ชิงเหมย เกิดใหม่มาขายในยุค70s

    ฮุ่ยเหมยบูติก



                  ทุกคนนั่งรถโดยสารมา15นาที ก็มาถึงที่ร้าน แล้วก็เป็นเหมือนกันทุกคน แต่ละคนยืนอึ้งกันอยู่หน้าร้าน ไม่ยอมที่จะเดินกันต่อ 

                ยายโจวนี่อาการหนักยิ่งกว่าใคร ตอนนี้คิดว่าตัวเองอยู่บนสรวงสวรรค์ ยังไงอย่างนั้น

     

                 "นี่มันร้านอะไรกันจ้ะเนี่ย  ชิงเหมย ช่างสวยจริงๆ" 

     

                 ป้าสะใภ้ใหญ่อดที่จะชมไม่ได้  

     

                "ยินดีด้วยนะกับร้านใหม่"  

     

           เถ้าแก่หวงนำกระเช้ามาแสดงความยินดี  ในกระเช้าเป็นใบชาชั้นดี  

     

                 "ขอบคุณมากเลยค่ะเถ้าแก่"  

     

               ชิงเหมยเอ่ยขอบคุณเถ้าแก่หวง

     

             โจวชิงเทียน เรียงประทัดที่ซื้อมาเมื่อเช้า เต็มหน้าร้าน ก่อนจะจุดเพื่อเป็นสิริมงคล  

     

             "ปัง ปัง ปังๆๆๆ" 

     

           เสียงประทัดถูกจุดขึ้นเมื่อเวลาบ่ายโมง  ตามฤกษ์ที่ไปดูมา  สร้างความแปลกใจให้กับคนที่เดินผ่านไปผ่านมา  

     

            ด้วยความที่ทำเลตรงนี้ อยู่ตรงข้ามกับห้างสรรพสินค้า  คนที่กำลังจะเดินเข้าห้าง หรือเดินตามถนน ต่างก็ต้องสังเกตเห็นร้านฮุ่ยเหมยบูติก   พอมีเสียงประทัดดัง  ก็ยิ่งเป็นที่น่าสนใจ 

     

             หมดเสียงประทัด  ฮุ่ยเหมยบูติก ก็เปิดอย่างเป็นทางการแล้ว

     

             เวลาบ่ายโมงวันอาทิตย์  ซึ่งห้างก็มีคนพลุกพล่านอยู่แล้ว  ร้านฮุ่ยเหมยบูติกจึงมีลูกค้าเดินเข้ามาไม่ขาดสาย

     

             ด้วยความหรูหราที่ชิงเหมยเนรมิตขึ้นมา ลูกค้าแต่ละคนที่เดินเข้ามาในร้าน  ต่างก็ต้องแปลกใจกับร้านขายเสื้อผ้าแห่งนี้  ชุดรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนที่ใส่อยู่บนหุ่นโชว์ ก็เตะตาคนเดินผ่านไปมาอยู่แล้ว  การตกแต่งของร้านยิ่งทำให้ผู้คนต้องหันมามองทุกคน 

     

             เพียงแค่อึดใจ   ลูกค้าก็เข้ามาเลือกดูเสื้อผ้าในร้านกันนับสิบคน

     

            ชิงเหมยพายายโจวกับครอบครัวลุงใหญ่ ไปนั่งพักดื่มชาที่ร้านชาของเถ้าแก่หวงก่อน  เพราะตอนนี้ในร้านคงจะไม่สะดวก ร้านเถ้าแก่โจวเปิดเป็นร้านนั่งดื่มชาได้ด้วย  เลยไปใช้บริการซะเลย

     

            "แม่ค้าน้อย~ ยินดีกับร้านใหม่ด้วยนะจ้ะ"

     

            หลินฮวา สาวอวบหน้าสวยผู้ร่ำรวย  ใส่ชุดกี่เพ้าแบบโมเดิร์นสีแดงที่ซื้อไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้วเดินนำเพื่อนอีกสามคน  เข้ามาทักชิงเหมย  

     

              เพื่อนแต่ละคนของหลินฮวานั้น  ไม่บอกก็รู้ ว่าต้องเป็นคุณหนูบ้านเศรษฐีทุกคนอย่างแน่นอน  กำไลหยก ต่างหูเพชร มีกันครบ  และยังลงมาจากรถเก๋งคันโตกันทุกคนอีกด้วย

     

             "คนนี้แหละ แม่ค้าน้อยที่ขายชุดนี้ให้"

     

             หลินฮวาบอกกับเพื่อนๆที่มาด้วยกันว่า ชุดนี้เป็นชิงเหมยที่ขายให้  เพราะเพื่อนๆนาง ต่างก็ไปหาซื้อที่ไหนๆก็ไม่มีขาย  วันนี้เลยต้องตามนางมาที่นี่ 

     

             "สวัสดีค่ะพี่สาวคนสวย  เชิญด้านในเลยนะคะ  ถูกใจตัวไหนเรียกพนักงานได้เลยค่ะ  สามารถลองก่อนที่ห้องลองเสื้อได้ด้วยนะคะ"

     

              ผู้หญิงกับความสวยความงามคือของคู่กันอยู่แล้ว  หลินฮวากับเพื่อนอีกสามคนย่อมเหมือนผู้หญิงทั่วไป 

     

             ยิ่งเมื่อเดินเข้าไปเห็นสองฝาแฝด กับ เหลียนอี้เฟย ที่ใส่ชุดกี่เพ้าแบบโมเดิร์นด้วยแล้ว  ยิ่งอยากจะไปลองชุดเร็วๆ 

     

           ชุดกี่เพ้าแบบโมเดิร์น มีอยู่10แบบ 3 สีในรอบนี้ แต่ละแบบแตกต่างกันไปตามที่ชิงเหมยออกแบบให้ตัดเย็บ  จึงทำให้ดูว่า แต่ละชุดดูไม่ซ้ำกัน 

     

             ลูกค้าส่วนมากในวันนี้ ต่างก็เดินดู และทดลองชุดกี่เพ้าแบบโมเดิร์น ที่ชิงเหมยจัดให้เป็นนางเอกของวันเปิดร้านวันนี้ แล้วก็ไม่ผิดหวัง

     

          ชุดกระโปรงก็ยังคงขายได้เหมือนเดิม  ด้วยราคา19หยวน ที่ไม่แพง  และยังคงแปลกใหม่อยู่  จึงทำให้ตอนนี้ ขุดกระโปรงขายออกไปมากกว่า20ชุดแล้ว 

     

             ส่วนชุดกี่เพ้าแบบโมเดิร์น ลูกค้ายังคงเปลี่ยนกันเข้าไปลองที่ห้องลองเสื้ออย่างไม่ขาดสาย คนที่รอใช้ห้อง ก็มานั่งพักบนโซฟาที่จัดเตรียมไว้  ลูกค้าทุกคนต่างพอใจในการบริการเป็นอย่างมาก

     

              คาดว่ายังไงวันนี้ก็ต้องขายดีแน่นนอน

     

             คู่แฝดฮุ่ยหมิงกับฮุ่ยหลิงและเหลียนอี้เฟย ต่างก็ช่วยแนะนำลูกค้า  ช่วยนำไปห้องลองเสื้อ  ทั้งสามทำงานได้อย่างดีเลยทีเดียว

     

             หลี่หลิงนั่งอยู่เค้าเตอร์คิดเงิน  คอยคิดเงินตอนที่พวกพี่สาวพาลูกค้ามาจ่ายเงิน

     

              ลูกค้ายังคงเดินเข้าออกร้านฮุ่ยเหมยบูติกอย่างไม่ขาดสาย  พอถึงเวลาประมาณบ่ายสามโมง  ชุดกระโปรง ก็เหลือไม่ถึง20 ตัวแล้ว ชุดกี่เพ้าแบบโมเดิร์น ถึงคนจะเลือกอยู่นานหน่อย  แต่ตอนนี้ก็เหลือไม่ถึง30ชุด  

     

            ชิงเหมยกุมขมับ  รู้อยู่แล้วว่าจะต้องขายดี  แต่ไม่คิดว่าจะดีขนาดนี้  เฉพาะเพื่อนๆของพี่สาวหลินฮวา ก็ซื้อชุดกี่เพ้าโมเดิร์นไปคนละ3ชุดแล้ว

     

             ชิงเหมยเดินออกจากร้านไปหายายโจวกับป้าสะใภ้ใหญ่ที่ร้านขายชาของเถ้าแกหวงทันที

     

            "ยายคะ"

     

             "ว่ายังไงจ้ะชิงเหมย"

     

             "ที่ตำบลซานมีคนเย็บเสื้อผ้าเป็นเยอะไหมคะ"

     

              "เพื่อนๆยายก็พอมีอยู่สี่ห้าคนนะหลาน"

     

             "  งั้นยายไปบอกเพื่อนๆยายให้มาช่วยกันเย็บชุดกระโปรงด้วยได้ไหมคะ  ยายให้ค่าจ้างไปเลยคนละ4หยวน  แต่หนูยังจะให้ยายตัวละ5 หยวนเหมือนเดิม  ยายจะได้กำไรตัวละ1หยวนเลยนะคะ"

     

            ยายโจวหรือจะมาคิดเล็กคิดน้อยกับหลานรัก  แต่ก็ถามว่า ทำไมถึงต้องไปจ้างคนอื่นด้วย

         

              ชิงเหมยเลยบอกว่า ชุดไม่พอขาย

     

            "ไปๆๆ สะใภ้ใหญ่กลับบ้านๆๆๆ "

     

          ยายโจวลุกขึ้นจะพาสะใภ้ใหญ่กลับบ้านไปเย็บชุดเพิ่มจริงๆแล้วตอนนี้ 

     

             "เดี๋ยวก่อนค่ะยาย....."

     

             ชิงเหมยตกใจ ที่ยายโจวปุบปับก็จะกลับบ้านเลย  ชิงเหมยจะเปลี่ยนให้ยายกับป้าสะใภ้ใหญ่ มาเย็บชุดกี่เพ้าแบบโมเดิร์น  ยายโจวยังต้องรอเอาแบบที่สองฝาแฝดกลับไปด้วย

     

             "ป้าสะใภ้ใหญ่คะ หนูรบกวนป้าไปซื้อผ้าที่ย่าน ต่งต้า กลับไปด้วยนะคะ  นี่เงินค่ะ เอาแบบที่หนูจดไว้ทั้งหมดเลยนะคะ  วันนี้หนูรบกวนด้วยค่ะ" 

     

            ชิงเหมยหยิบเงินให้ป้าสะใภ้ใหญ่300 หยวน เพื่อไปซื้อผ้ากลับไปที่บ้านยายโจว  ในกระดาษ จดไว้หมดแล้วว่าต้องซื้ออะไรบ้าง  

     

            กลับมาที่ร้านฮุ่ยเหมยบูติก   ตอนนี้เวลา4โมงเย็นแล้ว  ชุดทั้งหมดในร้าน ขายออกไปหมดแล้ว  เหลืออยู่ก็แค่บนหุ่นที่โชว์ไว้  

     

               "ขอบคุณที่ใช้บริการนะคะ  ตอนนี้ชุดของทางร้านหมดแล้วค่ะ  ทางร้านจะเปิดบริการอีกที วันเสาร์หน้านะคะ  ขอเรียนเชิญทุกคนด้วยค่ะ"

     

                อนิจจา  ร้านฮุ่ยเหมยบูติก  เปิดบริการได้แค่ครึ่งวัน  ก็ต้องปิดไปอีก1อาทิตย์ซะแล้ว

     

               ชิงเหมยแทบอยากจะมุดแผ่นดินหนีด้วยความอับอาย  รอบนี้ชิงเหมยคาดการณ์พลาดไปจริงๆ

     

          

     

      

    คล้ายกับเรื่องชิงเหมย เกิดใหม่มาขายในยุค70s ที่คุณอ่าน