อเล็กซ์เอ่ยพลางหมุนเส้นพาสต้าเข้าปากอย่างอารมณ์ดีขัดกับบรรยากาศที่เมญ่ากำลังจะขาดใจตาย
เมญ่าฝืนกลืนก้อนความขมขื่นลงคอเธอใช้มือที่ยังสั่นเทาหยิบช้อนขึ้นมาตักผักเข้าปากอย่างยากลำบากจิตใต้สำนึกส่วนที่ยังครองสติได้ะโก้องว่าเธอต้องมีชีวิตรอด... ‘ฉันต้องกินเข้าไปเพื่อต่อลมหายใจให้ตัวเองเพื่อเป็หลักประกันให้พนักงานอีกหลายร้อยชีวิตที่ยังพึ่งพิงใบบุญของอัครบดี
ต่อให้ราดหน้าจานนี้จะมีรสชาติขมปร่าเพราะหยาดน้ำตาที่คลอหน่วยเบ้าหรือต่อให้ฉันอยากจะคว่ำชามนี้ทิ้งเพียงใด ฉันก็ต้องกิน...กินเพื่อรอวันที่จะได้ทวงถามความจริงจากทุกคนที่รวมหัวกันหักหลังฉันในวันนี้’