..ณ โรงพยาบาลวิภาบดี..
ภายให้พักรักษาตัว 9710 ซึ่งเป็ห้องของนาย ‘ณัฐภูมิ พิพัฒน์วงษา’ หรือก็คือพ่อของเฟยนั่นเอง อาการาเ็ที่หัวหลังจากโดนไม้หน้าสามฟาดเข้าให้อย่างจัง ผลลัพธ์ที่ออกมามันทำให้ครอบครัวต่างก็เศร้าสลดใจ เพราะชายคนนี้ได้รับการพิจารณาจากแพทย์ว่ามีความเป็ไปได้ที่อาจจะเป็เ้าชายนิทรา เนื่องจากเส้นเืในสมองแตก แต่ไม่แน่บางทีมันอาจจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นกับเขาก็เป็ไปได้..
“แม่.. พ่อจะไม่เป็อะไรใช่ไหม” เสียงของหญิงสาวชื่อ ‘ฟาง’ หรือ ‘กรรณิกา พิพัฒน์วงษา’ กล่าวถามกับผู้เป็แม่ย้ำๆมาหลายสิบหลายร้อยครั้งในไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งฟางคนนี้เธอก็คือน้องสาวของเฟยนั่นเอง ส่วนนาง ‘อรทัย พิพัฒน์วงษา’ หรือ ‘ไหม’ แม่ของฟาง และเฟยที่ได้ยินคำถามของลูกสาวก็ไม่รู้จะตอบว่าอย่างไรดี
“ไม่เป็อะไรนะครับน้องฟาง.. เราควรจะมีความหวังเข้าไว้ คุณพ่อของน้องฟางเป็คนดี ยังไงพระก็คุ้มครอง..” เบนซ์เพื่อนสนิทของเฟยกล่าวให้กำลังใจกับน้องสาวเพื่อน ทั้งนี้ก็ให้ทั้งสองแม่ลูกที่เป็ผู้หญิง และมีจิตใจที่อ่อนไหวได้ง่ายมีกำลังใจ ไม่ย่อท้อกับสิ่งที่พบเจอ ในใจของเขารู้สึกสงสารครอบครัวของเพื่อนสนิท แต่เขาก็ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้มากไปกว่านี้อีกแล้ว
‘เมื่อไหร่มันจะมาวะ นี่ก็จะบ่าย 3 โมงแล้ว..เฮ้ออ’ หลังจากที่เบนซ์เอ่ยให้กำลังใจ เขาก็อดไม่ได้ที่จะบ่นออกมาในหัวสมอง ถ้าเขารู้ว่ามันจะมาช้าอย่างนี้ น่าจะลากๆมันมาั้แ่เช้าเลยน่าจะดีกว่า แต่ว่าในระหว่างที่เขากำลังคิดบ่นถึงมันอยู่ ประตูห้องก็ถูกเคาะเสียงดัง ก่อนจะมีเสียงที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้นมา..
“ขออนุญาตครับ.. ผมมาแล้วครับแม่.. ฟาง.. เบนซ์ขอบใจแกมากนะที่มาอยู่เป็เพื่อนกับครอบครัวของฉัน ไม่มีอะไรเกิดขึ้นในระหว่างนั้นใช่ไหม” เฟยกล่าวกับแม่ และน้องสาว ก่อนจะหันมาถามกับเพื่อนสนิทอย่างไม่สนใจสายตาที่กำลังอึ้งของทั้งสองแม่ลูก
“มาได้สักทีนะไอ้เพื่อนยาก.. ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้นแหละ แต่ว่าพ่อของแกจะเข้าห้องผ่าตัดในอีก 1 ชั่วโมงนี้แล้ว” เบนซ์เอ่ยกล่าวตอบ เฟยที่ได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ เขาคิดว่าจะเข้าไปคุยกับหมอเองโดยตรงเื่พ่อของเขา และก็จะได้ยกเลิกนัดผ่าตัดเพื่อไม่ให้พวกเขาเสียเวลา..
“อย่างนั้นเหรอ ขอบใจมาก.. ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวฉันไปคุยกับหมอก่อนนะ” เฟยกล่าวพร้อมกับเตรียมที่จะหันหลัง และเดินออกจากห้องเพื่อไปพบแพทย์ที่ดูแลพ่อของเขา แต่ทว่าเสียงของฟางน้องสาวของเขาก็ดังขึ้นมาขัดเอาไว้ก่อน
“เดี๋ยวก่อนค่ะ! นั่นใช่พี่เฟยจริงๆเหรอคะ.. ทำไม? เออ.. พี่ถึงได้ดูเปลี่ยนไปมากขนาดนั้นกันล่ะ” ฟางกล่าวถามกับพี่ชายของเธอตรงๆ ล่าสุดที่เจอเมื่อสองเดือนก่อน รูปร่างหน้าตาของพี่ชายเธอไม่ต่างอะไรจากกับเ้าแมวสีฟ้าที่มีกระเป๋าอยู่หน้าท้องเลยแม้แต่นิดเดียว ด้วยเวลาเพียงแค่นั้นพี่ชายของเธอกลับเปลี่ยนไปมากเลยจริงๆ ผู้เป็แม่เองก็ไม่ต่างกันเท่าไรนัก สภาพร่างกายของลูกชายเธอดูผอมเพรียวราวกับคนละคน
“ใช่ไหมล่ะ.. พี่บอกแล้วไงน้องฟางว่าไอ้เฟยมันมีหุ่นอย่างกับนายแบบ หึหึ ทีนี้เชื่อได้หรือยัง” เบนซ์ที่ได้ทีก็เล่นใหญ่เล็กน้อย เขาพูดออกมาถึงเพื่อนรักราวกับเป็เื่ที่เขาภูมิใจเสียเอง แถมยังไม่พอเขายังตบหน้าอกของตัวเองเพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาภาคภูมิใจอีกด้วย
“เื่อื่นเอาไว้มาอธิบายกันภายหลังนะ.. ตอนนี้ผมขอไปพบแพทย์ประจำตัวของพ่อก่อน เดี๋ยวมา” เฟยส่ายหัวให้กับท่าทางของฟาง และเบนซ์เล็กน้อย ก่อนจะกล่าวตอบกลับไป ท่ามกลางความสงสัยของทุกคนในห้องว่าเฟยจะทำอะไร แม่ไหมที่ได้ยินอย่างนั้นเธอไม่พูดอะไรออกมาสักคำ เธอเดินกลับไปนั่งข้างๆสามีของเธอราวกับกำลังเฝ้ารอให้เขานั้นฟื้นตื่นขึ้นมาคุยกับเธออย่างใจจดใจจ่อ..
“เื่จริงเหรอเนี่ยพี่เบนซ์ พี่เฟยเขาเปลี่ยนไปจนแทบจะจำไม่ได้เลยจริงๆ กลับมาต้องถามให้รู้เื่ว่าไปทำอะไรมากันแน่..” ฟางก่อนพร้อมกับทำสีหน้างอนๆเล็กน้อย แต่ถึงยังไงเื่ของพ่อก็มาก่อน
“เอาน่าๆ เ้าเฟยมันคงไปคุยเื่การผ่าตัดของพ่อนี่แหละ เห็นตอนเช้ามันบอกว่าจะหาเงินมาจ่ายค่ารักษาตัวน่ะ มันคงจะไปกำชับกับหมอว่าให้รักษาให้ดีที่สุด น้าไหมกับน้องฟางไม่ต้องเป็ห่วงไปนะครับ” เพื่อนที่แสนดีอย่างเบนซ์กล่าวชงให้เพื่อนของตัวเองดูดีเอาไว้ก่อน เพื่อคลายความสงสัย และเป็กังวลของทุกคน
“คุณคะ อดทนอีกนิดนะคะ.. ผ่าตัดแป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว คุณจะได้อยู่กับฉันไปอีกนานๆเลยนะ”
ไหมกล่าวออกมาทั้งน้ำตา เื่อย่างนี้มันไม่ควรเกิดขึ้นกับครอบครัวของเธอเลย ถึงจะเป็หนี้ก้อนหนึ่ง แต่พวกมันก็ไม่น่าจะทำกันถึงขนาดนี้เลย พอจะแจ้งความพวกมันก็มีเอี่ยวกับตำรวจอีก เธอไม่รู้จะทำอย่างไรดีแล้วในตอนนี้
เบนซ์กับฟางที่ได้ยินได้เห็นอาการของแม่ไหม พวกเขาทั้งสองคนก็แทบอยากจะร้องไห้ตามกันเลยทีเดียว พวกเขาได้แต่ภาวนาให้การผ่าตัดมันผ่านพ้นไปด้วยดีด้วยใจหวัง..
..ทางด้านของเฟยที่กำลังติดต่อขอยกเลิกการผ่าตัดกับแพทย์ที่ดูแลพ่อของเขา..
“คุณแน่ใจเหรอครับว่าจะยกเลิกห้องผ่าตัดจริงๆ อาการของคุณพ่อคุณถึงจะไม่ได้เลวร้ายในเวลานี้ แต่ถ้าปล่อยไปอีกสองถึงสามวัน ไม่สิ! ไม่กี่ชั่วโมงอาจจะแย่กว่าเดิมก็ได้นะครับ..” หมอกล่าวย้ำกับญาติของคนไข้ เขาพยายามที่จะกล่าวให้อีกฝ่ายเห็นความสำคัญในการผ่าตัดในครั้งนี้ แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่เข้าใจ แถมยังมีอาการนิ่งเงียบเฉยชาอีกด้วย
“ครับ ผมแน่ใจ.. คุณพ่อของผมจะหายจากอาการที่ว่ามานี้ในอีกไม่กี่นาที ถ้ายังไงก็ทำเื่ออกจากโรงพยาบาลให้กับเราด้วยนะครับ..” เป็อีกครั้งที่เฟยกล่าวอะไรที่ดูจะน่าเหลือเชื่อออกมาจากปากอีกครั้ง ซึ่งเมื่อหมอได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้วชนเข้าหากันอย่างมึนงง..
“คุณหมายถึง้าให้หมอเขียนใบส่งตัวพ่อของคุณไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลอื่นอย่างนั้นเหรอครับ” หมอกล่าวถามด้วยความสงสัยในคำพูดของชายตรงหน้าก่อนหน้านี้ ทางด้านเฟยก็ส่ายหัวเล็กน้อยเป็คำตอบ ก่อนที่เขาจะพูดย้ำเตือนกับอีกฝ่ายอีกครั้งหนึ่งอย่างชัดๆ
“ผมหมายถึงพ่อของผมจะเดินออกจากโรงพยาบาลนี้ด้วยตัวของเขาเอง เพราะว่าเขาจะหายจากสิ่งที่เขาเป็ในอีกไม่กี่นาทีต่อจากนี้ คุณหมอ..คุณช่วยทำเื่การเงินมาแจ้งให้กับผมด้วย เดี๋ยวผมจะจ่ายให้ทั้งหมดเอง เท่านี้แหละครับ” เฟยกล่าวก่อนจะพยายามลุกไปจากที่นั่งในห้องของคุณหมอ
“เดี๋ยวก่อนสิครับญาติคนไข้.. อาการของคุณพ่อคุณไม่ได้เป็แค่ไข้หวัดธรรมดาๆนะครับ เดี๋ยวก่อนสิครับ เฮ้ออ ไปซะแล้ว.. เอาไงดีล่ะเนี่ย ช่างเถอะ ยังไงการรักษาคนไข้ก็ต้องมาก่อน เอาไว้ถามกับญาติคนอื่นอีกทีเมื่อถึงเวลาก็แล้วกัน..” หมอประจำตัวกล่าวพลางถอนหายใจกับญาติคนไข้คนนี้
หลังจากที่เฟยเดินออกจากห้องของหมอเพื่อแจ้งสิ่งที่ตัวเอง้าแล้ว เขาก็เดินกลับห้องพักรักษาตัวของคุณพ่อเพื่อทำการรักษาด้วยตัวของเขาเอง
เฟยเปิดประตูห้องก่อนจะเอ่ยขึ้นมากับน้องสาว และเพื่อนรักอย่างเ้าเบนซ์ในทันที เพราะเขาไม่อยากจะเสียเวลาที่นี่ไปมากกว่านี้แล้ว ไหนจะต้องพาครอบครัวไปยังบ้านใหม่ และไหนจะต้องไปเช็คบิลกับไอ้พวกที่มันกล้าทำพ่อของเขาให้เป็อย่างนี้อีก ซึ่งแน่นอนว่าเขาหมายถึงพวกมันทุกตัวที่มีส่วนเกี่ยวข้อง..
“เบนซ์.. แกพาฟางออกไปข้างนอกห้องก่อนได้ไหม ฉัน้าเวลาส่วนตัวที่จะพูดคุยกับแม่ของฉันสักหน่อย..” เฟยกล่าว ซึ่งเบนซ์ก็เข้าใจพยักหน้ารับ ผิดกับฟางที่เตรียมท่าจะโวยวาย พี่ชายทำอย่างกับเธอเป็คนนอกครอบครัว แต่ทว่าเธอก็ถูกเบนซ์กุมปาก และลากตัวออกไปก่อน..
เมื่อห้องเงียบสงบลง เฟยก็เดินมาข้างๆเตียงของพ่อ ซึ่งพ่อก็ดูเหมือนว่าจะรับรู้ทุกอย่างได้ เพียงแต่ว่าร่างกายไม่ตอบสนองกับสิ่งที่สมองสั่งการเท่านั้น..
“ลูกมีอะไรจะคุยกับแม่อย่างนั้นเหรอ.. หรือว่าจะเป็เื่เงินผ่าตัด..” ผู้เป็แม่ที่มองเข้าไปในสายตาของลูก เธอรู้สึกได้เลยว่าลูกชายของเธอมีอะไรบางอย่างผิดแปลกไปจากเดิมราวกับเป็คนละคนในด้านของอารมณ์ความรู้สึก ถ้าเป็เ้าอ้วนตุ่ยลูกชายคนเดิมของเธอคงจะร้องไห้ฟุมฟายแล้วที่เห็นพ่อของตัวเองเป็เช่นนี้ แต่นี่เขากลับนิ่งจนเกินไป..
“แม่! ต่อไปนี้เื่เงินพ่อกับแม่ไม่จำเป็ต้องเป็ห่วง.. เื่ที่ผมจะเล่าต่อจากนี้ถือว่าเป็ความลับของเราสามคน ผมเชื่อใจพ่อกับแม่นะครับ...”
หลังจากนั้นเฟยก็เล่าเื่ทุกอย่างให้กับทั้งพ่อ และแม่ฟัง แม้ในคราวแรกพวกเขาจะไม่เข้าใจว่าอะไรคืออีกโลก แล้วลูกชายของพวกเขามีอายุกว่า 2 พันปีแล้ว ทุกอย่างมันดูน่าเหลือเชื่อไปหมด เฟยเลือกที่จะบอกความจริงๆกับพ่อและแม่ ยกเว้นไว้แต่น้องสาวของเขา เพราะรายนั้นเป็ข้อยกเว้น หากเธอรู้ โลกอาจจะรู้ถึงตัวตนของเขาเลยก็ว่าได้ นอกจากนี้การเล่าเื่แล้ว เฟยยังแสดงเวทมนตร์ประกอบฉากไปด้วย พ่อกับแม่แม้จะไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อแล้วในจังหวะนี้...
“ยังไงก็ช่วยเก็บเป็ความลับด้วยนะครับ.. อีกเดี๋ยวผมจะเริ่มการรักษาตัวของคุณพ่อแล้ว คุณแม่ไปยืนอยู่ตรงนั้นดีกว่านะครับ ผมจะได้รักษาสะดวกๆหน่อย” เฟยกล่าว
“อ่อ.. จ้ะลูก!..” แม่ไหมกล่าวตอบอย่างมึนงง ก่อนที่เธอจะหลบไปดูการรักษาตัวของสามีอยู่ห่างๆ..