“เ้าไม่สวมควานทั้งที่เลย่บรรลุนิติภาวะไปแล้ว” ผมถูกซ่งจี้หยางทักเขา ั้แ่ชีวิตที่ร้องขอจูบเขาอาทิตย์ละสองวันทำให้พวกเราร่วมเตียงเดียวกันจนเช้า ไอ้อยากกลับก็อยากทว่าร่างกายผมอ่อนล้าหมดสติแทบทุกรอบ
แบบนี้ไม่ดีแน่! หวังว่าร่างกายจะปรับลมปราณได้เร็ววัน
“มันน่ารำคาญ “ผมตอบคำถามนั้นไปตามจริงรวบเส้นผมยาวของตัวเองผูกเอาไว้ด้วยผ้า ...ถ้าให้พูดความจริงผมอยากจะตัดมันเสียด้วยซ้ำแค่หาผ้ามาผูกก็บุญแค่ไหนแล้ว
“เช่นนั้นในยามเช้าข้าจะทำให้เ้าดีหรือไม่ ? ” นิ้วเรียวดั่งเทียนไขรวบเส้นผมของเขา เขาหยิบหวีออกมาบรรจงหวีละเส้นทำเอาผมหน้าหงิด การเป็ผู้ชายยุคนี้ช่างลำบากเหลือเกินชักจะเข้าใจเวลารอยัยน้องสาวทำผมแล้วสิ
“ทำตามใจเ้าเถิด...” ผมนั่งรอให้เขาสางเส้นผมปล่อยให้ัันุ่มนวลนั้นลากไล้พอได้ชิดใกล้กลิ่นดอกกุ้ยฮวาก็รุนแรงขึ้นมันเป็กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ชวนเย้ายวน กลิ่นไม่ฉุนเหมือนน้ำหอมของผู้หญิงทว่ากลับรันจวนใจ
“ครานี้เ้าจะรับศิษย์กี่คน ? ”
“คนเดียว “
“เช่นนั้นหรือ “ซ่งจี้หยางรวบผมให้ผมเรียบร้อยละมือจากเส้นผมนั้นปล่อยให้ผมลุกขึ้น “เ้าเปลี่ยนไปมากเชียวหวังฮ่าวเซวียน”
“ในแง่ดีหรือไม่ดีกันเล่า ? ” ผมหรี่ตาลงโชคดีนักที่พวกเขาคิดว่าลมปราณตีกลับทำให้อุปนิสัยเปลี่ยน
“่นี้เ้าน่ารักเป็อันมาก”
น่ารัก ? นั่นคือคำชมชายชาตรีกันหรือ ...เออ ผมลืมไปนี่มันนิยายวายจะมีคำชมเชยประเภทนี้คงไม่แปลกนัก
“เ้าก็งามนัก”
“...” ซ่งจี้หยางพูดอะไรไม่ออกในยามที่ถูกผมชมเชยกลับ ผมก้าวเหยียบหน้าต่างะโจากไป ถอนหายใจจมูกยังคงติดกลิ่นดอกกุ้ยฮวาเป็กลิ่นที่สมกับเป็นายเอกเื่นี้เหลือเกิน
งานวันนี้ของผมคือการฝึกมือกับปีศาจชั้นต่ำหนึ่งตัว เดิมทีหุบเขาทั้ง 4 นั้นจะมีจุดเชื่อมกันที่ปลายเขาที่แห่งนั้นกางสิ่งที่เรียกว่าม่านพลังทำให้ไม่ว่าใครก็มิอาจบุกรุกได้ ทว่าในบางครั้งมักจะมีปีศาจหลงวนเวียนเข้ามา พวกมันจะถูกม่านพลังพาให้หลงทางราวกับเขาวงกตหลังจากนั้นจะเป็หน้าที่ของศิษย์ที่จะกำจัดเพื่อปกป้องผู้คน ในนิยายฉากนี้จะเป็ฉากที่หลี่ป๋อเหวินพาศิษย์ของเขามาซ้อมมือ โดยพวกอนุชนที่แสนน่าสงสารจะถูกหวังฮ่าวเซียนใช้แส้ทมิฬยื้อแย่งปีศาจแถมยังถูกทำร้ายอย่างไม่เป็ธรรมเป็การเปิดตัวเข้าสู่หนทางมารอย่างแท้จริงของตัวร้าย
การกระทำของหวังฮ่าวเซียนนั้นแม้เป็การทำเกินกว่าเหตุทว่าเขามีเหตุผลอยู่ เพราะวิชาที่เขาฝึกฝนนั้นนอกจากจะใช้ไอเย็นเพื่อควบคุมเปลวไฟในร่างกายยังสามารถดูดไอปีศาจจนกลายมาเป็พลังของตนเองได้ วิชานี้เป็วิชาที่เขาตั้งใจฝึกโดยเฉพาะ
สมเป็มารร้าย ...
ผมะโขึ้นต้นไม้หลบซ่อนตัวในป่า มือถือแส้พาถ่ายโอนลมปราณแห่งเหลวไฟลงไปถ้าจำไม่ผิดปีศาจตัวนั้นน่าจะใกล้มาแล้ว..
“พยายามเข้า เพื่อท่านอาจารย์”
“โอ้! ”
เสียงเอะอะดังมาพร้อมกับร่างของเด็กหนุ่มสองคนผมก้มลงมองเห็นปีศาจที่มีรูปร่าง่บนเป็คนส่วนหัวเป็วัวกำลังวิ่งไล่กวดเด็กหนุ่มหน้าตาน่ารักทั้งสอง ทั้งสองใส่ชุดสีดำสนิทขลิบทองเป็สีของหลี่ป๋อเหวินพวกเขาคือศิษย์ของพี่ชายชุดดำนั่นเอง
ผมรอให้เด็กหนุ่มทั้งสองวิ่งผ่านไปะโลงจากต้นไม้พร้อมตวัดแส้มัดร่างปีศาจที่ตัวใหญ่กว่าส่งผ่านปราณพันธนาการมันจนได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวน
เคร้ง! เสียงโลหะตวัดผลักแส้ของผมให้คลายออก ความจริงแล้วอาวุธของหวังฮ่าวเซียนนั้นเป็หนึ่งในการจับกุมทว่ากลับมีอาวุธที่เขาแพ้ทางนั่นคือดาบสุริยา ดาบที่สามารถทะลุทะลวงได้ทุกอย่างไม่เว้นแต่แส้ทมิฬนี้ เพียงแต่สิ่งที่ทำให้ผมขมวดคิ้วคือหลี่ป๋อเหวินไม่น่าจะมาเร็วขนาดนี้
“หลี่ป๋อเหวินเ้าทำอันใด ? ” ผมมองดูปีศาจวัวที่กรีดร้องหลังจากถูกรังสีกระบี่ทำร้ายมันวิ่งเตลิดไปอีกทาง มือขยับตวัดแส้ไปทางกลับถูกคมกระบี่ฟาดโต้กลับ
“ข้าสิต้องถาม...เ้ามาทำอันใดที่นี่กัน ? ” ั์ตาคมมองผมั้แ่หัวจรดเท้า “ผมของเ้า..? ”
ผมเข้าใจว่าเหตุใดเขาจึงทัก ลองคุณเห็นชายคนหนึ่งผมเผ้ายุ่งเหยิงมัดหลวมทุกวันแต่วันนี้ผมของเขาเรียบร้อยแถมสวมควานอีกด้วยย่อมต้องอยากทัก
“ปีศาจตัวนั้นเป็ของข้า! ” ผมะโขึ้นต้นไม้ทอดทิ้งเขาไล่ตามปีศาจตัวนั้น ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับเขานั่นอาหารมื้อแรกของผมเชียวนะ ผมยังไม่อยากลงจากเขาไปจับอาหารมื้อใหม่นะ
“ศิษย์ของข้าเป็ฝ่ายเจอมันก่อน ย่อมต้องตกเป็ของข้า” พี่ชายชุดดำไม่ยอมแพ้เขาะโฝีเท้าของเขาว่องไวพอกับหวังฮ่าวเซียนใช้เวลาชั่วพริบตาพวกเขาก็ะโวิ่งบนต้นไม้คนละต้น ผมตวัดแส้ลงไปที่หลังของปีศาจวัวกลับถูกแรงอัดอากาศจากการฟาดกระบี่ขัดขวางร่ำไป
มันน่าโมโหเหลือเกิน
“เ้าอย่ามาขวาง ! ข้า้าฝึกวิชาหลังจากป่วยมานาน”
“อย่างเ้าทำเื่เช่นนี้ด้วยหรือ ? “
“ไม่เกี่ยวกับเ้า! ”
“เหตุใดไม่เกี่ยว ในเมื่อนี่เป็่รอยต่ออาณาเขตของข้า ? ”
“ข้า้าเล่นกับมัน! ” คำพูดของเขานั้นถูกต้องทุกอย่าง ศิษย์ของเขาเจอมันก่อนแถมด้วยบริเวณใกล้กับหุบเขาของเขาทุกอย่างแต่ผมจะแย่ง ...อย่าให้ผมลงเขาเลยการไปกลับเขากับหมู่บ้านที่ใกล้สุดก็ตั้ง 3 วันในยามนั้นผมจะไม่ได้รับไอเย็นของซ่งจี้หยางผมต้องทรมานอย่างมาก
“ข้าเพิ่งรู้ว่าเ้ามีรสนิยมเช่นนี้ด้วย ? ”
“เ้ารู้จักข้าดีขนาดนี้เชียวหรือ ? ” ผมฟาดแส้ลงไปกี่ครั้งก็ถูกเขาขัดขวางในใจหวนคิดถึงพลังของหวังฮ่าวเซียน หากใช้วิชามารคงเอาชนะอีกฝ่ายได้ทว่าถึงตอนนั้นเขาจะรู้ว่าผมกำลังฝึกวิชานอกรีต
เอาไงดี...
“ปกติข้าไม่ค่อยแบ่งของของข้าให้กับใคร “หลี่ป๋อเหวินเอ่ยขึ้นเขาตวัดดาบมาทางผม “ข้าแบ่งปันแต่พี่น้องเท่านั้น เพียงแต่เมื่อ 6 ปีก่อนเ้ากลับตัดสัมพันธ์บอกว่าพวกเราหาใช้พี่น้องกันอีกต่อไป”
“แล้วไง ? ” ผมถลึงตาใส่เขาขาไม่หยุดวิ่งพี่ชายชุดดำที่เ้าคิดเ้าแค้นเพราะถูกตัดสัมพันธ์งั้นหรือ ทำไมพี่ท่านใจแคบเช่นนี้
“หากเ้ายอมกลับมาเรียกข้าว่า ‘พี่ใหญ่’ เหยื่อตัวนี้ข้าย่อมแบ่งปันให้น้องเล็กได้”
“...” ผมถลึงตาใส่เขานี่มันเหมือนคนแก่ขี้ใจน้อยเลยไม่ใช่หรือ นายเป็พระเอกเื่นี้นะทำตัวให้หล่อมาดแมนกว่านี้ได้ไหม ผมรู้สึกว่าซ่งจี้หยางยังไม่คิดเล็กคิดน้อยขี้ใจน้อยแบบสาวๆ แบบนี้เลย
“หวังฮ่าวเซียนเ้าอยากเป็น้องเล็กของข้า หรือ้าเพียงคนไม่รู้จักกัน ? ” เพราะผมกำลังวิ่งเสียงลมตีอยู่ในหูเลยไม่รู้ว่าเขาพูดด้วยน้ำเสียงใด เพียงได้แต่ไล่ตามแผ่นหลังปีศาจวัวครุ่นคิดในใจ
ฉากนี้ความจริงแล้วหวังฮ่าวเซียนจะทำร้ายศิษย์ของหลี่ป๋อเหวินาเ็สาหัสก่อเกิดเป็ฉนวนของทั้งสองคน ทำให้หลี่ป๋อเหวินไม่ไว้ใจหวังฮ่าวเซียนอีกต่อไปในยามนี้ผมไม่ได้ทำร้ายศิษย์ของเขาแต่เขาลงมาแย่งเหยื่อกับผม
ผมรู้ดีว่าหวังฮ่าวเซียนไม่ค่อยชอบขี้หน้าของหลี่ป๋อเหวินเท่าใดนักไม่เช่นนั้นเขาคงไม่ตัดสัมพันธ์...แต่ว่า..ขอโทษนะหวังฮ่าวเซียนในนิยายพอดีผมเป็คนรักตัวกลัวตายเปิดฉากตบตีกับพี่ชายไม่ไหว
“พี่..ใหญ่”
“หือ ? ”
“พี่ใหญ่”
“ข้าไม่ได้ยินเลย”
“...”
หนอยตาแก่นี่!
“ข้าไม่พูดแล้ว” ข้าหยุดวิ่งทำแก้มป่องใส่เขาได้ยินเสียงหัวเราะบางเบา
“ในเมื่อเ้าเป็น้องเล็กของข้า พี่ใหญ่ย่อมยกของหวานและเหยื่อให้ได้อยู่แล้ว” หลี่ป๋อเหวินะโลงจากต้นไม้หยิบยันต์ฟาดดาบขัดขวางการหนีของปีศาจพาให้มันถอยหลัง ผมตวัดแส้จับมันเอาไว้ได้ครานี้ไม่มีกระบี่เล่มนั้นมาขัดขวางอีกแล้ว พี่ชายชุดดำเดินเข้ามาใกล้เว้นระยะห่างกับผมเพียง 2 ก้าว
มันใกล้ขึ้นกว่าตอนที่พบกันครั้งล่าสุด
“...” ผมพูดไม่ออกเมื่อเห็นฝ่ามือข้างนั้นยื่นมา พอคลายมือมันคือลูกอมสามเม็ด
“พวกเ้ามีสามคน เพื่อไม่ให้พวกเ้าแย่งกันข้าจึงต้องพกลูกอมเอาไว้สามเม็ดอยู่เสมอ ทว่าตอนนี้นอกจากเ้าก็ไม่มีใครรับลูกอมจากข้าแล้ว”
ผมเงยหน้ามองเขาก้าวเข้าไปหยิบลูกอมไว้สองเม็ด หลี่ป๋อเหวินนั้นเป็พี่ใหญ่เขาเป็คนดูแลน้องทั้งสามคนมาโดยตลอด ...ที่แท้ที่เขาพกลูกอมเอาไว้เสมอนั้นล้วนเป็ความเคยชิน
“แบ่งกัน...” ผมยังคงพูดประโยคเดิมเห็นรอยยิ้มอบอุ่นของเขา หลี่ป๋อเหวินหันหลังจากไปปล่อยผมอยู่กับปีศาจที่จับได้ ผมจับััแถวนั้นก่อนจะขยับเข้าไปใกล้เหยื่อแสนโชคร้ายแม้ผมจะไม่เคยฆ่าชีวิตมาก่อนแต่การฆ่าปีศาจนับเป็ความถูกต้องของโลกใบนี้ ในใจของผมลังเลชั่วครู่แต่เมื่อมองร่างกายมันความรู้สึกดำมืดบางอย่างกลับพวยพุ่งขึ้นมา
‘ฆ่ามัน...พวกมันพรากทุกสิ่งไปจากข้า’
เสียงสะท้อนที่ดังก้องในอกมันเป็เสียงที่หนักแน่น ...เสียงนี้ไม่ใช่เสียงของผม นี่คือสิ่งที่หลงเหลืออยู่ของหวังฮ่าวเซียนในนิยาย
ผมก้าวไปใช้สัญชาติณานของร่างกายนำทางมือแตะลงที่ผิวกายปีศาจวัวมันดิ้นสุดแรงบางอย่างไหลเข้าสู่มือของผมก่อนที่ร่างเบื้องหน้าจะหลั่งโลหิตออกมาทั้ง 6 ทวาร นี่คือการดูดกลืน..
ร่างกายของผมเบาขึ้นมากตามองโลหิตสีแดงฉานตรงหน้ามันน่าแปลกนักที่ในใจของผมยังสงบราวกับมันเป็เื่ปกติ ทำไมกัน ...
ผมยังคงเป็ผมคนเดิมอยู่ไหม ?
‘เปิดภารกิจช่วยเหลือตัวเอกท่าน้ารับหรือไม่ ?’
เสียงติ้งดังขึ้นในหัวผมอีกครั้งผมได้ยินเสียงในศีรษะความหดหู่พลันมลายหายเมื่อได้ยินชื่อภารกิจ ...อะไรนะช่วยเหลือซ่งจี้หยาง
‘ท่านไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ’
ไอ้ระบบบ้าแล้วเมื่อครู่แกจะถามว่า ้ารับหรือไม่ ทำมะเขืออะไรฟะ
“ช่วยเหลืออะไร ? ” ผมก้าวข้ามศพของปีศาจตัวนั้นเหยียบย่ำสีชาดเจ่อนองด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด
‘เมื่อถึงเวลาระบบจะเตือนท่านเอง’
ผมขมวดคิ้วนึกถึงเหตุการณ์ใน่นี้ ใช่แล้วการรับศิษย์ของ 4 ขุนเขานั้นจะมีคนจากเซียนตูถูกส่งมาเพื่อคอยสังเกตการเพื่อไม่ให้ตระกูลเซียนทำนอกลู่นอกทาง ในฉากนั้นซ่งจี้หยางจะถูกท้าให้ไปสู้กับ 1 ในผู้ที่มาทำให้เขาถูกซัดจนตัวปลิวผู้ที่มารับเอาไว้ได้อย่างเหมาะเจาะราวกับ์ส่งมาคือพี่ชายชุดดำ มันคือฉากที่น้องสาวผมบอกว่า ‘โครตฟิน ของโครตดี’ กริ๊ดกร้าดไปหลายวัน
ฉากนั้นมีพี่ชุดดำช่วยแล้วไงเหตุใดผมที่เป็ตัวร้ายของเื่ต้องไปช่วยนายเอกด้วยเล่า!
*****************************
สถานที่จัดงานรับศิษย์ของสี่หุบเขาแห่งสำนัก ‘รักแมวที่สุด’ ไม่ได้ฟังหรอกผมบอกว่าสำนักนี้มีชื่อแบบนี้จริงๆ ผู้ก่อตั้งมันก็ท่านอาจารย์เซียวจ้านผู้หลุดพ้นจากมนุษย์ไปแล้วอย่างไร ชื่อสำนักก็บ่งบอกรสนิยมของผู้ก่อตั้งทีเดียว..ทาสแมว 100 %
ผมเดินไปยังที่นั่งสำหรับผู้หุบเขาทั้ง 4 แต่เดิมเก้าอี้ไร้คนนั่งมาหลายปีในที่สุดก็มีร่างของหวังฮ่าวเซียนปรากฏ การปรากฏตัวของผมกลับเรียกเสียงหวาดหวั่น หูของผมยังดีอย่าดังนั้นจึงได้ยินเสียงเล่าลือ
“หวังว่าจะไม่เข้าตาเขาเข้านะ”
“นั่นมันงูพิษไม่ใช่หรือ ? ”
“ท่านเ้าหุบเขาแห่งความตายไม่ใช่หรือ ? ”
“เล่าลือว่าใช้วิชาประหลาดจิตใจโเี้อำมหิต ไม่ปรากฏตัวมาหลายปีไม่ใช่หรือแล้วทำไม”
“อะแฮ่ม “ผมรู้สึกคันคอยิบๆ แยกรอยยิ้มที่มีเขี้ยวน้อยไปให้พวกเขา นั่งไขว่ห้างหันไปสุดดมกลิ่นกายคุกกรุ่นของซ่งจี้หยางที่นั่งเคียงข้าง มือเกี่ยวปอยผมคนงามอย่างถือสิทธิ์คลี่ยิ้มให้สมเป็ตัวร้าย “ข้างนอกมีดอกไม้งามข้าก็ต้องมาชมเชยเสียหน่อย ส่วนแมลงหวี่ที่บินให้หึ่งข้าหาสนใจไม่”
เป็ไงละ ผมตัวร้ายที่แสนสมบูรณ์แบบใช่ไหมละ!
“น้องเล็กเ้าจะเอาลูกอมไหม ? ” หลี่ป๋อเหวินนั่งอยู่ข้างผมอีกฝั่งเขายื่นลูกอมสามเม็ดมาให้คลี่ยิ้มอบอุ่นราวกับพี่ใหญ่ผู้แสนดี
นี่อย่ามาทำลายภาพลักษณ์ตัวร้ายที่ผมเพิ่งสร้างได้ไหม!
“ไม่เอา! ” ผมถลึงตาใส่เขาพี่ชายชุดดำคลี่ยิ้มดึงร่างกลับไปแต่กลับวางลุกอมไว้บนตักผมสองเม็ด
“น้องเล็ก ? เ้าหายกัดคนอื่นแล้วหรือ ? ” จี้หลี่เอียงศีรษะเขาถือพัดป้องปากท่าทางเหมือนคุณชายเ้าสำอางแต่ผมรู้ดีว่าข้างในกระโหลกสวยๆ ของเขามันไม่มีอะไร
ในนิยายบรรยายถึงเขาไว้ว่าเป็ชายหนุ่มหน้ามลหน้าตาหมดจดทรงภูมิราวกับขุนนางสักที่ทว่าเขาเป็คนที่ไร้พิษภัยไม่ถือโทษใคร จิตใจเหมือนเด็กน้อยใสสะอาดผู้หนึ่ง
“ข้าหาได้กัดใครไม่ ! ” ผมใช้น้ำเสียงเ็านึกถึงความเป็ตัวร้ายจะให้คาร์แรกเตอร์ของหวังฮ่าวเซียนในนิยายมาพังทลายตรงนี้ไม่ได้ “พวกเ้าอ่อนแอเอง”
“อ้อ ...ที่ท่านอาจารย์บอกว่าเ้าถูกลมปราณตีกลับทำให้อุปนิสัยเปลี่ยนไปท่าจะจริง” จี้หลี่หยักหน้า เขารวบผมครึ่งศีรษะสวมใส่ควานพอมานั่งชิดใกล้พี่ชายชุดดำที่หล่อเหลาคมคายขับให้ใบหน้านั้นดูงดงามน่ามองยิ่ง ทว่าความงามของเขายังสู้ตัวเอกไม่ได้เห็นยัยน้องสาวบอกว่าจี้หลี่เองก็น่าจะมีคู่ด้วยเช่นกัน
“พวกเ้าไยคิดเช่นนั้น” ผมถลึงตากับคำพูดเขา
ว้อย! ทำไมผมไม่เหมือนหวังฮ่าวเซียนตรงไหนนี่ว่าคีพลุคสมบูรณ์แบบแล้วนะ
“นั้นเพราะเ้าอ่อนโยนขึ้นกระมั้ง” จี้หลี่ยกยิ้มสวยพอทำสีหน้าเช่นนี้เขาราวกับขุนนางสูงศักดิ์ที่น่าปกป้อง “ดีๆ งั้นเ้าจัดงานไปนะข้าอยากนอนแล้ว”
“ท่านอาจารย์ให้เ้าเป็ผู้จัดงานมิใช่หรือ ? ” ผมถลึงตามองเขาหูได้ยินเสียงหัวเราะเบาบางครั้นหันไปก็ประสานสายตากับั์ตาดุจหงส์ของคนงาม ซ่งจี้หยางกำลังปิดปากหัวเราะผมอยู่
หนอยอย่ามาทำให้ภาพลักษณ์ตัวร้ายของผมเสียนะ!
“เรียนท่านอาจารย์คนจากเขาคุนลุนมาแล้วขอรับ” ศิษย์คนหนึ่งของจี้หลี่รีบหน้าตื่นเข้ามารายงานผมลูบหัวเก้าอี้นั่งไขว่ห้างเท้าคางรอฉากต่อไป
เอาละต่อไปจะเป็ฉากฟินๆ ของยัยน้องสาวแล้ว
ผู้นำของสำนักเมฆานั้นคือชายหนุ่มรูปงามอันดับหนึ่งในยุทธภพเขาดำรงตำแหน่งตำแหน่งเซียนตูผู้เป็ผู้นำของเหล่าผู้ฝึกฝนราวกับสัญลักษณ์ของความใสสะอาด ทว่ายัยน้องสาวบอกเอาไว้ว่านักเขียนสปอยว่าเซียนตูหาใช่คนดี ในการมาสังเกตการณ์การรับศิษย์ของสำนักรักแมวที่สุดนั้นผู้ที่มาเป็น้องชายคนละมารดาของเซียนตู เขาเป็ชายหนุ่มวัยรุ่นราวคราวเดียวกับผม ชายหนุ่มผู้นี้เป็ตัวประกอบที่แม่ยกเยอะกว่าตัวเอกเสียอีก
ทำไมนะหรือ....เพราะเขาหน้าตาดีมากนะสิ!
ตัวประกอบกิติมาศักดิ์ผู้นี้มีศักดิ์เป็น้องชายของเซียนตู แม้จะอายุยังน้อยทว่ากลับมีฝีมือกล้าแกร่งถือเป็หนึ่งใน 6 ผู้เยี่ยมยุทธ แน่นอนว่า 1 ในนั้นก็มีท่านอาจารย์เซียวจ้านอยู่ด้วย
“ต้องรบกวนท่านแล้ว” พวกเราลุกขึ้นประสานมือคารวะมันเป็ธรรมเนียมแน่นอนว่าผมยังคงนั่งอยู่ทนรับสายตาทิ่มแทง ...ก็ผมเป็ตัวร้าย ความจริงหวังฮ่าวเซียนไม่มางานอะไรแบบนี้ด้วยซ้ำ ั์ตาหันไปมองตัวประกอบที่ดังกว่าตัวเอกของเื่เขาคือหวังอี้ป๋อพอได้มาเห็นตัวจริงนั้นผมคิดว่าในนิยายยังบรรยายรูปโฉมนั้นไม่ผิดไปแม้แต่น้อย
ในนิยายนั้นบรรยายถึงเขาไว้ว่า เป็ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งใบหน้างดงามดุจประติมากรรมที่ถูกรังสรรค์อย่างดีจากนายช่างมากฝีมือไม่อาจถ้อยคำติได้แม้แต่น้อย ผิวขาวราวกับหยกขาวชั้นดี แม้กระทั่งปลายนิ้วก็ราวกับเทียนไขที่นวลเนียน หากจะหาความงามอันสมบูรณ์แบบในร่างของบุรุษเพศชายผู้นี้นั้นใกล้เคียงกับสิ่งนั้น
ผมนั่งเท้าคางจ้องหน้าบุรุษตัวประกอบแต่รูปโฉมล้ำหน้าตัวเอกอย่างซ่งจี้หยาง ....มิใช่ว่าผมหลงรักแรกพบอะไรนั่นแต่ผมกำลังหาจุดด่างพร้อยบนใบหน้านั้น
บ้าเอ้ย...หาไม่เจอจริงด้วย
“หวังฮ่าวเซียน” เสียงราวกับสายน้ำร้องเรียกพาให้ผมหลุดจากภวังค์ถึงได้รู้ว่าพวกเขานั่งลงกันเรียบร้อยแล้ว ผมหันไปมองใบหน้างดงามของซ่งจี้หยางไม่รู้ทำไมถึงเห็นคิ้วโก่งมนนั้นกระตุกแปลกๆ
“ถ้าจะสวดเื่ที่ข้าไม่ทำความเคราพละก็ เก็บถ้อยคำเ้าไว้เถิด”
“มิใช่เช่นนั้น” ซ่งจี้หยางมองหน้าผมราวกับมีอะไรบางอย่างจะพูดทว่ากลับไม่พูดออกมาเขาเลื่อนมือมากอบกุมมือผม “วันนี้้าให้ข้าถ่ายทอดลมปราณหรือไม่ ? ”
“ไม่ต้อง เมื่อวานเ้าเพิ่งถ่ายทอดลมปราณให้ข้า” ผมชักมืออกจากความอ่อนโยนนั้นใช้มันเท้าคางใบหน้านั่งราวกับอันธพาลจอมเกเร
ใช่แล้วเมื่อวานเขาก็ถ่ายทอดให้เต็มที่จนปากผมเกือบเจ่อ...
“คุณชายรองหวังนั้นรูปโฉมงดงามต้องตาต้องใจเ้าหรือ ? ” หลี่ป๋อเหวินยื่นลูกอมมาให้ผมอีกเม็ดพาให้ผมถลึงตาใส่เขา
สองเม็ดนั้นผมยังไม่ได้กิน นายก็ยื่นมาให้เม็ดจะทำให้ผมฟันผุไปถึงไหน
“หาใช่เช่นนั้นไม่ “ผมละจากใบหน้าสมบูรณ์แบบนั้น เขาสวยราวกับเครื่องสลักดูไร้ชีวิตชีวาถ้าหากให้พูดแล้วผมชอบความสวยแบบซ่งจี้หยางมากกว่า “ข้าคิดว่าเขาแข็งแกร่งมาก”
“ถูกต้องแล้ว คุณชายรองของพวกเราแข็งแกร่งมากดังนั้นก่อนเริ่มงานพวกเราไม่ลองแลกเปลี่ยนความรู้กันบ้างละ” ผู้ติดตามคุณชายเอ่ยขึ้นพวกเขาเป็คนของสำนักเมฆาดูเหมือนท่านอาจารย์ของผมจะไปก่อเื่เอาไว้พวกเขาจึงได้ผูกใจเจ็บเมื่อมีโอกาสจึงหาเื่
หวังอี้ป๋อนั้นฝึกฝนอยู่ในระดับ 6 เกือบจะกลายเป็เซียน ทว่าพวกเราคนที่ไปไกลสุดคือพี่ใหญ่เพิ่งฝึกฝนตนอยู่ในด่าน 5 แบบนี้มันรังแกกันชัดๆ ...แม้จะรังแกต่อหน้าเช่นนี้ทว่าตามบทแล้วพวกฝั่งนายเอกจะต้องตอบรับและส่งซ่งจี้หยางออกไปต่อสู้เพราะเขาคือน้องเล็กสุดในขณะนั้น
“น้องเล็กข้าคิดว่าเ้าสมควรไป” หลี่ป๋อเหวินหันมามองผมพาให้ผมรู้สึกตัว...บทตอนนั้นไม่มีหวังฮ่าวเซียนจึงส่งซ่งจี้หยางที่เป็น้องคนที่ 3 ลืมไปเลยว่าหวังฮ่าวเซียนเป็น้องเล็ก!
“ข้าเพิ่งหายป่วยไม่สามารถเดินลมปราณได้ ! ” ผมงัดการอ้างอาการป่วยขึ้นมาทุกคนล้วนรู้ว่าผมฝึกวิชาจนลมปราณตีกลับไปเมื่อไม่นานแม้ตอนนี้จะอาการหายดีแล้วแต่ผมจะใช้มันเป็ข้ออ้าง ใครจะไปโดนตบตีกลางสนามกันเล่า
“ข้าจะไปแทนเขาเอง” ซ่งจี้หยางมองผมชั่วครู่ก่อนจะหยักยิ้มละลายใจ เขาเหมือนเทพธิดาเหลือเกิน แม้หวังอี้ป๋อจะสวยกว่าแต่ซ่งจี้หยางนี่ละเหมาะเป็นายเอกเื่กว่า
“ระวังตัวด้วย” พี่ชายชุดดำมองคนรักของตนเองพวกเขาพุดคุยกันเล็กน้อยผมคิดว่ามันคงจะเป็บทที่พี่ชายชุดดำบอกให้ซ่งจี้หยางระวังวิชาของอีกฝ่าย ผมรู้สึกเหม็นความรัก คนโสดนี่มันน่าเบื่อจริงเลยได้แต่หันไปมองจี้หลี่ที่โสดสนิทเดียวดายเหมือนกับผม
“น้องเล็กข้าไม่เห็นว่าจะาเ็ที่ใด” เขาสมกับเป็หมอเทวดามองเพียงปลายตาก็รู้ว่าผมแท้จริงแล้วปกติดี
“ข้ายังป่วยอยู่หาได้โกหกไม่ เมื่อวานยังต้องอาศัยลมปราณของซ่งจี้หยางเพื่อช่วยดับเพลิงในกาย” เพื่อไม่ให้ตนเองถูกประณามผมจึงขอช่วยตัวเองสักหน่อย
“อืม ...เช่นนั้นข้าลองถ่ายถอดลมปราณให้เ้าบ้างเถิด” จี้หลี่ขยับเก้าอี้มาหาผมพวกเราสองคนมองดูพี่ใหญ่ที่เดินตามไปส่งซ่งจี้หยางที่สนามประลองเบื้องหน้า ในบทเขาเป็ห่วงคนรักของเขามากวนเวียบนรอบสนามถึงได้รับซ่งจี้หยางที่ถูกฝ่ามือซัดมาได้
“เ้าธาตุลมสินะ “หวังฮ่าวเซียนมีธาตุไฟ กับจี้หลี่ที่มีธาตุลมย่อมสนับสนุนเกื้อกูลกัน ผมเกรงว่ามันจะไปเพิ่มความร้อนในร่างกาย
“ไม่เป็ไรข้าจะลองส่งไปนิดหน่อย” จี้หลี่ยื่นมือมาจับมือผมสอดประสานนิ้วราวกับคนรักที่กำลังกุมมือออกเดท ผมััได้ถึงลมบางเบาที่วิ่งผ่านกระแสเืก่อนที่มือบอบบางข้างนั้นจะละจากไป
เอ๊ะ ..เอ๊ะ ??
ไม่จูบหรือ ?
“เป็อันใดหรือ ? ” จี้หลี่เอียงศีรษะมองผมที่ทำหน้าตาแปลกประหลาด
“เ้าทำอันใด? ”
“ถ่ายทอดลมปราณให้เ้า”
“โดยการจับมือ ? ”
“ใช่แล้ว โดยการจับมือ เ้าลืมไปแล้วหรือว่าเพียงแค่ััพวกเราก็สามารถถ่ายทอดลมปราณให้แก่กันได้”
“...” ผมรู้สึกเหมือนสมองว่างเปล่าไปชั่วครู่ลูบริมฝีปากตัวเองไปมา
เช่นนั้นที่ผมถูกจูบจนปากเจ่อนั้นเล่า!
ซ่งจี้หยางผม้าการจับมือ ไม่อยากถูกนายจูบจนปากเปื่อยแล้ว!
“พวกเ้าคุยเื่ใดกัน ท่าทางดูน่าสนุกยิ่งนัก” พี่ชายชุดดำเดินเข้ามาขัดจังหวะพวกเรา ผมเงยหน้ามองใบหน้าคมคายที่ประดับด้วยรอยยิ้ม “นานแล้วที่พวกเราทั้งสี่ไม่ได้คุยอย่างฉันพี่น้อง ข้าคิดถึง่เวลาเก่าๆ เหลือเกิน”
“พี่ใหญ่ยังคงทำตัวราวกับคนแก่อยู่เช่นเดิม” จี้หลี่หัวเราะเขาขยับตัวปล่อยให้พี่ใหญ่นั่งลงเก้าอี้ที่คั้นเขากับผม ทว่าผมมีเื่ร้อนใจกว่านั้น
พี่ชายชุดดำมาที่นี่การแข่งจบแล้วหรือ ?
ผมหันกลับไปที่สนามเบื้องหน้ายังเห็นซ่งจี้หยางฟาดฟันกระบี่กับชายผู้งดงามคนนั้น แม้แต่เด็กประถมก็มองออกว่าเขาตกเป็รองเพียงใด ผมชักหน้ากลับมามองพี่ชายชุดดำ
แฟนนายแย่แล้วนะไม่ไปหรือ ?
“พี่ใหญ่ไม่ไปดูซ่งจี้หยางหรือ หากเขาเกิดถูกทำร้ายเล่า ? ” ผมใจร้อนหรือนี่จะเป็เควสที่ทางระบบมอบหมายให้ในเมื่อพระเอกไม่ยอมเล่นตามบท
“พอเห็นทุกคนคุยกันครื้นเครงพี่ก็นึกได้ว่าพวกเ้าเติบโตกันแล้ว คุณชายรองหวังเป็บุรุษมากน้ำใจคงไม่ทำร้ายจี้หยางสาหัสนัก”
“...” ผมหันหน้ากลับไปที่สนามประลองทันเห็นซ่งจี้หยางพลาดท่าลุกขึ้นจากเก้าอี้เพราะจดจำบทบรรยายในนิยายตอนนี้ได้ดี ฝ่ามือนั้นผลักกระแทกหน้าอกบอบบางของซ่งจี้หยางพาให้เรือนร่างโปร่งปลิวกระเด็นบ่งบอกถึงความพ่ายแพ้ของเขา ในนิยายนั้นเขาจะมีหลี่ป๋อเหวินคอยรับร่างเอาไว้ได้ทันพยุงร่างกายาเ็นั้นทว่าครานี้พี่ชายชุดดำดันไม่รอรับ
“ซ่งจี้หยาง!! ” ผมร้องเรียกชื่อของเขาเมื่อเห็นเรือนร่างนั้นถูกผลักกระเด็น ขาก้าวเข้าไปข้างหน้ามือโอบไหล่บอบบางเพราะเขาตัวสูงกว่ามากผมจึงจำเป็ต้องย่อรวบใต้ข้อพับอุ้มอีกฝ่ายด้วยท่วงท่าน่าอายที่สุด สองมือโอบอุ้มดอกไม้แสนงามเอาไว้ในอ้อมกอดสูดลมหายใจจมุกได้กลิ่นดอกกุ้ยฮวาลอยอบอวน ั์ตาราวกับหงส์ของซ่งจี้หยางเบิกกว้างเมื่อเห็นว่าผู้ที่อุ้มเขาอยู่คือผม เขากระอั่กเืเปรอะเปื้อนอาภรณ์สีขาวพิสุทธิ์ ข้อมือขาวผุดผ่องอาบสีแดงชาดที่ตัดกันอย่างลงตัวดูราวกับเ้าหญิงหิมะที่ถูกแต่งแต้มน่ามองยิ่งนัก ผมโน้มใบหน้าลงไปทำเสียงเข้ม “ข้าไม่ได้อยากช่วยเ้า เพียงแค่กลัวจะไม่มีใครถ่ายทอดลมปราณให้เท่านั้น! ”
“ขออภัย ข้าลงมือหนักไป” คุณชายรองหวังนั้นเป็บุรุษที่แสนดีดังเอื้อนเอ่ยเขาประสานมือโค้งคำนับพวกเรา ผมอุ้มซ่งจี้หยางชักสีหน้าไม่พอใจใส่เขา
“ทั้งที่รู้ว่าอีกฝ่ายยังบรรลุไม่ถึงด่าน 5 แต่เ้าก็ลงมือ ข้าไม่รู้ว่าใครคือธรรมะใครคืออธรรมกันแน่! ” มือของผมไม่ว่างเพราะต้องโอบอุ้มดอกไม้งามได้เพียงส่งสายตาดุดันสะบัดใบหน้าไม่สนใจตัวประกอบผู้นี้หันหลังกลับไป โชคดีที่พี่ชายชุดดำก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็วเขาช่วยพยุงซ่งจี้หยางเพราะความสูงพวกเขาใกล้เคียงกันจึงใช้ท่าพยุงไหล่ได้
เอาละผมทำเควสที่ระบบให้มาแล้วใช่ไหม ! ผมรอคอยเสียงติ้งดังขึ้นในหัวทว่ามันเงียบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เอ๋ ...ไม่ใช่บทนี้งั้นหรือ!