“อ่ะ”หายไปไม่นาน มี่หนิงหยางก็กลับมาด้วยส้มลูกหนึ่ง
“เอ่อขอบคุณเจ้าค่ะ” ชิงเถารับส้มมาแบบงงๆ ปกติคนเขาเหนื่อยก็ต้องดื่มน้ำไม่ใช่หรือแต่นี่กลับเอาส้มให้นาง อาจจะเพราะว่าเขาให้นางดื่มน้ำส้มสดๆจากลูกล่ะมั้ง
“ว่าแต่เจ้าทำอะไรถึงได้หอบเหนื่อยเป็นลูกหมาตากแดดแบบนี้”คำถามของเขาทำให้ชิงเถารีบสำรวจตัวเองทันทีเขาว่านางเหมือนลูกหมาเลยหรือ
“นั่นก็ออกจะเกินไป”นางยังเหนื่ออยู่จึงไม่อยากต่อปากต่อคำกับอีกคนเท่าไหร่
“ก็ใช่ไงวิ่งไปวิ่งมาแล้วมานอนหอบแฮกๆ อยู่แบบนี้ข้าก็เพียงแค่นึกถึงลูกหมาที่เล่นจนเหนื่อย”
“ข้าไม่ได้เล่น”ชิงเถาแย้งออกมาทันที ใครมันจะวิ่งเล่นจนเหนื่อยหายใจไม่ทันแบบนี้
“ข้าเข้าใจน่าเจ้าไปไหนไม่ได้เลยเครียด จึงได้วิ่งไปมาแบบนี้”มี่หนิงหยางทำหน้าตาเหมือนเข้าใจนางดี แต่ไม่เลยเหมือนเขาล้อนางมากกว่า
“ข้ากำลังฝึกวรยุทธต่างหากล่ะ”ชิงเถารีบเอ่ยตอบก่อนที่เขาจะมองว่านางเป็นเด็กวิ่งเล่นไม่เลิก
“เอ่อ”เขาเพียงพยักหน้าเหมือนจะบอกว่าข้าจะเชื่อเจ้าก็แล้วกันส่งมาให้นาง
“หึ่ยยย”ชิงเถาหันหน้าหนีอีกคนอย่างไม่พอใจนางหันหน้าหนีอีกคนแต่มือก็ยังแกะส้มที่เขาเอามาให้เข้าปากอยู่ดี
“ข้าสอนให้ได้นะ”หลังจากเงียบไปครู่ใหญ่ มี่หนิงหยางก็เอ่ยขึ้นมาให้ชิงเถาได้ยิน
“ไม่รบกวนท่านหรอกเจ้าค่ะ”นางก็หยิ่งเป็นเหมือนกัน ไม่รับข้อเสนอเขาง่ายๆหรอก
“ว้าาาาข้าอุตส่าห์จะสอนวิธีลัดให้เสียหน่อย” เสียงมี่หนิงหยางเอ่ยขึ้นอย่างเสียดาย
“เอาสิเริ่มเลย” ชิงเถาหูผึ่ง รีบตอบตกลงเขาทันที
“ฮึเร็วเลยนะ” เขาได้แต่ขำกับท่าทางของนาง
ตอนนี้การหลบเถ้าฝุ่นจากภูเขาไฟของชิงเถาก็ไม่ได้เสียเวลาไปอย่างเปล่าประโยชน์แล้วนางมีครูสอนพิเศษที่สอนให้โดยไม่คิดค่าจ้างแม้แต่อีแปะเดียวมาฝึกให้อย่างโหดเหี้ยมที่ว่าโหดนะหรือ
“งื้ออออข้าขอเวลาพักเค่อหนึ่ง” ชิงเถาที่ต้องทำตามที่เขาสั่งนางเหนื่อยจนต้องร้องขอเวลานอกพักสักครู่
“ไม่ได้เจ้าต้องฝึกอีกรอบถึงจะพักได้” ชิงเถาไม่น่าตกปากให้เขาสอนเลย ไม่คิดว่าเขาจะให้นางฝึกหนักเยี่ยงไปแข่งขันระดับชาติขนาดนี้
“แป๊ปเดียวเอง”นางยังคงต่อรอง
“ได้เช่นนั้นก็ไม่ต้องกินข้าวเย็น” เขาเอ่ยชี้คำขาดกับนางแต่ชิงเถาไม่เห็นว่านี่เป็นเรื่องใหญ่ นางมีของกินตุนไว้เองอยู่แล้วแอบกินเขาไม่รู้หรอก
“ตกลง”ชิงเถายิ้มรับ
“แต่ข้าจะนั่งเฝ้าเจ้าทั้งคืนว่าจะไม่แอบกินอะไร” เขาหรือจะไม่รู้ว่านางมีแผนอะไรในใจ
“จะเกินไปแล้วนะ”ชิงเถาขึ้นเสียงดังใส่เขา
“เอาเช่นนั้นก็ได้นะ”
“ไม่ล่ะข้าหายเหนื่อยแล้ว เริ่มต่อเถอะ” นางไม่พูดอะไรต่อแต่ลุกขึ้นยืนแล้วฝึกต่อทันที ส่วนมี่หนิงหยางก็ได้แต่ขบขันกับท่าทางของนางแต่ก็ต้องออกวิ่งควบคุมนางด้วยเช่นกัน
ผ่านไปกว่าเจ็ดวันเถ้าฝุ่นที่ลอยอยู่ทั่วไปจึงได้เริ่มจางหายไปเกินกว่าครึ่งวันนี้ชิงเถาจึงได้โอกาสออกมาสูดอากาศข้างนอกเสียที
“มองเห็นรอบๆแล้ว”ชิงเถาเมื่อได้ออกมารอบๆ นางจึงได้มองรอบตัวอย่างสนใจ เมื่อครั้งนางมาถึงที่นี่ยังไม่ได้ดูอะไรเลยตอนนั้นที่นางมารอบๆล้วนเริ่มมีฝุ่นลอยเต็มไปหมดแล้ว ตอนนี้ถือได้ว่ามองเห็นฟ้าเห็ฯใบไม้แล้ว
“อ๊ากกกกกวู๊ววววว” นางร้องเสียงดัง ก่อนจะออกวิ่งไปรอบๆที่พัก ถ้าได้ฝึกข้างนอกนางคิดว่ามันต้องดีกว่าในพื้นที่แคบๆวิ่งไปไม่เท่าไหร่ก็ต้องหมุนกลับแล้ว ไม่ภิรมย์เอาเสียเลย
“ร้องอะไรขนาดนั้นเดี๋ยวพวกสัตว์ก็ได้แตกตื่นวิ่งหนีกันอีกรอบหรอก”
“วิ่งหนีก็ดีกว่าวิ่งชนก็แล้วกัน” ชิงเถาไม่สนใจคำพูดเขา นางได้มาข้างนอกแล้วรู้สึกได้เลยว่าข้างในมันอุดอู้แค่ไหน ถึงแม้ว่ามันจะถูกตกแต่งได้ดีแค่ไหนแต่ต้องอยู่ตลอดเวลาเป็นเวลาหลายวันต่อกันนางก็ไม่ไหวหรอกนะ
“ฮึๆเหมือนเด็กจริงๆ” เขาได้แต่ส่ายหน้าระอาใจกับนางแต่เขาลืมคิดไปหรือเปล่าว่าจริงๆนางก็เป็นเด็กอยู่
“ข้าอยากไปดูว่าสภาพความเสียหายเป็นเช่นไร”ชิงเถาบอกอีกคนเมื่อนางเห็นว่าเหตุการณ์น่าจะสงบลงแล้วตอนนี้มันผ่านมามากกว่าครึ่งเดือนแล้วหินหนืดจากใต้พิภพคงหยุดปะทุหยุดเคลื่อนที่และแห้งไปหมดแล้ว
“ข้าไม่ให้ไป”มี่หนิงหยางรีบห้ามปราม
“ข้าไม่ได้ขออนุญาตท่านข้าเพียงแค่บอกให้รับรู้เท่านั้น” ชิงเถาบอกอีกคนให้เขาเข้าใจ
“ไม่ได้”เขาไม่ยอม
“แต่ข้าต้องไปตรวจสอบดูอีกอย่างข้าจะต้องกลับไปที่หลบภัยด้วย” ชิงเถานางยังดื้อไม่ยอมฟังนางมีสิ่งอื่นให้ต้องทำอยู่
“ได้เช่นนั้นข้าจะไปกับเจ้าด้วย” มี่หนิงหยางดูเหมือนจะห้ามนางไม่สำเร็จสุดท้ายก็ต้องปล่อยนางไปโดยที่เขาจะติดตามไปด้วย
“ดีตกลงตามนี้ พรุ่งนี้ออกเดินทางแต่เช้า” รอยยิ้มนางกลับมาร่าเริงทันทีเมื่ออีกคนปล่อยให้นางได้ออกสำรวจข้างนอก
ชิงเถานางหวังว่าในการไปสำรวจความเสียหายจากภูเขาไฟปะทุครั้งนี้นางจะได้ใช้วิชายุทธในการเคลื่อนที่เองแต่ไม่เลยสุดท้ายแล้วนางก็ต้องพึ่งมี่หนิงหยางที่วิ่งได้เร็วกว่าโดยการอุ้มพานางไปอยู่ดี
“หยุดทำหน้าตาน่ากลัวแบบนี้ได้แล้วน่าปกติหน้าตาก็ขี้เหร่อยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งเข้าไปใหญ่”เมื่อเขาก้มหน้าลงก็จะเจอกับชิงเถาที่ทำหน้าบูดบึ้งเพราะนางไม่ได้ใช้วิชาที่นางมั่นฝึกซ้อมอยู่เกือบเดือนตามหวัง
“ก็ไม่ต้องมอง”นางก็ไม่ยอมเช่นกัน ยิ่งเขาพูดแบบนี้นางก็ยิ่งชักสีหน้าใส่กว่าเดิม
“เจ้าได้ใช้วิชาที่เรียนมาแน่น่าไม่ต้องคิดมาก” มี่หนิงหยางตอบกลับไป แล้วเขาก็ไม่สนใจหน้าตานางจะเป็นเช่นไรรีบพานางไปให้ถึงจุดที่ได้ตกลงกันทันที
“เข้าไปใกล้อีกหน่อยได้หรือไม่”ข้างหน้าชิงเถาห่างออกไปเพียงหนึ่งลี้ปรากฏหินสีดำสิ่งใหม่มาแทนที่พื้นดินหรือต้นหญ้าต้นไม้อื่นๆแล้วมันเป็นหินที่เย็นลงจากการปะทุของภูเขาไฟนั่นเองมันปกคลุมไปทั่วทั้งภูเขาและพื้นล่างรอบๆภูเขาไฟในรัศมีกว่าห้าลี้
“อืม”มี่หนิงหยางเห็นว่าไม่อันตรายอย่างใดจึงตกลงพานางเข้าไปใกล้กว่านี้อีกสักหน่อย
“ตรงนี้แหละ”เมื่อถึงตรงที่ชิงเถาพอใจแล้วนางก็สั่งให้เขาหยุดทันทีนางเข้าใกล้มันขึ้นเรื่อยๆแล้ว
“สิ่งนี้คืออะไรกัน”มี่หนิงหยางเอ่ยขึ้นอย่างสงสัย เบื้องหน้าเขาที่ห่างออกไปครึ่งลี้ได้มีกองหินสีดำมีควันบางๆออกมาเป็นระยะๆ
“มันคือหินที่อยู่ใต้พื้นดินเมื่อภูเขาไฟปะทุจนมีความร้อนพวกมันจะร้อนจนเป็นของเหลว จากนั้นก็จะถูกดันขึ้นมาบนพื้นโลกดังที่ท่านเห็น”
“เป็นเช่นนี้เองว่าแต่เจ้ารู้ได้อย่างไร ตำราเล่มไหนบอกไว้หรือ”มี่หนิงหยางสงสัยมากขึ้นว่านางดูเหมือนจะรู้เรื่องภูเขาไฟนี้ดีกว่าคนอื่นแม้แต่ตัวเขาที่อ่านตำรามามากก็ไม่มีเล่มไหนจะพูดถึงสิ่งนี้เลย นางรู้ได้อย่างไร
“ช่างเถอะน่าหาอะไรปากปิดจมูกไว้ก่อนเถอะ” ชิงเถาตอบออกไปนางทำให้ดูเป็นตัวอย่างด้วยนำผ้าเช็ดหน้าผืนหนาพอเหมาะมามัดปิดจมูกนางไว้ควันที่พุ่งออมมานั้นอาจจะมีพิษก็ได้ ชิงเถาค่อยๆ เดินเข้าใกล้มันมากขึ้นนางจะพยายามเดินเข้าใกล้มันมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ถึงแม้ว่าหินหนืดมันจะหยุดเคลื่อนที่และแข็งตัวแล้วแต่ว่าความร้อนของมันยังไม่หายไปจนหมด เมื่อยิ่งเข้าไปใกล้จึงรู้สึกถึงความอุ่นและร้อนขึ้นเรื่อยๆ
“ระวังด้วย”มี่หนิงหยางเอ่ยเตือน
“อืม”ชิงเถานางก็ระวังมากขึ้นเช่นกันวันนี้นางเพียงอยากมาดูมันให้เห็นกับตาตัวเองเท่านั้นไม่ได้อยากจะเข้าไปสำรวจแต่อย่างไรตามที่นางเรียนมาข้อดีของการปะทุขึ้นของภูเขาไฟก็มีหลายข้อเช่นกันทั้งทำให้ดินเหมาะกับการเพาะปลุกมากขึ้น มีแร่ธาตุมากมาย มีหินหลายชนิดที่ติดขึ้นมาด้วยไหนจะมีบ่อน้ำพุร้อนเกิดขึ้นอีก และที่ชิงเถานางสนใจมากที่สุดก็คงไม่พ้นแร่สำคัญๆจำพวนเพชรหรืออัญมณีอื่นๆที่จะมีมาด้วย นี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่นางอยากมาที่นี่เผื่อว่าจะเจอมันโผล่มาให้นางเห็นได้ง่ายๆ แต่ว่านั่นคงเป็นไปไม่ได้เท่าไหร่หรอก
“อ่ะตรงนั้น” อยู่ๆมี่หนิงหยางก็เอ่ยขึ้นด้วยเสียงแปลกๆ ชิงเถารีบหันไปถามว่าเขาเป็นอะไรเขาเอาแต่หันหน้าหลบและเอามือบังตาไว้
“ท่านเป็นอะไรไปหรือ”ชิงเถาถามออกมาอย่างสงสัยและเป็นห่วง
“ไม่เป็นไรข้าเพียงแค่แสบตาเท่านั้น อยู่ๆก็รู้สึกว่าแสงแดดส่องตาข้ามาตรงๆ”มี่หนิงหยางเอ่ยตอบตามที่เขารู้สึก
“มาจากทางไหนกัน”