บทที่ 8 เข้าคุกใต้ดินในจวนที่ว่าการ
"มู่มู่ อย่าเพิ่งตีให้ตาย เหลือลมหายใจไว้ให้เขาสักนิด" เมิ่งเฮ่อรีบเกลี้ยกล่อมบุตรสาว
หากฆ่าคนต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนี้เื่ราวหลังจากนี้คงยุ่งยากไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของตัวนางเอง
"ยังไม่ตายเ้าค่ะ มียาเม็ดนี้ของข้าต่อให้เขาอยากตาย ท่านยมราชก็ไม่รับ!" ซูมู่มู่ใช้เท้าเขี่ยคางของชายสวมหน้ากากอย่างรังเกียจแล้วโยนยาเม็ดหนึ่งเข้าปากเขา
"ใต้เท้า สตรีนางนี้ใกล้จะสิ้นใจแล้วขอรับ"
"ข้าเอง!" เมื่อซูมู่มู่ได้ยินดังนั้นก็รีบวิ่งเข้ามาทันที
ในสายตาของทุกคนเห็นเพียงก้อนกลม ๆ ในชุดสีเขียวพุ่งตรงไปยังเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย
"คุมตัวคนร้ายไปขัง" เมิ่งเฮ่อสั่งการเสียงเฉียบพร้อมสั่งห้ามไม่ให้คนอื่นเข้าใกล้ผู้เคราะห์ร้ายอีกด้วย ด้วยความที่นางเป็สตรีและตอนนี้เสื้อผ้าหลุดลุ่ยจนแทบไม่ปกปิดร่างกาย พวกเขาล้วนเป็บุรุษไม่ควรซ้ำเติมให้นางต้องอับอายยิ่งขึ้น
ซูมู่มู่เห็นชุดเ้าสาวสีแดงฉานบนตัวสตรีผู้นี้ก็โกรธจนไฟลุก นางคิดว่าเมื่อครู่ตนเองตีชายผู้นั้นเบาเกินไป ในวันมงคลสมรสกลับชิงตัวสตรีผู้นี้มาต่อให้ตอนนี้ถูกช่วยไว้ได้ แต่ในอนาคต...
หลังจากช่วยชีวิตอยู่พักหนึ่ง สตรีผู้นั้นก็ลืมตาขึ้นและเห็นซูมู่มู่ประโยคแรกที่นางพูดคือ "ท่านนักพรตน้อยข้ามาถึงดินแดนสุขาวดีแล้วหรือ?"
"พี่สาว ท่านยังไม่ตายเ้าค่ะ ข้าพาท่านพ่อและคนอื่น ๆ มาช่วยท่าน ตอนนี้คนชั่วถูกจับได้แล้ว ท่านไม่ได้สูญเสียอะไรเลย ดูสิเ้าคะ!" ซูมู่มู่รีบยกแขนของสตรีผู้นั้นขึ้น
รอยผงชาดสีแดงสดบนแขนทำให้สตรีผู้นั้นทั้งร้องไห้และยิ้มออกมาพร้อมกัน
"ข้ายังบริสุทธิ์! ข้าเป็บุตรสาวตระกูลอู๋ทางตะวันออกของเมือง วันนี้เป็วันแต่งงานของข้า แต่ข้ากลับถูกคนชั่วผู้นั้นจับตัวไปขณะอยู่ในเกี้ยว ตอนนี้ข้าควรทำอย่างไรดี?" หญิงสาวตระกูลอู๋ร้องไห้พลางพยายามจะลุกขึ้นนั่ง
ทว่าขาของนางหัก...
ซูมู่มู่ใช้ผงยาแก้ปวดให้นางนางจึงไม่รู้สึกเจ็บ แต่ตอนนี้เมื่อลุกขึ้นไม่ได้และขาไม่ยอมขยับตามสั่งนางจึงเริ่มลนลาน
"พี่สาว ท่านไม่ต้องกลัวนะ ท่านพ่อของข้าจะไปเตรียมเปลหามแล้วจะสั่งให้คนหามท่านกลับไปที่จวนที่ว่าการกับพวกเราก่อน แล้วค่อยแจ้งทางครอบครัวเดิมและครอบครัวฝ่ายเ้าบ่าวให้มาพบกันที่จวนที่ว่าการเ้าค่ะ" ซูมู่มู่ปลอบโยนอย่างอ่อนโยน
คดีนี้ศาลต้าหลี่ประสานงานกับศาลซุ่นเทียนในการดำเนินการ ดังนั้นสถานที่จัดการคดีจึงยังอยู่ที่จวนที่ว่าการ
เมื่อกลุ่มคนกลับมาถึงจวนที่ว่าการ ผู้ว่าการศาลซุ่นเทียนถึงกับตะลึง "ใต้เท้าเมิ่ง ท่านช่างมหัศจรรย์ยิ่งนัก ข้าไม่มีเบาะแสเลยแม้แต่น้อย แต่ท่านกลับจับตัวคนร้ายได้คาหนังคาเขา ข้านับถือจริง ๆ สมองของคนหนุ่มนี่ดีเหลือเกิน"
"ใต้เท้าเกรงใจเกินไปแล้วขอรับ! ผู้เคราะห์ร้ายรายที่เก้าก็ถูกนำตัวกลับมาด้วย นางถูกลูกสาวของข้าช่วยไว้ได้ทันเวลา รบกวนท่านแจ้งครอบครัวของนางด้วย" เมิ่งเฮ่อเล่าสถานการณ์ให้ฟัง
ผู้ว่าการศาลซุ่นเทียนรีบไปจัดการทันที จับคนร้ายได้ก็ดีแล้ว
มิเช่นนั้นชาวเมืองหลวงคงขวัญเสียจนไม่กล้าแต่งงานกันอีก ฮ่องเต้ทรงสั่งให้พวกเขาคลี่คลายคดีภายในหนึ่งเดือน
วันนี้เป็วันที่ยี่สิบเจ็ด นับว่าไม่เสียหน้าในการปฏิบัติหน้าที่
"ใต้เท้า ผู้น้อยขอพาลูกสาวไปดูตัวคนร้ายด้วยขอรับ ผู้ตายทั้งแปดรายมีบางคนที่กัดและข่วนคนร้ายไว้ ตอนนี้เป็เวลาที่เหมาะสมในการเก็บหลักฐานพอดี" เมิ่งเฮ่อไม่กล้าดูแคลนบุตรสาวอีกต่อไป
หากไม่ใช่เพราะบุตรสาว เมื่อผู้เคราะห์ร้ายรายที่เก้าปรากฏตัวขึ้น ทางการคงถูกชาวบ้านตราหน้าว่าไร้ความสามารถ
"ใต้เท้าเมิ่ง เด็กตัวเล็กเพียงนี้ท่านจะพานางเข้าไปในคุกใต้ดินนางจะใกลัวเอาได้ ข้าไม่ได้ห้ามเพียงแต่เกรงว่าท่านจะกังวลแทนเด็กน้อย" ผู้ว่าการศาลซุ่นเทียนในตอนนี้ไม่กล้าพูดว่ารองศาลต้าหลี่ก็ทำไม่ได้อีกแล้ว
แม้เขาจะเป็ขุนนางขั้นสามและอีกฝ่ายเป็ขั้นสี่ แต่คดีนี้คลี่คลายได้โดยมีเมิ่งเฮ่อเป็กำลังหลักไม่แน่ว่าในอนาคตอันใกล้ พวกเขาอาจจะมีตำแหน่งระดับเดียวกัน
คนรุ่นหลังช่างน่าเกรงขามยิ่งนัก! ในวัยของเขาตำแหน่งหน้าที่การงานถึงจุดอิ่มตัวแล้วไม่สามารถเลื่อนขึ้นได้อีก แต่เมิ่งเฮ่อเพิ่งจะอายุยี่สิบสี่เท่านั้น
"ขอบพระคุณใต้เท้าที่เป็ห่วงขอรับ แต่เป็เพราะลูกสาวของข้าที่คำนวณตำแหน่งของผู้เคราะห์ร้ายรายที่เก้าได้ พวกเราจึงนำคนไปจับได้ทันที นางเป็นักพรตน้อย ดังนั้นฝีมือของนางจึงเก่งกาจมาก" เมิ่งเฮ่อไม่ได้นำความดีความชอบมาเป็ของตนเอง ตอนนี้บุตรสาวเปรียบเสมือนดาวรุ่งที่กำลังเปล่งประกาย นาง้าการยกย่องให้มากขึ้น
ผู้ว่าการศาลซุ่นเทียนมองเด็กหญิงในชุดนักพรตซึ่งเป็ชุดนักพรตที่ขาดรุ่งริ่ง หากเมิ่งเฮ่อไม่ย้ำหลายครั้งว่าเป็เด็กผู้หญิง เขาคงแยกไม่ออกจริง ๆ เมิ่งเฮ่อผู้ไม่เคยแต่งงานจู่ ๆ ก็มีบุตรสาวเป็นักพรตน้อยหรือว่าเขาเคยมีความสัมพันธ์ลับ ๆ กับนักพรตหญิง?
เมื่อคิดถึงตรงนี้ท่านผู้ว่าการก็รู้สึกสงสารใต้เท้าเมิ่งจริง ๆ ที่มีมารดาเช่นนั้นในบ้าน ถึงต้องใช้วิธีนี้จึงจะได้บุตรสาวมาคนหนึ่ง
"ใต้เท้าเมิ่งช่างมีวาสนาดีนักที่มีลูกสาวเก่งกาจเช่นนี้" ท่านผู้ว่าการเอ่ยชมอย่างไม่จริงใจ
คำพูดของอีกฝ่ายเขาไม่เชื่อเลยแม้แต่คำเดียว นักพรตน้อยตัวแค่นี้จะมีความสามารถอะไรมากมาย?
"ขอบคุณใต้เท้าที่ชมขอรับ ผู้น้อยมีวาสนาดีจริง ๆ" เมิ่งเฮ่อเดินนำบุตรสาวไปยังคุกใต้ดินด้วยความรู้สึกปลาบปลื้ม
ซูมู่มู่ดึงเสื้อของท่านพ่อเบา ๆ "ท่านพ่อ เมื่อครู่เขาพูดโกหกเ้าค่ะ เขาคิดว่าท่านกำลังโกหกและคิดว่าข้าไม่เก่ง"
ใครพูดจริงหรือพูดเท็จ นางสามารถแยกแยะได้ในพริบตา
"ไม่เป็ไร ในสายตาของพ่อเ้าเก่งที่สุด คนที่ไปกับเราเมื่อครู่ก็เห็นความเก่งของเ้าแล้ว" เมิ่งเฮ่อไม่ได้ใส่ใจเื่เหล่านี้
"ท่านพ่อ สตรีตระกูลอู๋นางนั้นต้องส่งคนเฝ้าไว้ตลอดเวลานะเ้าคะ เมื่อครอบครัวนางมาถึงนางอาจจะคิดสั้น" ซูมู่มู่เพิ่งดูโหงวเฮ้งของนางมา
เมิ่งเฮ่อพยักหน้า ในฐานะผู้ใหญ่เขาย่อมเข้าใจว่าเพราะเหตุใด
สตรีในโลกใบนี้ใช้ชีวิตได้ยากลำบากกว่า
ภายในคุกใต้ดินบรรยากาศมืดมนและเย็นะเื ผู้คนที่ตายในนี้มีนับไม่ถ้วนมีิญญามากมายที่ยังไม่ได้รับการสวดส่งจึงทำให้ดวงิญญายังคงวนเวียนอยู่ ณ ที่แห่งนี้
เมิ่งเฮ่อสะดุ้งโหยงด้วยความใ ดวงตาที่ถูกบุตรสาวเปิดให้เห็นสิ่งลี้ลับยังคงใช้งานได้อยู่
กลางดึกเช่นนี้ เมื่อเห็นิญญามากมายต่อให้เขาจะเป็ชายชาตรีเพียงใดก็ยังเหงื่อซึมด้วยความกลัว
ส่วนซูมู่มู่กลับยิ้มร่าพลางโบกมือให้ิญญาเ่าั้ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็แต้มบุญ หากสวดส่งิญญาจนเสร็จคาดว่าร่างทองของท่านปรมาจารย์คงจะสมบูรณ์ขึ้นอีกหนึ่งในพันส่วน
ภาพอันแปลกประหลาดนี้ทำให้ผู้คุมคุกถึงกับขาสั่นเพราะในสายตาของพวกเขา ใต้เท้าเมิ่งและนักพรตน้อยกำลังยืนเผชิญหน้ากับความว่างเปล่าและนักพรตน้อยคนนั้นยังยิ้มเต็มใบหน้า
"ใต้เท้า เชิญท่านสอบสวนเถอะขอรับ พวกผู้น้อยขอตัวออกไปก่อน หากท่าน้าสิ่งใดค่อยเรียกพวกผู้น้อยเข้ามา" ผู้คุมยิ้มประจบ เมื่อได้รับอนุญาตก็รีบวิ่งออกไปทันที
"มู่มู่ สิ่งเหล่านี้คือ..." คำว่า 'ผี' เมิ่งเฮ่อพูดไม่ออกจริง ๆ เพราะเขาหวาดกลัวอย่างยิ่ง
"อื้ม ๆ มีทั้งผีตายโหง ผีร้าย ผีราคะ ผีพนัน... พวกเราช่วยสวดส่งิญญาให้พวกเขาก็พอเ้าค่ะ ส่วนคดีของผีตายโหงต้องรบกวนท่านพ่อช่วยจัดการ ที่เหลือข้าจะทำเอง" ซูมู่มู่มองท่านพ่อของนาง เขาเป็ขุนนางที่ดี ต้องตกลงแน่นอน
และก็เป็เช่นนั้นจริง ๆ เมิ่งเฮ่อพยักหน้ารับคำอย่างเคร่งขรึม จากนั้นจึงประสานมือคารวะให้แก่ดวงิญญาเ่าั้ "คดีในแผ่นดินนี้ หากมีความอยุติธรรมใดข้าจะช่วยพวกเ้าเอง"
ทว่าิญญาที่สวมชุดจากรัชสมัยก่อนเื่เช่นนี้เขาไม่มีปัญญาจะช่วยได้จริง ๆ
"ขอบพระคุณใต้เท้า!" ผีตายโหงเ่าั้รีบคุกเข่ากราบขอบคุณทันที
ส่วนิญญาจากรัชสมัยก่อนสองตนนั้นกลับส่งเสียงโวยวายและพยายามพุ่งเข้าใส่ ซูมู่มู่ใช้วิชาวาดอักขระกลางอากาศด้วยมือเปล่า ฟาดใส่ร่างของพวกมันโดยตรง
"เื่ของรัชสมัยก่อน พวกเ้าไปร้องเรียนที่ยมโลกเถอะ ตอนนี้ข้าจะสวดส่งิญญาให้พวกเ้า หากไม่อยากสูญสลายไปก็จงเลิกขัดขืน หากคิดจะทำร้ายท่านพ่อของข้าก็อย่าหาว่าข้าไร้ความปรานี" คำพูดของซูมู่มู่ทำให้ิญญาตายโหงจากรัชสมัยก่อนทั้งสองตนเลิกต่อต้าน
ไม่นานนักประตูแสงสว่างก็ปรากฏขึ้น ทั้งสองตนคำนับซูมู่มู่ก่อนจะเดินเข้าไปอย่างเต็มใจ