**ตอนที่ 1: ตั๋วเงินหนึ่งพันตำลึงกับเด็กรับใช้คนใหม่**
ในยุทธภพอันกว้างใหญ่ ยอดฝีมือต่างหลั่งเืเพื่อแย่งชิงความเป็หนึ่ง แต่สำหรับ **‘ซ่งเหวิน’** อดีตเซียนกระบี่อันดับหนึ่งในใต้หล้าได้วางมือและหันหลังให้ยุทธภพสิ่งเดียวที่เขาต้องในวัยสามสิบสามปีคือ... ความสงบสุข
**“โรงน้ำชาชิงซิน”** ถูกตั้งขึ้นอย่างโดดเดี่ยวที่ปลายตรอกสายหนึ่งในเมืองเล็กๆ บรรยากาศรอบร้านร่มรื่นด้วยต้นไผ่เขียวขจีและเสียงน้ำไหลเอื่อย ซ่งเหวินในชุดผ้าฝ้ายสีครามเรียบง่ายกำลังเอนหลังพิงเก้าอี้หวาย หลับตาพริ้มพลางสูดดมกลิ่นหอมละมุนของชาอู่หลงที่เพิ่งต้มเสร็จใหม่ๆ
*‘นี่สิ ชีวิตวัยเกษียณที่ข้าถวิลหา’* ซ่งเหวินคิดในใจอย่างเป็สุข
**โครม!**
ทว่าความสุขนั้นอยู่ได้ไม่ถึงอึดใจ ประตูไม้ของโรงน้ำชาถูกผลักออกอย่างแรงจนแทบหลุดจากบานพับ ลมพายุหอบหนึ่งพัดพาเอากลิ่นอายฝนและ... กลิ่นหอมเย้ายวนของดอกท้อโชยเข้ามา
บุรุษผู้หนึ่งก้าวฉับๆ เข้ามาในร้าน ร่างโปร่งระหงอยู่ในชุดผ้าไหมสีแดงเพลิงปักดิ้นทองหรูหรา ใบหน้าหล่อเหลารูปงามล่มเมือง ดวงตาดอกท้อคู่นั้นฉายแววลนลานแต่กลับเปล่งประกายระยิบระยับ เส้นผมสีดำขลับเปียกฝนเล็กน้อยคลอเคลียอยู่ข้างแก้ม
ซ่งเหวินลืมตาขึ้น คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันทันที
ยังไม่ทันที่ซ่งเหวินจะได้เอ่ยปากไล่ บุรุษชุดแดงผู้นั้นก็ถลาเข้ามาที่โต๊ะต้มชา มือเรียวขาวราวกับสลักจากหยกล้วงเข้าไปในอกเสื้อ แล้วสะบัดปึกกระดาษหนาเตอะลงบนโต๊ะเสียงดังฉาด!
**“เถ้าแก่! นี่คือตั๋วเงินหนึ่งพันตำลึง ช่วยข้าที!”** เสียงหวานทว่ากังวานเอ่ยขึ้นอย่างรวดเร็ว
ซ่งเหวินเหลือบมองปึกตั๋วเงินของธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในใต้หล้า มุมปากกระตุกเล็กน้อย “คุณชาย ท่านเข้าร้านผิดแล้ว ที่นี่โรงน้ำชา ไม่ใช่โรงเตี๊ยมและข้าช่วยอะไรท่านไม่ได้หรอก”
“ไม่ผิด! ข้าเจาะจงมาร้านท่านเพื่อมาหาท่าน!” บุรุษชุดแดงไม่พูดเปล่า ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองไปรอบๆ พอเห็นว่าไม่มีที่ให้ซ่อน ก็ตัดสินใจมุดวับเข้าไปใต้โต๊ะต้มชาไม้ตัวยาวของซ่งเหวินทันที!
“เฮ้! คุณชาย ท่าน...”
“ชู่! เงียบก่อนเถ้าแก่ ถือว่าข้ากราบกรานท่านล่ะ!” เสียงอู้อี้ดังมาจากใต้โต๊ะ พร้อมกับมือเรียวที่ยื่นออกมาดึงชายเสื้อคลุมผ้ายับๆ ของซ่งเหวินไว้แน่น ราวกับเด็กน้อยที่กำลังหาที่พึ่ง
ซ่งเหวินได้แต่ถอนหายใจยาว พลางยกถ้วยชาขึ้นจิบด้วยความระเหี่ยใจ ยังไม่ทันที่ชาจะกลืนลงคอ กลุ่มคนชุดดำนับสิบคนพร้อมอาวุธครบมือก็พังประตูตามเข้ามาในร้าน นำโดยหญิงสาวท่าทางดุดันผู้หนึ่ง
“เถ้าแก่! เ้าเห็นบุรุษชุดแดง หน้าตาปานล่มเมือง วิ่งผ่านมาทางนี้หรือไม่?!” หญิงสาวตวาดลั่น
ซ่งเหวินเหล่ตาลงมองใต้โต๊ะ เห็นบุรุษชุดแดงกำลังทำตาปริบๆ พลางพนมมือไหว้เขาอย่างน่าเวทนา... ไม่สิ น่าหมั่นไส้เสียมากกว่า อดีตมือกระบี่อันดับหนึ่งหมุนถ้วยชาในมือเล่น ก่อนจะชี้ไปทางหน้าต่างหลังร้านที่เปิดทิ้งไว้
“วิ่งออกไปทางสวนไผ่ด้านหลังเมื่อครู่นี้เอง” ซ่งเหวินตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้พิรุธ
“ตามไป!” หญิงสาวสั่งการ ทันใดนั้นกลุ่มคนชุดดำทั้งหมดก็ใช้วิชาตัวเบาะโทะยานออกไปทางหน้าต่างทันที ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบที่พังทลายลง และโต๊ะเก้าอี้ที่ล้มระเนระนาด
เมื่อเสียงฝีเท้าห่างออกไป บุรุษชุดแดงค่อยๆ คลานต้วมเตี้ยมออกมาจากใต้โต๊ะ เขารีบปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าไหมราคาแพง ก่อนจะหันมายิ้มกว้างจนตาหยี๋ให้ซ่งเหวิน ใบหน้างดงามนั้นดูสว่างไสวขึ้นมาทันตา
“เถ้าแก่ ท่านช่างเป็คนดีจริงๆ! ข้ามีนามว่า **‘เย่ว์เสียน’** ยินดีที่ได้รู้จัก!”
ซ่งเหวินปัดมือของเย่ว์เสียนที่พยายามจะเข้ามาจับเบาๆ พลางเลื่อนปึกตั๋วเงินหนึ่งพันตำลึงคืนให้ “คุณชายเย่ว์ คนก็ไปแล้ว เงินของท่านก็เอาคืนไป แล้วกรุณาออกจากร้านข้าด้วย ข้าต้องปิดร้านซ่อมประตู”
เย่ว์เสียนมองตั๋วเงินแล้วเลิกคิ้ว จากนั้นก็มองใบหน้าคมคายเฉยชาของซ่งเหวิน ในใจของประมุขพรรคมารหนุ่มลิงโลดจนแทบเก็บอาการไม่อยู่ *‘ใช่จริงๆ! แผ่นหลังกว้างแบบนี้ แววตาเยือกเย็นแบบนี้... ท่านคือซ่งเหวิน ยอดกระบี่ที่เคยช่วยข้าไว้ตอนเด็กๆ ไม่ผิดแน่!’*
เย่ว์เสียนไม่เพียงไม่รับเงินคืน แต่กลับผลักปึกเงินกลับไปหาซ่งเหวิน พร้อมกับยืดอกเอ่ยด้วยน้ำเสียงฉะฉาน
“เงินนี่ข้าไม่รับคืน! และข้าก็ไม่ไปไหนทั้งนั้น!”
“ท่าน้าอะไร?” ซ่งเหวินเริ่มหมดความอดทน ลมปราณสายหนึ่่งเริ่มก่อตัวขึ้นที่ปลายนิ้วโดยที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัว
**“ข้าจะขอสมัครเป็เด็กรับใช้ในโรงน้ำชาของท่าน!”** เย่ว์เสียนประกาศกร้าว ใบหน้าหวานเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “เงินหนึ่งพันตำลึงนี้ถือเป็ค่ามัดจำล่วงหน้า ข้าจะช่วยท่านต้มชา ล้างถ้วย กวาดร้าน ทำทุกอย่าง! ขอแค่ท่านให้ข้าอยู่ที่นี่ก็พอ!”
ซ่งเหวินนิ่งอึ้งไปสามอึดใจ มองดูประมุขพรรคมารผู้ร่ำรวยล้นฟ้าที่กำลังทำตาเป็ประกาย อาสามาเป็เด็กล้างจานในร้านน้ำชาโกโรโกโสของเขา
*‘สงสัยชีวิตวัยเกษียณของข้า... จะไม่สงบสุขอย่างที่คิดเสียแล้ว’* ซ่งเหวินคิดพลางกุมขมับ