ก็ใกล้ค่ำแล้วผมพึงจะเดินกลับมายังกระท่อมน้อยที่คุณยายโซเฟียให้อาศัย
“ วายุ กลับมาแล้วหรอก ”
เสียงคุณยายที่มีใบหน้ายิ้มแย้มกำลังเรียกผมขณะที่ผมนั้นกำลังจะเปิดเข้าไปยังกระท่อมน้อย
ผมพูดคุยกับคุณยายเล็กน้อยก่อนคุณยายจะชวนผมไปทานมื้อเย็นด้วย ตอนแรกผมก็คิดจะปฏิเสธเพราะว่าผมพึงกินมา แต่พอคิดว่าคุณยายคงตั้งใจรอผมทานมื้อเย็นด้วย อันนี้ก็ทำให้ผมทราบซึ้งใจมากจริงๆเลยตอบตกลงไป
มื้อเย็นนี้คุณยายโซเฟียเตรียมกับข้าวมื้อใหญ่ไว้ให้ ถึงผมจะกินมาแล้วแต่วันนี้ก็ใช้แรงไปไม่น้อย ถึงจะกินอีกก็กินได้สบายๆ
หลังกินเสร็จผมก็ได้ทำข้อตกลงกับคุณยายโซเฟีย ทุกๆวันมื้อเย็นผมจะมอบสิบเหรียญทองแดงให้คุณยายเป็ค่าอาหาร เพื่อที่ว่าผมจะได้ไม่รบกวนคุณยายมากจนเกินไป
คุณยายโซเฟียก็เหมือนจะเข้าใจในเจตนาของผมจึงได้ตอบรับข้อเสนอนี้ไว้
เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากผมทานมื้อเช้าเสร็จก็ขอตัวไปทำงาน วันนี้ผมไปทำงานโดยไม่มีความกังวลอะไรอีกเพราะเมื่อวานเรียนรู้งานมาเรียบร้อยแล้ว
“ เรียนรู้อาชีพเกษตรกรเลเวลหนึ่ง ”
่บ่ายของวันนี้อยู่ๆก็มีหน้าต่างข้อความเด้งขึ้นมา
ผมลองเรียกหน้าต่างอาชีพของตนเองขึ้นมาดูก็ปรากฏอาชีพเกษตรกรเลเวลหนึ่งขึ้นมาจริงๆ
ผมลองตรวจสอบอาชีพเกษตรกรดูคร่าวๆแล้ว ตอนนี้อาชีพเกษตรกรของผมได้มอบค่าสถานะพลังงานมาหนึ่งหน่วย ซึ่งค่าพลังงานจะส่งผลโดยตรงกับพลังชีวิตสูงสุดและมานาสูงสุด ซึ่งเป็อะไรที่ผมชอบสุดๆ
อาชีพเกษตรกรยังมอบความสามารถในการวิเคราะห์พื้นฐานของพืชผลทางเกษตรกร ตอนแรกผมก็ไม่ค่อยเข้าใจแต่พอลองวิเคราะห์ต้นข้าวข้างหน้าผมดูก็ปรากฏรายละเอียดเกี่ยวกับต้นข้าวออกมา เช่น อายุต้นข้าวแบบคร่าวๆ สถานะของต้นข้าวพร้อมเก็บเกี่ยว และยังมีข้อความอธิบายเกี่ยวกับการเพาะปลูกอีกบางส่วน ซึ่งนี้ก็อาจจเป็ข้อมูลที่ดีในอนาคต
ขณะที่ผมกำลังจะเลิกงานแล้วก็ปรากฏหน้าต่างข้อความขึ้นมาอีกครั้ง
“ ยินดีด้วยตอนนี้คุณได้ขึ้นเป็เลเวลสองแล้ว ”
ตอนนี้ผมเข้าใจที่คู่มือได้บอกแล้ว ทุกๆกิจกรรมสามารถมอบค่าประสบการณ์และทำให้เราสามารถเลเวลอัพได้นั้นเป็อย่างนี้นี่เอง
แต่เมื่อเลเวลอัพผมก็จะได้แต้มอัพสถานะมาสามแต้ม ตอนเด็กๆผมเคยเล่นเกมแฟนตาซีมาบ้าง แต้มจากการขึ้นเลเวลผมแทบจะลงให้กับพลังโจมตีไปซะหมด ก็แน่ล่ะใครจะไม่อยากโจมตีมอนสเตอร์แรงๆบ้าง แต่นั้นก็เป็แค่เกม ถึงผมจะตายบ่อยไปบ้างเพราะเืน้อยไปหน่อย แต่ในเกมเราก็เกิดใหม่ได้เรื่อยๆ
ถึงแม้โลกเสมือนแห่งนี้ดูคล้ายเกมแฟนตาซี แต่หากตายเข้าจริงๆแล้วต้องทำให้ผมต้องได้ตายอีกครั้งหนึ่ง นั้นคงเป็เื่ที่แย่มากสำหรับผม
ตอนนี้ไม่มีอะไรให้ต้องคิดมาก แต้มอัพสถานะทั้งหมดที่มีก็อัพให้กับค่าพลังงานให้หมดไปก่อน ตอนนี้ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องไปสู้รบกับใคร ขอมีเืเยอะๆไว้อุ่นใจกว่ามาก
ผมทำงานมาได้เกือบเดือนแล้ว ตอนนี้มีเงินอยู่สามเหรียญเงินกับอีกเศษเหรียญทองแดงอีกนิดหน่อย
วันนี้ผมพักวันหนึ่งเพื่อเตรียมตัวรับอาชีพนักปรุงยาจากคุณยายโซเฟีย ถึงแม้จะตกลงราคาอาชีพนักปรุงยากันไว้ที่สามเหรียญเงิน แต่พอผมเก็บเงินครบคุณยายกลับปฏิเสธรับเงินของผม
คุณยายมอบหนังสือให้ผมเล่มหนึ่ง ทันทีที่ผมรับไว้ก็ปรากฏหน้าต่างข้อความให้ผมยืนยันเรียนรู้อาชีพนักปรุงยา และเมื่อผมยอมรับหนังสือเล่มนั้นก็สลายหายไป
“ คุณได้เรียนรู้อาชีพนักปรุงยาเลเวลหนึ่ง ”
คุณยายโซเฟียสอนให้ผมเรียนรู้วิธีปรุงยา ตอนแรกผมก็คิดว่าต้องตั้งหม้ออะไรให้วุ่นวาย แต่พอเห็นคุณยายทำแล้วก็สะดวกกว่าที่คิดไว้มาก
คุณยายเตรียมขวดน้ำบริสุทธิ์ที่ผมเคยได้จากสไลม์นั้นแหละ และยังมีสมุนไพรอีกสองชนิด คุณยายวางทุกอย่างตรงหน้าจากนั้นก็ยกสองฝ่ามือขึ้นเผื่อร่ายเวทปรุงยา ไม่นานก็ปรากฏแสงสีเขียวสว่างจ้าขึ้น
คุณยายร่ายเวทปรุงยาอยู่สักครู่หนึ่งก็ได้ขวดยาฟื้นฟูมาหนึ่งขวด
จากนั้นคุณยายก็ได้ห้ผมลองทำดูบ้าง ต้องนี้ผมตรวจสอบอาชีพนักปรุงยาของตนเองก็มีสกิลปรุงยาให้ใช้จริงๆ
ผมยกสองมือขึ้นและลองร่ายเวทปรุงยาดูบ้าง แสงสีเขียวสว่างจ้าเหมือนของคุณยายโซเฟียก่อนหน้า นี่ทำให้ผมตื่นเต้นมากเลยทีเดียว ใช้เวลาไม่นานผมเองก็สามารถสร้างขวดยาฟื้นฟูได้สำเร็จ
คุณยายมอบยาขวดนี้ให้ผม และบอกให้ผมลองตรวจสอบวิธีปรุงยาดู เมื่อผมตรวจสอบสูตรปรุงยาดูก็เห็นสูตรปรุงยาฟื้นฟูพื้นฐานและสูตรฟื้นฟูมานาพื้นฐาน ซึ่งในสูตรก็ระบุไว้ว่าต้องใช้วัตถุดิบอะไรบ้าง
คุณยายบอกขวดน้ำบริสุทธิ์สามารถหาได้จากสไลม์หรือจะเก็บจากน้ำค้างกลางป่าก็ได้เช่นกัน ส่วนสมุนไพรที่ใช้ก็สามารถหาได้จากในป่าบริเวณที่มีความชุ่มชื้นหรือใกล้แหล่งน้ำ
เื่สมุนไพรผมไม่ติดอะไร แต่เื่สไลม์เนี่ยเอาจริงๆผมไม่อยากไปตบตีกับมันสักเท่าไร ถึงมันจะดูอ่อนแอแต่มันก็มีความเสี่ยงถ้าพลาดท่าขึ้นมาถึงตายแน่ๆ
รอบนี้ผมจะไม่พลาดอีก จึงได้สอบถามวิธีกำจัดสไลม์แบบง่ายๆจากคุณยายเสียหน่อย
คุณยายบอกว่าหมู่บ้านเล็กๆนี้ไม่มีคนขายสินค้าประเภทอาวุธ คุณยายแนะนำให้ผมลองไปปรึกษาพรานป่าประจำหมู่บ้านดู เผื่อว่าพรานป่าจะให้คำแนะนำดีๆให้ได้
ผมเมื่อรู้อย่างนี้ก็รีบกล่าวขอบคุณคุณยายโซเฟียก่อนจะขอตัวไปหาพรานป่าประจำหมูู่บ้าน
เมื่อผมไปถึงบ้านของพร่านป่าก็เจอนายพรานกำลังตากหนังสัตว์อยู่หน้าบ้านพอดี
ผมบอกเจตนาของตนเองให้ลุงพรานป่าฟัง เมื่อลุงแกได้ฟังก็หัวเราะออกมา
“ วิธีฆ่าสไลม์เนี่ยนะ ข้าเดินไปเหยียบสักทีก็ตัวแตกตายแล้ว นั้นแสดงว่าพลังของนายต่ำมากเลยสินะ ”
ถึงจะฟังดูเ็ปเล็กน้อยแต่นั้นก็เป็ความจริง ลุงพรานเสนอขายหน้าไม้ให้ผมในราคาสองเหรียญเงิน
ผมนั่งคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะตอบตกลงกลับไป นั้นก็เพราะว่าสองเหรียญเงินนั้นผมทำงานเกือบเป็เดือนกว่าจะได้มา พอถึงเวลาจะใช้จ่ายก็กลับหายไปรวดเร็วเหลือเกิน
ผมรับหน้าไม้จากลุงพรานป่าพร้อมกับซองที่มีลูกหน้าไม้อยู่ประมาณสิบดอก ลุงพรานป่าสอนวิธีใช้งานหน้าไม้ให้ผม ซึ่งเท่าที่ผมฟังก็ดูใช้งานไม่ได้ยากมากมายเท่าไรนัก
ลุงพรานป่าลองให้ผมซ้อมยิงเป้าที่ห่างออกไปประมาณห้าหกเมตร ดอกแรกของผมนั้นน่าประทับใจเพราะสามารถยิงโดนเป้าแบบจังๆ เอาจริงๆมันไม่ได้ยากขนาดนั้นเพราะผมพอมีความรู้เื่การยิงปืนมาบ้าง
หลังจากซ้อมยิงอยู่พักใหม่ผมก็กล่าวขอบคุณคุณลุงพรานป่าและเดินจากออกมา
ผมเดินมุ่งตรงไปยังใจกลางหมู่บ้าน แน่นอนไหนๆผมก็จะไปล่าสไลม์เก็บขวดน้ำบริสุทธิ์แล้วก็รับงานฆ่าสไลม์ไปด้วยเลย
ผมดึงประกาศฆ่าสไลม์ไปให้ลุงชิโกหัวหน้าหมู่บ้าน ตอนแรกผมก็สงสัยอยู่ว่าจะตรวจสอบการฆ่าสไลม์ได้ยังไง แต่ลุงชิโกก็ได้มอบสมุดเวทบันทึกให้เล่มหนึ่ง ซึ่งสมุดนี้จะบันทึกรายการการฆ่ามอนสเตอร์ให้เองอัตโนมัติ ฉะนั้นหลังจากที่ผมล่าสไลม์เสร็จก็แค่มายื่นสมุดเวทบันทึกเล่มนี้ให้ตรวจสอบก็พอ