"อะอันใดนะเ้าคะ"
"วันนี้เป็ฤกษ์มงคลวันแต่งงานของเราเข้าหอร่วมเตียงเป็สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้"
อวี่เจียมองบุรุษที่เพิ่งขึ้นชื่อว่าเป็'สามี' อย่างไม่เชื่อหูในสิ่งที่เพิ่งได้ยิน
ความหมายของเขา ก็คือร่วมรักเสพสมกันใช่หรือไม่
"หากฮูหยินลำบากใจที่ต้องร่วมเตียงหลับนอนกับคนพิการตาบอดก็ถือเสียว่าสามีผู้นี้ไม่ได้พูดเถิด"
"มะ ไม่ใช่เ้าค่ะแต่ว่า.." น้ำเสียงตัดพ้อของชายหนุ่มทำให้อวี่เจียที่ลุกขึ้นยืนเพราะใเมื่อครู่ รีบกลับมานั่งลงข้างกายร่างหนาอีกครั้ง
ั์ตาดอกท้อทอดมองสามีอย่างชั่งใจเื่ความสัมพันธ์ทางกายนางย่อมรู้ดีก่อนตัดสินใจแต่งงานว่าอย่างไรก็ไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้
แต่นางก็ยังแอบคาดหวังว่าอาจจะไม่เกิดขึ้นจริง เพราะเขาเป็คนตาบอดคงไม่มีใจคิดเื่อื่นนอกจากการรักษาตนเองให้หายก็เป็ได้
ทว่าเขากลับไม่เป็อย่างที่นางคิดไว้ไม่เพียงไม่เป็แบบค่อยเป็ค่อยไป แต่กลับเรียกร้องอยากร่วมหอกับนางทันทีในคืนนี้
หรือเขาคิดว่าวันพรุ่งนางจะตายเลยรีบหาความสุขใส่ตัว ก่อนจะไร้สตรีข้างกายอีกครั้ง
"ไม่ได้ลำบากใจเ้าค่ะแต่วันนี้ต้องเตรียมตัวเพื่อเข้าพิธีั้แ่ฟ้ายังไม่แจ้งจนตอนนี้ทุกอย่างเพิ่งแล้วเสร็จ ทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าแทบไร้เรี่ยวแรงเกรงว่าจะปรนนิบัติท่านพี่ได้ไม่ดี
เช่นนั้นเราผ่านพ้นคืนนี้ไปก่อนให้น้องพร้อมกว่านี้ เราค่อยร่วมเตียงกันอีกครั้งดีไหมเ้าคะ"อวี่เจียแสร้งกอดต้นแขนสามีหวังใช้มารยาหญิงออดอ้อนให้เขาเห็นใจ
แต่จมูกนางกลับได้กลิ่นหอมบางอย่างทำให้เผลอซุกไซ้ตามกลิ่นนั้นไปโดยไม่รู้ตัว
ร่างหนาที่ดวงตาขุ่นมัวไร้แววยังคงนั่งนิ่งใบหน้ามองตรงแต่ใบหูจดจ่อฟังเสียงหวานที่เรียกสรรพนามแทนตนอย่างลื่นไหลทั้งที่เพิ่งได้พบหน้าทำให้มุมปากหยักปรากฏรอยยิ้มที่ยากจะได้เห็นในยามปรกติจนเหล่าเงาที่แอบหลบซ่อนอยู่ ต่างพากันรู้สึกขนลุกขนชันจำต้องหันหน้าหนีไม่กล้ามองต่อ
"ฮูหยินสรุปแล้วอยากทำหรือไม่อยากทำกันแน่"
ดวงตาเรียวเบิกโพลงรีบดันกายขึ้นนั่งนิ่งหลังตรงยกมือขึ้นตบหน้าตนเองแบบไม่มีเสียงเพื่อเรียกสติก่อนจะหันไปจัดการชุดร่างหนาให้กลับมาเรียบร้อยอย่างลวก ๆ ด้วยใบหน้าสีแดงก่ำ
ดีเท่าไหร่ที่เขาตาบอดไม่เช่นนั้นนางคงต้องกัดลิ้นตายเพื่อหนีอายเป็แน่
"ขออภัยเ้าค่ะท่านพี่อย่าถือโทษน้องเลยนะเ้าคะ" อวี่เจียไม่รู้ว่าอะไรเกิดขึ้น เหตุใดอยู่ๆ นางถึงได้ใจกล้าสอดมือเข้าไปปลดสายเชือกแหวกสาบเสื้อเอาใบหน้าไปซุกไซ้เข้าแผงอกกว้างชายหนุ่มอย่างไร้ยางอายเช่นนั้นได้
เมื่อครู่นางได้กลิ่นหอมอ่อนละมุนที่ปลายจมูกจึงอยากรู้ถึงต้นตอของกลิ่นว่ามาจากที่ใด พอรู้ว่าความหอมส่งออกมาจากร่างหนานางจึงใคร่นึกสงสัยต่อว่าเป็กลิ่นจากการอบอาภรณ์หรือจากผิวกายเขากันแน่
ไม่คิดว่าสุดท้ายจะลงเอยเช่นนี้ได้
แบบนี้เขาจะคิดเช่นไรทั้งที่ปากบอกปฏิเสธ แต่การกระทำของนางกลับสวนทาง
"จูบก่อน"
"จะ เ้าคะ"
"กฎสามีภรรยาหากผู้ใดทำผิด ต้องจูบขอโทษจนกว่าอีกฝ่ายจะยอมยกโทษให้"
"กฎกฎนี้มาจากไหนเ้าคะ" อวี่เจียไม่เคยได้ยินเื่นี้มาก่อนไม่คิดว่าในโลกนี้จะมีกฎสามีภรรยาเช่นนี้อยู่ด้วย
"เป็กฎข้อแรกสำหรับเราฮูหยินเห็นด้วยหรือไม่" ชายหนุ่มหันหน้าเข้าหาภรรยายื่นมือให้นางจับมากุมกันไว้พร้อมพูดโน้มน้าวให้นางคล้อยตามกฎที่เขาเพิ่งคิดได้ขึ้นมา
ต้วนเหว่ยิคลี่รอยยิ้มละมุนทั้งที่ในใจเต็มไปด้วยความเ้าเล่ห์เมื่อเห็นแววตาสับสนและท่าทางกำลังครุ่นคิดของหญิงสาว
น่าเสียดายที่นางจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นานไม่เช่นนั้นเขาคงได้หยอกเล่นกับลูกแมวตัวน้อยตัวนี้ทุกวัน
"ว่าอย่างไรฮูหยินเห็นด้วยหรือไม่"
แรงกดดันอย่างน่าประหลาดหลังถูกชายหนุ่มจ้องมองทำให้อวี่เจียอดไม่ได้ที่จะโบกมือไปมาผ่านใบหน้าหล่อเหลาเพื่อตรวจสอบให้มั่นใจอีกรอบว่าเขาตาบอดจริงหรือไม่
แต่สุดท้ายเขาก็ยังคงนิ่งเฉยไม่รับรู้สิ่งที่นางกระทำ
"ฮูหยินยังฟังอยู่หรือไม่"
"ฟังเ้าค่ะฟังถ้าเช่นนั้น...ท่านพี่จะให้น้อง.อ๊ะ"ใบหน้าหล่อเหลาที่โน้มเข้ามาใกล้ทำให้หัวใจอวี่เจียเต้นรัวไม่เป็จังหวะประสาทหูอื้ออึงฟังไม่ได้ยินว่าเขากำลังพูดกับนางว่าอย่างไร
ตอนนี้อวี่เจียรู้เพียงว่าริมฝีปากบางกระจับสีชมพูตรงหน้ามันกำลังเชิญชวนให้นางเข้าจนไม่อาจห้ามใจยกสองฝ่ามือเล็กจับประคองใบหน้าสามีด้วยความใจกล้า
หญิงสาวยื่นริมฝีปากบางประกบปิดริมฝีปากร้อนอย่างเงอะงะเพราะอย่างไรนางก็เป็สตรีที่เพิ่งออกเรือน จุมพิตครั้งนี้จึงเป็ครั้งแรกในชีวิต
เหว่ยิพึงใจที่หญิงสาวรู้จักความเขาไม่ต้องพูดซ้ำหว่านล้อมอีกให้ยุ่งยากเขาจึงช่วยให้จุมพิตที่แค่เพียงริมฝีปากัักันดุจเด็กน้อยกลายเป็การจุมพิตดูดดื่มประหนึ่งดูดกลืนิญญาแทน
ชายหนุ่มกัดดึงริมฝีปางบางจากนั้นถึงค่อย ๆ ดุนดันสอดปลายลิ้นหยาบเข้าโพรงปากหวานไล่ลัดเลาะสำรวจตามไรฟันขาว ก่อนจะเกี่ยวกระหวัดเรียวลิ้นเล็กที่หลบซ่อนอยู่ด้านในชักชวนให้มันได้เข้าสำรวจในโพรงปากเขาด้วยเช่นกัน
"อื้มม อืออ"ความชำนาญของชายหนุ่ม ทำให้อวี่เจียได้แต่คล้อยตามหลงเคลิบเคลิ้มไปกับจุมพิตดูดดื่ม แลกเรียวลิ้นส่งต่อสายธารน้ำเชื่อมจนมุมปากสวยเปียกชื้น
ชายหนุ่มใจดีเว้นจังหวะให้ร่างบางได้พักหายใจแต่ฝ่ามือใหญ่ที่จับประคองท้ายทอยไว้กลับไม่ปล่อยให้ใบหน้าสวยถอยห่างทำให้ปลายจมูกทั้งสองยังััใกล้ชิดก่อนริมฝีปากบางจะถูกประกบจุมพิตดูดดื่มอีกครั้ง และอีกครั้ง
"อืออ แค่ก ๆ ๆ ๆท่านพี่ พอ พอก่อนเ้าค่ะ"
เหว่ยิมองผลงานตนเองอย่างพึงใจใบหน้าสวยยังคงขึ้นสีแดงก่ำ ริมฝีปากบางฉ่ำวาวบวมช้ำมุมปากสวยมีคราบน้ำผลจากการจุมพิต เขาจึงขยับมือเลื่อนจากท้ายทอยเล็ก ค่อย ๆเช็ดให้นางด้วยท่าทีเงอะงะดั่งดวงตามองไม่เห็นจริง ๆ
สตรีสี่คนที่ผ่านมาเขาไม่เคยคิดอยากแตะต้องมาก่อน แม้พวกนางจะเริ่มลวนลามเขาไม่ต่างจากหญิงสาวตรงหน้าแต่ไม่รู้เพราะเหตุใด พอเป็สตรีนางนี้ เขาถึงทำใจให้สงบไม่โต้ตอบกลับไม่ได้
เหว่ยิไม่รู้ว่าหญิงสาวสตั้งใจหรือไม่แต่เสียงลมหายใจหอบเหนื่อยของนาง บวกกับดวงตาเรียวที่ช้อนขึ้นมองคล้ายกำลังยั่วยวนจนเขายากจะสงบใจให้นิ่งเหมือนปรกติได้
ชายหนุ่มรู้ตนเองดีว่าภายในกายกำลังเกิดความแปรปรวนอย่างไม่เคยเป็ความอดทนอดกลั้นที่มีมาตลอดห้าปีหลังแสร้งเป็คนตาบอด ตอนนี้มันใกล้ขาดสะบั้นเพราะเพียงได้จุมพิตร่างบางเบื้องหน้า