จักรธรขี่รถจักรยานยนต์ออกมาอย่างไม่ทราบทิศทางกระทั่งเข้าเมืองมาแบบไม่รู้ตัว เขาไม่มีที่ไปและไม่รู้จะไปหาใครที่ไหน เมื่อขี่เข้ามาในเขตใจกลางเมืองได้สักระยะก็เจอสวนสาธารณะขนาดใหญ่ เขาจึงตัดสินใจจอดรถและนอนตรงม้านั่งหินอ่อนด้านหน้าสวนสาธารณะตลอดทั้งคืนจนกระทั่งใกล้เวลาตีสามของวัน เขาได้สะดุ้งตื่นเพราะเสียงจ้อกแจ้กที่ดังเข้าหูอยู่ตลอดเวลา
ตรงข้ามสวนสาธารณะมีตลาดเทศบาลขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ที่ตลาดเริ่มมีคนคึกคักั้แ่ตีสามของวัน จักรธรมองภาพความคึกคักของตลาดด้วยใจที่สับสนเพราะปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อวานยังคงสุมใจเขาอยู่ เขานั่งอยู่ตรงนี้จนกระทั่งถึง่เวลาตีห้าของวัน จากที่ต้องนั่งตรงม้านั่งหินอ่อนคนเดียว ก็ได้มีเด็กหญิงวัยห้าขวบมานั่งเป็เพื่อนด้วยอีกคน เด็กคนนี้กำลังนั่งรอพ่อและแม่ทำงานอย่างว่าง่ายและไม่ยอมลุกวิ่งซุกซนอย่างที่เขาคาดไว้ั้แ่แรก
พ่อและแม่เด็กกำลังทำงานรับจ้างเข็นของในตลาด ดูก็รู้ว่าเป็คนทำงานประเภทหาเช้ากินค่ำด้วยกันทั้งคู่
จักรธรหันไปคุยกับเด็กจึงได้ความว่าเธอมานั่งรอพ่อแม่ทำงานทุกวันเพราะที่บ้านไม่มีใครอยู่ช่วยดูแล โดยเด็กต้องนั่งอยู่แบบนี้กระทั่งถึงเวลาเก้าโมงเช้าจึงได้กลับบ้าน
“พ่อแม่ สู้สู้” เด็กหญิงะโออกไปเป็ระยะเพื่อให้กำลังใจพ่อและแม่ของเธอ
และทุกการะโของลูก พ่อกับแม่ก็ต่างเหลียวมามองและโบกมือให้ จักรธรสังเกตว่าทุกยามที่เด็กะโให้กำลังใจ พ่อแม่เด็กคนนี้ดูเหมือนจะมีแรงเข็นของหนัก ๆ เพิ่มขึ้นในชั่วพริบตา
เขามองภาพนั้นแล้วก็ยิ้มออกมาครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยเช่นกัน
“ลูกสาวพี่น่ารักจังเลยครับ ไม่ดื้อเลย” จักรธรเอ่ยบอกตอนที่พ่อและแม่เด็กมานั่งพักเพื่อรอเข็นรถในรอบถัดไป
“แกเป็แรงใจสำคัญของพวกเราทั้งคู่ ถ้าไม่มีแก คนที่เคยเกเรแบบพวกเราคงไม่คิดมาทำงานสร้างเนื้อสร้างตัวแบบนี้หรอก” ชายวัยไม่เกินสามสิบปีนั่งมองลูกสาวที่กำลังเดินจูงมือไปกับภรรยาเพื่อหาซื้อขนมกิน “พวกเราเจอแกในจังหวะที่กำลังหลวมตัวไปในทางที่ไม่ดี เราสองคนเชื่อว่าแกคือลูกที่เทวดาส่งมาเกิด ส่งมาช่วยให้เราเป็ผู้เป็คนจนถึงทุกวันนี้”
“เจอ?” จักรธรมองอย่างสงสัย
“แกเป็ลูกพี่สาวกับพี่เขยของผม พ่อแม่แกรถคว่ำตาย ผมกับเมียเลยดูแลแกมาั้แ่นั้น ตอนแรกก็รู้สึกเหมือนเป็ภาระ แต่เลี้ยงไปเลี้ยงมาก็ยิ่งผูกพันและยิ่งรัก แล้วแกยังเป็ผู้มีพระคุณกับเราทั้งสองด้วย แกช่วยให้ผมกับเมียที่กำลังติดยาให้คิดกลับตัว พวกผมเลิกยาและหันมาทำงานจนมีเงินมีทองใช้ก็เพราะแกนี่แหละ”
“พี่กับเมียโชคดีมากครับ”
“ใช่ ผมก็คิดว่าเราทั้งคู่โชคดีที่สุดั้แ่ได้เจอแกเหมือนกัน”
จักรธรนั่งมองสามคนพ่อแม่ลูกที่พากันจูงมือจากไปด้วยแววตาที่รู้สึกผิด แต่เป็การรู้สึกผิดต่อเด็กหญิงที่เขาต้องมาเป็พ่ออย่างจำใจ แล้วก็รู้สึกผิดต่อเ้าของร่างตัวจริงที่เขามาแย่งอาศัยอยู่ เขาอุตส่าห์ได้มีชีวิตอีกครั้งแต่กลับไม่สามารถเลี้ยงดูเด็กคนนั้นให้มีความสุขแทนพ่อแม่ที่จากไปได้
แล้วยังรู้สึกผิดต่อพลอยแท้ ทั้ง ๆ ที่เขายืนยันกับเธอเป็มั่นเป็เหมาะว่าจะช่วยดูแลกันและกันยามเมื่ออยู่แปลกถิ่นแบบนี้
จักรธรเหลียวไปมองห้องแถวเล็ก ๆ หน้าตลาดที่สองสามีภรรยาคู่นั้นเดินเข้าออกกันแต่เช้าก่อนจะตัดสินใจเดินตรงไปหา