ตอนที่ 1
ด้านนอกฝนกำลังกระหน่ำหนักลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตานับนทีมองนาฬิกาที่ฝาผนังสลับกับแสงฟ้าผ่าด้วยสีหน้ากังวล ขณะนี้เลยตีหนึ่งมากว่าสี่สิบสามนาทีแล้วแต่ทว่าผู้อาศัยร่วมคอนโดอีกคนยังกลับไม่ถึงห้องและครั้งสุดท้ายที่โทรหาคนกดรับคือน้อยหน่าเพื่อนสนิทเพราะเ้าของโทรศัพท์เมาไม่รู้เื่ไปแล้วนับนทีกำลังจะขยับตัวไปหยิบโทรศัพท์มากดโทรอีกเพราะนึกเป็ห่วงเด็กๆก็พอดีเสียงกดออดด้านนอกดังขึ้นมองจอมอนิเตอร์แล้วพบว่าคนสองคนกำลังหิ้วปีกคนคนหนึ่งยืนรออยู่ด้านหน้าจึงรีบเปิดประตูให้ทันที
“เมาเหมือนหมาเลยพี่นับ”
“มาเข้ามาก่อนน้อยหน่า เชษ”นับนทีหลีกทางให้น้อยหน่าและแฟนหนุ่มหิ้วร่างที่ไร้สติของอัศดินทร์เข้ามาในคอนโดก่อนจะรีบเดินนำไปเปิดประตูห้องนอนที่ติดกับห้องนอนเขาออกกว้างให้ทั้งสามผ่านเข้าประตูไปได้หลังจากทิ้งร่างแสนหนักของเพื่อนลงบนเตียงนอนน้อยหน่าก็ทิ้งตัวลงนั่งพื้นอย่างหมดแรงทันทีพลางบ่น
“อัศนะอัศบอกแล้วอย่าดื่มเยอะ”
“ดื่มเยอะมากเหรอน้อยหน่าทำไมหมดสภาพขนาดนี้”นับนทีที่เดินไปถอดรองเท้าถุงเท้าออกให้คนเมาเอ่ยถามหญิงสาว
“ก็ดื่มเอาๆอยู่คนเดียวไม่พูดไม่จานี่พี่นับแค่ชั่วโมงแรกก็ล่อไปตั้งไม่รู้กี่ขวด แล้วก็หมดสภาพชั่วโมงต่อมาเลยพี่นับแต่ยังซ่าส์นะ ยังกล้าเดินเอาแก้วไปชนกับแฟนคนอื่น ดีที่เขาไม่ยิงหัวเอา”น้อยหน่าเล่าให้นับนทีฟังแกมบ่นเพื่อนสนิท
“ยังไงก็ขอบใจน้อยหน่ากับเชษมากนะที่พามาส่ง”นับนทีเอ่ยขอบใจรุ่นน้องและแฟนหนุ่มขณะที่สายตาหันไปมองร่างที่นอนแผ่หมดสภาพอยู่บนเตียงพลางถอนหายใจน้อยหน่าลุกขึ้นจากพื้นตามแรงฉุดของแฟนเตรียมตัวกลับกันทั้งสองคนแต่ทว่าเมื่อมองสำรวจสภาพเพื่อนแล้วก็เอ่ยปากถามนับนทีมาอีกอย่างห่วงใย
“พี่นับจะถอดเสื้อมันไหวมั้ยคนเดียวให้พี่เชษช่วยก่อนมั้ย เสื้อเปียกอยู่ไม่น้อยนะเพราะมันทะเล่อทะล่าเดินออกมาก่อนน้อยหน่าดึงไว้ก็ไม่อยู่ คนอะไรตัวก็ไม่ได้โตมากแต่แรงเยอะชะมัด”
“ไม่เป็ไรน้อยหน่าเดี๋ยวพี่จัดการเองรีบกลับกันเถอะฝนข้างนอกกำลังซาเดี๋ยวจะตกลงมาแรงอีก”
“โอเคค่ะพี่นับน้อยหน่ากลับนะคะ ฝากดูแลมันด้วยพรุ่งนี้พี่นับต้องลากมันลงจากเตียงก่อนสิบเอ็ดโมงนะคะคุณพ่อท่านโทรมากำชับว่าเครื่องออกบ่ายโมงค่ะ”
“ได้จ้ะน้อยหน่าไม่ต้องห่วง ท่านโทรมาหาพี่แล้วล่ะ”
“เฮ้อพี่นับก็เลยเหมือนผู้ปกครองมันไปเลย”น้อยหน่าเอ่ยอย่างอ่อนใจกับนับนทีก่อนจะเดินไปตีขาเพื่อนสนิทเอ่ยบอกทั้งที่รู้ว่าเพื่อนคงไม่มีสติรับรู้“มึง เดินทางปลอดภัยนะ เผื่อกูตื่นมาโทรหาไม่ทัน ไว้เจอกัน”
“สวัสดีค่ะพี่นับ”เมื่อเอ่ยลากับคนเมาที่คงไม่รู้เื่อะไรแล้วน้อยหน่ากับแฟนก็หันมายกมือไหว้นับนทีรับไหว้ทั้งสองแล้วเดินไปส่งที่หน้าห้องเมื่อน้อยหน่ากับเชษไปแล้วจึงเดินกลับเข้ามาจัดการคนเมาที่หลับไหลไม่ได้สติอยู่บนเตียงนับนทีส่ายหน้าทั้งถอนหายใจยาวออกมาขณะที่เดินไปใกล้เพื่อที่จะลอกคราบเสื้อเปียกๆของคนเมาออก
“อัศอัศ ได้ยินรึเปล่า เปลี่ยนเสื้อหน่อยดีมั้ยเปียกขนาดนี้เดี๋ยวไม่สบาย”
ไร้การตอบสนองใดใดจากเสียงเรียกของนับนทีจนต้องถอนหายใจออกมาอย่างหนักอก“เฮ้อ พี่จะยกตัวนายขึ้นมั้ยเนี่ย”
แต่กระนั้นนับนทีก็เริ่มปลุกปล้ำกับร่างคนเมาเพื่อจะลอกคราบเสื้อเปียกๆออกพรุ่งนี้อัศดินทร์ต้องเดินทางไกลจะปล่อยให้ป่วยั้แ่วันเดินทางไม่ได้
“ความรักกับเงินใครมันจะเลือกความรักเนอะมีแต่ฉันนี่แหละที่โง่คิดว่าความรักจะอยู่เหนือทุกอย่าง หึ”อัศดินทร์เริ่มอ้อแอ้เพ้อออกมานับนทีที่พอจะรู้ดีว่าสิ่งที่รุ่นน้องตัดพ้อออกมาคือเื่อะไรก็ได้แต่มองด้วยความสงสาร
สาเหตุที่อัศดินทร์ได้ย้ายมาอยู่กับเขาที่คอนโดแทนที่จะอยู่คฤหาสน์ใหญ่โตเริ่มขึ้นเมื่อหกเดือนก่อนที่อัศดินทร์เพิ่งรู้ว่าแฟนตัวเองที่คบหามาถึงสองปีคือว่าที่เ้าสาวคนใหม่ของพ่อเหมือนฟ้าฟาดลงมากลางใจหัวใจของอัศดินทร์แตกสลายเช่นเดียวกับความสัมพันธ์ของพ่อลูกที่ถึงขั้นแตกหักอัศดินทร์ทะเลาะกับพ่อรุนแรงและย้ายออกมาอยู่ข้างนอกเพราะทนเห็นแฟนตัวเองอยู่ในบ้านในฐานะแม่เลี้ยงไม่ได้นับนทีที่กลัวว่าอัศดินทร์จะพาตัวเองไปสู่สิ่งเลวร้ายจึงขอให้มาอยู่กับเขาที่นี่ครบกำหนดหกเดือนในเดือนนี้พอดี
หนึ่งเดือนก่อนอัศดินทร์บอกกับเขาว่าตัดสินใจจะไปเรียนต่อต่างประเทศแต่นับนทีรู้ว่าที่อัศดินทร์ตัดสินใจแบบนั้นเพื่อจะหนีพ่อและอดีตคนรักของตัวเองทุกวันนี้ความเ็ปและความเคียดแค้นยังตามติดอัศดินทร์ไม่ห่างวันทุกวันรุ่นน้องของนับนทีใช้เหล้าในการดับความรุ่มร้อนเคืองแค้นในอกมอมเมาให้ตัวเองหลับลงได้เช่นเดียวกับวันนี้แม้นับนทีจะกำชับแล้วกำชับอีกว่าไม่ให้ดื่มมากเพราะพรุ่งนี้ต้องเดินทางแต่อัศดินทร์ก็ยังมีสภาพเมามายแทบไม่เหลือความเป็ผู้เป็คนกลับมาที่ห้องจนได้
“ชอบนักใช่มั้ยเงินน่ะชอบนักก็อยู่กับตาแก่นั่นไปเลย คนแบบเธอมันไม่มีหัวใจหรอก”
“อัศอัศ ได้ยินพี่มั้ย ลุกขึ้นมาเปลี่ยนชุดก่อนเดี๋ยวไม่สบาย”นับนทีพยายามเขย่าตัวคนเมาเรียกสติ
“ทำไมเป็ฉันไม่ได้ทำไมเธอต้องเป็คนหน้าเงินแบบนี้ ไม่รักฉันบ้างเลยเหรอดาว”ปากยังบ่นเพ้อตัดพ้อถึงหญิงคนรักหากแต่มือได้เลื่อนมากำรอบข้อมือนับนทีล็อคไว้อย่างแ่า
“อัศนี่พี่นะไม่ใช่ดาว ตั้งสติหน่อยอัศ” นับนทีพยายามเขย่าตัวคนที่ยึดข้อมือเขาไว้แน่นไม่น่าเชื่อว่าคนเมาแอ๋ไม่เหลือสติจะแรงเยอะมากขนาดนี้เพราะถึงนับนทีจะพยายามแกะมือแข็งออกจากข้อมือแต่อัศดินทร์ไม่สะทกสะท้านกับแรงเขาเลยแม้แต่นิด
“ไหนๆฉันก็จะไปแล้วนอนกับเมียพ่อซักทีก็คงไม่เป็ไรหรอกมั้ง เธอคงไม่ถือหรอกใช่มั้ยขนาดคบกับลูกเธอยังกล้าทิ้งฉันไปแต่งกับพ่อเลย”คนเมายึดแขนนับนทีไว้แน่นแล้วพลิกตัวขึ้นมาคร่อมร่างโดยนับนทีไม่ทันระวังตัวนับนทีใเพราะถึงแม้อัศดินทร์จะลืมตาจ้องเขาอยู่หากแต่แววตานั้นไม่ใช่อัศดินทร์ที่เขารู้จักสักนิดมันไร้ซึ่งความอ่อนโยน เต็มไปด้วยความเคียดแค้นและพร้อมจะแผดเผาใครก็ตามที่เข้ามาขวางหน้าซึ่งบังเอิญว่าคนตรงหน้าอัศดินทร์ตอนนี้ก็คือเขานั่นเอง!
“อัศนี่พี่เองพี่นับนายตั้งสติหน่อย พี่ไม่ใช่ดาวนะ” นับนทีพยายามร้องเรียกสติอัศดินทร์
“เธอมันผู้หญิงหน้าเงินเพียงดาว!!!” หากแต่อัศดินทร์กลับะเิอารมณ์ออกมา
“อัศตั้งสติหน่อยนี่พี่เองพี่นับ พี่นับของนายไง”นับนทีร้องบอกด้วยความตระหนกเมื่อรับรู้ว่าสองแขนที่พยายามขืนแรงของอัศดินทร์ในคราวแรกถูกกดลงไปจนจมที่นอนและล็อคไว้อย่างแ่าไร้ทางหลุดรอดแน่ๆ
“พี่นับพี่นับเหรอ” อัศดินทร์คล้ายได้สติหยุดชะงักความโกรธเกรี้ยวขณะที่สายตาพยายามเพิ่งมองนับนทีที่ถูกกดไว้ใต้ร่าง
“ใช่พี่เอง นายจำได้แล้วใช่ไหม ตั้งสตินะอัศ พี่เจ็บข้อมือนายปล่อยพี่ก่อน”นับนทีบอกเสียงอ่อน
“พี่นับฮึก ผมไม่เหลือใครแล้วพี่นับ พ่อกับผู้หญิงแพศยาคนนั้นหักหลังผม ฮึกผมมันตัวคนเดียวแล้วพี่นับ”อัศดินทร์ปล่อยแขนนับนทีตามคำร้องขอหากแต่ไม่ได้เคลื่อนออกไปจากร่างแต่อย่างใดเด็กตัวโตที่กำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นโถมตัวลงมากอดนับนทีไว้ทั้งตัวและร้องไห้ลงกับอกเขานับนทีใจอ่อนยวบเมื่อได้ยินเสียงร้องไห้ของคนที่เขาเห็นว่าเข้มแข็งมาโดยตลอดนี่คือน้ำตาครั้งแรกของอัศดินทร์ที่นับนทีได้เห็น
“ร้องออกมาให้หมดนะไม่ต้องเก็บไว้พรุ่งนี้ตื่นขึ้นมาก็ลืมมันทั้งหมดซะ อัศกำลังจะไปเริ่มชีวิตใหม่ไปอยู่ที่โน่นเจอผู้คนใหม่ๆอัศจะลืมความเ็ปนี้เอง อดทนนะ”นับนทีกระชับกอดอัศดินทร์ไว้พลางปลอบโยนรับรู้ได้ถึงเสื้อนอนตรงหน้าอกที่กำลังชุ่มไปด้วยน้ำตาของเ้าเด็กตัวโตแต่เขาก็ไม่ได้คิดจะผลักไสสภาพของอัศดินทร์ตอนนี้เหมือนเด็กขาดที่พึ่งและสิ้นหวังเป็อย่างมากนับนทีอยากโอบกอดไว้ให้อัศดินทร์รู้ว่าถึงเขาจะคิดว่าตัวเองไม่เหลือใครแต่อย่างน้อยพี่นับนทีก็ยังจะอยู่ข้างๆเขาเสมอ
จู่ๆคนที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นซบอยู่กับอกเขาก็ขยับตัวเคลื่อนใบหน้ามาหาในระยะลมหายใจเป่ารดนับนทีมองจ้องดวงตาแดงกล่ำทว่าอ่อนโยนลงด้วยความใหากแต่ก็ไม่ได้ผลักไสออกไปความเศร้าในดวงตาคู่นั้นของอัศดินทร์ทำให้นับนทีไม่กล้าทำร้ายจิตใจจึงยังนอนนิ่งอยู่บนเตียงและมองจ้องตอบดวงตาคู่นั้น
“พี่นับจะอยู่กับผมใช่ไหมคืนนี้”
“อะ…อื้มถ้าอัศอยากให้อยู่พี่จะอยู่”
“ผมอยากให้อยู่อยากให้พี่อยู่กับผมจนเช้า”ใบหน้าที่มองจ้องนับนทีเลื่อนต่ำลงมาที่ริมฝีปากก่อนที่ความนุ่มหยุ่นของริมฝีปากอัศดินทร์จะแตะลงบนกลีบปากของนับนทีชั่ววินาทีนั้นนับนทีตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูกไม่ได้ผลักใสอัศดินทร์ออกไปและอีกคนก็ย่ามใจด้วยการรุกรานกลีบปากนับนทีอีกนับครั้งไม่ถ้วน
“อะ…อัศ”นับนทีเอ่ยเรียกคนที่พรมจูบอยู่บนหน้าเสียงสั่น
“พี่ก็จะทิ้งผมไปอีกคนเหรอ”อัศดินทร์หยุดจูบละหน้าออกมาถามเสียงแ่ดวงตาเศร้าฉุดรั้งนับนทีไม่ให้ผลักไสร่างที่คร่อมทับอยู่ออกความรู้สึกในใจของนับนทีกำลังตีกันวุ่นและในที่สุดก็ไม่อาจผลักไสอัศดินทร์ออกไปได้นับนทียิ้มให้คนที่กำลังประสานสายตากับเขาด้วยดวงตาเศร้าๆ ยกมือขึ้นไปกอบกุมใบหน้าหล่อเหลานั้นเอ่ยด้วยเสียงอ่อนโยน
“พี่จะอยู่กับอัศไม่ไปไหน”
เขาเห็นแววตาเศร้าเปลี่ยนเป็วาวโรจน์ในชั่ววินาทีก่อนใบหน้าหล่อเหลาจะก้มต่ำลงมาจูบนับนทีถูกแผดเผาด้วยแรงเสน่หาของเด็กหนุ่มวัยยี่สิบจนไม่เหลือแม้แต่สติให้ยับยั้งสิ่งใดใดทุกอย่างดำเนินไปจนสิ้นสุดปลายทางแห่งอารมณ์และนับนทีก็จำไม่ได้ว่าตัวเองหลับไปั้แ่ตอนไหนรู้เพียงว่าก่อนที่เขาจะหลับตาลงอัศดินทร์กำลังเบิกตากว้างเด็กหนุ่มคงสร่างเมาแล้วและจดจำได้หมดว่าเกิดเื่อะไรขึ้นบ้างในคืนนี้
“พี่นับผม…”
“ตื่นนานแล้วเหรอ”นับนทีเอ่ยทักเด็กตัวสูงที่นั่งตัวตรงอยู่ข้างๆเตียงที่เขาเพิ่งดันตัวลุกขึ้นมา
“ผมไม่ได้หลับเลยั้แ่ที่สร่างเมา” น้ำเสียงที่เอ่ยทั้งสับสนและรู้สึกผิดต่อนับนทีดวงตาคู่คมค่อยๆเงยสบดวงตาเขาอย่างคนที่รู้ว่าตัวเองมีความผิด
นับนทีสูดลมหายใจมือดึงผ้าห่มขึ้นมากระชับร่างที่ยังเปลือยเปล่าแล้วหันไปสบตารุ่นน้องตรงๆ“เมื่อคืนอัศเมามากเลยรู้ไหม น้อยหน่ากับเชษมาส่งเสื้อนายเปียกพี่เลยจะเปลี่ยนให้”
“พี่นับผมขอโทษผมจะรับผิด…”
“ไม่เป็ไรหรอกเมื่อคืนนายเมามากพี่เข้าใจ”
“แต่พี่นับ…”
“หยิบเสื้อกับกางเกงให้พี่หน่อยสิ”นับนทีตัดบทไม่ให้อัศดินทร์ได้เอ่ยจบด้วยการร้องขอพร้อมยิ้มอ่อนๆเด็กหนุ่มลุกจากเก้าอี้ข้างเตียงไปหยิบชุดนอนทั้งชุดมาส่งให้รวมถึงชุดชั้นในด้วยนับนทีรับมาใส่ด้วยท่าทีปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อเสร็จแล้วจึงเคลื่อนตัวลงจากเตียงก่อนออกจากห้องนับนทียังหันไปยิ้มให้อัศดินทร์พร้อมเอ่ยกำชับ
“รีบอาบน้ำแต่งตัวซะพี่จะทำข้าวให้ เสร็จแล้วคนรถของพ่อนายคงมารับพอดี”แล้วนับนทีก็ทิ้งเด็กหนุ่มไว้เื้ัเปิดประตูออกมาอย่างปกติราวกับไม่สะทกสะท้านกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนทว่าเมื่อพ้นออกมาขายาวๆก็รีบก้าวเข้าห้องนอนตัวเองปิดประตูแล้วทิ้งตัวพิงบานประตูพร้อมน้ำตาที่กลั้นไว้เอ่อล้นออกมาทันทีไม่ควรเลย ไม่ควรปล่อยให้ตัวเองพ่ายแพ้ต่อความ้าของหัวใจเลยอีกไม่กี่ปีอายุเขาจะแตะเลขสามแล้วในขณะที่ปีนี้อัศดินทร์เพิ่งจะยี่สิบเขาเป็ผู้ใหญ่กว่าอัศดินทร์มากและควรเป็คนที่หักห้ามใจไม่ปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลแต่ทว่าเมื่อคืนที่ผ่านมาเขากลับปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือทุกอย่างความหวั่นไหวต่ออัศดินทร์ที่ก่อตัวมาเงียบๆได้ทำให้เขาปล่อยให้เื่ที่ไม่ควรเกิดเกิดขึ้นจนได้
นับนทีใช้เวลาในห้องน้ำชำระล้างร่างกายนานกว่าปกติร่องรอยของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนปรากฏชัดที่สุดบริเวณหน้าอกรอยดูดสีแดงเด่นชัดอยู่บนนั้นย้ำว่าเมื่อคืนคือเื่จริงหลังจากเหม่อลอยอยู่นานเวลาแห่งการโทษตัวเองก็หมดสิ้นนับนทีแต่งตัวออกไปด้านนอกเพื่อเผชิญหน้ากับอัศดินทร์ที่ยังคงอยู่ในชุดเดิมนับนทีขมวดคิ้วมองคนที่ไม่ยอมอาบน้ำก่อนจะเอ่ยถาม
“ทำไมยังไม่อาบน้ำ”
“ผมอยากคุยกับพี่ก่อน”
“ไปอาบก่อนแล้วค่อยมาคุยกันเดี๋ยวนายจะไม่ทันไฟลท์นะ”นับนทีเอ่ยไล่ขณะที่ขยับเข้าไปในครัวเตรียมอาหารง่ายๆให้อัศดินทร์
“ผมจะไม่ไปเรียนต่อ”
นับนทีปิดตู้เย็นที่เพิ่งเปิดเพื่อเอี้ยวตัวหันมากอดอกมองอัศดินทร์อย่างเอาเื่เอ่ยเสียงดุทันที “ไม่ได้ นายต้องไป ห้ามเกเรเด็ดขาดนายสัญญากับพี่แล้วนะว่าจะไปเริ่มต้นใหม่ที่นั่นและตอนกลับมานายจะลืมความเ็ปทุกอย่าง”
“แต่ผมกลับจะเป็คนทิ้งความเ็ปไว้ให้พี่แทนน่ะเหรอ”
นับนทีตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะเมื่ออัศดินทร์โต้กลับมาแบบนั้นดวงตาของอัศดินทร์รวดร้าวบ่งบอกความเ็ปและรู้สึกผิดจริงๆนับนทีเข้าใจอัศดินทร์ดีจึงส่งยิ้มอ่อนๆให้แล้วเอ่ยอ่อนโยน
“พี่ไม่ได้เ็ปอะไรนี่”
“แต่เมื่อคืนผมรังแกพี่ผมใช้ความขาดสติของตัวเองในการทำเื่เลวร้ายกับพี่ ทั้งที่พี่ดีกับผมมาตลอด อยู่ข้างๆผมมาตลอดผมมันเลว”
“นายเมานี่นายไม่ได้ตั้งใจ แล้วพี่ก็ไม่ใช่เด็กๆที่จะเ็ปกับเื่แค่นี้ซะหน่อย”
“พี่นับ…”
“ไปอาบน้ำซะไป๊แล้วก็ลืมเื่ทั้งหมดซะ”นับนทีโบกมือไล่ทำเหมือนไม่สนใจเื่เมื่อคืนที่อัศดินทร์กำลังกังวลอีกต่อไปหันหลังไปเปิดตู้เย็นอีกครั้ง
“ผมจะรับผิดชอบพี่”แต่ทว่าอัศดินทร์ไม่ยอมขยับลุกไปทำตามที่นับนทีไล่นอกจากนั้นยังโพล่งประโยคเสียงดังออกมา
นับนทีเปิดตู้เย็นค้างอยู่ตรงนั้นชั่วครู่ถอนหายใจแล้วปิดมันลงอีกครั้งก่อนจะหันไปหาอัศดินทร์พร้อมยิ้มกว้างขวางเอ่ยราวกับผู้ใหญ่เอ่ยกับเด็กยังไม่ประสา “แต่พี่จะแต่งงานกับเอกภพชัดพอมั้ยเ้าเด็กดื้อ”
ดวงตาของอัศดินทร์สั่นไหวเต็มไปด้วยความสับสนไม่ใช่แววตาของคนผิดหวังหากเพียงกำลังเกิดความยุ่งเหยิงในจิตใจเท่านั้นนับนทีเดินไปใกล้เด็กหนุ่ม กอบกุมมือลงบนใบหน้าหล่อเหลาแล้วยิ้มอ่อนโยนให้“พี่ไม่แต่งงานกับเด็กอย่างนายหรอก ลืมเื่เมื่อคืนไปเถอะคิดเสียว่ามันไม่เคยเกิดขึ้น”
นับนทียิ้มให้อัศดินทร์ด้วยรอยยิ้มสดใสที่สุดก่อนจะหันหลังไปเปิดตู้เย็นหยิบของออกมาวางเตรียมทำอาหารจวบจนเมื่อวัตถุดิบถูกนำออกมาวางไว้จนครบแต่อัศดินทร์ไม่ยอมขยับออกจากที่เดิมนับนทีจึงหันกลับไปยืนท้าวสะเอวใส่พร้อมเอ่ยเสียงแข็ง
“จะไปอาบน้ำดีๆหรือจะให้พี่ตีนายอัศ”
อัศดินทร์เงยหน้าที่ดวงตายังเต็มไปด้วยความสับสนมามองนับนทีอีกครั้งก่อนจะเอ่ยถามแ่เบา “พี่้าแบบนี้จริงๆเหรอ”
“อ้ออยากโดนพี่ตีจริงๆสินะ รอก่อนเดี๋ยวพี่ไปหาไม้ก่อน”
“ไม่ๆไปแล้วๆ ผมไปแล้ว” อัศดินทร์ยกมือห้ามเป็พัลวันก่อนจะขยับลุกกลับไปยังห้องนับนทีหัวเราะไล่หลังก่อนจะหันกลับมายังวัตถุดิบที่นำออกมาวางก่อนหน้ารอยยิ้มที่พยายามสร้างขึ้นเมื่อสักครู่แปรเปลี่ยนเป็เสียงถอนหายใจ ถึงอย่างนั้นนับนทีก็แน่ใจว่าตัวเองจะไม่มีวันรั้งอัศดินทร์ไว้ที่นี่แน่ๆเขาจะไม่มีวันเห็นแก่ตัว
เป็การทานข้าวร่วมกันมื้อสุดท้ายที่เงียบที่สุดั้แ่ที่รู้จักกันมาปกติแล้วนับนทีจะคอยถามความเป็ไปของอัศดินทร์ตลอดทว่าวันนี้เหมือนจะหมดสิ้นสิ่งที่จะคุยกันในทุกเื่จึงต่างก้มหน้าก้มตาทานเงียบๆจนในที่สุดนับนทีที่ััได้ถึงความอึดอัดระหว่างกันจึงเอ่ยขึ้นก่อน
“เป็ไงฝีมือพี่พอได้ไหม”
“อร่อยเหมือนเดิมครับ”อัศดินทร์ตอบหากแต่ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาสบตานับนที แววเศร้าหมองยังคงอยู่บนใบหน้านับนทีถอนหายใจพยายามหาเื่คุยอีกเพราะรู้ว่าอัศดินทร์ยังรู้สึกผิด
“ไปที่โน่นแล้วอย่าลืมส่งข่าวมาหาพี่บ้างนะ”
“ครับผมจะติดต่อมาแน่ๆ” อัศดินทร์รับคำอย่างว่าง่าย
“่เทศกาลคิดว่าจะกลับมารึเปล่า”นับนทีชวนคุยต่อ
“ไม่แน่ใจครับปีแรกผมอาจจะไม่กลับมาเลย”
“ก็ดีนะถ้าทำได้อยู่ที่นั่นปรับตัวให้ชิน ให้แน่ใจว่าจะอยู่ได้ค่อยกลับมาเยี่ยมบ้านว่าแต่ถ้าพี่กับเอกแต่งงานล่ะอัศจะมาหรือเปล่า”
คราวนี้คนที่เอาแต่ก้มหน้างุดเงยหน้าขึ้นมามองนับนทีทันทีในสายตานั้นเต็มไปด้วยความสับสนบรรจุอยู่เต็มที่ หากแต่นับนทีไม่สนใจทำเพียงส่งยิ้มให้บางๆราวกับไม่รับรู้ความยุ่งเหยิงที่ก่อเกิดในสายตาของอัศดินทร์
“พี่พูดไว้เผื่อเอกภพทำบ้าเซอร์ไพรส์ขอพี่แต่งงานน่ะหมอนั่นยิ่งชอบทำอะไรบ้าๆอยู่ด้วย” นับนทีหัวเราะ
“ถ้าพี่นับแต่งงานยังไงผมก็ต้องมาอยู่แล้ว”อัศดินทร์เอ่ยออกมาในที่สุดก่อนจะก้มหน้าลงตักอาหารทานต่อนับนทีรู้สึกใจหายลึกๆเมื่อได้ยินแบบนั้นเกลียดตัวเองที่ควรจะดีใจที่ทำให้อัศดินทร์เข้าใจได้ว่าเขาไม่ติดใจอะไรกับเื่ที่ผ่านมาเมื่อคืนนั้นเลยสักนิดแต่ทว่าหัวใจกลับกำลังรู้สีกชาหนึบเสียอย่างนั้น
ทานอาหารเสร็จไม่นานคนรถที่พ่อของอัศดินทร์ให้มารับก็โทรมาหานับนทีนับนทีรับสายและตอบกลับว่าจะไปส่งอัศดินทร์ถึงสนามบินด้วยไม่ต้องกังวลคนขับรถจึงวางสายอย่างสบายใจ
“ของสำคัญเก็บหมดแล้วใช่มั้ยคนขับรถพ่อนายมารออยู่ข้างล่างแล้วแน่ะ”
“พี่จะไปส่งผมที่สนามบินใช่มั้ย”
“อื้ม”
“งั้นไปเถอะ”อัศดินทร์เดินนำออกไปจากห้องก่อนนับนทีมองแผ่นหลังกว้างนั้นชั่วครู่แล้วก้าวตามไปขึ้นลิฟต์ลงไปขึ้นรถด้านล่างที่คนรถมาจอดรอเทียบอยู่ด้านหน้าคอนโดเรียบร้อยแล้วอัศดินทร์ได้รับกระเป๋าเอกสารจากคนรถที่บอกว่าพ่อของอัศดินทร์ฝากมาให้นับนทีเป็คนรับมาจากมือเด็กหนุ่มเพื่อตรวจเช็คเอกสารการเดินทางรวมถึงตั๋วเครื่องบินให้เพราะอัศดินทร์ไม่ใส่ใจจะดูเมื่อเช็คความเรียบร้อยหมดแล้วจึงอดบ่นออกมาเบาๆไม่ได้
“น่าจะให้ท่านมาส่งไหนๆนายก็จะไปอยู่ที่อื่นตั้งหลายปี”
“ผมไม่อยากโมโหก่อนไปไม่มาน่ะดีแล้ว” ตอบเสียงขึ้นจมูกบ่งบอกว่าอารมณ์กรุ่นทุกครั้งที่เอ่ยถึงผู้เป็พ่อ
“เอาเถอะอย่าโมโหเลยเดี๋ยวปวดหัวเมื่อคืนยิ่งดื่มหนักอยู่ด้วย” นับนทีตบหน้าขาอัศดินทร์เบาๆเป็เชิงให้ใจเย็นลงก่อนที่บ่าไหล่จะต้องรับน้ำหนักจากศีรษะของอัศดินทร์ที่ทิ้งลงมา
“ผมจะอยู่ที่นั่นได้มั้ยนะ”
นับนทีรับรู้ได้ถึงน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเหงาก่อนจะยกมือขึ้นมาโอบประคองใบหน้าของเด็กที่กำลังอิงซบที่ไหล่เขาปลอบโยน “ได้สิอัศเก่งอยู่แล้ว ไม่มีอะไรที่อัศทำไม่ได้หรอกพี่รู้”
“อย่ามั่นใจในตัวผมนักเลยผมอาจจะทำให้พี่ผิดหวังก็ได้ ไม่แน่ว่าไปถึงยังไม่ทันข้ามวันอาจจะร้องไห้อยากกลับบ้านแล้วก็ได้”
“ไม่หรอกนายไม่ใช่คนยอมแพ้อะไรง่ายๆขนาดนั้น พี่เชื่อในตัวนาย”
“เฮ้อถ้าผมไม่มีพี่นับ ผมไม่รู้เลยว่าตัวเองจะเหลวแหลกขนาดไหนตอนที่ผมรู้เื่นั้น”
นับนทียกมือขึ้นไปปิดปากอัศดินทร์เอ่ยห้าม “ห้ามพูดเื่นั้นขึ้นมาอีก นายกำลังจะมีชีวิตใหม่ลืมทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่นี่ซะแล้วเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ”
“รวมถึงเื่เมื่อคืนด้วยเหรอ”
นับนทีตัวแข็งทื่อเมื่อได้ยินคำถามนั้นก่อนจะเบนสายตาออกไปมองนอกรถเอ่ยเสียงแน่วแน่
“ใช่ลืมให้หมด”
ไม่มีใครจากบ้านเวียงวานนท์มาส่งอัศดินทร์อย่างที่ตัวเด็กหนุ่ม้าดังนั้นกอดสุดท้ายที่นับนทีได้รับจากอัศดินทร์จึงเต็มไปด้วยรอยยิ้มมากกว่าความบึ้งตึงเ้าเด็กตัวสูงกอดเขาอยู่นานก่อนจะเอ่ยลาในที่สุด
“ผมไปนะครับ”
“อื้มถึงแล้วไลน์มาบอกพี่นะ”
“ครับ”
อัศดินเดินปะปนไปกับผู้โดยสารคนอื่นทว่าก็ยังหันกลับมาร้องบอกนับนทีอีกประโยคหนึ่ง
“ถ้าแต่งงานต้องบอกผมนะยังไงผมก็จะมา”
นับนทียิ้มพร้อมพยักหน้ารับรัวๆก่อนที่แผ่นหลังกว้างจะหันกลับไปพร้อมๆกับรอยยิ้มบนใบหน้าของนับนทีหมดลงทันที รู้สึกหน่วงในหัวใจขึ้นมาเมื่อเห็นว่าแผ่นหลังของอัศดินทร์กำลังห่างออกไปเรื่อยๆจนในที่สุดก็ลับสายตาไปกับฝูงชน
100%
#ซ่อนรักอัศดินทร์
……………………………………………………
โปรดติดตามตอนต่อไป…