ซูมี่ก้มหน้าตัวสั่นอยู่บนพื้นบอกเล่าแผนทุกอย่างถึงเหตุการณ์ที่หลินเฟยเซียนนั้นตั้งใจวางยาเยี่ยซีห่าว จนตนเป็ฝ่ายโดนยาพิษเสียเอง แต่ก็ต้องเกิดเื่ผิดพลาดเพราะผู้เป็นายหาได้มียาถอนพิษไม่ สาวใช้จึงถูกนางสั่งให้มัดมือมัดเท้าไว้เผื่อในยามที่ยาออกฤทธิ์จะได้ไม่ทำอันใดที่ขาดสติลงไป แต่ซูมี่ไม่ได้เอ่ยถึงเื่ที่คุณหนูของตนนั้นได้สิ้นลมหายใจไปแล้วนานกว่าสองชั่วยามให้ผู้เป็นายได้ฟัง
หลินชุนได้ยินเช่นนั้นถึงกับทรุดลงบนเก้าอี้ เขาไม่คิดเลยว่าบุตรสาวจะกระทำสิ่งที่น่าอับอายเช่นนั้น แม้จะโกรธกับสิ่งอันแสนโง่เขลาที่นางทำมากเพียงใด แต่ในใจกลับสงสารบุตรสาวจับใจ เมื่อสาวใช้บอกว่าหลินเฟยเซียนไม่อยากให้เขารู้เื่เลวร้ายที่นางกระทำลงไปเพราะกลัวบิดาจะรู้สึกผิดหวังกับนาง
แต่ก่อนนางเป็เด็กสาวที่อ่อนหวาน เชื่อฟังคำสั่งแต่ไฉนจึงแปรเปลี่ยนเป็คนเอาแต่ใจอารมณ์ร้ายแบบนี้ได้
ั้แ่ภรรยาเพียงคนเดียวจากไปด้วยโรคที่รุมเร้า บุตรสาวก็มีอายุเพียงเจ็ดหนาวเท่านั้น เขาเสียใจเป็อย่างมากเอาเวลาทำแต่งานเพื่อจะได้ลืมความทุกข์ในใจ หลินชุนคิดว่าที่หลินเฟยเซียนเป็เช่นนี้ส่วนนึงก็มาจากตนด้วยเช่นกันที่ไม่ค่อยมีเวลาใส่ใจดูแลนางมากตอนที่นาง้าเขามากที่สุด
หลินชุนได้แต่กุมขมับแล้วกล่าวโทษตัวเองในใจ พลางเลื่อนสายตาไปยังบุรุษที่ได้ชื่อว่าเป็ว่าที่ลูกเขยอย่างหนักใจ ก่อนจะเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความกลัดกลุ้ม
"ข้าต้องขอโทษเ้าแทนบุตรสาวของข้าด้วยนะอาห่าว นางยังเล็กนัก"
"ท่านอาอย่าได้กังวลไปเลยขอรับ ข้าหาได้ใส่ใจไม่"
ชายหนุ่มตอบออกมาเสียงหนักแน่น เพราะเขาหาได้ใส่ใจสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ แต่ต้องยอมรับในความเด็ดเดี่ยวและทนงตนในศักดิ์ศรีของนาง
อันที่จริงเขาก็ไม่ได้อยากทำแบบนั้นแต่พอองครักษ์มารายงานว่าอีกฝ่ายจะถึงขั้นวางยาตนเองก็อดไม่ได้ที่จะสั่งสอนนางกลับสักเล็กน้อย เพราะอย่างไรเสียนางก็ต้องมียาถอนพิษไว้กับตัวอยู่แล้ว
ไม่คิดเลยว่าสถานการณ์จะเป็เช่นนี้ หรือกริยาท่าทางต่างๆ ที่นางแสดงออกมาในศาลาราวคนสตรีเสียสตินั้นเกิดจากที่นางฝืนต่อต้านฤทธิ์ยาหรอกรึ
ภายในเรือนที่ปกคลุมด้วยบรรยากาศชวนกระอักกระอ่วน ไม่เกินหนึ่งเค่อท่านหมอหยินก็มาถึง หลินชุนไม่รีรอรีบให้เขาเข้าไปตรวจดูอาการบุตรสาวที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงทันที เมื่อหมอหยินจับชีพจรตรวจอาการหญิงสาวอย่างละเอียดถี่ถ้วนหลายต่อหลายครั้งเพื่อความแน่ใจ สีหน้าของชายชรากลับเริ่มมีท่าทางที่ตกตะลึง
"ท่านหมอลูกข้าเป็อันใดบ้าง"
เมื่อเห็นสีหน้าของหมอหยิน หลินชุนยิ่งร้อนใจนั่งไม่ติด
"คุณหนูหลินช่างอ่อนแอยิ่งนัก ข้าพบพิษอยู่ในร่างกายของนาง มันเกิดอันใดขึ้นรึขอรับ"
เขาเป็ถึงหมอหลวงฝีมือดีพอตัวจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าอาการของคุณหนูหลินนั้นเป็เพราะผลมาจากโดนยาปลุกกำหนัด
"ท่านสามารถรักษาได้หรือไม่"
หลินชุนเลี่ยงที่จะไม่ตอบพลางเอามือไพล่หลัง
"แน่นอนขอรับ"
"ท่านรู้ใช่หรือไม่ว่ามันคือพิษอันใด"
เขากล่าวเสียงเย็นแต่แฝงไปด้วยอำนาจ หมอหยินที่ได้รับแรงกดดันของผู้อยู่เบื้องหน้าถึงกับเกร็งไปทั้งตัว
"ขอรับ.."
หลินชุนผู้นี้ต่างได้รับการกล่าวข่านไปทั่วแคว้นว่ามีความสามารถอันแสนชาญฉลาดในการวางแผนรบและจัดการกับฝ่ายศัตรูั้แ่อายุได้เพียงแค่ 19 หนาวเท่านั้น เขานั้นเป็ที่พึ่งพอใจขนาดฮ่องเต้ถึงขั้นพระราชทานจวนให้ ไม่มีผู้ใดที่ไม่ให้ความเคารพยำเกรงเขา
"ข้าอยากให้เื่ที่เกิดขึ้นนี้เงียบที่สุดท่านรู้ใช่หรือไม่"
ถึงหมอหยินจะไม่รู้ว่าเหตุใดหญิงสาวจึงถูกวางยากำหนัดแต่เขาก็ไม่อาจเอ่ยอันใดให้มากความได้
"โปรดวางใจ ข้ามิเอ่ยปากกับผู้ใดเด็ดขาดขอรับ"
หมอหลวงโค้งคารวะพร้อมตอบออกมาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นเพื่อเป็การยืนยัน
"ดี!"
เมื่อเริ่มไม่มีความตึงเครียดในห้องแล้ว หมอหยินจึงได้เริ่มเปิดปากอธิบายต่อ
"ข้าตรวจสอบแล้วผู้ที่โดนพิษนี้ไม่อาจจะมีชีวิตอยู่ได้หากไม่มียาแก้ ์ช่างเมตตานักที่นางยังมิเป็อันใดมากไปกว่านั้น ข้าจะเขียนเทียบยาขับพิษและยาบำรุงให้"
"ขอบคุณท่านหมอมาก ข้าจะให้รถม้าที่จวนไปส่ง ฮุ่ยเจียงส่งแขก!"
หลินชุนเอ่ยเรียกพ่อบ้านประจำจวนให้เข้ามาจัดการ
"เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน"
ชายชราและหลินชุนคารวะให้กัน ก่อนจะจากไป
หลินชุนจึงสั่งให้ซูมี่จัดการเช็ดตัวปัดเปลี่ยนเสื้อผ้าอาภรณ์ให้แก่บุตรสาว แล้วออกมาจากห้องพร้อมเยี่ยซีห่าว
"ต้องขอโทษเ้าอีกครั้งนะหลานข้า แม้เ้าทั้งสองจะหมั้นหมายกันไว้แล้ว แต่การกระทำของอาเฟยช่างเป็เื่ที่ไม่สมควรยิ่ง"
หลินชุนเอ่ยพูดกับชายหนุ่มที่เขารักเหมือนหลานชายคนนึงพลางถอนหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อย
"ท่านอาโปรดวางใจข้าจะไม่บอกผู้ใดแน่ขอรับ"
"ขอบใจเ้ามาก ถึงแม้บิดาของเ้ากับข้าจะตกลงกันเื่ให้เ้าทั้งสองตบแต่งกัน แต่ถ้าเกิดหลานมีหญิงที่อยู่ในใจแล้วก็บอกอาได้ ข้าจะคุยกับอาเฟยเอง"
หลินชุนเอ่ยพลางตบไหล่อีกฝ่ายเบาๆ เขาเป็คนหูตาไว รู้อยู่นานแล้วว่ามีเพียงแค่บุตรสาวเท่านั้นที่มีใจรักชายหนุ่มอยู่เพียงฝ่ายเดียว
"หามิได้ขอรับ เช่นนั้นหลานขอตัว"
"ไปเถิด"
เยี่ยซีห่าวคารวะคนตรงหน้าอย่างนอบน้อมแล้วะโขึ้นหลังม้าก่อนจะควบออกไป
เขานั้นพยายามข่มอารมณ์ที่กำลังพุ่งพล่านั้แ่หมอหยินพูดเื่ยาที่มีพิษรุนแรงนั่นแล้ว นี่ถ้าเกิดเขาเผลอดื่มยานั่นจริงๆ แล้วไม่ทำอันใดหลินเฟยเซียนอย่างที่นางได้วางแผนไว้ ไม่รู้เลยจริงๆ ว่าตนจะเป็เช่นไร
คิดได้ดังนั้นใบหน้าของชายหนุ่มจึงแดงก่ำไปด้วยโทสะมือหนาเริ่มกำบังเหียนแน่นขึ้น เมื่อยังเยาว์เขายอมรับว่าเอ็นดูนางราวกับน้องสาวคนหนึ่ง เพราะมารดานางด่วนจากไปหาได้รักแบบหญิงสาวไม่ แต่เมื่อเริ่มเติบโตขึ้นนางกลับทำกริยาท่าทีที่โจ่งแจ้งเกาะติดเขา จ้องมองเขาด้วยสายตาที่จาบจ้วงราวกับเป็สตรีโคมเขียวก็มิปาน ทะเลาะตบตีกับผู้อื่นไปทั่ว ไม่หลงเหลือความเป็สตรีถือหลักสามสี่จรรยาเลยแม้แต่น้อย
เขาพยายามแสดงท่าทีที่ไม่สนใจอีกฝ่ายเพราะคิดว่านางจะยอมแพ้แล้วถอยห่างออกไปจากตน แต่นี่นางกลับถึงขั้นจะวางยาเพื่อจะเขา เขาเกลียดสตรีที่มีนิสัยเยี่ยงนี้ที่สุด
'หลินเฟยเซียน แม้ภายหน้าข้ากับเ้าจำต้องเป็สามีภรรยากัน ข้าก็ไม่มีวันรักหญิงไร้ยางอายเช่นเ้า!'
ณ ที่แห่งหนึ่งที่ไม่มีผู้ใดรู้จัก
กลางทะเลสาบอันแสนเวิ้งว้าง มีเพียงความมืดมิดที่ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกหนาปนกับเสียงร่ำไห้สะอึกสะอื้นดังกึกก้อง รติชาที่หลับไหลอยู่ค่อยๆ ลืมตาขึ้น เธอพบว่าตัวเองกำลังนั่งอยู่บนเรือไม้ลำหนึ่งที่มีรูปร่างยาวๆ แปลกๆ อย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน หญิงสาวเริ่มสะดุดสายตาหยุดอยู่กับผู้หญิงชุดดำคนหนึ่งที่กำลังยืนหันหลังร้องไห้อยู่ตรงหน้าตัวเอง ด้วยความสงสัยรติชาจึงไม่รีรอรีบเอ่ยปากถามอีกฝ่ายทันที
"คุณคะที่นี่ที่ไหนหรอคะ"
ไร้เสียงตอบกลับใดๆ จากคนตรงหน้า รติชาค่อยๆ หรี่ตามองอีกฝ่ายอย่างพินิจ ตะเกียงหนึ่งดวงที่สว่างไสวอยู่หน้าหัวเรือทำให้เธอเห็นหญิงสาวคนนั้นไม่ชัดเท่าที่ควร
"คุณคะ.."
"ได้โปรด"
จู่ๆ คนตรงหน้าเธอก็หยุดร้องไห้พลางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่แ่เบาและไม่ใช่ภาษาถิ่นของเธอแม่แต่น้อย แต่ทำไมเธอฟังรู้เื่กันล่ะ
"คะ?"
"ได้โปรดใช้ชีวิตแทนข้าด้วย"
"..."
รติชาได้แต่งงในคำพูดของหญิงสาว
"ใช้ชีวิตให้ดีแทนข้า ข้าต้องไปแล้ว"
ถึงแม้จะพูดแบบนั้นแต่คนตรงหน้าเธอกลับไม่ได้ขยับเขยื้อนเลยสักนิด
"ฉันไปด้วยได้ไหมคะ คุณจะไปที่ไหน"
รติชามองแผ่นหลังบางของอีกฝ่ายที่กำลังส่ายหน้าช้าๆ
"ไม่ ที่ที่ข้าไปช่างไกลแสนไกลนัก"
"แต่ฉันอยากกลับบ้าน"
"..."
ถึงเธอจะพูดด้วยน้ำเสียงขอร้อง แต่อีกฝ่ายกลับไม่ตอบสิ่งใดก่อนจะพูดบางสิ่งขึ้นมาอีกครั้ง โดยที่รติชาไม่เข้าใจเลยสักนิด
"ข้าไม่อาจช่วยได้ ขอเพียงเ้าใช้ชีวิ้มีความสุขเผื่อข้าก็พอ ข้าร้องขอเ้า"
"ฉันจะใช้ชีวิตแทนคุณได้ยังไง"
'ในเมื่อมันคนละคนกัน' หญิงสาวคิดในใจ
"การที่เ้ามาที่นี่คงเป็ฟ้าที่ลิขิตไว้แล้ว ขอให้เ้าโชคดีแม่นาง"
พูดจบก็เหมือนมีลมกระโชกแรงจากไหนไม่รู้พัดพารติชาล่องลอยห่างออกมาจากเรือราวกับพายุ
"เดี๋ยวก่อน! ฉันไม่เข้าใจคุณเป็ใคร!"
แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ะโถามอีกฝ่ายอีกครั้งอย่างไม่เข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
"ข้าชื่อหลินเฟยเซียน"
สิ้นเสียงหญิงสาวลึกลับ รติชาก็ถูกพัดลอยห่างออกมาเรื่อยๆ เหลือเพียงความมืดมิดที่ปกคลุมร่างกายพลันทำให้สติของเธอดับลงอีกครั้ง