บทที่ 7 เป็มื้อเย็นที่ดูจะครึกครื้นไปหน่อย?
“เหมือนข้างหน้าร้านจะมีเื่กัน”
หันไปดูด้านหน้าของร้านตรงบริเวณโต๊ะนอกร้านก็เห็นชายสองคนกำลังยืนอยู่คนละโต๊ะมองหน้าหาเื่เหมือนเตรียมจะต่อยกัน
คนฝั่งขวาคือชายวัยกลางหัวเกือบล้านมีกล้ามน่าจะเป็ฝ่ายหาเื่ก่อน ส่วนคนฝั่งซ้ายเป็ชายวัยกลางไว้หนวดร่างสูงเป็คู่กรณีในครั้งนี้ ทั้งคู่ต่างหน้าแดงดูไม่ค่อยมีสติจากพิษแอลกอฮอล์ในเบียร์ที่ดื่มไปหลายแก้วที่กองบนโต๊ะหน้าตนเอง เมาได้ที่ทั้งคู่เลย
“เดี๋ยว! ใจเย็นไว้ก่อนลูกพี่”
“น่าๆ อย่ามีเื่เลยครับหัวหน้า”
เพื่อนรอบโต๊ะต่างฝ่ายพยายามห้ามปรามหัวหน้าของตัวเองไม่ให้มีเื่กับอีกฝ่าย แต่เหมือนจะไม่เป็ผลแถมดูจะไปยั่วโมโหขึ้นไปอีก
“ใจเย็นเหรอ!? …ใครจะไปใจเย็นได้วะพวกเรารีบเตรียมตัวมาถึงก่อนแท้ๆ แต่พวกมันได้งานส่งของไปทั้งพวกเราอุตส่าห์ข้ามเมืองมาแต่ไกลเนี่ย พวกแกไม่โมโหเหรอฮ่ะ!”
“……”
พอได้ยินชายวัยกลางหัวเกือบล้านงั้นไปเพื่อนๆที่พยายามห้ามต่างเงียบไปก้มหน้าเข้าใจความรู้สึก อีกฝั่งหนึ่งก็ไม่แพ้กัน
“อย่ามีเื่เหรอ!? ข้าไม่ได้อยากจะมีเื่แต่ไอ้บ้านั้นมันมาหาเื่ก่อนั้แ่ที่หน้าตึกลูกค้าแล้ว! แค่ประมูลชนะด้วยราคาที่ถูกกว่าเลยเข้ามาหาเื่จะทำร้ายพวกเราอย่างนี้เป็พวกเอ็งจะยอมเหรอ!?”
“……”
โดนพูดอย่างนั้นกลับไปคนที่พยายามห้ามก็หยุดมือทำหน้าเข้าใจความรู้สึกเช่นกัน
จากที่ฟังพอจะเข้าใจคร่าวๆแล้วทั้งคู่คงเป็หัวหน้าของบริษัทขนส่งของระหว่างเมืองหรือก็คือ เป็คู่แข่งทางการค้านั่นเอง
ในครั้งนี้คงมีบริษัทหรือไม่ก็พ่อค้ารายใหญ่้าติดต่อให้ส่งสินค้าล็อตใหญ่โดยด่วนให้ เลยรีบเตรียมตัวมารับงานโดยไม่รู้ว่าไม่ได้ติดต่อแค่ที่เดียว พอทั้งสองฝ่ายที่เตรียมตัวมาเรียบร้อยแล้วแต่ได้แค่ที่เดียวจึงทะเลาะกัน
เมื่อต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกันเพราะ้างานนี้ เ้าของงานเลยให้ประมูลแข่งกันและคนที่ชนะได้ก็รู้แล้วว่าฝั่งไหน
“เพราะแกมาแย้งงานพวกข้าไป อุตส่าห์เตรียมตัวมาแต่ไกลเลยเสียเปล่า!”
“แพ้แล้วอย่าพาลสิ พวกข้าแค่ประมูลชนะด้วยราคาถูกกว่าอย่างถูกต้องแค่นั้นเองไม่ได้ผิดอะไร!”
“ก็แกเล่นตัดราคาพวกข้ากันต่อหน้ายังบอกว่าไม่เกี่ยวอีกเหรอ!”
“ไม่ได้ตัดราคา แค่ราคาตามความเหมาะสมเท่านั้นเองก็เขียนใส่กระดาษยื่นพร้อมกันจะไป ข้าจะไปตัดราคาได้ยังไง!”
“อึก!”
พอได้ยินงั้นชายวัยกลางหัวเกือบล้านก็เงียบไปไม่อาจตอบโต้อะไรได้
ถ้าให้เดาชายวัยกลางไว้หนวดคงทำงานอยู่ในเมืองนี้อยู่แล้วเลยทำให้สามารถต่อรองด้วยราคาที่ถูกกว่า พอเทียบกับชายวัยกลางหัวเกือบล้านที่มาจากต่างเมืองเลยต้องบวกกับค่าเดินทางนั้นด้วยเลยทำให้แพงกว่าเลยทำอะไรไม่ได้
ถึงจะเห็นใจก็เถอะแต่นี้และคือธุรกิจ
ตัวชายวัยกลางหัวเกือบล้านเหมือนจะยังมีสติเลยอยู่รู้ตัวเื่นี้ดี ดูเหมือนจะยอมแพ้แล้วเลยสงบลงกลับไปนั่งดื่มต่อ…
“เพราะงั้นเลิกทำตัวเป็หมาขี้แพ้แล้วกลับไปนั่งดีๆเถอะ”
“ฮ๊ะ!!? เมื่อกี้แกเรียกใครว่าหมาขี้แพ้กันฮ๊ะ!”
อ้าวเฮ้ย! เื่จะจบด้วยดีแล้วแท้ๆ ไอ้ชายวัยกลางไว้หนวดดันไปปากหมาใส่เขาเข้าให้ จากท่าทางที่ดูเริ่มจะไม่มีสติแล้วมีแต่อารมณ์ร่วนๆ!
“ก็แกไงละ ไอ้หมาขี้แพ้เห็นเห่าไม่เลิกรา นั่งดื่มเงียบไปเลย!”
ว่าจบเขาก็หยิบแก้วเบียร์ยกดื่มจนหมด
ไปหมดแล้วสะตงสติถึงได้ไปพูดอย่างนั้น อีกฝั่งด้วยความโมโหเลยหยิบแก้วเบียร์ยกดื่มจนหมดเช่นกันก่อนจะะโกลับไปว่า
“แกโดนแน่ไอ้หนวด ข้าจะเอาหนวดเชยๆไร้รสนิยมนั้นมาทำเป็ที่เชื้อจุดไฟซะเลย!”
“ถ้าคิดว่าทำได้ก็เข้ามาสิไอ้ล้าน เดี๋ยวจะช่วยเคาะหัวกลวงๆเหมือนผมที่อยู่บนหัวให้!”
ทั้งสองออกจากโต๊ะเดินมาเผชิญหน้ากันตัวๆ อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล เมาไร้สติกันทั้งคู่ไปเรียบร้อยแล้วคงไม่มีใครยอมใครแน่ๆ
เพื่อนที่อยู่โต๊ะเดียวกันกับทั้งสองก็เหมือนจะเตรียมลุกขึ้นสู้ได้ทุกเมื่อ โต๊ะที่อยู่รอบๆทั้งสองที่ไม่เกี่ยวข้องด้วยเห็นงั้นต่างรีบลุกหนีกันหมดไม่อยากโดนลูกหลง
ชักจะไม่ดีแล้วสิ ถ้าตีกันจริงๆข้าวของในร้านต่างๆคงพังกันหมดเป็เื่แน่ๆ……!?
เพื่อนสาวเสิร์ฟของแชลลี่กลัวที่จะเป็งั้นเลยรีบเข้าไปใกล้ๆพยายามห้ามทั้งสองไม่ให้สู้กัน ชักจะเป็เื่แล้วไง!
ผมเห็นงั้นเลยรีบลุกวิ่งผ่านคนอื่นๆที่ยืนขว้างทางไปหน้าร้าน สาวเสิร์ฟนั้นพยายามจะเข้าไปห้ามทั้งสองมันใกล้มากเกินไป ตอนนี้ทั้งคู่เมาไม่มีสติแถมกำลังหัวร้อนอยากมีเื่ขนาดนี้ถ้าไปเข้าใกล้ขนาดนั้นได้โดนลูกหลงด้วยแน่!
“เดี๋ยวก่อนนะคะ! ใจเย็นก่อนนะคะทั้งสองคน…”
“หลบไปซะ ถ้าไม่อยากโดนด้วย!”
“เกะกะ!”
“ว้าย!”
ตามที่คิดหนึ่งในสองคนเมาที่ไม่มีสติผลักสาวเสิร์ฟคนนั้นอย่างแรงจนกระเด็น ภาพที่เห็นคือ เธอที่โดนผลักไม่ได้ตั้งตัวเสียหลักกำลังหงายหลังหัวฟาดพื้น
แย่ละ! แม้จะรู้ว่าอาจจะเกิดขึ้นแต่ก็ช้าไปด้วยกำลังที่มีน้อยบวกกับระยะทางและคนที่ยืนขว้างอยู่ มันไกลไปไม่ทันแน่…!?
ชั่ววินาทีที่หมดหวังนั้นมีใครบางคนวิ่งผ่านผมไปด้วยความเร็วจนน่าใ
คนคนนั้นเบี่ยงตัวหลบผู้คนที่ยืนขว้างทางคนแล้วคนเล่าอย่างรวดเร็ว ใช้โต๊ะเป็ฐานเหยียบโดดระหว่างโต๊ะอย่างชำนาญก่อนจะพุ่งเข้าไปรับสาวเสิร์ฟได้ทันก่อนจะหัวฟาดพื้น
“ไม่เป็ไรนะ ดีที่มารับทันไม่งั้นหัวฟาดพื้นไปแล้วนะ”
“แชลลี่!”
สาวเสิร์ฟเรียกชื่อเพื่อนตนเองอย่างดีใจแชลลี่ก็ยิ้มให้กลับก่อนจะพาลุกขึ้นยืน
ผมมาถึงที่หลังพอมองด้วยตาเปล่าแล้วสาวเสิร์ฟไม่ได้รับาเ็อะไร ตามมาด้วยรุ่นพี่ฟอร์เทลกับฮันนาที่ช่วยเข้าไปดูอาการให้อีกที
“ฉันไม่เป็ไรหรอกค่ะ ดีที่ได้แชลลี่มาช่วยทัน ที่สำคัญตอนนี้…”
ว่าแล้วเธอมองที่ชายสองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเตรียมจะสู้กัน คงต้องหาวิธีหยุดทั้งคู่
“ไม่เป็ไร เดี๋ยวฉันจัดการเอง”
“ใจเย็นก่อนแชลลี่”
รุ่นพี่ฟอร์เทลรีบห้ามแชลลี่ที่กำลังจะไปหยุดการทะเลาะของชายวัยกลางทั้งสองไว้
“ไม่เป็ไรหรอกรุ่นพี่ หนูใช้เวทได้ถึงไม่มีอุปกรณ์ค่ะ”
“เื่นั้นพี่รู้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะยอมให้เธอไปสู้คนเดียวซะหน่อยแถมไม่ได้มีแค่ 2 คนนะ ถ้ารวมคนที่นั่งทั้ง 2 โต๊ะด้วยรวมกันมี 6 คนเลย ถึงเป็เธอก็เถอะ”
รุ่นพี่ฟอร์เทลมีสีหน้าเป็กังวลค้านไม่ยอมให้ไปสู้ แต่แชลลี่เหมือนจะไม่เห็นด้วย
“ไม่ต้องกังวลหรอกค่ะ แค่ 6 คนหนูเอาอยู่น่า”
เธอตอบด้วยสีหน้าที่มั่นใจ แม้จะดูฝืนๆหน่อยก็เถอะ
“แชลลี่ขอถามหน่อย”
“อะไรเหรอ?”
“เธอเป็สายต่อสู้ความเร็วระยะใกล้หรือประชิดตัวใช่หรือเปล่า?”
ผมถามแชลลี่เพื่อความมั่นใจ จากที่เห็นเธอใช้พลังเวทเพื่อพลังให้ร่างกายทำให้วิ่งได้เร็วขึ้นหลายเท่าถึงได้วิ่งได้เร็วขนาดนั้นและตอนที่พุ่งไปรับเพื่อนคือเวทเคลื่อนที่[ Dash ]ทำให้พุ่งเป็ตรงไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
ไม่ว่าอันไหนก็เป็เวทสำหรับสายต่อสู้ระยะใกล้หรือประชิดตัวที่เน้นความรวดเร็วเป็ตัวช่วยในการต่อสู้
“ใช้แล้วละ เป็อย่างที่นายคิดแต่เก่งนี่ดูแล้วรู้เลย”
“ไม่หรอก ก็พวกเรานั่งข้างกันไม่ใช่เหรอ”
“อะฮะๆๆ ก็คงใช้”
เธอหัวเราะแห้งๆแก้เขินนิดหน่อยก่อนจะหันมามองผม
“แล้วประเด็นของนายคือ?”
“เธอมีอาวุธหรือเปล่า”
“ก็อย่างที่บอก ถึงไม่มีอุปกรณ์ก็สู้ได้”
อย่างที่คิดไว้ สายต่อสู้ความเร็วระยะใกล้หรือประชิดก็ตามชื่อ เด่นความเร็วต้องเข้าใกล้ศัตรูด้วยความรวดเร็วทำให้การโจมตีค่อนข้างเบาจึงจำเป็ต้องมีอาวุธหรืออุปกรณ์ช่วยสู้
“ไม่เป็ไรหรอก แค่ 6 คนฉันไหวน่า”
“แล้วถ้าไม่ได้มีแค่ 6 คนละ นั้นสิ…สัก 30 คนได้เห็นจะได้”
“!!?”
พอได้ยินอย่างนั้นแชลลี่ก็แสดงสีหน้าใออกมา อีก 3 คนก็เช่นกัน
ตอนแรกก็ไม่มั่นใจหรอกเลยปล่อยเวลาไปพักหนึ่งเพื่อความชัวร์ ั้แ่สองคนเตรียมจะต่อยกันมีบางโต๊ะไม่ได้ลุกหนีไปด้วย ตอนแรกนึกว่ารู้สึกตัวช้าอะไรอย่างนี่แต่จากท่าทางคนที่นั่งเหลืออยู่ก็มั่นใจได้ว่าเป็พวกเดียวของสองคนนั้นแถมจำนวนน่าจะคนและครึ่งพอดีด้วยจากที่ดู
ถ้าเป็อย่างนี้คงตีจริงกันมันจนร้านพังไม่เป็ชิ้นดีแน่
ถึงแม้แชลลี่จะจัดการสองคนที่เป็หัวหน้าได้ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกลูกน้องที่เหลือจะหยุดตามไปด้วยแถมอาจจะยิ่งแย่กว่าเดิมก็เป็ได้ และเหมือนเ้าตัวเข้าใจที่ผมจะสื่อเลยดูนิ่งไป
“ละ–แล้วจะเอาไงดี”
ดูเหมือนพ่อของสาวเสิร์ฟที่รีบมาที่หลังเพราะเป็ห่วงลูกสาวจะใที่ได้ยินผมพูดเข้า
นั้นสิน่า~ จะห้ามไว้แต่ไม่หาวิธีแก้ให้มันก็ดูไร้ความรับผิดชอบไปหน่อยด้วยสิ
“อืม…งั้นเอาอย่างนี้ละกัน”
“แกโดนดีแน่!”
“เอาดีแต่พูดเข้ามาเลย”
“อ้าวๆ นี่มันเื่น่าเบื่ออะไรกัน!”
““!?””
เสียงที่หยิ่งยโสได้ดังเข้ามาแสกกลางการตีกันของชายวัยกลางทั้งสองไว้อย่างหน้าตาเชย พอทั้งคู่หันไปก็เจอเด็กหนุ่มดูมีชาติตระกูลผมสีบลอนด์เข้มในชุดคลุมสีแดงกำลังเชิดหน้ายืนมองพวกเขาอย่างดูถูก
“ก็ว่าจะมาดื่มเล่นๆเปลี่ยนบรรยากาศซะหน่อย ทำเอาหมดอารมณ์เลยพอได้เห็นสามัญชนอย่างพวกแกทำท่าจะกัดกันอย่างป่าเถื่อนไร้สีสันข้างถนนเช่นนี้แล้วมันก็เหมือนกับเหล้าเกรดต่ำๆที่มีดีแรงแต่ไร้รสชาติและความสุนทรียะ มันก็แค่ของถูกๆเท่านั้น!”
“แก ว่าไงนะ!”
“อยากมีเื่ด้วยอีกคนใช่ไหม!”
ระหว่างที่ทั้งสองคนทำท่าจะเข้ามาต่อยต่างถูกเพื่อนๆของตนห้ามไว้ก่อน
“ใจเย็นๆก่อนครับหัวหน้า!”
“นั้นมันเอมเบรส ลูกชายของดยุกอาณาจักรเลยนะครับลูกพี่!”
““!!””
ทั้งสองที่ได้เื่นั้นเข้าก็ต้องถึงกับหยุดชะงักไป
เอมเบรส คัดเดิล ซี วอร์ม หนึ่งในลูกชายของดยุกแห่งอาณาจักรไวอาร์แคส มันเป็เื่น่าแปลกที่ลูกคนใหญ่คนโตจะมาอยู่ย่านตลาดร้านอาหารราคาถูกแถวนี้ได้ เรียกได้ว่าเป็ไปไม่ได้!
แต่พอมองข้างลูกชายดยุกก็มีเด็กสาวสวยสองคนอยู่ในชุดนักเรียนเวทยูนิโอร่ายืนเกาะอยู่ทั้งสองแขนข้าง โรงเรียนเวทยูนิโอร่าเป็โรงเรียนสำหรับเหล่าขุนนางและเศรษฐีพ่อค้าทั้งหลายที่มีเงินถึงจะเข้าเรียนได้
นั้นเป็ข้อยืนยันทั้งคู่คิดได้ว่าเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขาเป็ตัวจริง!
ดูเหมือนทุกอย่างจะเป็ไปด้วยดีสินะ
ถึงตอนแรกจะไม่มั่นใจว่าจะเล่นเป็เอมเบรสได้เหมือนไหมแต่ดูแล้วคงไม่มีปัญหาอะไร พอมองที่ใบหน้าชายวัยกลางทั้งสองต่างแสดงสีหน้าใออกมาชัดเจนหลังได้ยินว่าผมเป็ใคร การที่ได้แชลลี่กับรุ่นพี่ฟอร์เทลช่วยยืนนี่ได้ผลจริงๆ
พอรู้ผมคือเอมเบรสจริงๆก็ไม่กล้าจะทำอะไร พ่อค้าส่งของระหว่างเมืองคงไม่อยากมีเื่ปัญหากับลูกของขุนนางใหญ่ระดับดยุกหรอกนะ
ถือว่าเงื่อนไงแรกผ่านไปได้ด้วยดี เริ่มเงื่อนไงที่สองเลยดีกว่า
“เพราะฉะนั้นเดี๋ยวจะสอนให้เอง ถึงวิธีการตัดสินอย่างลูกผู้ชาย!”
*เปาะ*
สิ้นเสียงดีดนิ้วของผมฮันนาก็เดินออกมาจากในร้านพร้อมของติดมือมาด้วย
มันคือเหยือกขนาดใหญ่พิเศษไปเสิร์ฟวางให้บนโต๊ะต่อหน้าทั้งสอง ในเหยือกมีเบียร์บรรจุเต็มจนเกือบล้น เหยือกนี้อันเดียวเท่ากับแก้วเบียร์ธรรมดา 4-5 แก้วได้
“กติกาง่ายๆใครดื่มหมดก่อนเป็ฝ่ายชนะ แค่นี้เองเลยง่ายใช้ไหมล่ะ”
พอได้งั้นสีหน้าทั้งสองเหมือนจะบอกว่าพูดมันง่ายแต่ทำมันยากนะเฮ้ยอะไรประมาณนั้นอยู่ ก่อนหน้านี้ทั้งคู่ก็ดื่มไปเยอะพอควรแล้ว ยิ่งมาเจอเหยือกนี้อีกแค่เห็นก็รู้สึกจะจุกแล้ว…มีแววไม่น่าจะรอด
“เฮ้ยยยยย พวกเรามีการแข่งดื่มเบียร์กันวะ มาช่วยเชียร์เร็ว~”
จากคนหนีออกห่างไปต่างมาล้อมรอบทั้งคู่กำลังจะได้ดูอะไรสนุกๆกัน
~ ลุยเลย ลุยเลย หมดแก้วโลด ~
““……””
เสียงเชียร์ของเหล่าคนที่อยู่ในร้านและรอบนอกต่างส่งเสียงเชียร์ให้ทั้งคู่แข่งดื่มกันล้อมรอบกดดันทั้งสองหนีไม่ได้ ซึ่งก็คือหน้าม้าที่ผมฝากสาวเสิร์ฟและพ่อของสาวเสิร์ฟช่วยหาให้ 2-3 คน เป็ตัวเริ่มเรียกผู้ชมและเดี๋ยวคนเหลือก็คงตามน้ำมาเองซึ่งเป็ตามที่คิดไว้
ชายวัยกลางทั้งสองต่างมองหน้าก็รู้ได้ทันที
ถ้าหนีการแข่งคงเสียศักดิ์ศรีโดนตราหน้าว่าไอ้ขี้ขลาดไปตลอดแถมต่อหน้าลูกน้องของตนก็ยืนดูอยู่ด้วย ‘ไม่ยอมให้เกิดขึ้นแน่’ ไม่รอช้าทั้งคู่ต่างหยิบแก้ว(เหยือก)ของตนเองก่อนจะรวบรวมความกล้ากลั่นใจยกดื่มในทีเดียว!
~ หมดแก้ว หมดแก้ว ~
เสียงเชียร์ดังกระหึ่มให้กับทั้งสอง ทั้งลูกน้องและคนดูที่อยู่รอบต่างส่งเสียงเชียร์ให้กับทั้งสองไม่หยุดหย่อน นี้ไม่เื่ของใครชนะหรือใครแพ้…แต่เป็ศักดิ์ศรีของลูกผู้ชาย
ทั้งคู่จ้องตากันขณะยกดื่มต่างคนต่างไม่ยอมกันพยายามฝืนดื่มเบียร์ในเหยือกเข้าไปได้กว่าครึ่งและสุดท้าย…
““มะ…ไม่ไว้แล้ว…””
ก่อนจะยอมแพ้ลงไปน็อกนอนสลบกันพื้นเพราะพิษแอลกอฮอล์กันทั้งคู่
ทุกคนต่างะโเฮ้กันสนุกสนานให้กับการแข่งขันของทั้งสอง เพื่อนๆที่เหลือของทั้งสองต่างถอนหายใจไม่ก็ขำกันให้กับสภาพหัวหน้าของตนก่อนจะช่วยกันแบกแยกย้ายกันกลับแต่โดยดี
“ดูเหมือนจะจบด้วยดีนะ”
“นั้นสินะ”
ผมตอบกลับแชลลี่ไปพลางมองแก้วชอดที่กลิ้งออกมาจากเหยือกทั้งสอง
ผมฝากให้ฮันนาเตรียมเบียร์เต็มเหยือกโดยให้แอบใส่แก้วชอดที่มีเหล้าขาวแรงๆลงไปในเหยือกด้วย พอดื่มไปได้สักครึ่งหนึ่งเหล้าที่อยู่ในแก้วชอดก็คงทำหน้าที่ของมันถ้าจะเปรียบเทียบคงเหมือนกำลังเตะบอลอยู่ดีๆก็มีคนมาอับเบอคัดใส่ไม่ได้ตั้งตัวจนน็อกทั้งคู่ ยังไงก็ดื่มกันมาเยอะอยู่แล้ว
ทำให้หัวหน้าทั้งสองหมดสภาพนอกเหนือการต่อสู้นั้นคือแผนของผม ยังไงคงไม่มีใครทะเลาะต่อเพราะหัวหน้าตัวเองแข่งดื่มจนเมาสลบไปอยู่แล้วละนะ
“ดูเหมือนพวกเราไม่ต้องลงมือเองแล้วนะคะ”
เสียงของหญิงสาวท่าทางจริงจังคนหนึ่งกำลังยืนมองเหตุการณ์วุ่นวายข้างล่างจากชั้น 2 ของร้านอาหารริมหน้าร้านด้วยใบหน้าเรียบเชยก่อนจะเก็บดาบคาตะนะลงฟักเหมือนเดิม
เธอไว้ผมเรียบสีดำยาวจนถึงหลังั์ตาสีเหลืองผิวขาวใสร่างกายดูเบาะบางภายใต้ชุดเครื่องแบบสีน้ำเงินโรงเรียนเวทยูนิโอร่าหูหมาป่าบนหัวและหางกำลังกระดิกไปมาบ่งบอกถึงเป็คนเผ่าหูสัตว์
กำลังจ้องเด็กหนุ่มที่กำลังหัวเราะกับเพื่อนๆสาวผู้เป็คนหยุดการทะเลาะก่อนจะเกิดขึ้นนี้ เอมเบรส คัดเดิล ซี วอร์ม อย่างสงสัยว่าการกระทำในครั้งนี้เขาจะได้ประโยชน์อะไรจากเื่นี้
จากประวัติร้ายที่เขาเคยทำมาทำเธออดสงสัยระวังตัวไม่ได้
“หึๆๆๆ”
“ท่านนิโคล?”
เสียงหัวเราะในลำคอชายหนุ่มหน้าหวานกำลังมองเอมเบรสอย่างสนใจ
เขาไว้ผมสั้นสีแดงเข้มที่เริ่มยาวั์ตาสีแดงสดผิวขาวใสร่างกายดูเบาะบางภายใต้ชุดเครื่องแบบสีน้ำเงินโรงเรียนเวทยูนิโอร่าดูเป็คนขี้เล่น กำลังนั่งเก้าอี้เท้าคางบนโต๊ะเอียงหัวเล็กน้อยอย่างเอ็นดูมองดูเอมเบรส
สำหรับสาวผมดำแล้วที่ติดตามมาตลอดปกติเห็นชายหนุ่มผมแดงชอบทำตัวเบื่อหน่ายตลอดเวลาเหมือนไม่มีอะไรน่าสนใจ น้อยครั้งนักที่จะเขามีท่าทางที่ดูสนุกสนานเช่นนี้
“ถึงเมื่อก่อนฉันจะว่าเขาเป็เพียงชายแสนน่าเบื่ออีกคนหนึ่ง แต่ตอนนี้เขาดูน่าสนใจกว่าเมื่อก่อนเยอะเลยไม่คิดงั้นเหรอ…อเล็กซิส”
เขาพูดอย่างเหมือนดีใจที่เจออะไรสนุกๆน่าสนใจเข้าให้เสียแล้ว
ผู้แต่ง:อย่าลืมรักษาสุขภาพด้วยนะ (>_<)