หลังจากที่เ้าหญิงเทย่าได้ประชุมร่วมกับคณะรัฐมนตรีแล้ว บรรดารัฐมนตรีต่างชื่นชมในพระปรีชาสามารถและความเฉลียวฉลาดของเ้าหญิงเทย่าเป็อย่างมาก ช่วยเรียกขวัญและกำลังใจของคณะบริหารกลับมาหลังเหตุตของกษัตริย์วิเซรัส และเชื่อมั่นว่าองค์หญิงจะสามารถปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่อจากพระบิดาได้อย่างไม่มีข้อสงสัย
“ท่านโหรานิมิต ท่านพร้อมที่จะเล่าเื่เทพธิดาแห่งโชคให้เราฟังหรือยัง?”
เ้าหญิงเทย่าถามเขาทันทีที่กลับเข้ามาที่ห้องทรงงานของพระบิดาและเห็นท่านโหรานิมิตกำลังนั่งรอเธออยู่ในห้อง
“พะยะค่ะพระธิดา หลังจากท่านราชครูโหราเนรมิต บิดาของกระหม่อม ถึงแก่กรรมเมื่อสี่ปีก่อน ก็มีเพียงพระบิดาของพระองค์และกระหม่อมเท่านั้นที่ทราบเื่นี้”
ท่านโหรานิมิตเริ่มเล่าเื่ให้องค์หญิงฟัง
“ถ้าอย่างนั้นตอนนี้ก็เหลือเพียงท่านคนเดียวแล้วล่ะที่ทราบเื่นี้ เราก็ยังจำท่านราชครูได้ดี ท่านเป็นักปราชญ์ผู้รอบรู้และมีพระคุณกับเราในการถ่ายทอดความรู้ให้กับเรามากมายั้แ่เรายังเป็เด็ก ท่านโหราก็คงจะได้วิชาความรู้จากบิดาของท่านมามากเหมือนกันนะ โดยเฉพาะทางด้านดาราศาสตร์”
องค์หญิงกล่าวชื่นชมความสามารถของราชครูซึ่งเป็บิดาของท่านโหรานิมิต
“พะยะค่ะพระธิดา พระบิดาของพระองค์ก็ทรงเชี่ยวชาญวิชาทางดาราศาสตร์และโหราศาสตร์เช่นกัน และนี่จึงกลายเป็ที่มาของเื่เทพธิดาแห่งโชคที่พระธิดาตรัสถามกระหม่อมพะยะค่ะ”
ท่านโหรานิมิตตอบคำถามขององค์หญิงพร้อมทั้งโยงเข้าเื่ของเทพธิดาแห่งโชค
เ้าหญิงเทย่าเดินไปล็อกประตูห้องไว้เนื่องจากเกรงว่าความลับเื่นี้จะรั่วไหล แล้วจึงนั่งฟังท่านโหรานิมิตเล่าเื่ด้วยความสนอกสนใจ
“เมื่อ 20 กว่าปีก่อน…ประมาณ 24 ปีเห็นจะได้พะยะค่ะ สองเดือนก่อนที่พระมารดาของพระธิดาจะทรงตั้งพระครรภ์พระธิดา กระหม่อมเพิ่งเข้ามารับใช้องค์เหนือหัวในวังจากการชักชวนของบิดา กระทั่งคืนหนึ่งหลังจากเข้าทำงานในวังได้ไม่กี่วัน กระหม่อมได้นั่งหารืองานกับท่านราชครูจนถึงเวลาประมาณตีหนึ่งเศษๆ และในขณะที่กำลังเดินกลับห้องพักด้วยกันนั้น ก็เห็นองค์เหนือหัวเสด็จออกมาพระองค์เดียวเพื่อทอดพระเนตรดวงดาราบนท้องฟ้า ท่านราชครูจึงได้ชวนกระหม่อมไปเข้าเฝ้าองค์เหนือหัว
‘เกล้ากระหม่อมขอถวายบังคมพะยะค่ะ’
ท่านราชครูและกระหม่อมทูลถวายบังคมพระองค์
‘ท่านราชครูก็มารอดูดาวตกเช่นกันรึ?’
พระองค์ทรงถามท่านราชครู
‘หาใช่เช่นนั้นพะยะค่ะ เกล้ากระหม่อมเพิ่งหารืองานกับบุตรชายของเกล้ากระหม่อมเสร็จ กำลังจะกลับก็เห็นว่าองค์เหนือหัวกำลังเสด็จทอดพระเนตรดูดาว จึงชวนบุตรชายมาเข้าเฝ้าพระองค์พะยะค่ะ’
ท่านราชครูทูลตอบ
‘นั่นบุตรชายของท่านราชครูเองหรอกหรือ ชื่อว่าอะไรล่ะ แล้วชอบดูดาวเหมือนกับท่านด้วยรึเปล่า?’
พระองค์ตรัสถามกระหม่อม
‘เกล้ากระหม่อมมีนามว่านิมิตพะยะค่ะ เคยได้รับการถ่ายทอดความรู้ด้านดาราศาสตร์และโหราศาสตร์จากท่านราชครูมาั้แ่เล็กพะยะค่ะ’
กระหม่อมทูลตอบองค์เหนือหัวด้วยความตื่นเต้นที่ได้เข้าเฝ้าพระองค์เป็ครั้งแรก
‘ถ้าอย่างนั้นเธอก็คงมีความรู้ไม่น้อยกว่าท่านราชครูสินะ เราจะแต่งตั้งให้เป็ท่านโหรานิมิตก็แล้วกัน จะได้คอยช่วยงานท่านราชครูโหราเนรมิต’
พระองค์ทรงกล่าวกับกระหม่อม
‘เป็พระมหากรุณาธิคุณล้นพ้นพะยะค่ะ’
กระหม่อมดีใจอย่างที่สุดที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระองค์
‘เกล้ากระหม่อมไม่ทราบมาก่อนเลยพะยะค่ะว่าจะมีดาวตกในคืนนี้ เหตุใดองค์เหนือหัวจึงมีพระราชดำริเช่นนั้นพะยะค่ะ’
ท่านราชครูทูลถามพระองค์ด้วยความแปลกใจ
‘เราเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่เมื่อคืนวานนี้เราได้ฝันประหลาด หลังจากตื่นนอนเราจึงใช้วิชาโหราศาสตร์ที่ได้เล่าเรียนมาจากท่านราชครูในการทำนายฝัน และคำทำนายบอกว่าคืนนี้จะมีดาวตกที่มีแสงสุกใสในเวลา 1 นาฬิกา 35 นาที เป็เวลาห้านาที ตำแหน่งจากทิศใต้ไปยังทิศตะวันตก’
พระองค์ทรงคำนวณเวลาและตำแหน่งของดาวตกที่ค่อนข้างแน่นอน
‘องค์เหนือหัวทรงพระสุบินว่าอย่างไรหรือพะยะค่ะ?’
ท่านราชครูทูลถามพระองค์ด้วยความสนใจ
‘เราฝันถึงเทพยดาบนดินแดนที่ราวกับสรวง์ องค์าาแห่งเหล่าเทพยดาได้มีบัญชาให้เทพธิดาพระองค์หนึ่งลงไปจุติบนโลกมนุษย์ แล้วท่านเทพธิดาก็กลายร่างเป็แสงสุกใสพวยพุ่งลงมายังโลกมนุษย์’
เมื่อองค์เหนือหัวทรงเล่าพระสุบินนิมิตของพระองค์แล้ว ทรงเห็นว่าใกล้ถึงเวลาที่ทรงคำนวณไว้ จึงทรงชวนท่านราชครูและกระหม่อมให้รอพิสูจน์คำทำนายพระสุบินนิมิตกับพระองค์
ถึงเวลาจะผ่านมาได้ 20 กว่าปีแล้ว แต่กระหม่อมยังคงจำความรู้สึกในขณะนั้นได้ไม่มีวันลืม กระหม่อมนั่งรอดูด้วยความตื่นเต้นกระวนกระวายเป็อย่างมาก และเมื่อเวลามาถึง ก็ได้ปรากฏแสงไฟขึ้นเหนือท้องฟ้าที่มืดมิดตรงตำแหน่งที่องค์เหนือหัวทรงทำนายเอาไว้ และแสงนั้นค่อยๆ เพิ่มความสว่างจนสามารถมองเห็นได้ชัดเจนยิ่งกว่าดาวตกลูกใดๆ ที่กระหม่อมเคยเห็น ทำให้ทั้งกระหม่อมและท่านราชครูต่างอยู่ในภวังค์ตกตะลึงจนพูดไม่ออก
‘ช่างเหมือนกับที่เราได้เห็นในความฝันเหลือเกิน’
เป็องค์เหนือหัวที่ตรัสขึ้นมาก่อนใคร
‘แสดงว่าเป็ท่านเทพธิดามาจุติแน่แล้วพะยะค่ะ ไม่น่าใช่เื่บังเอิญที่จะเป็อุตกาบาศก์หรือดาวเทียมตกไปได้’
ท่านราชครูยืนยันคำทำนายพระสุบินนิมิตของพระองค์ว่าเป็เช่นนั้นจริง
‘ในพระสุบินนิมิตของพระองค์ มีเรียกพระนามของท่านเทพธิดาบ้างหรือไม่พะยะค่ะ’
กระหม่อมทูลถามพระองค์ด้วยความอยากรู้
องค์เหนือหัวยังทรงทอดพระเนตรลำแสงสุกสว่างที่ค่อยๆ พาดยาวต่ำลงเรื่อยๆ เป็เวลาเกือบห้านาทีจนลับขอบฟ้าและหายไปในที่สุด แล้วพระองค์จึงตรัสว่า
‘เราจำได้ว่า…องค์าาแห่งเทพยดาได้ทรงเรียกขานท่านเทพธิดาว่า…เทพธิดาแห่งโชค’
หลังจากนั้น พระองค์ได้มีพระราชกระแสรับสั่งให้ท่านราชครูและกระหม่อมคำนวณหาตำแหน่งที่ลำแสงตก และทำการสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่เป็เทพธิดาแห่งโชคมาจุติ โดยทรงกำชับให้เก็บเื่นี้เอาไว้เป็ความลับพะยะค่ะ”