ตอนนี้เป็พลบค่ำของวันที่ห้าในการเดินทางจากหมู่บ้านฟัลนาเรียไปยังเมืองฟัลนัส อีกแค่สองวันพวกเราก็จะถึงกันแล้วแต่ที่น่าแปลกก็คือั้แ่เช้ามา...พวกเรายังไม่เจอพวกมอนสเตอร์เลยแม้แต่ตัวเดียว
ทุกคนทานอาหารกันอย่างเงียบๆ ไม่พูดคุยกันแบบ่วันแรกๆ ก่อนจะแยกย้ายเข้านอนกัน แม้แต่วิเวียร์ก็ไม่พูดอะไรเลย...เธอมีสีหน้าที่ตึงเครียดอย่างที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อนจนเป็บรรยากาศที่อึดอัดมาก
ฉันจ้องมองวิเวียร์อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกระซิบถามข้างหูของเธอด้วยนํ้าเสียงที่แ่เบา ...เบาพอที่จะมีแค่เราสองคนเท่านั้นที่ได้ยิน
"วิเวียร์..."
วิเวียร์สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงฉัน
"อ่ะ!"
เธออุทานเบาๆ ก่อนจะหันมามองที่ฉันด้วยสีหน้าที่ใ
"ค-คือว่า...เกิดอะไรขึ้นกันเหรอ? ทำไมทุกคนถึงดูจริงจังกันขนาดนี้..."
"อ-อย่ากระซิบใกล้หูของฉันแบบนั้นสิเรย์จัง!"
วิเวียร์พูดพลางยกมือขึ้นมาลูบหูของตัวเองทั้งสองข้างเบาๆ
"ขอโทษนะ...พอดีเห็นทุกคนดูจริงจัง ก็เลยไม่อยากรบกวนน่ะ"
"อือ... ไม่หรอกๆ ทางพวกฉันเองก็ไม่ได้บอกเธอเหมือนกัน"
เธอพยายามฝืนยิ้มออกมาทั้งที่สีหน้าของเธอยังเต็มไปด้วยความกังวล มือของเธอโบกไปมาเหมือนไม่อยากให้ฉันคิดมากก่อนจะเริ่มอธิบายให้ฟัง
"คือว่า... เธอสังเกตไหมว่าวันนี้พวกเรายังไม่เจอมอนสเตอร์เลยสักตัวน่ะ?"
"อืม—"
จริงอย่างที่วิเวียร์ว่า... วันนี้การเดินทางของพวกเรานั้นราบรื่นมาก ฉันนั่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบเธอกลับไปด้วยความสงสัย
"อื้อ... วันนี้ราบรื่นแปลกๆ แต่ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ?"
วิเวียร์นั่งจ้องฉันด้วยสายตานิ่งๆ ราวกับไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยินก่อนจะยกมือที่กำเป็กำปั้นมาแตะไว้บนหัวฉัน
อะ!?
แล้วเธอก็เคาะลงมาเบาๆ หลายที
"โอ๊ย! ท-ทำอะไรของเธอน่ะ!?"
ถึงจะไม่ได้เจ็บอะไรมาก... แต่มันก็น่าอายนะ! พวกฟูรูร์ ซงเบรอถึงกับหันมามองกันก่อนจะหัวเราะเบาๆ ออกมา
"นี่แนะๆ~ อย่าบอกนะว่า... แค่สัญชาตญาณพื้นฐานของอีเรียด้วยกันยังไม่มีเลยน่ะ?"
"สัญชาตญาณอะไรกันเล่า! ห-หยุดเคาะหัวฉันได้แล้ว!"
กว่าวิเวียร์จะยอมหยุดเคาะหัวฉันก็ใช้เวลาอยู่พักหนึ่ง ฉันต้องเอามือทั้งสองข้างขึ้นมาลูบหัวเบาๆ ตรงจุดที่โดยเคาะ
"เห้อ~ เธอนี่นา..."
วิเวียร์ถอนหายใจออกมาพลางเหลือบตามองฉัน คนอื่นๆ ก็ทำไม่ต่างกัน คุณลินเซ... คุณเตรอซาน... แล้วก็คุณแบร์มา... ท-ทำไมมองฉันแบบนี้ละคะ!?
"สมกับที่เป็คุณหนูจริงๆ"
"แบบนี้ถ้าไม่มีใครคอยตามประกบล่ะก็ คงถูกพาหายเข้ากลีบเมฆไปแน่ๆ"
"พวกฮัศวินที่จะรับไปดูแลต่อจะไหวไหมเนี่ย ฮะๆๆ..."
เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นรอบวง บ้างก็ส่ายหัว บ้างก็หัวเราะเบาๆ นี่ฉันเข้าใจอะไรผิดกันเนี่ย?!
"ฟังนะเรย์จัง ลองใช้หูของเธอฟังเสียงของป่ารอบๆ ดูสิ แล้วก็ลองใช้จมูกดูด้วย ว่าเธอได้กลิ่นอะไรอยู่รอบๆไหม"
ทันทีที่พูดจบ วิเวียร์ก็จับไหล่ฉันแล้วหันตัวของฉันไปทางป่าข้างๆ
"ท-ทำไมเหรอ?"
"ทำตามที่ฉันพูดเถอะน่า!"
"ก-ก็ได้"
ปกติแล้วฉันไม่ได้สนใจอะไรรอบตัวขนาดนั้น อาจจะเป็เพราะว่ามีทุกคนคอยดูแลอยู่เสมอเลยไม่เคยระวังตัวเวลาไปไหนมาไหนเลย ฉันลองตั้งใจฟังเสียงรอบๆ ดู...
นอกจากเสียงของคนในแคมป์ที่ขยับไปมาหรือคุยกันอยู่ใกล้กองไฟก็มีแค่เสียงของเปลวไฟที่กำลังแตกเป๊าะแป๊ะเบาๆ เท่านั้น ...นอกเหนือจากนั้นก็เงียบสนิทไม่มีเสียงอะไรที่มาจากสิ่งมีชีวิตเลย—ไม่ว่าจะเป็เสียงนกร้อง เสียงแมลงตามต้นไม้หรือแม้แต่เสียงฝีเท้าของสัตว์ที่ออกล่าตอนคํ่าคืน มีเพียงแค่เสียงลมที่พัดไปมาและก็เสียงของต้นไม้ที่เสียดสีกันเพราะลมเท่านั้น...
"ฟืด... ฟืด..."
ด้านกลิ่นก็มีกลิ่นจางๆ ของต้นไม้และใบหญ้าที่ลอยมาตามสายลมเป็กลิ่นทั่วไปที่ฉันได้กลิ่นมาตลอด
"เป็ยังไงบ้าง?"
วิเวียร์ถามขึ้นมาหลังเห็นฉันนั่งนิ่งไปพักใหญ่
"ป่าแถบนี้... ไม่มีอะไรอยู่เลยนอกจากพวกเรา"
ทุกคนรอบๆ ต่างตั้งใจฟังที่ฉันพูด
"ทั้งเสียง... ทั้งกลิ่น... ไม่มีของสิ่งมีชีวิตอยู่เลยน่ะ"
ฉันหันกลับไปมองวิเวียร์ซึ่งกำลังจ้องตรงมาที่ฉัน
"แล้วเธอคิดว่าป่าที่เต็มไปด้วยสัตว์หรือมอนสเตอร์ จะอยู่ในสภาพนี้ได้ไหมเรย์เน่?"
"ไม่ได้..."
ทุกคนกลับมามีสีหน้าที่ตึงเครียดกันอีกครั้ง
"เรย์เน่... เธอรู้ไหมว่าอีเรียหมาป่ามีประสาทการรับรู้เสียงและกลิ่นที่ดีมากๆ"
คุณแบร์มาพูดขึ้นด้วยสีหน้าหวาดระแวงรอบข้าง
"และในกองคาราวานนี้... เธอเป็คนเดียวที่มีััดีกว่าพวกเราทุกคน ถ้าขนาดเธอยังััอะไรแถวนี้ไม่ได้— ก็ยิ่งชัดเจนเลยว่าพวกเราควรรีบออกจากป่านี้"
มีอะไรบางอย่างกำลังเกิดขึ้นในป่านี้... และพวกเราต้องรีบออกจากที่นี่โดยเร็ว
"พรุ่งนี้พวกเราจะออกเดินทางกันแต่เช้า ไม่แวะพักที่ไหนจนกว่าจะถึงตอนเย็น เพราะฉะนั้นรีบเข้านอนเถอะนะคุณหนู"
"ค-ค่ะ..."
คืนนี้คุณลินเซกับคุณแบร์มาจะอยู่เป็เวรยาม่แรกส่วนฉันกับทุกคนที่เหลือรีบแยกย้ายกันเข้านอน
'เรย์...เน่...'
เสียงของใครบางคนดังขึ้นท่ามกลางท้องฟ้ายามค่ำคืน เป็เสียงที่นุ่มนวลแต่ก็หนักแน่น
‘ตื่น... ตื่นสิ... เรย์... นี่ เรย์เน่!’
เสียงของใครบางคนนั้นทำให้ฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมาในตอนกลางดึก
"หือ... ใครนะ?"
ฉันลุกขึ้นนั่งอย่างช้าๆ พลางขยี้ตาไปมาก่อนจะหันมองไปรอบๆ และไปสบสายตากับวิเวียร์ที่นั่งเฝ้าเวรยามอยู่กับคุณเตรอซาน
"อ้าว ตื่นแล้วเหรอเรย์เน่?"
วิเวียร์เอ่ยขึ้นหลังจากสบตากับฉัน
“เมื่อกี้... เธอเรียกฉันหรือเปล่าวิเวียร์?”
ฉันเอ่ยถามออกไปถึงเสียงที่ปลุกฉันให้ตื่นขึ้นมากลางดึก
"หืม? ฉันไม่ได้เรียกหรือปลุกเธอนะ... เธอฝันไปหรือเปล่า?"
เอ๊ะ? แล้วใครกันล่ะ... ที่ปลุกฉัน?
"คงงั้น...ละมั้ง?"
ช่างมันเถอะ ฉันคงคิดมากไปเอง?
ฉันนั่งคิดอยู่ครู่หนึ่งพลางขยี้ตาไปมาอีกรอบ ก่อนจะเตรียมกลับไปนอนต่อ...แต่ว่าอยู่ๆ ฉันก็รู้สึกแปลกๆ ขึ้นมา เหมือนมีลางสังหรณ์บางอย่าง... ว่าไม่ควรนอนต่อ อะไรบางอย่าง... มันแปลกไป ฉันหันมองไปรอบๆ แคมป์ที่พวกเราอยู่กัน—แต่ก็ไม่เจออะไร...
"มีอะไรเหรอ คุณหนู?"
วิเวียร์กับคุณเตรอซานต่างหันมามองฉันด้วยสีหน้าสงสัย
"...เรย์จัง?"
...อะไรกันนะ ที่แปลกไป?
"ฟืดด... ฟืดด..."
ฉันลองตั้งใจดมกลิ่นรอบๆ ดู ...มีกลิ่นบางอย่าง แปลกออกไปจากเดิม กลิ่นจางๆ ของต้นไม้และใบหญ้าถูกกลบไปด้วยกลิ่นหวานๆ ของอะไรบางอย่าง แค่ได้กลิ่นเพียงนิดเดียวก็ทำให้หัวของฉันเริ่มมึนเบาๆ แล้ว
หลังจากที่เห็นฉันมองไปรอบๆ พร้อมกับพยายามดมกลิ่นของป่า คุณเตรอซานก็เดินเข้ามาอยู่ข้างๆ
"ได้กลิ่นอะไรเหรอ คุณหนู?"
ในขณะที่คุณเตรอซานมองไปที่ป่ารอบๆ แคมป์ วิเวียร์เองก็มองไปรอบๆ ป่าด้วยสีหน้าระแวงเช่นกัน
"ค-ค่ะ... กลิ่นหวานๆ อบอวลไปทั่วเลยค่ะ แค่ได้กลิ่นนิดเดียว...ก็เริ่มมึนหัวแล้ว..."
"หืม—กลิ่นหวานๆ งั้นเหรอ..."
คุณเตรอซานคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปหาวิเวียร์
"วิเวียร์ ฝากปลุกลินเซกับแบร์มาที รอบๆ แคมป์เริ่มแปลกๆ แล้ว"
"รับทราบค่ะ"
ในขณะที่วิเวียร์กำลังไปปลุกคนอื่นอยู่นั้น คุณเตรอซานก็หันกลับมาทางฉันอีกครั้ง
"เสียงรอบๆ ป่าล่ะ... ยังเหมือนตอนหัวคํ่าไหม คุณหนู?"
เสียง... งั้นเหรอ? อืม...
ฉันลองตั้งใจฟังเสียงรอบๆ ดู เหมือนที่ทำตอนหัวคํ่า
ตึง... ตึง... ตึง... ตึง... ตึง... ตึง...
รอบข้างนั้น... ไม่ได้เงียบสงัดแบบที่คํ่าคืนควรจะเป็ มันเต็มไปด้วยเสียงฝีเท้านับไม่ถ้วนที่เดินวนเวียนไปมาในพุ่มไม้รอบๆ แคมป์
"ส-เสียงเท้า..."
สีหน้าของฉันเริ่มซีดเผือดลงตามเสียงที่ดังขึ้นมาเรื่อยๆ
ตึง... ตึง... ตึง... ตึง... ตึง... ตึง...
"ม-มาจากทุกทางเลยค่ะ... ล-แล้วก็เยอะมากด้วย..."
นั้าเสียงของฉันเริ่มสั่นไม่เป็คำ ลมหายใจเริ่มไม่เป็จังหวะ ในขณะที่เสียงเ่าั้ดังขึ้นเรื่อยๆ—พวกมันกำลังเข้ามาใกล้พวกเรา!
"มอนสเตอร์...กำลังใกล้เข้ามาแล้วค่ะ!"
"ลินเซ! แบร์มา! วิเวียร์! ปลุกทุกคนเดี๋ยวนี้! พวกเรางานเข้าแล้ว!"
ในระหว่างที่ทุกคนกำลังช่วยกันปลุกคนอื่นๆ ฉันยังคงยืนตัวสั่นด้วยความกลัวอยู่ตรงนั้นเพียงลำพังเพราะไม่รู้ว่าเลยว่าฉันควรจะทำอะไรในสถานการณ์แบบนี้
"ค-คุณลินเซ..."
ฉันพยายามเรียกคุณลินเซ เพื่อที่ขอคำแนะนำว่า—ตอนนี้...ฉันควรทำยังไง แต่เพราะเสียงที่แ่เบาของฉัน... บวกกับความวุ่นวายรอบตัวทำให้ไม่มีใครได้ยินฉันเลย
"รีบเอาเกวียนมาตั้งเป็ที่กำบังเร็วเข้า! เราจะใช้มันเป็จุดตั้งหลัก"
คุณลินเซคอยออกคำสั่งพลางสังเกตการณ์รอบๆ ในขณะเดียวกันนั้นเอง คนอื่นๆ รวมถึงพวกพ่อค้าก็กำลังช่วยกันเข็นเกวียนมาล้อมเป็วงกลม ส่วนฉันนั้น... รออยู่ที่รอบนอกเฉยๆ ไม่ได้ทำอะไรเลย...
"คุณลินเซ ภูติลมของฉันเริ่มเตือนมาแล้วค่ะ!"
วิเวียร์พูดขึ้นขณะที่รอบตัวของเธอค่อยๆ ปรากฏละอองแสงสีเขียวลอยอยู่เต็มไปหมด นั้นคงเป็ภูติลมที่วิเวียร์เรียกมาโดยใช้ไพรมัล เรโซแนนซ์ของเธอ
"เป็ยังไงบ้าง?"
"ภูติบอกไม่ได้ค่ะว่ามีเยอะแค่ไหน... เพราะดูเหมือนจะมีอะไรบางอย่างรบกวนพวกภูติอยู่"
ในขณะที่กองคาราวานแมวขาวกำลังเตรียมการกันอยู่อย่างเร่งรีบ ฟูรูร์ ซงเบรอกับวิเวียร์ก็ประชุมวางแผนกันอย่างเคร่งเครียด
"อย่างนี้จะหนี หรือจะไปตามใครมาช่วยก็คงไม่ได้ด้วยสินะ"
คุณเตรอซานพึมพำเบาๆ ขณะทำหน้าครุ่นคิด
"แต่ที่แน่ๆ คือมีมากพอที่จะทำให้พวกเราสี่คนตรึงมือแน่นอนค่ะ แล้วก็... พวกมันก็กำลังใกล้เข้ามาแบบที่เรย์เน่บอกด้วย"
ทันทีที่วิเวียร์พูดจบ ทุกคนก็ต่างนิ่งเงียบลง ตอนนี้... ฉันเริ่มที่จะสงบจิตสงบใจได้บ้างแล้วหลังจากที่พยายามนั่งหายใจช้าๆ อยู่ตรงนั้นคนเดียวแต่เพราะไม่มีอะไรทำฉันเลยเอาแต่ยืนอยู่เฉยๆ
ฟืด... ฟืด...
เอ๊ะ?
กลิ่นสาบแปลกๆ... แตะจมูกฉัน?
'หลบ...'
กลิ่นนั้นอยู่ใกล้มาก—ใกล้จนฉันขนลุกไปทั้งตัว แต่โชคร้ายที่ฉันยังจับทิศทางของมันได้ไม่ดีนักทำให้ยังไม่รู้ระยะทางที่แน่ชัด
'หลบ...ออก...เร็ว...!'
...แต่ว่า—ฉันอาจจะเครียดเกินไปก็ได้
ฮะ... ฮ่ะ ฮ่ะ...
ก็เพราะว่าฉันได้ยินเสียงของใครบางคนมาสักพักแล้วนี่นา... เสียงนั้นเริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ จนฉันเริ่มคิดว่าบางทีฉันอาจจะอ่อนล้าเกินไปจริงๆ ฉันจึงค่อยๆ ทรุดตัวลงบนพื้นข้างพุ่มไม้พลางขยี้ตาไปมาเงียบๆ โดยหวังว่ามันจะช่วยได้ แต่ทันทีที่ฉันลืมตาขึ้นมาอีกครั้งสายตาของทุกคนในแคมป์ก็กำลังจ้องมองมาที่ฉันด้วยแววตาหวาดกลัว
"ร-เรย์เน่...! ข้างหลังเธอ!"
วิเวียร์ะโขึ้นพลางชี้มาทางฉัน
"ข้างหลัง...?"
ฉันยังคงไม่เอะใจว่าพวกเขากำลังหวาดกลัวอะไรกันแน่
'ยายบ้า! หลบออกจากตรงนั้น—เร็วเข้า!!!'
เสียงนั้นดังขึ้นมากะทันหันอีกครั้ง แต่คราวนี้กลับดังชัดกว่าครั้งก่อนๆ...และแฝงไปด้วยความใ ฉันรีบหันกลับไปมองข้างหลัง ก่อนจะพบกับ—ดวงตาคู่หนึ่งกำลังกระโจนเข้ามาจากหลังพุ่มไม้ตรงมาทางฉัน!
ตอนนี้เหมือนเวลารอบตัวเดินช้าลงในขณะที่ความตายกำลังเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ฉันมองเห็นมันอย่างช้าๆ ตัวของมันเต็มไปด้วยขนสีดำสนิททำให้กลมกลืนไปกับเงามืดยามคํ่าคืน อุ้งเท้าเล็กๆ ข้างหน้าของมันเผยให้เห็นกรงเล็บเล็กที่คมกริบ
'หลบเร็วเข้า!!'
เสียงของผู้หญิงคนนั้นดังขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
ฉันพยายามทำตามที่เธอบอก... แต่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน—ร่างกายก็ไม่ยอมขยับ เหมือนตอนนั้น... ในถํ่านํ้าแข็งนั่น
'หลบสิ!!'
เธอพูดแบบเดิมอีกครั้ง แต่คราวนี้นํ้าเสียงของเธอกลับเต็มไปด้วยความร้อนรนและไม่สบอารมณ์ แต่ผลลัพธ์ก็ยังเป็เหมือนเดิม... ฉันทำไม่ได้... ร่างกายของฉันไม่ขยับเลยเหมือนเดิมแม้มอนสเตอร์ตัวนั้นกำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ฉันหลับตาลง หวังแค่ว่า— ทุกอย่างจะจบลงอย่างรวดเร็วหรือหวังว่าจะเกิดปาฏิหาริย์ขึ้น
'...'
......
หลังจากนั้น... ฉันรู้สึกได้ถึงแรงกระแทกบางอย่างเข้าที่ลำตัว พอลืมตาขึ้นมา—ก็พบว่าฉันกำลังคว่ำหน้าอยู่กับพื้นห่างออกมาจากจุดที่มอนสเตอร์พุ่งใส่ไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น มอนสเตอร์ตัวนั้นโดนลูกธนูปักกลางศีรษะ
"เรย์!!!"
ฉันมั่นใจว่าฉันไม่มีทางหลบพ้นได้อย่างแน่นอน แต่ทำไมฉันถึงหลบได้กัน...
"เรย์เน่...!"
ร่างกายไม่ได้มีาแอะไรนอกจากเศษดินที่เปื้อนอยู่บนชุดเดรสขาวที่ได้มาจากคุณอลิเซีย
'เฮ้ ตั้งสติหน่อย เรย์เน่!'
เสียงผู้หญิงคนนั้นดังขึ้นอีกครั้งในหัวของฉันและนั้นทำให้ฉันกลับมาตั้งสติได้อีกครั้ง
"เรย์เน่! เป็อะไรไหม!!!"
ข้างหน้าคือวิเวียร์ที่กำลังพยายามเขย่าไหล่ฉันไปมา
"วิ-เวียร์?"
ใบหน้าของเธอมีน้ำตาไหลลินเล็กน้อย
"ไม่เป็อะไรใช่ไหมเรย์เน่?"
แต่น้ำเสียงของเธอยังคงแสดงถึงความเข้มแข็ง สมกับเป็เธอ
"อ-อื้อ"
เธอพยุงฉันขึ้นมา ก่อนจะรีบพากลับไปหาทุกคน
"ไม่มีเวลาแล้ว เดี๋ยวพวกฉันจะจัดการกับพวกมอนสเตอร์เอง เธอไปหลบกับคนอื่นก่อนนะ"
ตอนนี้ทุกคนกำลังรับมือกับฝูงมอนสเตอร์ที่ไหลเข้ามาส่วนฉันหลบอยู่กับพวกพ่อค้าที่สู้ไม่ได้ หวังว่าทุกๆ คนจะไม่เป็อะไรกันนะ...