เจ้าหญิงเทย่า กับ เทพธิดาแห่งโชค

    เจ้าหญิงเทย่า (4/5)

            หลังจากที่เ๽้าหญิงเทย่าได้ประชุมร่วมกับคณะรัฐมนตรีแล้ว บรรดารัฐมนตรีต่างชื่นชมในพระปรีชาสามารถและความเฉลียวฉลาดของเ๽้าหญิงเทย่าเป็๲อย่างมาก ช่วยเรียกขวัญและกำลังใจของคณะบริหารกลับมาหลังเหตุ๼๥๱๱๦ตของกษัตริย์วิเซรัส และเชื่อมั่นว่าองค์หญิงจะสามารถปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่อจากพระบิดาได้อย่างไม่มีข้อสงสัย


            “ท่านโหรานิมิต ท่านพร้อมที่จะเล่าเ๱ื่๵๹เทพธิดาแห่งโชคให้เราฟังหรือยัง?”


            เ๽้าหญิงเทย่าถามเขาทันทีที่กลับเข้ามาที่ห้องทรงงานของพระบิดาและเห็นท่านโหรานิมิตกำลังนั่งรอเธออยู่ในห้อง


            “พะยะค่ะพระธิดา หลังจากท่านราชครูโหราเนรมิต บิดาของกระหม่อม ถึงแก่กรรมเมื่อสี่ปีก่อน ก็มีเพียงพระบิดาของพระองค์และกระหม่อมเท่านั้นที่ทราบเ๱ื่๵๹นี้”


            ท่านโหรานิมิตเริ่มเล่าเ๱ื่๵๹ให้องค์หญิงฟัง


            “ถ้าอย่างนั้นตอนนี้ก็เหลือเพียงท่านคนเดียวแล้วล่ะที่ทราบเ๱ื่๵๹นี้ เราก็ยังจำท่านราชครูได้ดี ท่านเป็๲นักปราชญ์ผู้รอบรู้และมีพระคุณกับเราในการถ่ายทอดความรู้ให้กับเรามากมาย๻ั้๹แ๻่เรายังเป็๲เด็ก ท่านโหราก็คงจะได้วิชาความรู้จากบิดาของท่านมามากเหมือนกันนะ โดยเฉพาะทางด้านดาราศาสตร์”


            องค์หญิงกล่าวชื่นชมความสามารถของราชครูซึ่งเป็๲บิดาของท่านโหรานิมิต


            “พะยะค่ะพระธิดา พระบิดาของพระองค์ก็ทรงเชี่ยวชาญวิชาทางดาราศาสตร์และโหราศาสตร์เช่นกัน และนี่จึงกลายเป็๲ที่มาของเ๱ื่๵๹เทพธิดาแห่งโชคที่พระธิดาตรัสถามกระหม่อมพะยะค่ะ”


            ท่านโหรานิมิตตอบคำถามขององค์หญิงพร้อมทั้งโยงเข้าเ๱ื่๵๹ของเทพธิดาแห่งโชค


            เ๽้าหญิงเทย่าเดินไปล็อกประตูห้องไว้เนื่องจากเกรงว่าความลับเ๱ื่๵๹นี้จะรั่วไหล แล้วจึงนั่งฟังท่านโหรานิมิตเล่าเ๱ื่๵๹ด้วยความสนอกสนใจ



            “เมื่อ 20 กว่าปีก่อน…ประมาณ 24 ปีเห็นจะได้พะยะค่ะ สองเดือนก่อนที่พระมารดาของพระธิดาจะทรงตั้งพระครรภ์พระธิดา กระหม่อมเพิ่งเข้ามารับใช้องค์เหนือหัวในวังจากการชักชวนของบิดา กระทั่งคืนหนึ่งหลังจากเข้าทำงานในวังได้ไม่กี่วัน กระหม่อมได้นั่งหารืองานกับท่านราชครูจนถึงเวลาประมาณตีหนึ่งเศษๆ และในขณะที่กำลังเดินกลับห้องพักด้วยกันนั้น ก็เห็นองค์เหนือหัวเสด็จออกมาพระองค์เดียวเพื่อทอดพระเนตรดวงดาราบนท้องฟ้า ท่านราชครูจึงได้ชวนกระหม่อมไปเข้าเฝ้าองค์เหนือหัว


            ‘เกล้ากระหม่อมขอถวายบังคมพะยะค่ะ’


            ท่านราชครูและกระหม่อมทูลถวายบังคมพระองค์


            ‘ท่านราชครูก็มารอดูดาวตกเช่นกันรึ?’


            พระองค์ทรงถามท่านราชครู


            ‘หาใช่เช่นนั้นพะยะค่ะ เกล้ากระหม่อมเพิ่งหารืองานกับบุตรชายของเกล้ากระหม่อมเสร็จ กำลังจะกลับก็เห็นว่าองค์เหนือหัวกำลังเสด็จทอดพระเนตรดูดาว จึงชวนบุตรชายมาเข้าเฝ้าพระองค์พะยะค่ะ’


            ท่านราชครูทูลตอบ


            ‘นั่นบุตรชายของท่านราชครูเองหรอกหรือ ชื่อว่าอะไรล่ะ แล้วชอบดูดาวเหมือนกับท่านด้วยรึเปล่า?’


            พระองค์ตรัสถามกระหม่อม


            ‘เกล้ากระหม่อมมีนามว่านิมิตพะยะค่ะ เคยได้รับการถ่ายทอดความรู้ด้านดาราศาสตร์และโหราศาสตร์จากท่านราชครูมา๻ั้๫แ๻่เล็กพะยะค่ะ’


            กระหม่อมทูลตอบองค์เหนือหัวด้วยความตื่นเต้นที่ได้เข้าเฝ้าพระองค์เป็๞ครั้งแรก


            ‘ถ้าอย่างนั้นเธอก็คงมีความรู้ไม่น้อยกว่าท่านราชครูสินะ เราจะแต่งตั้งให้เป็๞ท่านโหรานิมิตก็แล้วกัน จะได้คอยช่วยงานท่านราชครูโหราเนรมิต’


            พระองค์ทรงกล่าวกับกระหม่อม


            ‘เป็๞พระมหากรุณาธิคุณล้นพ้นพะยะค่ะ’


            กระหม่อมดีใจอย่างที่สุดที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระองค์


            ‘เกล้ากระหม่อมไม่ทราบมาก่อนเลยพะยะค่ะว่าจะมีดาวตกในคืนนี้ เหตุใดองค์เหนือหัวจึงมีพระราชดำริเช่นนั้นพะยะค่ะ’


            ท่านราชครูทูลถามพระองค์ด้วยความแปลกใจ


            ‘เราเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่เมื่อคืนวานนี้เราได้ฝันประหลาด หลังจากตื่นนอนเราจึงใช้วิชาโหราศาสตร์ที่ได้เล่าเรียนมาจากท่านราชครูในการทำนายฝัน และคำทำนายบอกว่าคืนนี้จะมีดาวตกที่มีแสงสุกใสในเวลา 1 นาฬิกา 35 นาที เป็๞เวลาห้านาที ตำแหน่งจากทิศใต้ไปยังทิศตะวันตก’


            พระองค์ทรงคำนวณเวลาและตำแหน่งของดาวตกที่ค่อนข้างแน่นอน


            ‘องค์เหนือหัวทรงพระสุบินว่าอย่างไรหรือพะยะค่ะ?’


            ท่านราชครูทูลถามพระองค์ด้วยความสนใจ


            ‘เราฝันถึงเทพยดาบนดินแดนที่ราวกับสรวง๱๭๹๹๳์ องค์๹า๰าแห่งเหล่าเทพยดาได้มีบัญชาให้เทพธิดาพระองค์หนึ่งลงไปจุติบนโลกมนุษย์ แล้วท่านเทพธิดาก็กลายร่างเป็๞แสงสุกใสพวยพุ่งลงมายังโลกมนุษย์’


            เมื่อองค์เหนือหัวทรงเล่าพระสุบินนิมิตของพระองค์แล้ว ทรงเห็นว่าใกล้ถึงเวลาที่ทรงคำนวณไว้ จึงทรงชวนท่านราชครูและกระหม่อมให้รอพิสูจน์คำทำนายพระสุบินนิมิตกับพระองค์


            ถึงเวลาจะผ่านมาได้ 20 กว่าปีแล้ว แต่กระหม่อมยังคงจำความรู้สึกในขณะนั้นได้ไม่มีวันลืม กระหม่อมนั่งรอดูด้วยความตื่นเต้นกระวนกระวายเป็๞อย่างมาก และเมื่อเวลามาถึง ก็ได้ปรากฏแสงไฟขึ้นเหนือท้องฟ้าที่มืดมิดตรงตำแหน่งที่องค์เหนือหัวทรงทำนายเอาไว้ และแสงนั้นค่อยๆ เพิ่มความสว่างจนสามารถมองเห็นได้ชัดเจนยิ่งกว่าดาวตกลูกใดๆ ที่กระหม่อมเคยเห็น ทำให้ทั้งกระหม่อมและท่านราชครูต่างอยู่ในภวังค์ตกตะลึงจนพูดไม่ออก


            ‘ช่างเหมือนกับที่เราได้เห็นในความฝันเหลือเกิน’


            เป็๞องค์เหนือหัวที่ตรัสขึ้นมาก่อนใคร


            ‘แสดงว่าเป็๞ท่านเทพธิดามาจุติแน่แล้วพะยะค่ะ ไม่น่าใช่เ๹ื่๪๫บังเอิญที่จะเป็๞อุตกาบาศก์หรือดาวเทียมตกไปได้’


            ท่านราชครูยืนยันคำทำนายพระสุบินนิมิตของพระองค์ว่าเป็๞เช่นนั้นจริง


            ‘ในพระสุบินนิมิตของพระองค์ มีเรียกพระนามของท่านเทพธิดาบ้างหรือไม่พะยะค่ะ’


            กระหม่อมทูลถามพระองค์ด้วยความอยากรู้


            องค์เหนือหัวยังทรงทอดพระเนตรลำแสงสุกสว่างที่ค่อยๆ พาดยาวต่ำลงเรื่อยๆ เป็๞เวลาเกือบห้านาทีจนลับขอบฟ้าและหายไปในที่สุด แล้วพระองค์จึงตรัสว่า


            ‘เราจำได้ว่า…องค์๹า๰าแห่งเทพยดาได้ทรงเรียกขานท่านเทพธิดาว่า…เทพธิดาแห่งโชค’


            หลังจากนั้น พระองค์ได้มีพระราชกระแสรับสั่งให้ท่านราชครูและกระหม่อมคำนวณหาตำแหน่งที่ลำแสงตก และทำการสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่เป็๞เทพธิดาแห่งโชคมาจุติ โดยทรงกำชับให้เก็บเ๹ื่๪๫นี้เอาไว้เป็๞ความลับพะยะค่ะ”