บุษราคัม สาวห้าวจัดประจำวงการกีฬาบาสเกตบอล ฝีมือร้ายกาจของเธอแข่งขันชนะทีมผู้ชายมาแล้ว เป็ขวัญใจทั้งสาวแท้สาวเทียมตามกรี๊ดกร๊าดขอบสนามแทบแตกไม่เว้นแต่ละแมตช์ นั่นแหละนะ ชอบผู้ชายคนไหนก็อกหักไปหมด อยากจะเปลี่ยนใจมารักสาวๆ น่าจะเข้าท่ากว่า เสียแต่ว่าเธอคงซกมกไปหน่อย ไม่ชอบอาบน้ำหรือเปล่า ผู้ชายถึงวิ่งหนีไม่เหลียวแล บุษราคัมเดินเลียไอติมเพลินอยู่ข้างสนามคิดไปเรื่อยเปื่อย พลันได้ยินเสียงคนร้องเรียก เธอหันหน้าไปตามเสียงนั้นก็ไม่พบใคร พอหันหลังกลับมาหัวดันโขกกับเสาเหล็กอย่างจังบุษราคัมหน้ามืดล้มหัวฟาดพื้นหงายหลัง ขาชี้ฟ้า ม่องเท่ง...
เสียงฟ้าร้องดังสนั่นปฐีราวเทวดาพิโรธพายุฝนโหมกระหน่ำดั่งฟ้ารั่ว
เปรี้ยงๆ! ซ่าาา!
หญิงสาวสะดุ้งใตื่น นางรู้สึกปวดศีรษะรุนแรงจี๊ดเป็ระยะ
"โอ๊ย! หัวจะะเิแล้วโว้ย"
นางหลับตาปี๋ะโโวยวายอย่างเคยตัวเสียงดังลั่นแข่งกับเสียงสายฝนฟ้าร้อง เหล่าคนรับใช้ได้ยินรีบวิ่งเข้าประชิดเตียง เกิดเสียงดังเซ็งแซ่
"นายหญิง นายหญิงเ้าคะ"
เสียงสาวเฒ่านางหนึ่งเรียกขานดังก้อง
"ตายหรือเปล่า เมื่อครู่เหมือนหยุดหายใจไปแล้วนะ"
แว่วเสียงเล็กแหลมแทรกขึ้นมา บุษราคัมรู้สึกปวดหัวจี๊ดๆ บางทีก็ปวดเหมือนร้าวระบม รำคาญเสียงอื้ออึงที่ดังข้างหู แต่ก็ไม่สามารถลืมตาขึ้นได้ มีเพียงเสียงบ่นงึมงำไม่เป็ภาษาในลำคอ หมดสติไปอีกครา
คืนนี้เป็การส่งตัวเข้าหอของแม่ทัพสกุลหวงนามว่าหวงฟู่เฉิน ซึ่งเป็บุตรชายคนเดียวของเสนาบดีหวงหลี่และฮูหยินหวงเจียวจิน เขาเป็แม่ทัพที่เก่งกาจในการรบฝีมือฉกาจฉกรรจ์ นอกจากเก่งเื่บู๊แล้ว เื่บุ๋นเขาก็หาเป็รองใครไม่ เป็แม่ทัพที่มีนิสัยเอาจริงเอาจังดุดันและกล้าแกร่งทระนง หน้าตาหล่อเหลาคมเข้ม รูปร่างผึ่งผายสง่างาม ตัวสูงกำยำ แต่เขาไม่เคยขัดใจผู้เป็บิดามารดาสักครั้ง โชคดีที่เสนาบดีและฮูหยินเป็คนมีเหตุผล การตัดสินใจสิ่งใดสักอย่าง นั่นหมายความว่าได้คิดอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว
บ้านสกุลหวงได้ติดต่อทาบทามสู่ขอ หลินเฟยหลิง หญิงสาววัยสิบเก้าปีให้กับบุตรชาย นางเป็เด็กสาวหน้าตาสวยซึ้ง กิริยาเรียบร้อยอ่อนหวาน พรั่งพร้อมไปด้วยความเป็กุลสตรีครบถ้วน มีผู้ชายจากตระกูลใหญ่ทาบทามหลายบ้าน แต่พ่อของนาง คือ หลินหลวงเฉินกับมารดา หลินฮวา ดูจะชอบพอครอบครัวตระกูลหวงมากกว่าเพราะบุตรชายเป็ถึงแม่ทัพใหญ่
หวงฟู่เฉินและหลินเฟยหลิงได้พบหน้ากันเพียงสองครั้งก่อนแต่งงาน นางมีกิริยาเรียบร้อยดั่งผ้าพับไว้ รูปร่างอรชรอ้อนแอ้นบอบบาง มารยาทงามดั่งถูกฝึกจากสังคมชั้นสูง แม่ทัพหวงฟู่เฉินถึงจะขึ้นชื่อว่าดุร้ายในยามรบหรือจริงจังกับการทำงานขนาดไหน แต่เมื่อพบเจอสาวน้อยผู้อ่อนหวานเขาก็รู้สึกหวั่นไหวพึงพอใจได้ไม่ยาก คาดหวังว่านางจะเป็หลังบ้านที่มั่นคง
ส่วนหลินเฟยหลิง นางมองดูผู้ชายรูปร่างสง่างาม ตัวใหญ่กำยำ ใบหน้าหล่อเข้มต้องตาต้องใจนางได้ไม่ยาก เขาเป็ถึงหัวหน้าแม่ทัพผู้องอาจ มั่นใจว่าปกป้องสตรีและครอบครัวได้ดี ส่วนความเป็ผู้นำ ไม่ต้องคิดถึง เขานั้นสมบูรณ์พร้อม ทั้งสองตระกูลก็ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน ครอบครัวของนาง พ่อเป็ถึงขุนนางชั้นสูงในราชสำนักตำแหน่งสำคัญ
พิธีแต่งงานสำคัญผ่านพ้นไปหมดทุกขั้นตอน เวลาล่วงเลยจนถึง่เข้าหอ ในขณะที่หวงฟู่เฉินกำลังจะเปิดผ้าคลุมหน้าของเ้าสาว พลันโคมไฟที่นำมาประดับประดา้าเกิดเชือกหลุด หล่นลงบนศีรษะของหลินเฟยหลิง นางหัวแตกและล้มลงหมดสติ หวงฟู่เฉินรีบแจ้งแก่คนที่อยู่ด้านนอกให้มาดูแลนาง ส่วนเขาวิ่งออกไปตรวจดูรอบๆบริเวณ เกรงว่าจะมีคนปองร้ายในคืนแต่งงาน เมื่อไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ กอปรกับฝนตกหนัก เขาจึงรีบเข้ามาดูภรรยา เห็นนางนอนแน่นิ่งแต่ไม่ได้เอะใจ ได้แต่บอกแก่สาวรับใช้เอาไว้
"ข้าฝากดูแลนางด้วย คืนนี้ข้าไม่อยู่"
จากนั้นเขาก็ผลุนผลันออกจากห้องไปไม่มีใครรู้ว่าเขาไปไหน
หลินเฟยหลิงลืมตาขึ้นช้าๆขยี้ตาเบาๆ
"ทำไมถึงมานอนนี่ได้นะ เมื่อกี้ยังเดินกินไอติมอยู่ข้างสนามดีๆอยู่เลย"
นางบ่นอยู่คนเดียวเสียดายของที่ยังกินไม่หมด
"นายหญิง! ท่านฟื้นแล้ว" สาวรับใช้ดีอกดีใจที่นางไม่ตาย หลินเฟยหลิงยังนั่งงงๆค่อยๆปรับสายตามองไปรอบๆห้อง รวมถึงสาวใช้ ใจเต้นตึกตัก นี่มันที่ไหนกัน นางลุกขึ้นอืดอาดมุ่งตรงจะไปข้างนอก ต่อเมื่อเดินผ่านตู้กระจกต้องใหน้าซีดเผือด
"ห๊ะ!" นางเดินเข้าไปดูใกล้ๆหน้ากระจกเอามือลูบหน้าตัวเองไม่อยากเชื่อ
"นี่มันเื่บ้าอะไรกัน" นางเริ่มส่งเสียงโวยวายขึ้นมา
"คือ...นายหญิงถูกโคมไฟประดับหล่นใส่หัวเ้าค่ะ สลบไปหลายชั่วยามแล้วเ้าค่ะ"
สาวใช้ก้มหน้ารายงาน
หลินเฟยหลิงยกมือปิดหน้าทำใจไม่ได้ทำไมถึงกลายเป็อย่างนี้ ที่นี่เมืองไหนประเทศไหน บ้านป่าเมืองเถื่อนหรือเปล่ายิ่งคิดก็ยิ่งตื่นกลัว นางลนลานรีบวิ่งออกนอกประตู
"ใช่สิ! หนี ต้องหนีเท่านั้น ฉันไม่เป็บ้าอยู่ที่นี่หรอก"
หลินเฟยหลิงวิ่งไม่คิดชีวิต โดยมีสาวรับใช้วิ่งร้องเรียกตามเป็พรวน
"นายหญิง นายหญิงเ้าคะ จะไปไหนเ้าคะ"
หลินเฟยหลิงหอบแฮ่กๆลิ้นห้อยเป็หมาหอบแดด แต่ยังวิ่งต่อ
"เื่อะไรจะหยุด ฉันก็หาทางกลับบ้านน่ะสิ ฉันยังแข่งกีฬาไม่เสร็จเลย นัดล้างตาด้วย"
หลินเฟยหลิงมองซ้ายทีขวาทีร้อนรนใจ
"ทำยังไงว๊า นี่ก็ไม่ใช่ฉัน ตรูจะบ้าตาย!" นางยืนกุมขมับคิดไม่ตก จู่ๆก็นึกขึ้นได้
"นั่นสิ นี่ไม่ใช่เรา หรือว่าฉันตายแล้วมาอยู่ในร่างคนอื่น ไม่ๆๆ"
นางะโยกมือขึ้นฟ้าเงยหน้าขึ้นสุด
"พระผู้เป็เ้า...ทำไมทำกับลูกแบบนี้ หนูอยากกลับบ้านนน!!"
นางส่งเสียงดังหนักกว่าเดิม
"พ่อจ๋าแม่จ๋า ป่านนี้แม่คงทำกับข้าวรอแล้ว จะทำยังไง จะทำยังไง" นางตีอกชกตัวโวยวายดังลั่นยอมรับความจริงไม่ได้
"นายหญิงลงมาเถอะเ้าค่ะ อย่าคิดสั้นเลย โธ่!" สาวรับใช้เฒ่าร้องเรียกด้วยความเป็ห่วงระคนความกลัวจะโดนลงโทษ
หลินเฟยหลิงชะงักก้มมองด้านล่าง นี่นางลืมตัวปีนขึ้นราวสะพานั้แ่เมื่อไหร่
"อา...คิดออกแล้ว ต้องตายเท่านั้นและิญญาจะเข้าร่างเดิมเหมือนในละครไง"
"เฮ้ย! มันจะใช่เหรอวะ" นางยืนเท้าเอวพึมพำเป็คนบ้า สาวรับใช้หน้าตาวิตกกังวลตามๆกัน กวักมือร้องเรียกอื้ออึง ทั้งกระซิบกระซาบสงสัยพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปขนาดนี้
ทันใดนั้นหลินเฟยหลิงก็ลงจากราวสะพานรวดเร็ว หุนหันวิ่งไปท่าน้ำะโสุดแรง
ตู้มมมม!!!
'ใช่แน่ๆ ตายแน่ๆ จะได้กลับบ้านก็คราวนี้แหละ'
สาวรับใช้ใวิ่งกรูเข้าหานางแต่ไม่ทัน
หลินเฟยหลิงเพิ่งรู้สึกตัวว่าเจ็บที่นางทิ้งตัวลงน้ำเต็มแรงก้นจ้ำเบ้า รีบยืนขึ้น บ่อนั้นน้ำตื้นเขินเพียงเข่า...